เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 32

#32เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 32 แก้ต่างให้ตัวเอง

เธอพุ่งเข้ามาเต็มแรงด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

ทุกคนต่างหันไปมอง

หญิงสาวยังคงแต่งหน้าแนวพังก์ร็อก ฉาบเครื่องสำอางแน่นเสียจนไม่น่ามองเช่นเคย

แต่เธอยืนอยู่ตรงนั้นราวกับภูผาสูงตระหง่านที่ไม่อาจมีใครกล้ารุกรานได้

แววตาของเซี่ยอวี้ชะงักงันไปชั่วครู่ก่อนจะหรี่ตาทั้งสองข้างจับจ้องมาทางซือฝูชิง

ซือฝูชิงเดินเข้ามาด้วยท่าทีไม่รีบร้อน โบกมือพร้อมรอยยิ้ม “ซักไซ้คาดคั้นเด็กฝึกคนหนึ่งแบบนี้ พวกคุณกร่างไม่เบาเลยนะ”

ไม่รอให้คนอื่นทันมีปฏิกิริยาตอบโต้ เธอก็หัวเราะเสียงเบา “เห็นหรือยัง นี่ต่างหากถึงจะเรียกว่าเมนเทอร์รังแกเด็กฝึกของจริง คุณว่าฉันควรจะเรียนรู้สักหน่อยไหมล่ะ”

สวี่ซีอวิ๋นที่เดินตามหลังมา “...”

ไม่ เขาไม่อยากมองเห็นเลยสักนิด

ซือฝูชิงเดินเร็วเกินไป ตอนที่เขาเดินตามมาถึงก็เห็นเธอถีบเปิดประตูก่อนแล้ว

สวี่ซีอวิ๋นเอ่ยเสียงเบาอย่างเป็นกังวล “เมนเทอร์ซือ...”

อุปสรรคในชีวิตของซือฝูชิงแย่ยิ่งกว่าเซี่ยอวี้เสียอีก

ทีมงานรายการ ผู้กำกับ นักวางแผน ยันพนักงานทำความสะอาด ไม่มีใครกล้าสบตาเธอสักคน

แอนตี้แฟนในวงการบันเทิงของเธอมีมากเกินไป ถึงขั้นแค่เดินบนถนนก็โดนทำร้ายได้เลย

หลีจิ่งเฉินสีหน้าเรียบตึง แววตาทอประกายความดุดันขึ้นมาชั่วขณะ

เขาหวังอยากเห็นเซี่ยอวี้ได้ดีถึงอารมณ์ร้อนพูดจาแรงๆ แบบนั้นใส่

พอเห็นซือฝูชิงมา หลินชิงเหยียนถึงผ่อนลมหายใจ เธอทัดปอยผมข้างหูก่อนเอ่ยเสียงเบา “ซือฝูชิง คุณยกเซี่ยอวี้ให้ฉันได้ไหม ฉันจะสอนเขาอย่างดีแน่นอน”

“อ๋อ...” ซือฝูชิงยกแขนทั้งสองข้างกอดอก “ไม่ให้ ไสหัวไป”

รอยยิ้มของหลินชิงเหยียนแข็งทื่ออย่างรู้สึกผิดคาด

คนที่ทำงานในวงการบันเทิงย่อมรู้จักไว้หน้ากัน จะมีใครโผงผางตรงไปตรงมาอย่างซือฝูชิงบ้าง

หลีจิ่งเฉินโมโหจนระเบิดหัวเราะออกมา “ซือฝูชิง ชิงเหยียนก็พูดกับคุณดีๆ แต่คุณกลับแสดงกิริยาแบบนี้ คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ”

ราชินีแห่งวงการหนังหรือศิลปินสาวตัวท็อป?

ในบรรดาพวกเขามีใครผ่านการด่าทอของเหล่าแอนตี้แฟนเทียบเท่าเด็กอายุสิบแปดปีอย่างซือฝูชิงบ้าง

“ถ้าฉันไล่นักเรียนที่เลือกฉันออกไป เขาจะคิดยังไง” ซือฝูชิงเอ่ยเสียงเรียบ “เอาเป็นว่าฉันไม่ยอม”

“ซือฝูชิง!” โปรดิวเซอร์ก็ชักโมโหแล้ว “คุณไม่รู้สถานะของตัวเองในรายการหรือไง คุณไม่มีสิทธิ์เลือก!”

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาระเบิดคำพูดออกมาโต้งๆ แบบนี้

จากนั้นบรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นมาไม่น้อย

“ก็พอดีนี่ ถ้าเขามาอยู่กับฉันก็สมใจพวกคุณพอดีไม่ใช่เหรอ” ซือฝูชิงคลี่ยิ้ม “พวกคุณเองก็ไม่ต้องคอยกดดันเขา ไม่แน่แฟนคลับอาจจะหายหมดเลยก็ได้ แบบนี้ลู่เยี่ยนก็จะได้ครองตำแหน่งเซ็นเตอร์อย่างมั่นคงไม่ใช่เหรอ”

“...”

บรรยากาศรอบข้างตกอยู่ในความเงียบ

โปรดิวเซอร์คิดไม่ถึงว่าซือฝูชิงจะพูดเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาโหดยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก

หลีจิ่งเฉินตกตะลึงแล้วตวาดใส่ “ซือฝูชิง คุณพูดจาเหลวไหลอะไรของคุณ!”

“ป่ะ” ซือฝูชิงใช้มือล้วงกระเป๋าเอ่ยเสียงสดใส “ฉันพาพวกนายไปกินมื้อดึกดีกว่า”

เซี่ยอวี้เลิกคิ้ว พลันก้าวเท้าเดินตามออกไป

ครั้นเห็นสวี่ซีอวิ๋นยังยืนอยู่ที่เดิม เซี่ยอวี้ก็คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของสวี่ซีอวิ๋นแล้วดันเขาเดินขึ้นไปข้างหน้าหลายก้าว

ทันใดนั้นสวี่ซีอวิ๋นก็สะดุดล้มขาพับลงกับพื้น “?!”

เมื่อกี้เขาเพิ่งเจอเรื่องสะเทือนใจบ้าบออะไรมากันนะ

“เมนเทอร์ซือ” ฉับพลันเซี่ยอวี้ก็จับจ้องเธอแล้วเอ่ยว่า “ผมเลือกคุณแบบนี้คงไม่ได้เป็นการสร้างเรื่องเดือดร้อนให้ใช่ไหม”

“พวกนายเป็นเด็กฝึก ฉันเป็นเมนเทอร์” ซือฝูชิงเอ่ยเสียงเกียจคร้าน “ถ้าฉันไม่คอยปกป้องพวกนาย แล้วใครจะปกป้อง”

สวี่ซีอวิ๋นเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจด้วยท่าทีหมดสภาพ “เมนเทอร์ซือแวะมาตอนดึกดื่นขนาดนี้ลำบากแย่เลยขอบคุณจริงๆ นะครับที่มาช่วยพี่เซี่ยไว้”

ซือฝูชิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็ล้วงหยิบแอปเปิลลูกหนึ่งออกมากัด “ทำงานต้องมีจรรยาบรรณ”

“เมนเทอร์ซือมีจรรยาบรรณมากจริงๆ” ขายาวของเซี่ยอวี้ยื่นก้าวออกไปพร้อมฉีกยิ้ม “แวะมาตอนดึกขนาดนี้ยังลำบากแต่งหน้ามาด้วยอีก”

“อืม” ซือฝูชิงลูบคาง “ฝีมือการแต่งหน้าของฉันดีมากเลยใช่ไหมล่ะ”

สวี่ซีอวิ๋นฝืนใจเอ่ยชม “เก่งที่สุดในโลกแล้ว”

เซี่ยอวี้หลุดหัวเราะเสียงเบาออกมา

จากนั้นพวกเขาสามคนก็ออกไปกินมื้อดึกย่านการค้าด้านนอก

“ขอบคุณที่จริงใจกับฉันนะ งั้นฉันไปก่อนละ” หลังจากซือฝูชิงกินเสร็จก็ลุกขึ้น “ถ้ากลับไปมีใครรังแกพวกนายอีก จำไว้ว่าให้โทรหาฉัน”

นัยน์ตาของเซี่ยอวี้แฝงความใคร่รู้ “ดึกขนาดนี้แล้ว เมนเทอร์ซือจะไปทำอะไรอีกเหรอครับ”

“ทำอาชีพไอดอลเสร็จก็ไปเป็นบอดี้การ์ดต่อ” ซือฝูชิงดูเวลาครู่หนึ่ง “ฉันไปตระเวนแถวๆ บ้านเจ้านายสักหน่อย แล้วถือโอกาสเกี้ยวลูกน้องที่แสนน่ารักซื่อบื้อด้วยเลย”

สวี่ซีอวิ๋นหันมามองด้วยท่าทีมึนงง “พี่เซี่ย เกี้ยวคนแปลว่าอะไรเหรอ”

เซี่ยอวี้เอ่ยพลางขยับข้อมืออย่างไม่ใส่ใจ “ก็แปลว่าแอ๊วคนไงล่ะ”

สวี่ซีอวิ๋น “...”

ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไรเลย

**

ซือฝูชิงขี่รถจักรยานสาธารณะ พลางล้างเครื่องสำอางระหว่างเดินทางจากค่ายฝึกไปยังคฤหาสน์ของอวี้ซีเหิง

ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่ม ท้องฟ้าย่อมมืดสนิท

หลังจากที่เธอล็อกรถจักรยานเสร็จก็เดินเข้ามาด้านใน ใบหูพลันขยับก่อนจะพุ่งเข้าจับร่างเงาที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดทันที

คนๆ นั้นไม่รู้ว่าตนถูกเห็นเข้าแล้ว

ซือฝูชิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปประชิดด้านหลังของคนๆ นั้นอย่างว่องไวแล้วใช้ทั้งสองแขนล็อกแผ่นหลังนั้นไว้

เธอเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “แกเป็นใคร”

ถึงแม้จะเคลื่อนไหวเสียงเบา แต่หูของคนในคฤหาสน์กลับดีเหลือเกิน

เฟิ่งซานรีบพุ่งออกไป พอเห็นซือฝูชิงกำลังจับกุมร่างของใครสักคนอยู่ก็ถามเสียงสูง “ใครกัน”

“อาเก้า ฉันเอง! เจ็บๆ...” จากนั้นก็มีเสียงร้องโอดครวญดังขึ้น “ฮือๆ เจ็บชะมัด เธออ่อนโยนกับฉันหน่อยสิ”

ซือฝูชิงผงะไปแล้วคลายมือออกตามจิตใต้สำนึก

เฟิ่งซานเปิดไฟในสวนดอกไม้

พอแสงไฟสาดกระทบดวงหน้าของสาวน้อยก็เผยให้เห็นดวงตาสีดำขลับสุกใสที่กำลังมึนงงครู่หนึ่ง

เพราะความเจ็บปวดก่อนหน้านี้ ทำให้ขนตามีไอน้ำเกาะอยู่ ดูท่าทางน่าสงสารมากทีเดียว

เฟิ่งซานตกตะลึงเล็กน้อย “อวี้...คุณหนูอวี้ถัง”

“โอ๊ยๆ เฟิ่งซาน ฉันเอง! ไม่เจอกันนาน หล่อขึ้นอีกแล้ว” ไม่นานอวี้ถังก็ลืมความเจ็บปวดไปจนหมดสิ้น เธออ้าแขนทั้งสองข้างอย่างดีใจ “รีบมาให้ฉันกอดสักที”

เฟิ่งซานเผยสีหน้าไร้อารมณ์ “...”

ภายในใจของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใด แถมแอบรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อย

“ช่างเถอะ ผู้ชายอย่างพวกนายไม่มีใครดีสักคน” อวี้ถังเอ่ยพลางยู่ปาก ทันใดนั้นแววตาก็ลุกวาวขณะจับจ้องซือฝูชิง “ผู้หญิงคนนี้คือ...”

“คนนี้ก็คือคุณซือฝูชิง” เฟิ่งซานฝืนใจเอ่ยแนะนำไป “คุณซือ นี่เป็นหลานสาวของพี่เก้า คุณหนูอวี้ถัง”

ซือฝูชิงเลิกคิ้วก่อนยื่นมือออกไป “คุณหนูอวี้ถัง เป็นเกียรติมากค่ะ”

“อืมๆ เรียกฉันว่าถังถังก็พอแล้ว” อวี้ถังยื่อมือออกไปเช่นกัน แต่หลังจากจับมือกันแล้วก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าแปรเปลี่ยนโดยฉับพลัน “อะไรนะ เธอคือซือฝูชิง”

ซือฝูชิงมองเธอ “ทำไมเหรอคะ”

จากนั้นอวี้ถังก็ดูตื่นเต้นขึ้นมา “ฉันรู้จักเธอ!”

devc-88b8c9ff-33080เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 32