เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 29
ตอนที่ 29 ตบหน้าเตือนสติ
“...”
บริเวณโดยรอบเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ เสียงหัวเราะของจั่วฉิงหย่าหยุดลงทันที
ซือฝูชิงเองก็ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
เธอก้มตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ระดับสายตากับผู้ชายในรถ “ทำไมถึงเปลี่ยนรถล่ะ”
รถคันนี้เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก รูปลักษณ์ภายนอกโฉบเฉี่ยว แต่ก็ยังห่างไกลจากรถที่ตระกูลมั่วผลิตอยู่มาก
“อืม” น้ำเสียงของอวี้ซีเหิงเรียบนิ่ง เขาเท้าคางขณะที่มองเธอ “รวย”
ซือฝูชิง “...”
เกลียด!
เจ้านายใจดำนี่จงใจนี่!
เธอเหลือบมองเขาสองสามวินาทีก่อนจะเปิดประตูรถแล้วแทรกตัวเข้าไป
คนที่อยู่โดยรอบเห็นรถคันนั้นขับออกไปอย่างรวดเร็วไม่เห็นฝุ่นอีกครั้ง ครั้งนี้แม้แต่ไอเสียก็ไม่เหลือทิ้งไว้
จั่วเสียนอวี้กำมือตนเองจนเล็บจิกเข้ากลางฝ่ามือแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว
อวี้เย่าเองก็มองรถสปอร์ตจากไปจนลับสายตาตรงสุดถนนด้วยท่าทางครุ่นคิด
“ฉัน ฉันไม่ได้มองผิดไปใช่มั้ย” คุณชายผู้ร่ำรวยติดอ่างเสียแล้ว “รถใหม่เอ็มเอสที่มีแค่สิบคันทั่วโลก”
รถที่มีจำนวนจำกัดประเภทนี้จะไม่วางขายในตลาด จะต้องมีการสั่งจองล่วงหน้าเป็นการภายในไว้แล้วเท่านั้น
เขาเองก็เห็นมันจากเว็บไซต์ทางการของแบรนด์
ตอนนั้นเขายังพูดกับอวี้เย่าด้วยความเสียดายเลยว่าคงได้แต่มองแล้วงานนี้
ใครจะรู้ว่าจู่ๆ จะมีคนขับรถคันนี้มารับซือฝูชิง
ใครกัน
คุณชายผู้ร่ำรวยรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว เขาอายมาก “คุณเสียนอวี้ รถคันนั้นมันยังไงกันครับ”
อวี้เย่าเองก็หันมาด้วย
สีหน้าของจั่วเสียนอวี้ยามเผชิญหน้ากับอวี้เย่าอ่อนโยนขึ้นมาก เธอพยักหน้า “เมื่อสองวันก่อนก็มีรถมารับเธอ น่าจะเป็นคนในวงการบันเทิงล่ะมั้ง”
คนที่อยู่ตรงนั้นล้วนแต่เป็นคนฉลาด พวกเขาจึงเข้าใจความหมายแฝงของประโยคนี้ได้ในทันที
ซือฝูชิงไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมี ไม่มีเงิน เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเป็นคนซื้อรถคันนั้นเองอย่างแน่นอน
คงจะมีเสี่ยเลี้ยงหลายคน มั่วได้ใจจริงๆ
พออวี้เย่าได้ยินจั่วเสียนอวี้พูดอย่างนั้น ความรู้สึกหดหู่ใจที่อธิบายไม่ได้ของเขาก็หายไปทันที
เขาละสายตาแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไปกันเถอะ”
ซือฝูชิงทำตัวตกต่ำเองไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
...
บนรถ
“วันนี้ขับรถได้เข้าท่าทีเดียว” ซือฝูชิงปรบมือ “ซานซาน ทำได้ดี”
มือของเฟิ่งซานที่กุมพวงมาลัยสั่นขึ้นมาทันที เขาน้อมรับคำชมที่ขัดต่อมโนธรรมของเขา “คุณซือก็พูดเกินไป”
ถนนช่วงนี้แคบเกินไป เดิมทีเขาวางแผนที่จะไปกลับรถข้างหน้า แต่เขาได้ยินพี่เก้าพูดขึ้นมาคำหนึ่ง...
เร็ว
เขาจึงต้องเปลี่ยนเกียร์ถอยหลังฉับพลันด้วยความสิ้นหวัง
อวี้ซีเหิงช้อนสายตาขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปยังผมของหญิงสาว เขาก็โน้มตัวลงมาแล้วยื่นมือออกไปปัดมันเล็กน้อย
ปลายนิ้วของเขาเย็น แต่ฝ่ามืออุ่น
การสัมผัสแตะต้องเพียงไม่กี่วินาทีนี้ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนได้กระทั่งหัวใจคน
ท่ามกลางกลิ่นของดอกหอมหมื่นลี้ที่โอบล้อม เธอก็มองเห็นใบไม้ใบหนึ่งในมือของอวี้ซีเหิง
ไม่รู้ว่ามันหล่นลงมาบนศีรษะของเธอตอนไหน
“เจ้านายดีที่สุด” ซือฝูชิงยกนิ้วโป้งให้เขา “เจ้านาย คุณสุดยอดมากเลย แต่คุณเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือเปล่า”
ปลายคิ้วของอวี้ซีเหิงกระตุกทันที
“คุณซือ ผมกับพี่เก้าดูรายการของคุณแล้วนะ” เฟิ่งซานรีบพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “คุณเก่งมากเลย ตอนต่อไปพวกเราจะได้เห็นคุณสอนนักเรียนของคุณแล้วใช่มั้ย”
“อย่าเลย” ใบหน้าของซือฝูชิงไร้อารมณ์ขึ้นมาทันที “ทางที่ดีอย่าให้มีคนเลือกฉันเลยจะดีกว่า ฉันอยากจะเป็นปลาเค็มตัวน้อยๆ ที่นอนแอ้งแม้งไปวันๆ เท่านั้น”
เฟิ่งซาน “...”
เขาไม่ควรตั้งความหวังมากเกินไปสินะ
รถแล่นออกมาได้สักพักก็ถึงถนนใหญ่
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น จู่ๆ ซือฝูชิงก็เอ่ยขึ้น “เดี๋ยวก่อน หยุดก่อน.....”
เฟิ่งซานมองอวี้ซีเหิงผ่านกระจกมองหลังโดยสัญชาตญาณ
อวี้ซีเหิงเอ่ยปาก “หยุด”
เฟิ่งซานพลันหยุดรถทันที
ก่อนที่เขาจะทันได้ถามซือฝูชิงว่าเธอกำลังจะทำอะไร เขาก็เห็นเธอลงจากรถอย่างร่าเริง แล้ววิ่งข้ามถนนเพื่อไปซื้อถังหูลู่[footnoteRef:1]ไม้หนึ่ง ก่อนจะกลับมาที่รถ [1: ถังหูลู่ ผลไม้เคลือบน้ำตาล]
อวี้ซีเหิงรู้สึกจนใจขึ้นมาเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เขาถอนใจเบาๆ “อย่าทำหกใส่เสื้อผ้าละ”
“ไม่หรอกน่า” ซือฝูชิงกัดพุทราป่าเข้าไปคำหนึ่ง “ถ้าสกปรกฉันค่อยซัก รับรองว่าสะอาดแน่นอน”
อวี้ซีเหิงส่งเสียงตอบรับก่อนจะหลับตาแล้วเอนหลังพิงเบาะพักสายตา
ใบหน้าด้านข้างของเขาอาบไล้ไปด้วยแสงแดดสีทองอ่อนๆ ราวกับหยกขาวที่ถูกย้อมด้วยอำพัน
ซือฝูชิงกินไปมองไปด้วยความสนอกสนใจอย่างมาก
เฟิ่งซานรู้สึกสับสนงุนงงเล็กน้อย
คุณซือไม่กลัวพี่เก้า และพี่เก้าของเขาเองก็ดูเหมือนจะตามใจคุณซือมากไปหน่อย
อวี้ซีเหิงไม่ใช่คนช่างพูด เขาหวงคำพูดราวกับกลัวดอกพิกุลทองจะร่วงออกจากปาก
ประโยคที่เฟิ่งซานได้ยินอวี้ซีเหิงพูดกับเขาบ่อยที่สุดตลอดหลายปีมานี้ก็คือ...
นายเป็นบอดี้การ์ดอย่างนี้เองเหรอ
ทุกครั้งที่เขาได้ยินประโยคนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่แม่ของเขาเรียกชื่อเต็มตอนเด็กๆ
เฟิ่งซานไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ เลยได้แต่ขับรถต่อไป
...
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
ณ ค่ายฝึก ‘หนุ่มสาววัยใส’
หลังจากรายการตอนที่สองออกอากาศไปแล้ว อันดับของเด็กฝึกก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ลู่เยี่ยนและเซี่ยอวี้ยังคงครองอันดับที่หนึ่งและสองได้อย่างมั่นคง และลู่เยี่ยนก็ได้คะแนนโหวตแซงหน้าเซี่ยอวี้ไปแล้วมากกว่าสิบล้านเสียง
แต่ในความเป็นจริงหลังเวทีนั้นเซี่ยอวี้ได้รับคะแนนเสียงมากกว่า
แฟนๆ ไม่รู้เลยว่าเซี่ยอวี้ถูกกดคะแนนโหวตไว้
ส่วนมู่เหยี่ยก็หลุดจากยี่สิบอันดับแรกทันที
หากเทียนเล่อมีเดียไม่ปกป้องเขา โดยพื้นฐานแล้วมู่เหยี่ยคงจะไม่มีโอกาสได้เดบิวต์แน่
แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะหกคะเมนตีลังกาได้ถึงขนาดนี้
ขณะนี้เด็กฝึกทั้งหมดกำลังลงทะเบียนแบ่งชั้นเรียนอยู่ในหอพัก
“พี่เซี่ย พี่จะเลือกใครน่ะ” สวี่ซีอวิ๋นเป็นทุกข์เล็กน้อย “ผมไม่เก่งทั้งร้องทั้งเต้นเลย จะเลือกใครก็คงถูกคัดออกอยู่ดีใช่ไหม”
“เรื่องร้องนายต้องปรับปรุงจริงๆ” เซี่ยอวี้รับใบลงทะเบียนไป “แต่ฉันว่าช่วงนี้นายเต้นดีขึ้นมากนะ”
สวี่ซีอวิ๋นเกาศีรษะตนเอง “จู่ๆ ผมก็เหมือนจะเข้าใจขึ้นมาได้เอง”
เขาเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
ซือฝูชิงไม่ได้สอนอะไรเขามากนัก ทำไมแค่เดี๋ยวเดียวเขาก็ทำได้แล้ว
สวี่ซีอวิ๋นยังคงคิดอยู่ แต่เซี่ยอวี้หยิบปากกาขึ้นมาเขียนชื่อลงไปแล้ว
“พี่เซี่ย พี่เลือกใครเหรอ” สวี่ซีอวิ๋นยื่นหน้าไปมอง “เมนเทอร์หลิน?”
เซี่ยอวี้ได้รับฉายาว่า ‘ราชาบนเวที’
คลิปวิดีโอการเต้นเดี่ยวของเขามีผู้เข้าชมเกินยี่สิบล้านครั้งแล้ว
การเลือกกลุ่มเต้นจะเป็นประโยชน์กับเขามากยิ่งขึ้น
เซี่ยอวี้พับใบลงทะเบียนและพูดอย่างสบายๆ ว่า “ถึงเวลานั้นก็รู้เอง”
“ช่างเถอะ ไม่สนพี่แล้ว ผมจะเลือกซือฝูชิง” สวี่ซีอวิ๋นตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและลงมือเขียนทันที “พี่เซี่ย ผมไม่กลัวว่าพี่จะหัวเราะผมหรอกนะ แต่ผมรู้สึกจริงๆ ว่าเธอเก่งมาก เธอจะต้องแอบซ่อนความสามารถเอาไว้แน่ๆ!”
เขาไม่ได้คิดว่าจะได้เดบิวต์ แต่อย่างน้อยเขาต้องไม่เสียใจทีหลัง
เซี่ยอวี้เลิกคิ้ว
หลังจากที่สวี่ซีอวิ๋นเขียนเสร็จแล้ว เขากับเซี่ยอวี้ก็ส่งใบลงทะเบียนให้กับพนักงาน
ใบลงทะเบียนถูกส่งไปที่ห้องของเมนเทอร์อย่างรวดเร็ว
หลินชิงเหยียนได้รับใบลงทะเบียนที่มีชื่อของเธอปึกหนึ่ง
ซึ่งประมาณการณ์คร่าวๆ แล้วคงมีอย่างน้อยๆ สี่สิบใบ
มีเด็กฝึกทั้งหมดหนึ่งร้อยหนึ่งคน ซึ่งเมนเทอร์แต่ละคนจะสามารถเลือกเด็กฝึกได้สูงสุดยี่สิบห้าคน
นั่นหมายความว่าใบลงทะเบียนของเด็กฝึกจำนวนมากจะต้องถูกคัดออก
“เมนเทอร์หลิน เซี่ยอวี้เป็นเด็กที่มีความสามารถรอบด้าน แต่ดูเหมือนว่าจะเด่นเรื่องการเต้นมากกว่า” เมนเทอร์ด้านดนตรีพูดต่อไป “เขาต้องจะเลือกคุณแน่ๆ เลยใช่ไหม ใบลงทะเบียนของคุณหนามาก”
หลินชิงเหยียนยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ การเต้นของเซี่ยอวี้บนเวทีทรงพลังมาก”
ถ้าไม่เลือกเธอแล้วจะให้เขาเลือกซือฝูชิงที่ทั้งร้องและเต้นไม่เป็นอย่างนั้นเหรอ
คนที่เธอไม่เลือกนั่นแหละถึงจะไปถึงมือซือฝูชิง
หลินชิงเหยียนหยิบปากกาของเธอขึ้นมาพลางพลิกเปิดใบลงทะเบียนดู