ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 10
ตอนที่ 9 ถ้ำขดหอย
“ที่นี่มันที่ไหนกัน”
หูฮวนนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาโบราณที่น่าจะอายุอย่างน้อยหลายร้อยปีซึ่งตั้งอยู่ตรงนั้นอย่างสง่างามเสมือนว่ามันตั้งอยู่ที่นี่มาโดยตลอด เบื้องหน้าคือโต๊ะหนังสือไม้โอ๊คหน้าตาโบราณอย่างยิ่งที่มีลิ้นชักอยู่หลายสิบลิ้นชักตัวหนึ่ง
บนโต๊ะหนังสือตัวนี้วางข้าวของไว้หลายสิ่ง ซิการ์ที่สูบไปแล้วครึ่งหนึ่ง ปลอกบนตัวซิการ์มีลายเส้นรูปช้างอันวิจิตงดงามสองสามตัว แล้วยังมีแก้วคริสตัลเจียระไนที่รินเหล้าสีเหลืองอ่อนไว้จนเต็มกับนิยายที่พิมพ์ชื่อตัวเบ้อเริ่มพร้อมกับภาพประกอบสะดุดตาอีกหลายเล่ม นิยาย ‘สาวนักขนยา[footnoteRef:1]’ ‘บอสหญิง[footnoteRef:2]’ ‘หัวหน้าเผ่าหญิง[footnoteRef:3]’ ‘ตำรวจสาวแห่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ[footnoteRef:4]’ ชื่อนักเขียนของทุกเล่มคือเสวี่ยหมี่ลี่[footnoteRef:5] [1: สาวนักขนยา นิยายโรแมนติกทริลเลอร์ที่เล่าเรื่องโลกมืดในยุค 80 ของเสวี่ยหมี่ลี่ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์หวาเซี่ยเมื่อปี 1987 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับภารกิจส่งแฟนสาวของนายตำรวจสองคนปลอมตัวเข้าไปแทนนักท่องเที่ยวหญิงสองคนที่กำลังจะถูกแก๊งมาเฟียใช้เป็นคนขนยาเสพติดเพื่อจับกุมแก๊งมาเฟียชั่ว] [2: บอสหญิง นิยายโรแมนติกดราม่าที่เล่าเรื่องการต่อสู้อันดุเดือดของวงการแฟชั่นยุค 80 ของเสวี่ยหมี่ลี่ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์หวาเซี่ยเมื่อปี 1988 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับโมเดลสาวที่ถูกเจ้าของแบรนด์ย่ำยี เธอจึงตั้งมั่นว่าจะแก้แค้น โดยอาศัยอำนาจของเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าจากอิตาลี สร้างแบรนด์เสื้อผ้าขึ้นมาจนทำให้ศัตรูคู่แค้นล้มละลายที่สุด แต่ความรักของเธอกลับไม่สมหวัง] [3: หัวหน้าเผ่าหญิง ผลงานนิยายของเสวี่ยหมี่ลี่] [4: ตำรวจสาวแห่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ผลงานนิยายของเสวี่ยหมี่ลี่ในปี 1989 ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ถวนเจี๋ย นิยายโรแมนติกทริลเลอร์เกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่าง 3 ตำรวจสาวแห่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษกับแก๊งมาเฟียโฉดชั่วแห่งฮ่องกงในยุค 80] [5: เสวี่ยหมี่ลี่ (雪米莉) หนึ่งในนามปากกาของถานลี่ (谭力) นักเขียนจีนผู้ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง เข้าสู่วงการนักเขียนเมื่อปี 1981 เริ่มเส้นทางชีวิตนักเขียนด้วยการเขียนนิยายเรื่องยาว ก่อนที่จะเปลี่ยนเส้นทางมาสู่การเขียนบทภาพยนตร์และบทละครโทรทัศน์ บทละครโทรทัศน์ที่เป็นผลงานของเขาเช่นเรื่อง The Three Heroes and Five Gallants (2016)]
จุดที่เด่นสะดุดตาที่สุดบนบนโต๊ะหนังสือคือมีการ์ดวางอยู่สองใบ
ใบหนึ่งวาดภาพเถาวัลย์ประหลาดที่ดูแล้วคุ้นตายิ่งนัก ส่วนอีกใบหนึ่งวาดภาพหัวลิงหน้าตาดุร้ายหัวหนึ่งที่ดูแล้วก็คุ้นตายิ่งนักเหมือนกัน
หูฮวนไม่มีวันลืมสัตว์ประหลาดทั้งสองตัวที่เคยเกือบจะเอาชีวิตตัวเองไปอย่างแน่นอน
เขาหยิบการ์ดใบหนึ่งในนั้นขึ้นมาพลิกดู ด้านหลังการ์ดมีตัวอักษรเขียนไว้หลายบรรทัด
[เถาวัลย์ดูดเลือด (ระดับนอร์มอล)]
พลังโจมตี (D)
พลังป้องกัน (D)
พลังชีวิต (A)
พละกำลัง (C)
ความเร็ว (C)
พลังพิเศษ (1. วิชาสูบโลหิต สูบเอาพลังชีวิตมาถ่ายทอดให้แก่เจ้านาย 2. วิชาดำดิน มุดลงไปเคลื่อนไหวใต้ดิน ความเร็วสูงสุดเจ็ดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง)
หูฮวนหยิบการ์ดอีกใบหนึ่งขึ้นมาพลิกดู ด้านหลังของการ์ดลิงหน้าตาดุร้ายก็มีตัวอักษรอยู่หลายบรรทัดเหมือนกัน
[วานรยักษ์หัวขาด (ระดับนอร์มอล)]
พลังโจมตี (C)
พลังป้องกัน (D)
พลังชีวิต (D)
พละกำลัง (C)
ความเร็ว (D)
พลังพิเศษ (ไม่มี)
หูฮวนลูบการ์ดทั้งสองใบเบาๆ ในสมองพลันปรากฏเศษชิ้นส่วนความทรงจำกลุ่มหนึ่ง เศษชิ้นส่วนความทรงจำเหล่านี้ปะติดปะต่อกันจนเป็นม้วนภาพที่มีรอยเว้าแหว่งม้วนหนึ่ง ชื่อว่า ‘วิชาเทววัตถุ’
การ์ดสองใบนี้ก็คือการ์ดเทววัตถุที่ใช้วิชาเทววัตถุสร้างขึ้นมา หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าตราพันธะวัตถุเทพฤทธิ์!
แม้วิชาเทววัตถุในความทรงจำจะขาดๆ หายๆ แต่ก็อธิบายความเป็นมากับวิธีทำงานของมันได้
“หนึ่งในสิบสองนวศาสตร์ของกองทัพสวรรค์แห่งสันติ ผนึกปีศาจแปรเปลี่ยนเป็นพลัง...”
ควาทรงจำที่โถมเข้ามาในสมองอย่างไม่หยุดหย่อนทำให้ความรู้สึกของหูฮวนเหมือนรถที่แล่นข้ามภูเขา เลี้ยวไปเลี้ยวมาเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ไม่อาจสงบใจได้เลย
เขาหยิบแก้วคริสตัลเจียระไนบนโต๊ะหนังสือขึ้นมาจิบเหล้าในแก้วหนึ่งคำเล็กๆ โดยไม่คิด เรื่องราวในอดีตไกลโพ้นที่ข้ามผ่านเวลามาเนิ่นนานทยอยปราฏขึ้นในห้วงความคิดทีละเรื่อง
หูฮวนเหลือบมองซิการ์ครึ่งมวนนั้นแล้วก็โยนมันลงไปในถังขยะด้านข้างพร้อมกันกับนิยายขายดีสมัยปีมะโว้พวกนั้น
ข้างๆ ซิการ์ครึ่งมวนมีซิการ์ที่เพิ่งเปิดซีลกล่องอยู่เต็มๆ หนึ่งกล่อง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องประหยัด ส่วนนิยายขายดีสมัยปีมะโว้พวกนั้น...ไม่เข้ากับอารมณ์ในตอนนี้ของเขาเอาเสียเลย เพราะฉะนั้นจึงโยนทิ้งไปเสียให้หมด
หูฮวนวางแก้วเหล้าลงแล้วสำรวจรอบด้านอย่างละเอียด
ที่แห่งนี้เป็นห้องขนาดใหญ่โตห้องหนึ่ง ผนังเป็นก้อนหินเขียววางซ้อนกันสูงมากกว่ายี่สิบเมตร ขนาดราวหกเจ็ดร้อยตารางเมตร ห้องแห่งนี้ไม่มีทางเข้าทางออก มันปิดตายสนิท
นอกจากโซฟาที่หูฮวนนั่งอยู่กับโต๊หนังสือตรงหน้า ภายในห้องก็มีแต่ชั้นหนังสือเรียงรายแน่นขนัด ผนังหินฝั่งหนึ่งมีหีบไม้สีดำเก่าคร่ำคร่าอยู่หกใบ หีบแต่ละใบล้วนมีแม่กุญแจทองเหลืองที่ดูเก่าแก่อย่างยิ่งล็อคไว้
ด้านข้างโต๊ะหนังสือมีพื้นที่พักผ่อนอยู่หย่อมหนึ่ง มันมีเตียงสี่เสาเหมือนในพระราชวังยุโรปโบราณอยู่หนึ่งหลังกับโซฟาหนังวัวสไตล์ยุคกลางอีกหนึ่งตัว แล้วก็เก้าอี้อ่านหนังสืออันงดงามวิจิตรอีกหลายตัว
มุมหนึ่งที่ถูกกั้นด้วยชั้นหนังสือกับบริเวณพักผ่อนหย่อนใจมีโต๊ะกลมขนาดใหญ่มหึมาอย่างยิ่งตัวหนึ่งตั้งอยู่ โต๊ะกลมตัวนี้กับโต๊ะหนังสือใช้ไม้ชนิดเดียวกัน แม้แต่สไตล์การออกแบบก็คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง พวกมันล้วนแฝงกลิ่นอายโบราณเรียบง่าย
หูฮวนทดลองเล็กน้อยก็พบว่าตัวเขาเดินไปมาได้แต่บริเวณโต๊ะหนังสือเท่านั้น พอออกห่างจากโต๊ะหนังสือหน่อยก็ถูกพลังล่องหนสายหนึ่งขัดขวาง ทำให้ออกห่างจากโต๊ะหนังสือไม่ได้จึงไม่อาจแตะต้องข้าวของสิ่งอื่นในถ้ำได้อีก
ที่นี่...ให้ความรู้สึกคุ้นเคยมากจริงๆ
หากเด็กวัยรุ่นในยุคหลังที่ได้อาบยาพิษของนิยายอินเตอร์เน็ตมาแล้วโผล่มาอยู่ในที่แห่งนี้ พวกเขาจะต้องนึกถึงมิติส่วนตัว ถ้ำเซียนพกพา คลังเก็บสมบัติอะไรทำนองนั้นในทันที แต่ตอนนี้ยังอยู่ในปีค.ศ. 1993 ต้องรออีกสี่ปี นิยายอินเตอร์เน็ตรุ่นบุกเบิกเรื่อง ‘ตำนานยอดบุรุษ’ ที่เขียนขึ้นก่อนเปิดให้อ่านครั้งแรกเป็นเวลาหนึ่งปีถึงจะได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณะในปีค.ศ. 1997
เพราะขาดสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุน สมองของหูฮวนจึงนึกคำนิยามล้ำสมัยเหล่านั้นออกมาไม่ได้
เขาอุทานอย่างตกตะลึง แต่หลังจากอุทานตกตะลึงจบ สมองก็ว่างเปล่าไปหมด
หูฮวนไม่กล้าเอ้อระเหยอยู่ในสถานที่แห่งนี้นาน เขานั่งอยู่เพียงครู่เดียวก็ท่อง ‘มนตร์’ ลึกลับประโยคนั้นอีกหน วินาทีต่อมาเขาก็กลับมาอยู่ในหอพักอีกครั้ง
หากไม่ใช่ว่าในปากของหูฮวนยังมีรสเหล้าอยู่ ส่วนในมือก็ยังมีการ์ดประหลาดสองใบนั้น เขาคงไม่เชื่อประสบการณ์มหัศจรรย์เมื่อครู่อย่างแน่นอน
หูฮวนเอื้อมมือไปลูบกระเป๋าเสื้อ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เปลือกหอยชิ้นนั้นหายไปแล้ว
เขาหาทั่วตัว หาบนเตียง หาใต้เตียงจนครบทุกที่ก็ยังไม่เห็นร่องรอยของเปลือกหอยประหลาด
เด็กหนุ่มกำลังคิดว่าจะค้นอย่างละเอียดอีกสักรอบ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงลู่อวิ๋นอวิ๋นดังขึ้นด้านนอก “หิวหรือยัง”
หูฮวนขานตอบคำหนึ่งก็รีบร้อนยัดการ์ดสองใบในมือไว้ใต้ผ้าห่ม จากนั้นเปิดประตูพร้อมกับหัวใจที่เต้นตึกตัก
ลู่อวิ๋นอวิ๋นยืนอยู่ด้านนอก เห็นหูฮวนเปิดประตูออกมาก็ส่งยิ้มให้ ตอนใบหน้าของเธอราบเรียบไร้อารมณ์ดูเสมือนหนึ่งเทพธิดาผู้มิใช่มนุษย์เดินดิน ทว่าเวลานี้เมื่อคลี่ยิ้มบาง กลับเหมือนหมู่มวลผกาหลากหลายสีแย้มกลีบท่ามกลางอากาศอบอุ่นยามวสันต์ หูฮวนราวกับถูกแสงตะวันยามเที่ยงวันสาดแสงเข้าใส่จนตาพร่า
“อันนี้ให้นาย!”
ลู่อวิ๋นอวิ๋นหยิบซาลาเปาเนื้อกลิ่นหอมฟุ้ง ร้อนควันฉุยห้าลูกออกมาจากด้านหลังราวกับเล่นมายากลก่อนจะส่งให้หูฮวน ยังไม่ทันรอหูฮวนเรียกสติกลับมาได้ ลู่อวิ๋นอวิ๋นก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างว่องไว ไม่พูดอะไรพร่ำเพรื่อแม้แต่ครึ่งประโยค
หูฮวนยัดซาลาเปาลูกหนึ่งเข้าปากทั้งที่ยังเหม่อลอยอยู่นิดๆ กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อกับน้ำซอสชุ่มฉ่ำระเบิดรสชาติใส่ต่อมรับรสในปากภายในชั่วพริบตา
“อร่อย! มีซาลาเปาเนื้อที่หอมขนาดนี้เชียว! ซาลาเปามากมายที่เคยกินก่อนหน้านี้กินเข้าไปเสียเปล่าแล้วจริงๆ!”
หูฮวนเขมือบซาลาเปาเนื้ออย่างตะกรุมตะกราม น้ำซอสหยดหนึ่งบังเอิญหยดลงบนปกเสื้อ เขายกมือขึ้นมาเช็ด จังหวะที่ก้มหน้าลงมาก็มองเห็นเส้นสีทองจางๆ วงหนึ่งอยู่บนหน้าอก
หูฮวนยกมือลูบหน้าอก ทันใดนั้นเปลือกหอยขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา
หูฮวนเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเขาเรียกเจ้าของชิ้นน้อยชิ้นนี้ออกมาจาก ‘ในร่างกาย’ ของตนเอง
พอเขาคลายมือออกเบาๆ เปลือยหอกใหญ่เท่าฝ่ามือชิ้นนี้ก็ผสานเข้าไปในหน้าอกอย่างเงียบเชียบ ทุกสิ่งเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่น้อย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
หูฮวนในตอนนี้ยังไม่รู้จักกระบวนการทำให้ ‘สมบัติยอมรับเจ้านาย’ เพราะว่าตอนนี้นักเขียนที่สร้างสรรค์องค์ประกอบคลาสสิคนี้ขึ้นมายังไม่ทันได้สร้างสรรค์นิยายเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต
แม้หูฮวนจะไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นและตัวเขาก็ไม่มีพลังจินตนาการมากพอจะคิดอะไรออก แต่จิตใจเขาก็มีแต่ความเบิกบานขณะที่ยัดซาลาเปาลูกที่สองเข้าปาก
เปลือกหอยขนาดเท่าฝ่ามือชิ้นนี้ดูเหมือนสมบัติในตำนานยิ่งนัก เขาไม่อยากทำมันหายไปหรอก
ไม่ถึงสองสามนาที ซาลาเปาเนื้อห้าลูกก็ถูกกินจนเกลี้ยง ในท้องของหูฮวนอุ่นร้อน ร่างกายของเด็กหนุ่มอัดแน่นด้วยพละกำลัง เขาหยิบการ์ดสองใบออกมาวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือแบบโบราณแล้วพินิจพิจารณาอย่างละเอียด