เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 33
ตอนที่ 33 รับชิงชิงเป็นพระชายา
ซือฝูชิงหลงคิดว่าตนก็ชื่อเสียงโด่งดังไม่เบา คิดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอแฟนคลับของตัวเองด้วย
แต่ไหนแต่ไรมาเธอปฏิบัติต่อสาวน้อยผู้น่ารักอย่างดีด้วยความอดทนเสมอ เธอลืมไปว่าตัวเองล้างเครื่องสำอางแล้ว “งั้นเธอ...”
อวี้ถังเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันเป็นแอนตี้แฟนของเธอ”
ซือฝูชิง “...”
เฟิ่งซาน “???”
เขาเผยสีหน้าขรึม “คุณหนูอวี้ถังตามไอดอลด้วยเหรอ”
“พูดซี้ซั้ว ฉันไม่ได้ตามไอดอลสักหน่อย” อวี้ถังเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ใครหน้าตาดีฉันก็ชอบหมดแหละ”
เฟิ่งซานถูกตอกกลับจนพูดไม่ออก
“เอ๊ะ ในที่สุดตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่าทำไมชิงชิงถึงต้องแต่งหน้า ที่แท้ก็สวยเกินไปนี่เอง” แววตาของอวี้ถังยิ่งเปล่งประกาย “ถึงแม้หนึ่งวินาทีก่อนหน้านี้ฉันจะเป็นแอนตี้แฟนของเธอ แต่ตอนนี้ฉันจะเปลี่ยนจากแอนตี้แฟนเป็นแฟนคลับตัวยงของเธอแทน! ขอกอดหน่อย!”
ซือฝูชิงมองอวี้ถังที่ซุกตรงหน้าอกเธออย่างเงียบๆ จากนั้นก็เริ่มขบคิดว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับศิษย์พี่หญิงสามฉบับวัยเด็กอยู่หรือเปล่า
นี่เธออาศัยหน้าตาไต่เต้าเหรอ
ซือฝูชิงสยายเส้นผมของอวี้ถังพลางครุ่นคิดบางอย่าง
เจ้านายของเธอออกจะสุขุมเงียบขรึม แต่ทำไมหลานสาวถึงอัธยาศัยดีเข้าสังคมง่ายขนาดนี้
พอเสียงวีลแชร์ดังขึ้น อวี้ซีเหิงก็ปรากฏตัว
ซือฝูชิงเงยหน้ามอง
ยามนี้เขาสวมเสื้อกั๊กสีเทาอ่อนตัวโคร่งไว้ด้านในแล้วคลุมทับด้วยเสื้อสูทสีดำอีกที
ไหล่กว้างเอวเล็ก ถือว่าเป็นไม้แขวนชั้นดีตั้งแต่กำเนิด
ต่อให้เป็นนายแบบชื่อดังระดับแนวหน้าก็มีรูปร่างสมบูรณ์แบบเทียบเขาไม่ได้
ในมือของขายหนุ่มถือหนังสือไว้เล่มหนึ่ง เขาเปล่งเสียงเรียบดังกังวาน “มาได้เช่นไร”
ถึงแม้จะถามออกไปแบบนั้น ทว่าน้ำเสียงกลับราบเรียบราวกับไม่ประหลาดใจเลยสักนิด
“ที่เมืองซื่อจิ่วน่าเบื่อเกินไป” อวี้ถังเอ่ยอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “ฉันเลยออกมาเดินเล่น คิดไม่ถึงว่าอาเก้าจะอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย”
เรื่องที่อวี้ซีเหิงมีบ้านที่เมืองหลิน ไม่มีใครในตระกูลอวี้รู้สักคน
แต่ต้องยกเว้นอวี้ถังเอาไว้
อวี้ถังไม่มีใครเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก อวี้ซีเหิงเลยช่วยดูแลมาระยะหนึ่ง
ถือว่าเฟิ่งซานเองก็เห็นอวี้ถังตั้งแต่เล็กจนโต
เมื่อเขาย้อนนึกถึงวันวานที่กลายเป็นม้าให้เธอขี่ก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน
อวี้ซีเหิงหันไปเอ่ยถามซือฝูชิง “มาทำไม”
เสียงของเขาทุ้มต่ำราวกับความมืดในยามราตรี
ถึงแม้จะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ทว่ายังแฝงความน่าเกรงขามไว้อยู่
“หืม” ซือฝูชิงใช้สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง เอ่ยเสียงเนิบๆ “มาดูว่าคนป่วยเชื่อฟังหรือเปล่า”
“อืม” อวี้ซีเหิงเอ่ยเสียงเย็น “เข้ามาเถิด”
อวี้ถังยิ้มเริงร่า “ฉันเข้าไปเองได้อยู่แล้วอาเก้า!”
ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ไล่เธอกลับ เธอทำสำเร็จมาได้ก้าวหนึ่งแล้ว
“ไม่ได้เรียกเธอ”
“...”
อวี้ถังมองอวี้ซีเหิงก่อนหันไปมองซือฝูชิงด้วยสีหน้ามึนงง
หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเธอก็เข้าใจแล้ว
“ว้าว” อวี้ถังกำหมัดมือขวาแล้วต่อยเข้าที่มือซ้าย เอ่ยอย่างตื่นเต้น “อาเก้า ไม่คิดเลยว่าอาจะรับชิงชิงมาอยู่ในห้องฝังทอง[footnoteRef:1]ด้วยกัน!” [1: ห้องฝังทอง หมายถึงห้องบรรทม ซึ่งเหล่ากษัตริย์ใช้ต้อนรับพระชายาหรือพระสนม]
เฟิ่งซานแทบสะดุดขาล้ม จากนั้นก็เอ่ยเสียงขรึมผ่านลำคอ “...คุณหนูอวี้ถังช่วยพูดให้ดีๆ หน่อย อย่าใช้คำซี้ซั้ว”
อวี้ซีเหิงเงียบไปชั่วขณะ หันหน้าไปพยายามชี้แจงซึ่งเห็นได้น้อยครั้งนัก “เจ้าหนูอ่านนิยายเยอะไปหน่อย”
“เข้าใจๆ” ซือฝูชิงเดินขึ้นบันได “แต่ถ้าเจ้านายให้ห้องฝังทองฉันสักห้อง ฉันก็ไม่ขัดอะไรหรอกนะ!”
ถ้าเอาไปให้ธนาคารคงแลกเป็นเงินได้ไม่น้อย
วันที่จะได้ขึ้นเป็นเศรษฐีนีของเธอคงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว!
มือของอวี้ซีเหิงชะงักไป
“ฉันเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้” อวี้ถังตะโกนเสียงดัง “ชิงชิงเป็นคนที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย!”
อวี้ซีเหิงหมุนตัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเช่นเคย “เฟิ่งซาน เอาตัวโยนออกไป”
เฟิ่งซานได้ยินเช่นนั้นก็นวดไม้นวดมือหมายอยากลองใจจะขาด
อวี้ถังสะดุ้งตกใจ
ชั่ววินาทีนั้นเธอเกาะซือฝูชิงไว้แน่นแล้วส่ายศีรษะอย่างเอาเป็นเอาตาย “ไม่นะ! ฉันไม่ไป!”
สุดท้ายพวกเขาก็เข้าไปในคฤหาสน์ด้วยกัน
ซือฝูชิงหยิบถุงชาที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกมาชงแก้วหนึ่ง จากนั้นก็ยื่นส่งให้ “ต้องดื่มให้หมด”
“ตอนนี้ดึกมากแล้ว” อวี้ซีเหิงรับมาแล้วพูดเสียงเรียบ “พรุ่งนี้ค่อยให้เฟิ่งซานไปส่งที่ค่ายฝึกละกัน”
เฟิ่งซานเห็นด้วย “คุณซือ ห้องครั้งก่อนยังเก็บไว้อยู่ ส่วนคุณหนูอวี้ถังพักชั้นสาม”
“ไม่!” อวี้ถังปฏิเสธ “ฉันจะนอนห้องเดียวกับชิงชิง!”
ครั้งนี้อวี้ซีเหิงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ “เฟิ่งซาน”
เฟิ่งซานแสดงท่าทีอยากจัดการใจจะขาดอีกครั้ง
อวี้ถัง “...ฮือๆ ฉันผิดไปแล้ว ฉันนอนคนเดียวก็ได้”
*****
วันต่อมา
ถึงแม้ข่าวเรื่องการแบ่งห้องจะยังไม่ได้ประกาศออกไป แต่เรื่องที่เซี่ยอวี้เลือกซือฝูชิงกลับแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์
ภายในห้องเมนเทอร์
“พี่เหยียน” ผู้ช่วยรู้สึกไม่สบายใจ “เรื่องแบ่งห้อง”
ถึงแม้หลินชิงเหยียนจะไม่เคยไปเรียนต่างประเทศ แต่ก็เป็นไอดอลสาวที่โด่งดังในประเทศไม่เบา ทั้งเรื่องร้องเรื่องเต้นล้วนไม่ด้อยไปกว่าใคร
เรื่องที่เซี่ยอวี้ทิ้งเธอไปเลือกซือฝูชิงเลยสร้างความอับอายให้เธอไม่น้อย
“ถึงอย่างไรข่าวก็ต้องแพร่ออกไป” หลินชิงเหยียนยิ้มบาง เอ่ยพลางครุ่นคิด “ต่อให้แฟนคลับของฉันจะยอมปล่อยไป แต่คิดว่าแฟนคลับของเซี่ยอวี้จะปล่อยไปหรือไง”
ผู้ช่วยเข้าใจในทันที กลั้นยิ้มไม่อยู่ “ครั้งนี้ซือฝูชิงโดนถล่มยับแน่”
“ตอนแรกฉันก็ไม่อยากได้เซี่ยอวี้อยู่แล้ว แต่เขาเลือกซือฝูชิงเหมือนเป็นการตบหน้าฉันชัดๆ” หลังจากหลินชิงเหยียนเติมสีปากเสร็จก็พูดต่อ “ยังไม่ทันเดบิวต์ก็ทำกับผู้ใหญ่ในวงการแบบนี้แล้ว ไปได้ไม่ไกลหรอก”
ผู้ช่วยเองก็เห็นด้วย
แค่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็เห็นข่าวเด้งมาให้เห็นพอดี ฉีกยิ้มแป้น “พี่เหยียน เป็นอย่างที่พี่คิดจริงๆ ข่าวว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว!”
“หืม” หลินชิงเหยียนอารมณ์เบิกบานทันใด “เอามาให้ฉันดูสิ”
ผู้ช่วยยื่นมือถือส่งให้เธอ
บัญชีที่มีผู้ติดตามมากมายหลายสิบช่องบนเวยป๋อต่างกระหน่ำโพสต์ข่าวนี้
[@สามีในวงการ: ข่าวซุบซิบบอกว่ามีผู้เข้าแข่งขันที่ได้อันดับสองของรายการเฟ้นหาบอยแบนด์รายการหนึ่งเลือกเมนเทอร์สาวคนหนึ่ง คาดว่าคงหมดวาสนาจะได้เดบิวต์]
ถึงแม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่คนที่ตามข่าววงการบันเทิงย่อมรู้ดีว่าเป็นใคร
ไม่ใช่แค่แฟนคลับของเซี่ยอวี้ แม้แต่ชาวเน็ตสัญจรที่ดูรายการบ้างเป็นครั้งคราวต่างถล่มไม่ยั้ง
[??? เซี่ยอวี้บ้าไปแล้วเหรอ?!]
[อ๊ากกก! จะบ้าตาย ลูกรักของฉันไปอยู่ห้องของซือฝูชิงได้ยังไงเนี่ย! หรือถูกบังคับ? ทีมงานของรายการไสหัวไปเลยนะ!]
[จบกันๆ เดิมทีซือฝูชิงก็ทำอะไรไม่เป็นอยู่แล้ว ต่อให้เซี่ยอวี้เก่งมากแค่ไหนแล้วจะทำอะไรได้]
[ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าบริษัทเทียนเล่อมีเดียคิดอะไรอยู่ แม้อยากดันให้วงสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ปกลับมามีชื่อเสียงในประเทศ แต่ส่งหัวหน้าวงมาไม่ดีกว่าเหรอ ทำไมต้องส่งซือฝูชิงมาด้วย]