เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 35
ตอนที่ 35 นึกเสียใจในไม่ช้าก็เร็ว
ในฐานะรายการเฟ้นหาบอยแบนด์รุ่นแรกของรัฐต้าซย่า รายการหนุ่มสาววัยใสเลยได้รับความสนใจในทุกๆ ด้าน
บวกกับวิธีการดึงยอดติดตามทุกทาง เรตติ้งของรายการจึงพุ่งสูงปรี๊ดขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งสร้างฐานแฟนคลับได้ไม่น้อย
นอกจากเด็กที่เซ็นสัญญาทำข้อตกลงกับบริษัทอย่างเลี่ยงไม่ได้จำใจต้องมาอย่างสวี่ซีอวิ๋นแล้ว เด็กฝึกที่มาร่วมรายการคนอื่นๆ ต่างมุ่งหวังที่จะได้เข้าวงการบันเทิงกันทั้งนั้น
ต่อให้ถึงเวลานั้นไม่ได้เดบิวต์ พวกเขาก็ยังได้คอนเนกชัน ถ้าโชคดีหน่อย วันหน้าอาจไปได้ไกลในวงการบันเทิงก็ได้
แต่ถ้าติดตามซือฝูชิงคงพลอยซวยไปด้วย
ถ้าจะหลบก็ควรหลบให้ไกลๆ มีใครอยากกระโดดเข้าหาคนอย่างหล่อนบ้างล่ะ
ซือฝูชิงไม่พูดอะไร แต่สวี่ซีอวิ๋นเดินเข้ามาหาด้วยความโมโห “เหยียนหยวนเจ๋อ นายพูดอะไรของนาย เรื่องแบ่งห้องแบบนี้ยกเลิกได้หรือไง”
“ทำไมจะไม่ได้” เหยียนหยวนเจ๋อเอ่ยเสียงดูแคลนอย่างมาก “พวกเราถามเมนเทอร์หลีแล้ว เขาบอกว่าขอแค่เมนเทอร์ซือเห็นด้วย พวกเราก็ออกได้”
ตอนนี้เขาอยู่ในอันดับที่ 66 ซึ่งเป็นอันดับที่อันตรายมาก
ตอนที่สามของรายการจะเป็นรอบคัดเลือกคนจาก 101 คน คัดเหลือ 55 คน เขาไม่มีทางยอมถูกคัดออกเพราะซือฝูชิงแน่นอน
“นาย!” สวี่ซีอวิ๋นใบหน้าแดงแปร๊ด กำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถูกซือฝูชิงห้ามไว้ก่อน
“ได้สิ” ซือฝูชิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ไร้ซึ่งร่องรอยความโกรธอย่างสิ้นเชิง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางด้านหลัง “พวกนายล่ะ ไปด้วยไหม”
เด็กฝึกที่เหลือจากการคัดเลือกหลินชิงเหยียนและหลีจิ่งเฉินต่างมารวมตัวกันที่นี่
ทั้งหมดยี่สิบสี่คน
พอได้ยินซือฝูชิงถามเช่นนั้น แววตาของเด็กฝึกจำนวนไม่น้อยก็เสมองไปทางอื่น
แต่สุดท้ายก็ยืนหยัดที่จะเปิดปากพูดออกมา
“เมนเทอร์ซือช่วยขีดชื่อของผมออกเถอะครับ”
“ผมไม่อยากอยู่ที่นี่”
“ผมก็จะไปด้วย”
“ใครจะอยากอยู่ที่นี่ ซ้อมเองยังเก่งกว่าคุณช่วยฝึกให้เลย”
ยังไม่ต้องพูดถึงศักยภาพและประสบการณ์ของซือฝูชิงว่าแย่แค่ไหนเลย เธออายุแค่สิบแปดปีเท่านั้น คุณสมบัติและประสบการณ์ย่อมสู้หลินชิงเหยียนไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
พวกเขายอมไปนั่งฟังคลาสของหลินชิงเหยียนดีกว่าทนเห็นหน้าซือฝูชิง
สุดท้ายก็เหลือเพียงสี่คน
อีกยี่สิบคนเลือกที่จะจากไป
“ได้” ซือฝูชิงไม่ได้คิดจะรั้งพวกเขาไว้เลย เธอฉีกยิ้มอย่างเกียจคร้าน “งั้นก็ไปเถอะ ไม่ไปส่งนะ”
ครั้นพูดจบเหล่าเด็กฝึกก็สีหน้าเปลี่ยนอีกครั้ง
พวกเขาคิดไม่ถึงว่าซือฝูชิงจะพูดด้วยง่ายขนาดนี้
การจากไปของพวกเขา คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือซือฝูชิง
เธอไม่กลัวว่าจะถูกชาวเน็ตถล่มยับอีกเหรอ
“ไปๆ รีบไปกันได้แล้ว” สวี่ซีอวิ๋นผลักเหยียนหยวนเจ๋อออกไป “ไม่ใช่อยากออกจากห้องนี้มากนักเหรอ ทำไมยังอยู่อีกล่ะ”
เหยียนหยวนเจ๋อเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “สวี่ซีอวิ๋น ทำอะไรของนาย!”
“ที่นี่เป็นห้องซ้อมเต้นของเมนเทอร์ซือ พวกนายไม่อยากเรียนแล้ว ทำไมยังไม่ออกไปอีก” สวี่ซีอวิ๋นพูดเสียงเย็นชา “ฉันจะบอกนายให้ นายต้องนึกเสียใจในไม่ช้าก็เร็ว”
เขาเชื่อว่าซือฝูชิงต้องเป็นยอดมนุษย์ที่ไม่ธรรมดาแน่นอน ความลับสุดยอดนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่ค้นพบมัน!
“นึกเสียใจ? สวี่ซีอวิ๋น นายนี่มันสมองเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ” เหยียนหยวนเจ๋อเผยสีหน้าดูแคลน “ฉันรอดูว่านายติดตามซือฝูชิงแบบนี้แล้ว นายจะได้เดบิวต์ยังไง”
เหยียนหยวนเจ๋อไม่มองสวี่ซีอวิ๋นสักนิด ตีหน้านิ่งเดินออกไปพร้อมคนอื่นๆ
สวี่ซีอวิ๋นกลับมาที่ห้องซ้อมเต้น ทว่าครู่เดียวก็สติหลุด อารมณ์ดิ่งวูบ “เมนเทอร์ซือ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าพวกเขา...”
“เกี่ยวอะไรกับนายด้วย” ซือฝูชิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “รีบๆ ซ้อม ถ้าวันนี้ซ้อมเพลงนี้ไม่ได้ คืนนี้ก็ไม่ต้องนอน”
สวี่ซีอวิ๋น “...”
ที่แท้คนที่ถูกทำร้ายก็มีเพียงเขาเท่านั้น
**
หกโมงเย็น
ซือฝูชิงออกมาจากค่ายซ้อม
วันนี้เธอค่อนข้างว่าง พรุ่งนี้การแบ่งห้องถึงจะเริ่มอย่างเป็นทางการ
รวมเซี่ยอวี้และสวี่ซีอวิ๋นก็มีทั้งหมดหกคน ประหยัดแรงไปเยอะมากจริงๆ
เธอต้องขอบคุณเด็กฝึกพวกนั้นมากกว่า เพราะทำให้เธอได้ใช้ชีวิตการเป็นเมนเทอร์อย่างมีความสุข
“ชิงชิง!” เพียงแวบเดียวอวี้ถังที่อยู่ด้านนอกก็เห็นหญิงสาวที่สวมชุดเสื้อหนังทันทีจึงโบกมือเรียกด้วยท่าทีดีใจ “ทางนี้ๆ!”
ซือฝูชิงฉีกยิ้ม “คุณหนูอวี้”
“บอกแล้วไงให้เรียกฉันว่าถังถังก็พอ” อวี้ถังกอดแขนแล้วบีบอย่างสนิทสนม “อาเก้าอาจเข้ากับใครยาก แต่ฉันอัธยาศัยดีเข้ากับคนง่ายนะ!”
“เธอไม่ต้องไปเป็นบอดี้การ์ดให้เขาหรอก มาเป็นให้ฉันดีกว่า ฉันก็จ่ายเงินเธอได้เหมือนกัน!”
วันหลังเวลาเธอไปร่วมงานเลี้ยงไหนจะได้ไม่ต้องใส่ชุดราตรีและเครื่องประดับ แค่พาชิงชิงไปด้วยก็ทำให้ทิวทัศน์สบายตาขึ้นแล้ว
แล้วทุกคนจะพากันอิจฉาเธอ
“ถังถัง” ซือฝูชิงถอนหายใจเอ่ยเสียงเบา “เงินของเธอก็มาจากอาเก้าเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
อวี้ถัง “...”
อวี้ถังพูดติดอ่าง “เหมือน...เหมือนจะใช่”
เธอกุมศีรษะแล้วเริ่มร้องไห้ “ทำไงดี อาเก้าของฉันชอบทารุณลูกน้อง เธอดูเฟิ่งซานสิ เขาไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แถมผมก็ร่วงเยอะด้วย”
“ไม่เป็นไร ฉันหาเงินเก่ง” ซือฝูชิงยกมือขึ้นดึงเธอขึ้นมา เลิกคิ้วพูด “แต่ฉันคิดว่าเจ้านายดีจะตายไป”
ตอนเช้ายังเรียกเธอกินมื้อเช้าด้วยอยู่เลย
“นั่นเป็นเพราะเขายังไม่เผยธาตุแท้ต่างหาก!” อวี้ถังตะโกนขึ้น “เขาชอบทรมานลูกน้อง ตัวเองก็บ้างาน มีครั้งหนึ่งฉันเห็นเขาทำงานจนปาไปตีสามแล้วยังไม่นอนเลย”
ซือฝูชิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ “ทำงานแบบนี้เสี่ยงตายได้เลย”
เดี๋ยวเธอค่อยช่วยปรุงยาให้ แถมได้เงินเข้ากระเป๋าด้วย
พวกเธอสองคนเดินไปพลางคุยกันไปพลาง
อวี้ถังคุยเก่งเป็นต่อยหอย แต่ไม่ได้ชวนให้รู้สึกรำคาญเลยสักนิด
ซือฝูชิงเคยมีปฏิสัมพันธ์กับลูกหลานคุณหนูตระกูลใหญ่ รวมถึงสมาชิกในราชนิกุลทวีปตะวันตกมาแล้ว
ทว่าคนที่สนิทสนมเข้าหาคนง่ายอย่างอวี้ถังกลับมีให้เห็นน้อยมาก
พวกเขาไม่ได้เลือกร้านอาหารหรูหราอะไร แต่เป็นร้านอาหารขึ้นชื่อรสเลิศเท่านั้น
อวี้ถังบอกว่าซุปปลาร้านนี้รสชาติดีมาก
ขณะที่พวกเขาสองคนเดินอยู่ก็ได้ยินเสียงร้องเรียกดังแว่วมา
ฝีเท้าของซือฝูชิงชะงักก่อนหันตัวไป
อวี้ถังเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน
ด้านล่างกล่องแอร์ตรงหัวมุมมีเจ้าปุยขนสีขาวอยู่ตัวหนึ่งนอนฟุบอยู่
“เอ๊ะ ชิงชิง ตรงนี้มีหมาอยู่ตัวหนึ่ง” อวี้ถังรุดหน้าขึ้นไปอย่างเป็นกังวล “เหมือนมันจะบาดเจ็บด้วย”
“หืม” ซือฝูชิงคุกเข่าลง จากนั้นก็เห็นขนสีขาวของเจ้าหมาน้อยมีเลือดซึมออกมา นัยน์ตาผุดความสงสัย “มันบาดเจ็บ”
“พวกเราพามันไปโรงพยาบาลสัตว์ก่อนดีกว่า” อวี้ถังอุ้มเจ้าหมาน้อยสีขาวขึ้นมาอย่างระมัดระวัง “ชิงชิงติดอะไรไหม”
“แวะไปหน่อยก็ดี” ซือฝูชิงพูดอย่างเห็นด้วย “ทิ้งมันไว้ที่นี่ก็คงไม่ได้”
ด้านหน้ามีโรงพยาบาลสัตว์อยู่แห่งหนึ่ง
เจ้าหมาน้อยมีเพียงบาดแผลภายนอก ไม่นานสัตวแพทย์ก็ล้างทำแผลให้มันเสร็จอย่างรวดเร็ว
เพราะประคบยาเลยต้องทิ้งไว้ดูอาการสามสิบนาที
“ว้าว มันน่ารักสุดๆ ไปเลย ดวงตาสีม่วง หูอยู่นี่ หางอยู่นี่” อวี้ถังลูบขนสีขาวของมันด้วยอารมณ์สีหน้าสุขใจแทบลอยทะลุออกนอกโลกไปแล้ว “การลูบขนหมาเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดบนโลกใบนี้เลย”
ซือฝูชิงเห็นด้วย
เธอใช้มือหนึ่งเท้าคาง ในขณะที่มืออีกข้างบีบหูของเจ้าหมาน้อยสีขาวไปด้วย
เมื่อก่อนเธอเคยเลี้ยงสัตว์ตัวหนึ่ง ไม่ใช่แค่ลูบ แต่ยังขี่มันได้ด้วย
น่าเสียดาย...
“ชิงชิง! ช่วยด้วย!” ทันใดนั้นอวี้ถังก็กรีดร้องเสียงหลง “เจ้าหมาตัวนี้ไม่มีก้น!”
“หืม” ซือฝูชิงคร้านที่จะมอง เพียงยกมือขึ้นลูบไปทางก้นของเจ้าหมาน้อยสีขาวที่มีขนฟูฟ่องทีหนึ่ง “ก็นี่ไม่ใช่เหรอ นุ่มดีออก”
เจ้าหมาน้อยร้องเสียงเอ๋งอย่างไม่ชอบใจ
ยัยอันธพาลนี่ดูแคลนเขาซะแล้ว!
อวี้ถังสติหลุด “ไม่ใช่ ฉันหมายถึงไม่มีรูทวาร”
ครู่เดียวซือฝูชิงก็ได้สติ “อะไรนะ”
เธอรีบรับเจ้าหมาน้อยสีขาวมาจากมืออวี้ถังทันทีโดยไม่สนใจท่าทีขัดขืนของมันเลยสักนิด จากนั้นก็จับพลิกแหวกดู
เรียบแบนราบ
ไม่มีรูทวารจริงๆ ด้วย
ซือฝูชิงตกอยู่ในความเงียบ
เจ้าหมาตัวนี้คงไม่ใช่เจ้าโง่ปี่เซียะที่เธอเคยเลี้ยงตัวนั้นหรอกใช่ไหม