เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 30
ตอนที่ 30 ผมเลือกซือฝูชิง
ความนิยมของดาราจะอยู่ได้นานสุดเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เว้นแต่พวกเขาจะไปถึงระดับราชาภาพยนตร์นักแสดงระดับโลก
หลินชิงเหยียนรู้ตัวเองดีว่าเธอไม่ได้มีความสามารถมากขนาดนั้น เธอจึงต้องเลือกเส้นทางอื่น
เธอรู้ว่าเธอต้องการความนิยมมากขึ้นเพื่อจะยืนหยัดในวงการบันเทิงให้ได้
ถ้าเธอมีเด็กฝึกที่โดดเด่นอย่างเซี่ยอวี้อยู่ในมือ แฟนๆ ของเธอก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
บวกกับการที่มีซือฝูชิงเป็นบันไดให้เธอ รายการนี้จึงเรียกได้ว่าออกแบบมาเพื่อเธออย่างแท้จริง
“ลู่เยี่ยนจะต้องเลือกเมนเทอร์หลีแน่เลย” อาจารย์สอนร้องเพลงทอดถอนใจ “พวกเขาทั้งสองคนเก่งมาก ผมเชื่อว่าต่อไปพวกเขาอาจจะไปถึงวงการบันเทิงต่างประเทศก็ได้”
“ใช่ค่ะ” หลินชิงเหยียนม้วนผมข้างหูตัวเองเล่นเล็กน้อยพลางเม้มปากยิ้ม “แต่เมนเทอร์ซือเองก็ไปเรียนเมืองนอกมาตั้งสองปีเพิ่งจะกลับมาปีที่แล้วนี่เอง ก่อนหน้านี้ฉันก็ตั้งใจที่จะร่วมงานกับเธออยู่แล้ว แต่น่าเสียดาย...”
เธอพูดพลางดูใบลงทะเบียนไปพลาง
แต่กลับไม่พบชื่อของเซี่ยอวี้
สีหน้าของหลินชิงเหยียนเปลี่ยนไปทันที เธอพลิกดูอีกครั้งด้วยความไม่อยากเชื่อ จนในที่สุดก็มั่นใจว่าใบลงทะเบียนของเซี่ยอวี้ไม่ได้อยู่ที่เธอจริงๆ
เมนเทอร์ด้านดนตรีสังเกตเห็นสีหน้าแปลกๆ ของเธอจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เมนเทอร์หลิน เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรค่ะ” หลินชิงเหยียนเม้มริมฝีปากของเธอก่อนจะเรียกพนักงานมาสอบถาม “เซี่ยอวี้ยังไม่ได้ส่งใบลงทะเบียนมาเหรอ”
พนักงานชะงักไปเล็กน้อย “ส่งมาแล้วค่ะ ฉันเป็นคนเก็บมาเอง”
เซี่ยอวี้มีศักยภาพมากและเป็นเด็กฝึกที่ทางผู้จัดรายการให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ก็ดูแลเซี่ยอวี้เป็นอย่างดีภายใต้ขอบเขตที่จะไม่ส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดรายการกับเทียนเล่อมีเดีย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเซี่ยอวี้นั้นหน้าตาดีจนพนักงานเองก็ยินดีที่จะใกล้ชิดสนิทสนมกับเขา
“ถ้าอย่างนั้นมันก็น่าจะหล่นหายแล้วแหละ” หลินชิงเหยียนกดข่มความไม่สบายใจเอาไว้ “คุณกลับไปหาระหว่างทางหน่อย”
พนักงานตอบรับและพึมพำขึ้นมา “ไม่น่าเป็นไปได้นะ...”
“เมนเทอร์หลิน ไม่มีอะไรแน่นอนหรอก เซี่ยอวี้อาจจะเลือกเมนเทอร์หลีก็ได้” เมนเทอร์ด้านดนตรีปลอบโยนเธอด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “รอให้เมนเทอร์หลีกลับมา ผมจะไปถามเป็นเพื่อนคุณเอง ลองดูว่าจะขอตัวเขามาได้มั้ย”
เพื่อนในวงการคนหนึ่งของหลีจิ่งเฉินมาเมืองหลิน ตอนนี้เขาจึงไม่อยู่ อีกสักพักถึงจะกลับมา
หลินชิงเหยียนฝืนยิ้มออกมา “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนคุณแล้วค่ะ”
เธอเม้มริมฝีปากและเลือกเด็กฝึกทั้งหมดยี่สิบสี่คนเรียบร้อยโดยเหลือที่ไว้ให้เซี่ยอวี้ด้วย
หลีจิ่งเฉินมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอ เธอน่าจะขอตัวเซี่ยอวี้มาได้แน่
เธอไม่ต้องกังวลมากเกินไป
...
ส่วนทางฝั่งนี้ รถแล่นเข้ามาในเขตเมืองแล้ว
หลังจากที่ซือฝูชิงกินถังหูลู่หนึ่งไม้แถมด้วยไก่ทอดอีกชิ้นเสร็จแล้ว ในที่สุดเธอก็เอนหลังพิงเบาะอย่างสบายอกสบายใจ
สำหรับคนทำงานแล้วการมีเจ้านายดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
หลักจากพักผ่อนไปได้สักพักเธอก็ค่อยๆ หยิบกล่องไม้ออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนมันออกไป
ตุบ! สิ่งนั้นตกลงบนต้นขาของชายคนนั้นอย่างแม่นยำ
เฟิ่งซานที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ผ่านทางกระจกรถ “...”
หัวใจของเขากำลังจะระเบิด
โชคดีที่เขาเห็นอยู่คนเดียว
ถ้าพี่น้องคนอื่นเห็นเข้า พวกเขาอาจจะบ้าเอาได้
โชคดีที่อวี้ซีเหิงไม่ตอบสนองใดๆ เลย เขาเอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้และเงยหน้าขึ้นมอง “มันคืออะไร”
“ยาไง” ซือฝูชิงเท้าคางด้วยมือทั้งสองข้าง คลี่ยิ้มออกมาเหมือนกับสุนัขจิ้งจอก แฝงนัยของการแก้แค้นนิดๆ “ฉันกลัวว่าคุณจะขม ก็เลยเพิ่มช็อกโกแลต ผลไม้แช่อิ่ม กับสตรอเบอร์รี่ลงไปด้วย มันน่าจะอร่อยอยู่แหละ”
เป็นอีกครั้งที่เฟิ่งซานต้อง “...”
แน่ใจนะว่าไม่ใช่ลูกอม?
อวี้ซีเหิงเปิดกล่องไม้
กลิ่นหอมของยากระจายออกมาทันที เข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน แรงแต่ไม่ฉุน
เป็นยาดีแน่นอน
น้ำเสียงของอวี้ซีเหิงอ่อนโยน “เงินเดือนจะโอนเข้าบัญชีให้”
ซือฝูชิงสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมากเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอยิ้มหวาน “เจ้านาย ฉันรักคุณ”
ไม่กี่นาทีต่อมารถก็มาจอดที่หน้าอพาร์ตเมนต์
ซือฝูชิงเปิดประตูรถ
เธอกำลังจะลงไปแต่ก็มีเสียงหนึ่งเรียกเธอเอาไว้ก่อน
“หือ” ซือฝูชิงหันกลับไป
ร่างของชายคนนั้นไม่ขยับ ขายาวๆ ของเขาไขว้กัน เขาเพียงแค่หันลำตัวท่อนบนมาเล็กน้อยเท่านั้น
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยดวงตาอ่อนโยน “ขึ้นไปพักเถิด”
ม่านตาสีน้ำตาลอ่อนของเขามีเสน่ห์ลึกลับราวกับดอกไม้ไฟที่แตกกระจายในคืนอันมืดมิด มันล้ำลึกและเงียบสงบ
พอจ้องมองใครก็จะทำให้คนคนนั้นรู้สึกว่างโหวงเบาหวิว
“รู้แล้วน่า” ซือฝูชิงลูบหูเล็กน้อยแล้วโบกมืออย่างเกียจคร้าน
เสียงนี้มันช่างร้ายกาจจริงๆ
ในบรรดานักพากย์ทั้งหมดที่เธอเคยรู้จักยังไม่มีคนไหนที่มีเส้นเสียงดีเท่าเขาเลย
พอเงาร่างของซือฝูชิงหายลับไปแล้ว อวี้ซีเหิงก็หันไปมองไปข้างหน้าอีกครั้งพลางเอ่ยเสียงเรียบ “ไป”
...
ตอนที่หลีจิ่งเฉินกลับมาถึงค่ายฝึกตอนบ่ายสอง เขาก็ได้พบกับหลินชิงเหยียนกับเมนเทอร์ด้านดนตรี
“เซี่ยอวี้?” หลีจิ่งเฉินฟังเรื่องราวจนจบก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาพยักหน้า “อืม เขาควรจะไปอยู่ในกลุ่มเต้น ผมจะไม่เลือกเขาก็แล้วกัน”
หลีจิ่งเฉินมีอายุมากที่สุดและมีความสามารถมาก เขาจึงมีใบลงทะเบียนอยู่ในมือมากเช่นกัน
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ เขาก็ยังไม่มีใบลงทะเบียนของเซี่ยอวี้
“ไม่ได้อยู่ที่เมนเทอร์หลีเหมือนกันเหรอเนี่ย” หลินชิงเหยียนอึ้งงันไปทันที “ถ้าอย่างนั้น...”
ดูเหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบไปที่ห้องของซือฝูชิงทันที
เธอไม่จำเป็นต้องพลิกดูเลยเพราะบนโต๊ะมีใบลงทะเบียนแค่สองใบเท่านั้น
หลินชิงเหยียนไม่สนใจเหลือบมองอีกชื่อหนึ่งด้วยซ้ำ เธอจ้องอยู่ที่คำว่า ‘เซี่ยอวี้’ ไม่วางตาและค่อยๆ ใช้นิ้วบีบกระดาษทีละนิด
เธอรู้สึกหัวใจว่างโหวงไปชั่วขณะ พลันรู้สึกหายใจไม่ออก
เซี่ยอวี้เลือกซือฝูชิงจริงเหรอ
บ้าไปแล้วเหอะ!
ในวงการบันเทิงมีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าซือฝูชิงไร้ยางอายและไร้ความสามารถ?
ใบหน้าของหลินชิงเหยียนซีดขาว เธอหายใจไม่ค่อยออก
เมนเทอร์ด้านดนตรีและหลีจิ่งเฉินที่ตามมาย่อมเห็นเช่นกัน
เมนเทอร์ด้านดนตรีอุทานด้วยความประหลาดใจ “เซี่ยอวี้ นี่เขา......”
“เซี่ยอวี้นี่มันยังไง” คิ้วของหลีจิ่งเฉินขมวดมุ่น เขาตบโต๊ะอย่างแรงก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโห “เขากำลังเอาอนาคตของตัวเองมาล้อเล่นอยู่หรือเปล่า ซือฝูชิงจะสอนอะไรเขาได้ เรียกเขามาเลือกใหม่!”