เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 34
ตอนที่ 34 ศักยภาพที่แท้จริงของซือฝูชิง
[นั่นสิ ถ้าหัวหน้าเมิ่งมาจะไม่ว่าเลย ทั้งๆ ที่ไปเรียนที่ต่างประเทศมาเหมือนกัน แต่ทำไมฝีมือถึงต่างกันมากขนาดนี้]
[ฉันจะร้องไห้จริงๆ แล้วนะ! ทีมงานรายการไม่มีความเป็นคนเอาซะเลย ทำไมต้องเอาเซี่ยอวี้ไปอยู่ห้องของซือฝูชิงด้วย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะเลือกเอง!]
[ซือฝูชิง ฉันขอร้องเธอละ ปล่อยเซี่ยอวี้ไปได้ไหม ความสามารถของเธออยู่ระดับไหนไม่รู้ตัวเองบ้างเลยเหรอ]
[ทุกคนอย่าเพิ่งใจร้อน ทางรายการยังไม่ปล่อยรายชื่อออกมาอย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้นยังมีโอกาสเปลี่ยน!]
[ซือฝูชิง ถ้าเธอกล้าทำให้ชีวิตเซี่ยอวี้พัง เธอคงจบเห่แน่นอน!]
แฟนคลับบนโลกออนไลน์ของเซี่ยอวี้โมโหจนแทบคลั่ง ส่วนชาวเน็ตขาจรก็แวะแค่มาดูเรื่องสนุกๆ เท่านั้น
ข่าวย่อมแพร่มาถึงค่ายฝึกแน่นอน เหล่าเด็กฝึกเองก็ตกตะลึงจนแอบซุบซิบนินทา
“พี่เยี่ยน เรื่องดีเชียวละ!” มู่เหยี่ยระเบิดความดีใจออกมา “เซี่ยอวี้เลือกซือฝูชิงเป็นเมนเทอร์ แฟนคลับของเขาต้องเปลี่ยนเป็นแอนตี้แฟนเยอะมากแน่ๆ แบบนี้จะชิงตำแหน่งเซ็นเตอร์กับพี่ต่อได้ยังไงล่ะ”
ศักยภาพการร้องการเต้นของเซี่ยอวี้ดีมาก แต่ถึงอย่างไรก็เป็นคนอ่อนประสบการณ์ที่ไม่ได้เดบิวต์ ถ้าว่ากันด้วยเรื่องประสบการณ์ย่อมเทียบกับเมนเทอร์ไม่ติด
เหล่าเมนเทอร์ต้องคอยสอนชี้แนะเหล่าเด็กฝึก ดังนั้นการเลือกเมนเทอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ลู่เยี่ยนเองก็คิดไม่ถึงว่าเซี่ยอวี้จะเลือกทางตายเองแบบนี้
เด็กฝึกคนอื่นแทบอยากหนีออกห่างจากซือฝูชิงไปไกลๆ เพราะกลัวโดนลูกหลงพลอยเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปด้วย
แต่เซี่ยอวี้กลับเป็นฝ่ายกระโดดลงไปเอง
สมองมีปัญหาแน่ๆ
“ไม่สิ รู้สึกทะแม่งๆ แฮะ” ลู่เยี่ยนขมวดคิ้ว “เซี่ยอวี้ไม่มีทางเป็นคนไร้สมองแบบนั้นแน่นอน แต่ทำไมเขาต้องเลือกซือฝูชิงด้วยล่ะ”
หรือเป็นเพราะการทดสอบครั้งก่อนที่ซือฝูชิงฟังช่องเสียงของมู่เหยี่ยออก?
แต่นับประสาอะไรกับเรื่องแค่นี้
แม้แต่เธอยังจนปัญญาขึ้นเวทีเองโดยลำพังได้ ขนาดตอนวงขึ้นแสดงยังไม่กล้าแม้แต่จะเปิดไมค์เลย
วงสตาร์รี่ เกิร์ลกรุ๊ปก็ถือว่าดัง แต่อาศัยหัวหน้าวงและสมาชิกอีกสามคนที่เหลือช่วยดันวงขึ้นมาต่างหาก
ส่วนซือฝูชิงทำได้เพียงดูดกระแสความฮอตของสมาชิกในวงเท่านั้น
ถ้าเธอมีความสามารถจริง แม่หมูก็คงปีนขึ้นต้นไม้ได้แล้วมั้ง
ลู่เยี่ยนขบคิดอยู่นาน ทว่านึกหาเหตุผลไม่ได้
แต่เขายังไม่ปักใจเชื่อซะทั้งหมด “พวกเราต้องระวังตัวให้ดี จับตามองพวกเขาไว้ด้วย”
มู่เหยี่ยพยักหน้า
“ใช่แล้ว เมื่อเช้าบริษัทโทรมาบอกเรื่องหนึ่งกับฉัน” ลู่เยี่ยนเปิดปาก “ตอนกำหนดผู้เข้าแข่งขันที่จะได้เดบิวต์ในตอนสุดท้ายของรายการ มีความเป็นไปได้สูงมากที่คนของเก๋อหลินเอินจะมา”
มู่เหยี่ยร้องเสียงหลง “เก๋อหลินเอิน?!”
เก๋อหลินเอินเป็นดั่งสวรรค์ชั้นสูงของบรรดานักแสดงและนักร้อง
คนที่ยัดตัวเข้าไปอยู่ในแวดวงนี้ได้มีน้อยมากๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรายชื่อศิลปินที่เข้าไปในเก๋อหลินเอินได้เลย
เหล่าศิลปินที่อยู่ในรายชื่อของบริษัทเก๋อหลินเอินล้วนเป็นดั่งสัญลักษณ์ของความสำเร็จในวงการนักร้องนักแสดงทั้งสิ้น
ถึงแม้แค่เข้าไปฝึกงานในเก๋อหลินเอินเพียงสามเดือน ราคาค่าตัวก็พุ่งเป็นเท่าตัวแล้ว
“ดังนั้นนายเรียนกับเมนเทอร์หลินให้ดีๆ” ลู่เยี่ยนบอก “ถ้าจับพลัดจับผลูเข้าไปในเก๋อหลินเอินได้ แบบนั้นถึงจะก้าวหน้าของจริง”
มู่เหยี่ยอารมณ์ฮึกเหิมขึ้นมา “ผมตั้งใจแน่นอน!”
หลินชิงเหยียนรู้จักคนในเก๋อหลินเอิน นี่จึงเป็นสาเหตุที่เขาเลือกหลินชิงเหยียน
เมนเทอร์ต้องเชิญคนมาช่วยตอนท้ายๆ ของรายการ ไม่แน่หลินชิงเหยียนอาจเชิญเพื่อนที่ทำงานในเก๋อหลินเอินมาก็ได้
พอมู่เหยี่ยยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น แค่นเสียงหัวเราะ “ผมต้องขอบคุณซือฝูชิงจริงๆ”
ถ้าไม่ใช่เพราะซือฝูชิงเลือกเซี่ยอวี้ไป เกรงว่าเขาคงเข้าไปอยู่ในห้องของหลินชิงเหยียนไม่ได้
เซี่ยอวี้ก็โง่จริงๆ ตัดโอกาสที่จะเข้าไปในเก๋อหลินเอินของตัวเองทิ้ง
**
ในฐานะตัวละครเอกที่ถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ ซือฝูชิงอุ้มโน้ตบุ๊กพลางนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้ากระจกภายในห้องซ้อมเต้น
เวลานี้เธอใช้มือเท้าคาง ส่วนมืออีกข้างกำลังพิมพ์ตัวอักษรอย่างไม่ใส่ใจ
ฉากเบื้องหน้าเป็นช่องแชทสนทนาหนึ่ง
แต่ละข้อความถูกกระหน่ำส่งมาไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในอารมณ์เดือดดาล
จี : [ฉันจะบอกเธอให้ ฉันละยอมเด็กน้อยในตงซังพวกนี้จริงๆ อาศัยความรู้เท่าหางอึ่งของตัวเองมาผยองวางอำนาจใส่ฉัน แถมวางแผนคิดจะทำอะไรฉันอีก เจ้าเด็กบ้าพวกนี้!]
จี : [ตอนที่ฉันวาดยันต์ พวกเขายังเป็นแค่ตัวลูกอ่อนอยู่เลย!]
NINE : [ใช่ๆ เทพจีเก่งที่สุดแล้ว]
ซือฝูชิงพิงกระจกพลางกระดกโค้กอึกหนึ่ง
เธอกับจีรู้จักกันผ่านเกมเพียงเท่านั้น
ครั้งแรกที่เจอกัน เธอจัดการถล่มซัดจีชุดหนึ่งจนจบเกม
เธอรู้ว่าเขาก็คือองเมียวจิ แซ่จี
เขาเองก็รู้ว่าเธอเป็นเจ้าลัทธิลึกลับที่ร่อนเร่พเนจร ใช้ฉายานามว่า NINE ที่แปลว่าเก้า
จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่เคยถามชื่อจริงของกันและกัน
ซือฝูชิงย่อมรู้สถานะของตระกูลจีในต้าซย่าเป็นอย่างดี
ตระกูลจีเป็นตระกูลองเมียวจิที่ตั้งรกรากอยู่ในตงโจว
อีกทั้งเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ทัดเทียมตระกูลมั่วแห่งจงโจว
แต่หลายปีมานี้กล่าวได้ว่าตระกูลจีเงียบหายไปนานพอสมควร
องเมียวจิผู้รอบรู้เส้นทางหยินหยางและธาตุทั้งห้า ขอแค่พวกเขาไม่เต็มใจก็ไม่มีใครสามารถหาพวกเขาเจอได้
สาเหตุการเงียบหายของตระกูลจีเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้องเมียวจิแห่งตงซังกล้าโอหัง
จี : [ส่งกระดาษยันต์ไปให้เธอแล้วนะ ฉันนึกว่าเธออยู่ทวีปอิสระ คิดไม่ถึงว่าเธอก็อยู่ต้าซย่าด้วย แต่ฉันไม่เคยได้ยินชื่อเธอในต้าซย่ามาก่อนเลยจริงๆ]
NINE : [ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นไอดอล]
จี : [ถุย! เธอโกหกเถอะ ถ้าเธอเป็นไอดอลคงระเบิดวงการบันเทิงไปแล้วมั้ง ถ้าเธอบอกว่าเธอเข้ามาในวงการบันเทิงเพื่อเป็นสายสืบฉันยังเชื่อมากกว่า]
NINE : [นายคิดผิดแล้ว]
อีกฝ่ายชะงักไปหลายวินาที
จี : [...พ่อ ผมผิดไปแล้วครับ]
สักพักก็มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาอีก
จี : [พูดถึงวงการบันเทิงทั้งวุ่นวายทั้งสกปรก ช่วงก่อนฉันลืมไปแล้วว่าดารานักร้องคนไหน เขามาหาสามาชิกคนหนึ่งของตระกูลฉัน บอกว่าจะมาขอให้องเมียวจิช่วยทำให้ดารานักร้องอีกคนโชคร้ายอะไรก็ไม่รู้ จิ๊ๆ]
ซือฝูชิงกำลังจะเลิกสนทนากับยัยนี่ต่อ ประจวบกับมีข้อความใหม่ทางวีแชทเด้งขึ้นมาพอดี
ซึ่งก็คืออวี้ถังที่แลกช่องทางการติดต่อกับเธอเมื่อวาน
อวี้ถัง : [ชิงชิง! คืนนี้นัดกินข้าวกันไหม ฉันเลี้ยงเอง!]
อวี้ถัง : [(อิโมติคอนหมุนตัว)]
ซือฝูชิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบกลับ
ซือฝูชิง: [เอาสิ ฉันเลี้ยงเอง]
อวี้ซีเหิงดีกลับเธอไม่น้อย แถมเงินเดือนก็ได้มาแล้ว ถึงอย่างไรจะให้เด็กน้อยอย่างอวี้ถังมาเลี้ยงข้าวเธอไม่ได้เด็ดขาด
อวี้ถัง : [ดีเลย! งั้นพอถึงเวลานั้นฉันค่อยไปหาเธอที่ค่ายฝึกของรายการก็แล้วกัน!]
ซือฝูชิงพับหน้าจอโน๊ตบุ๊กลงแล้วกวาดตามองสวี่ซีอวิ๋นที่กำลังซ้อมเต้นอยู่ “ช่วงนี้นายเต้นใช้ได้ทีเดียว พักก่อนๆ อีกเดี๋ยวเราค่อยมาฝึกร้องกัน”
“ครับ” สวี่ซีอวิ๋นหยุดแล้วไปพักดื่มน้ำ
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเปิดปากโดยกดน้ำเสียงให้ต่ำลงมาก “เมนเทอร์ซือ ความจริงคุณเก่งมากๆ แต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้คุณต้องเก็บซ่อนความสามารถไว้ใช่ไหม
เหมือนซุปเปอร์ไซย่า หลังจากแปลงร่างแล้วก็ทำลายล้างใต้หล้าไปทั่วทุกอณู ฮูเล่!”
ซือฝูชิง “?”
เธอมองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน “นายอ่านนิยายให้น้อยๆ ลงหน่อยเถอะ”
สวี่ซีอวิ๋นเกาศีรษะ
เขาพูดอะไรผิดไปเหรอ
เวลานี้มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นเป็นพรวนยาว มีเด็กฝึกเข้ามาในห้องซ้อมเต้นด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีนัก
“เอ๊ะ พวกนายมาได้ไง” สวี่ซีอวิ๋นยังไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเลยยิ้มทักทายพวกเขาอย่างเริงร่า “อ๋อ พวกนายก็ถูกย้ายมาที่นี่เหมือนกันสินะ วันหลังพวกเราจะได้ซ้อมด้วยกัน”
พอได้ยินประโยคนี้เหล่าเด็กฝึกก็เผยสีหน้าเย้ยหยัน
หนึ่งในนั้นยิ้มเยาะ “สวี่ซีอวิ๋น ถึงแม้ด้วยศักยภาพของพวกเราคงเดบิวต์เป็นศิลปินไม่ได้ แต่พวกเราไม่มีทางเลือกเมนเทอร์ที่ทั้งร้องทั้งเต้นไม่เป็นมาเป็นเมนเทอร์ของตัวเองหรอก”
สวี่ซีอวิ๋นสีหน้าเปลี่ยนแล้วเอ่ยหาข้อแก้ต่างด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ไร้ความสามารถร้องเต้นอะไรกัน เมนเทอร์ซือไม่ใช่...”
คำพูดของเขาถูกตัดบทอย่างไม่สบอารมณ์ “ช่างเถอะ นายไม่ต้องอธิบายหรอก”
ช่วงนี้สวี่ซีอวิ๋นก็ดูแปลกๆ ไม่นานก็เข้าข้างซือฝูชิงแล้ว
ซือฝูชิงส่งสัญญาณบอกให้สวี่ซีอวิ๋นไปพักผ่อนอีกฝั่ง เธอเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทีเกียจคร้าน “พวกนายมีเรื่องอะไรเหรอ”
“เมนเทอร์ซือ พวกผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเซี่ยอวี้ถึงเลือกคุณ” เด็กฝึกหลายคนสบตากัน สุดท้ายก็เลือกเปิดปากพูดออกไปตรงๆ “พวกผมยอมไม่มีเมนเทอร์ดีกว่าอยู่เป็นเด็กฝึกในห้องของคุณ ดังนั้นหวังว่าคุณจะช่วยลบชื่อพวกเราออกจากใบรายชื่อด้วย”