เธอกลับมาเทพ

เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 36

#36เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 36 เกี่ยวอะไรด้วย

มีคนไม่น้อยบอกว่าต้าซย่ามีเทพคุ้มครอง

ดังนั้นจึงเป็นดั่งดินแดนโบราณศักดิ์สิทธิ์ มีคนเก่งกาจเกลื่อนดั่งดารา อารยธรรมอยู่ยืนยาวหลายหมื่นปีก็มิเคยล่มสลาย

ห้าเมืองทั่วทั้งต้าซย่าล้วนเปรียบเสมือนขุมทรัพย์

นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รัชสมัยต้าซย่าเกิดศึกสงครามไม่หยุดหย่อน ชนชาติอื่นเข้ามารุกรานอยู่บ่อยครั้ง

ถึงแม้ซือฝูชิงจะสนใจพวกเรื่องเส้นทางหยินหยางและธาตุทั้งห้า อีกทั้งเกิดปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติกับตัวให้เห็น ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจเลย

กระทั่งเธอได้มาเจอปี่เซียะตัวนี้

ในตำราบันทึกไว้ว่าปี่เซียะเป็นตัวแทนสัตว์มงคลที่ดุร้าย

ปี่เซียะมีปากแต่ไร้ช่องทวาร มีแต่เข้าไม่มีออก

ตอนนั้นเธอเจอมันข้างทาง รู้สึกว่าสัตว์ตัวนี้ประหลาดดีเลยเก็บเอามาเลี้ยงดู

จากนั้นก็ฟูมฟักจนกลายเป็นเจ้าตัวล้างผลาญ

เธอหาเงินมาได้ไม่น้อย แต่กลับถูกเจ้าปี่เซียะโง่นั่นกินจนเกลี้ยง

แต่เจ้าปี่เซียะช่วยเรียกทรัพย์ขจัดความชั่วร้ายได้จริงๆ ถือว่าช่วยเธอไม่น้อยเลยทีเดียว

ซือฝูชิงคิดว่าเธอคงเป็นสายเลือดของต้าซย่าอย่างแท้จริง ดังนั้นปี่เซียะถึงติดตามเธอ

บางทีบนโลกนี้อาจจะมีไป๋เจ๋อ[footnoteRef:1] หรือนกเฟิ่งหวง[footnoteRef:2] แต่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน [1: ไป๋เจ๋อ หนึ่งในสัตว์ในตำนานของประเทศจีน ลำตัวเหมือนสิงโต มีเขาสองข้างและมีเคราเหมือนแพะ นับว่าเป็นสัตว์มงคล ] [2: เฟิ่งหวง นกอมตะในตำนานของจีน เป็นที่รู้จักในโลกตะวันตกว่า ฟีนิกซ์]

แต่ปี่เซียะอยู่ในทวีปอิสระ ทำไมถึงข้ามน้ำข้ามทะเลเป็นหลายหมื่นลี้มาอยู่ข้างกายของเธอได้ล่ะ

อีกทั้งยังอยู่ในสภาพบาดเจ็บแบบนี้อีก

ซือฝูชิงลูบหัวของเจ้าหมาน้อยแล้วเปิดปากเรียกหยั่งเชิงว่า “เจ้าปุย?”

เจ้าหมาน้อยสีขาวไม่ขยับตัว แถมหันมากลอกตาใส่เธออีกต่างหาก

พอซือฝูชิงเห็นท่าทีเช่นนั้นของมันก็แค่นเสียงหัวเราะ “ไป๋จิ่นอวี๋!”

เจ้าหมาน้อยสีขาวสะดุ้งโหยงแล้วหันมาร้องเอ๋งๆ อย่างดีอกดีใจ

ซือฝูชิง “...”

มันคือเจ้าปี่เซียะโง่ตัวนั้นที่เธอเคยเลี้ยงจริงๆ ด้วย!

ทั้งๆ ที่เรียกเจ้าปุยน่ารักกว่าตั้งเยอะ แต่รั้นจะใช้ชื่อจิ่นอวี๋ที่ให้ความรู้สึกโดดเด่น แถมใช้คำว่าไป๋มาตั้งเป็นนามสกุลอีกต่างหาก

“แกรู้ได้ไงว่าเป็นฉัน” ซือฝูชิงขมวดคิ้ว “ฉันตายไปแล้ว แกรู้ไหมเสี่ยวไป๋”

เสี่ยวไป๋พยักหน้าก่อนจะส่ายหน้าด้วยท่าทีมึนงง

“แกจะบอกว่าแกสัมผัสได้ว่าฉันยังไม่ตาย เราสองคนสื่อสารผ่านใจกันได้งั้นเหรอ” ซือฝูชิงคิดอยู่นานแต่ก็หาเหตุผลไม่ได้ “สมแล้วที่เป็นลูกสาวปะป๊า”

เสี่ยวไป๋ “...”

ถุย

เจ้านายคนนี้เริ่มทำตัวลำพองใจอีกแล้ว

“แต่ทำไมแกตัวเล็กลงเรื่อยๆ แบบนี้ล่ะ” ซือฝูชิงยกมือของมันขึ้นมาข้างหนึ่ง “เมื่อก่อนแกยังพาฉันวิ่งได้อยู่เลย แต่ดูตัวแกตอนนี้สิ แค่ฝ่ามือเดียวของฉันก็ตบแกตายได้แล้ว”

เสี่ยวไป๋ร้องคราญแล้วแลบลิ้นเลียฝ่ามือของเธอด้วยท่าทีน้อยเนื้อต่ำใจ

“ไม่มีพลังแล้วเหรอ” ซือฝูชิงถอนหายใจ “ก็ได้ งั้นแกมาอยู่กับฉันก่อน แต่ตอนนี้ฉันจนมากๆ แกก็อดทนสักหน่อยอย่ากินให้มันมากนัก”

พอปี่เซียะไม่มีพลัง ไม่นับเรื่องที่เข้าใจภาษาคน มันก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยงทั่วไปที่คนอื่นเลี้ยงกัน

เสี่ยวไป๋ยื่นมือออกไปเกาหน้าเธออย่างเอาอกเอาใจ

ซือฝูชิงคว้ามือของมันเอาไว้แล้วทำเสียงจิ๊ใส่ “แต่ตอนนี้แกก็น่ารักดีนะ จ้ำม่ำดี เล่นเพลินมือทีเดียว”

เสี่ยวไป๋ “...”

คนกับสัตว์เลี้ยงได้เจอกัน เดิมทีควรสร้างความซาบซึ้งใจให้แก่กัน

ทว่าฉากตรงหน้าที่อวี้ถังเห็นคือซือฝูชิงกำลังสนทนากับหมาตัวหนึ่งอย่างเป็นตุเป็นตะ แถมมันยังเห่าโฮ่งๆ ตอบกลับไปมาด้วย

อวี้ถัง “...”

จบกัน ชิงชิงสะเทือนใจจนบ้าไปแล้ว

อวี้ถังล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาอวี้ซีเหิง “อาเก้า ฮือๆ ฉันขอโทษ! ชิงชิงสมองมีปัญหาแล้ว!”

ปลายสาย อวี้ซีเหิงเอ่ยเสียงเรียบ“อวี้ถัง”

น้ำเสียงไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ไม่โกรธไม่ตวาดใส่

“อาเก้า ฉันไม่ได้โกหกจริงๆ นะ” อวี้ถังกำโทรศัพท์แน่น กดเสียงต่ำลง “พวกเราเจอหมาที่ไม่มีก้นตัวหนึ่ง ชิงชิงสะเทือนใจจนบ้าไปแล้ว”

อวี้ซีเหิงไม่พูดให้มากความแต่กลับแฝงไปด้วยพลัง “หนึ่งนาที”

อวี้ถังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟังอย่างรวดเร็วรอบหนึ่ง “อาเก้าเชื่อฉันนะ!”

อวี้ซีเหิงเลิกคิ้ว

เขายกชาขึ้น ไอควันร้อนพวยพุ่งพาดผ่านดวงตาที่กำลังครุ่นคิดของเขา

เขาเข้าใจนิสัยของอวี้ถังดี ถึงแม้จะขี้โวยวายไปบ้าง แต่หากเผชิญกับเรื่องใดไม่มีทางพูดโกหกแน่นอน

จากคำบรรยายที่ว่ามา อวี้ซีเหิงนึกถึงเพียงสัตว์ชนิดเดียวเท่านั้น

ปี่เซียะ

สัตว์มงคลศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มาปรากฏตัวในเมืองหลินได้อย่างไร

อวี้ซีเหิงขานรับทีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีทั้งความอ่อนโยนและโมโห “กลับมาก่อนสามทุ่ม”

“อาเก้าวางใจได้เลย!” อวี้ถังตะโกนโพล่งขึ้นมา “ฉันจะพาชิงชิงกลับไปหาอา แล้วให้อาซ่อนตัวเธอไว้ให้ดี!”

ทางฝั่งนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง

วินาทีต่อมาเขาก็เอ่ยเสียงเรียบ “เฟิ่งซาน”

อวี้ถังหงอทันที “ฮือๆ ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่พูดล้อเล่นแล้ว อาเก้าอย่าไล่ฉันไปเลยนะ”

เธอจบบทสนทนาลงอย่างอ้อนวอน ขณะเดียวกันก็หมดเวลาดูอาการแล้วพอดี

“ไปเถอะ” ซือฝูชิงอุ้มเจ้าหมาน้อยสีขาวขึ้นมาเอ่ยอย่างสุขใจ “พ่อจะพาแกไปกินปลา”

พอได้ยินประโยคนี้ เสี่ยวไป๋ก็กลอกตาใส่แล้วแค่นเสียงหึๆ แต่ไม่ตอบรับแต่อย่างใด

“ชิงชิง” อวี้ถังดึงเธอไว้ เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “พวกเราก็ไปตรวจดูอาการที่โรงพยาบาลดูหน่อยไหม”

“ฮะ?” ซือฝูชิงเห็นอวี้ถังมองศีรษะของเธอด้วยท่าทีเป็นกังวลเลยกระแอมไอเสียงเบา “อ๋อ ฉันเคยเรียนภาษาหมามาก่อน เมื่อกี้เลยคุยกับมันรู้เรื่อง”

“ภาษาหมา?” อวี้ถังดวงตาลุกวาว “ชิงชิงเก่งจัง! แล้วมันว่าไงบ้าง”

“มันบอกว่า...” ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “มันบอกว่ามันทั้งโง่มาก ทั้งน่าเกลียด แถมชอบเล่นขี้โคลน มันบอกฉันว่าอย่ารังเกียจมันเลย ”

อวี้ถังเอ่ยเสียงห่อเหี่ยว “งั้นมันก็สมองไม่ค่อยดีสินะ”

เสี่ยวไป๋ร้องเสียงเอ๋งด้วยความโมโห

ซือฝูชิงใช้มือดันหัวมันลง “อย่าโวยวาย เดี๋ยวจับกินซะเลย”

เสี่ยวไป๋ “...”

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง จากนั้นพนักงานก็พาเดินเข้าไปด้านใน

ร้านอาหารร้านนี้เงียบสงบ ทุกโต๊ะจะมีฉากกั้นไว้อยู่

ซือฝูชิงจึงล้างเครื่องสำอางออกอย่างสบายใจ

เวลานี้เสี่ยวไป๋ถึงหันไปมองอย่างช้าๆ ก่อนจะร้องเสียงเอ๋งใส่หน้าซือฝูชิง

ในที่สุดก็สวยสักที

เมื่อกี้มันไม่อยากจะรู้จักเลยด้วยซ้ำ

“ทำไม” ซือฝูชิงเบือนสายตาไปมอง “แกมีปัญหากับฝีมือการแต่งหน้าของฉันเหรอ”

เสี่ยวไป๋ “...”

ไม่กล้าหรอก

มันเลียมือแล้วมองซ้ายทีขวาที ทันใดนั้นดวงตาก็ลุกเป็นประกาย

มันยื่นมือมาตะครุบไหล่ของซือฝูชิง จากนั้นก็งับสร้อยที่เธอใส่อยู่

รอกระทั่งซือฝูชิงได้สติ เสี่ยวไป๋ก็จัดการเขมือบสร้อยทองลงท้องเรียบร้อย

ซือฝูชิง “...”

เธอตะโกนออกมาทีละคำ “ไป๋ จิ่น อวี๋!”

อยากจะโยนมันทิ้งซะเหลือเกิน!

เสี่ยวไป๋เลียมือด้วยหน้าตาใสซื่อราวกับสาวบริสุทธิ์ที่งามสง่า แถมยังเชิดอกหลังตรงอย่างหยิ่งผยองอีกต่างหาก

“แกมันจอมล้างผลาญ!” ซือฝูชิงคว้าขาของมันไว้แล้วยิ้มบางๆ “แกรู้ไหมว่าแกกินอะไรเข้าไป”

เสี่ยวไป๋กะพริบตาปริบๆ พร้อมพยักหน้า

ทองไง

จะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ

“แกรู้แล้วยังจะกินอีก” ซือฝูชิงกัดฟัน “นั่นมันทองแท้ที่ฉันตรากตรำทำงานเลยนะ!”

เสี่ยวไป๋พยักหน้าอีกครั้ง

ถ้าไม่ใช่ทองแท้ มันคงไม่กินหรอก

ซือฝูชิง “...”

อยากจะบีบคอเจ้าปี่เซียะนี้ให้ตายซะ!

หลังจากข่มอารมณ์ที่อยากจะฆ่ามันไว้ได้แล้ว ซือฝูชิงก็หยิบมือถือออกมาแล้วกดส่งข้อความไปให้อวี้ซีเหิง

[เจ้านาย ขอปรึกษาสักเรื่องสิ วันหลังไม่เอาเป็นเงินสดแต่จ่ายเป็นทองแทนได้ไหม]

ทางฝั่งนั้นตอบกลับอย่างรวดเร็ว

เจ้านาย: [ ขึ้นอยู่กับความประพฤติของเธอ]

ตอบกระชับสั้นๆ เหมือนในยามปกติของคนคนนี้ เด็ดขาดมีพลัง ดั่งภูผาที่สูงชัน

ต่อให้มีฉากมากั้น เธอก็ยังจินตนาการได้ว่าเวลานี้เขาคงสวมเสื้อเชิ้ตธรรมดานั่งทำงานภายใต้แสงจันทราเลือนรางในยามราตรี

ผู้ชายที่สุขุมราวกับสีดำมืดมิดในยามค่ำคืน พลอยทำให้คนรอบข้างรู้สึกปลอดภัย

หลังจากได้รับข้อความตอบกลับที่ไม่ชัดเจนเช่นนั้น ซือฝูชิงก็นึกปวดใจ “ไป๋จิ่นอวี๋ ไสหัวไปเลย ฉันเลี้ยงแกไม่ไหวแล้ว”

ตอนนี้ไม่เหมือนในอดีต เวลาแบบนี้เธอจะไปหาทองมากมายมาให้มันกินได้อย่างไร

เสี่ยวไป๋สะกิดขาของเธอ แล้วส่งขาหน้าทั้งสองข้างที่กำลังยกขึ้นประสาน

“แม้ว่าแกจะให้ฉันลูบ แต่แกก็ต้องไสหัวไป” ซือฝูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก “ว่ามาสิเจ้าหมาบ้าปี่เซียะ ทำไมแกกินแค่ทอง พวกทองแดงกินไม่ได้หรือไง สมัยก่อนก็ใช้ทองแดงทำ นั่นก็เงินเหมือนกัน!”

ปี่เซียะกินพวกเงินทองเป็นอาหาร แถมทำได้แค่กินเข้าไปแต่ไม่ขับถ่ายออกมา

ในทางกลับกันถ้ากินอาหารอื่นเข้าไปจะทำให้พลังลดลง

ทำไมเธอต้องมาเลี้ยงเจ้าตัวจอมล้างจอมผลาญแบบนี้ด้วย!

เสี่ยวไป๋ส่ายศีรษะแล้วใช้มือแตะน้ำด้วยท่าทีเนิบนาบ จากนั้นก็บรรจงเขียนตัวอักษรลงไปไม่กี่ตัว

...ทองแดงไม่อร่อย

“เยี่ยม” ซือฝูชิงยกนิ้วโป้งให้ “พลังยังไม่ฟื้นฟูแต่สามารถเขียนตัวอักษรได้ เจ๋งชะมัด”

เสี่ยวไป๋ “...”

ความจริงเจ้านายของมันคงเป็นคนตลกแหละมั้ง

เสี่ยวไป๋ย่อยทองในท้อง ทว่าทันใดนั้นก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางฉากกั้นด้านหลัง

“เกิดเรื่องขึ้นกับถังถังเหรอ” พอซือฝูชิงได้ยินเสียงโวยวายทะเลาะกัน ดวงตาจิ้งจอกพลันหรี่ลง “นั่งรออยู่ตรงนี้ ฉันไปดูตรงนั้นก่อน”

**

เดิมทีอวี้ถังเดินตามพนักงานไปเลือกปลา

หลังจากเลือกเสร็จ ขณะที่กำลังไปหยิบผลไม้เครื่องดื่มตรงโซนบริการตัวเองก็ถูกใครบางคนขวางทางไว้

“อวี้ถัง?” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมไอเย็นยะเยือก “ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่”

พออวี้ถังหันไปก็ตกใจ “พี่สาม”

เขาก็คืออวี้เย้า

เขามองเธออย่างไม่สบอารมณ์ “เมื่อวานอาห้าโทรมาบอกว่าเธอหายตัวไป สุดท้ายก็แอบมาเมืองหลินเองเหรอ”

“เกี่ยวอะไรกับพี่ด้วย” น้ำเสียงของอวี้ถังเย็นเฉียบ “ฉันจะมาเที่ยวที่นี่ไม่ได้เหรอ”

“คุณปู่เองก็กำลังตามหาเธอ ทำไมเธอถึงโผล่มาที่เมืองหลินเองแบบนี้” อวี้เย้าไม่เพียงแค่พูดเท่านั้นแต่คว้าข้อมือเธอมาด้วย แววตาทอประกายไอเย็นยะเยือก “กลับเมืองซื่อจิ่วไปกับฉัน”

ถ้าไม่ใช่เพราะต้องตามหาหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณ เขาคงไม่อยู่เมืองหลินนานขนาดนี้

อีกอย่างเขาไม่อยากเจอซือฝูชิง ทุกครั้งที่เห็นใบหน้าที่ฉาบไปด้วยเครื่องสำอางทีไร เขาก็รู้สึกขยะแขยงทุกที

พอดีเลยจะได้พาอวี้ถังกลับบ้านไปด้วย

“พี่ปล่อยฉันนะ” อวี้ถังดิ้นไปมาแต่กลับดิ้นไม่หลุด พอเห็นว่าใกล้ถูกลากตัวไปแล้ว ฉับพลันดวงตาก็เป็นประกาย “ชิงชิง ฉันอยู่ตรงนี้!”

อวี้เย้าขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม จากนั้นก็หันหน้าไปมองด้วยท่าทีเย็นชา

devc-88b8c9ff-33080เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 36