ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 9
ตอนที่ 8 นักเล่นเกมมือใหม่
หวังซงเพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินเสียงใสเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงนุ่มละมุนแต่เด็ดขาดไม่ยอมให้ตั้งคำถามเอ่ยขึ้นว่า “หลังจากนี้หูฮวนจะพักอยู่ที่ชั้นห้าด้วยกันกับฉัน ฉันขอหัวหน้าหลี่แล้ว หลังจากวันนี้ไปฉันจะเป็นพี่เลี้ยงของเขา”
“พี่อวิ๋นอวิ๋น!”
เยี่ยนเสี่ยวซีกับหวังซงต่างประหลาดใจอย่างยิ่ง คิดไม่ถึงว่าลู่อวิ๋นอวิ๋นที่เกลียดการเสวนากับผู้คน และมักจะไปไหนมาไหนคนเดียวตลอดจะเป็นฝ่ายขอรับผิดชอบเป็นพี่เลี้ยงเด็กใหม่ให้หูฮวนด้วยตัวเอง
หูฮวนยังคงสัมผัสถึงการปรากฏตัวของลู่อวิ๋นอวิ๋นไม่ได้เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงรู้สึกหวาดกลัวเด็กสาวสะสวยผู้ถักเปียสองข้าง สวมแว่นตากรอบดำและแต่งตัวเฉิ่มเชยคนนี้อยู่นิดๆ
เป็นความกลัวเหมือนเวลาพบเจอศัตรูตามธรรมชาติ
เขาเถียงเสียงเบา “ผมคิดว่าชั้นสามก็ออกจะดีนะ”
ลู่อวิ๋นอวิ๋นเอื้อมมือออกมาคว้าแขนหูฮวน แล้วเอ่ยบอกอย่างไม่ยอมให้เถียง “อยู่ห้องตรงข้ามฉันนั่นแหละ!”
ลู่อวิ๋นอวิ๋นลากหูฮวนอย่างสบายๆ ทีเดียว ร่างกายของเขาก็ไม่ฟังคำสั่งเจ้าของ เซถลาถูกลากขึ้นไปชั้นบน
เยี่ยนเสี่ยวซีกับหวังซงสบตากัน ทั้งสองคนรู้จักดูสถานการณ์จึงไม่ตามขึ้นไป แต่ละคนแยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง
หอพักประหลาดหลังนี้สร้างมาเป็นเวลาไม่น้อยแล้ว มันจึงไม่มีของอย่างเช่นลิฟต์แม้แต่ตัวเดียว ทั้งสองคนต้องปีนบันไดชั้นแล้วชั้นเล่าจนไปถึงชั้นที่ห้า
ชั้นหนึ่งเป็นลานฝึก ชั้นสองมีคนพักอยู่ห้าคน ชั้นสามกับชั้นสี่ว่างทั้งหมด แต่กลับยังคงสะอาดเรียบร้อย เห็นชัดว่ามีคนปัดกวาดทุกวัน
ชั้นหกกับชั้นเจ็ดก็ว่างเปล่าไม่มีใครอยู่เช่นเดียวกัน ลู่อวิ๋นอวิ๋นพักอยู่บนชั้นห้าเพียงคนเดียว เรื่องนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก
หูฮวนแอบลอบมองใบหน้าสะสวยไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มแต่ผิวใสนวลเนียน เครื่องหน้างดงามได้รูปหาที่ติไม่พบของลู่อวิ๋นอวิ๋น แล้วจู่ๆ เขาก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
พี่อวิ๋นอวิ๋นดูแล้วก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อคนและสัตว์ ทำไมฉันต้องกลัวเธอขนาดนี้ด้วย ดูเหมือนคนอื่นก็กลัวเธอยู่นิดๆ เหมือนกัน
“ห้องตรงมุมสี่มุมจะใหญ่ที่สุด ถ้านายชอบอยู่ห้องที่กว้างขวางสักหน่อยก็เลือกห้องตรงมุม ห้องที่เหลือเหมือนกันหมด ไม่มีอะไรต่างกัน”
หูฮวนถูกลู่อวิ๋นอวิ๋นลากไปถึงชั้นห้าก็เห็นว่าห้องที่มุมตะวันออกเฉียงใต้แขวนป้ายชื่อของลู่อวิ๋นอวิ๋นไว้ เขาชี้มุมตะวันตกเฉียงเหนืออย่างไม่ลังเล แล้วบอกว่า “ผมเลือกห้องนั้น”
ลู่อวิ๋นอวิ๋นจับแขนของหูฮวนไว้แน่น พาเขาไปถึงห้องพักห้องนั้นที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือ จากนั้นก็ผลักประตูห้องเข้าไปเบาๆ ห้องนี้ไม่ได้ลงกลอนไว้
หอพักห้องนี้กว้างขวางมาก มันกว้างถึงหกเจ็ดสิบตารางเมตร มีห้องน้ำในตัว มีเตียงเดี่ยวทำจากไม้สนหนึ่งหลัง มีโต๊ะเขียนหนังสือแบบโบราณหนึ่งตัว มีเก้าอี้ห้าหกตัวกับโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวหนึ่ง แล้วยังมีตู้ไม้สนที่ให้ความรู้สึกว่าเก่าแก่มากหลังหนึ่งด้วย บนตู้มีโทรทัศน์สีขนาดยี่สิบเอ็ดนิ้วอยู่อีกเครื่องหนึ่ง
ครอบครัวธรรมดาในยุคนี้หากมีบ้านหลังเล็กๆ ขนาดยี่สิบกว่าตรารางเมตรได้ก็นับว่าเป็นครอบครัวที่ฐานะไม่เลวอย่างยิ่งแล้ว ถึงจะเป็นครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกมากหน่อยก็ไม่แน่ว่าจะมีบ้านกว้างถึงหกเจ็ดสิบตารางเมตร
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงห้องเพียงห้องเดียวที่กว้างหกเจ็ดสิบตารางเมตร นี่ไม่อาจใช้คำว่ากว้างมาพรรณนาได้ เรียกว่า ‘โอ่โถง’ ได้แล้ว
กำแพงที่อยู่ติดกับด้านนอกสองฝั่งมีหน้าต่างกลมอยู่เจ็ดแปดบาน ด้านที่ติดกับข้างในอาคารหอพักก็มีหน้าต่างบานน้อยอยู่บานหนึ่ง เพียงแต่หน้าต่างเหล่านี้ล้วนปิดตายเอาไว้ ไม่มีหน้าต่างสักบานที่เปิดออกไปได้
เป็นหน้าต่างแบบที่ตั้งแต่ตอนสร้างก็ติดตั้งปิดตาย ไม่ได้ออกแบบมาให้เปิดออกไป
หูฮวนสังเกตเห็นความประหลาดของหน้าต่างเหล่านี้ทันที เขาเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างขึ้นมาบางเบา ทว่าเขาไม่มีเวลาขบคิดมากนักก็ถูกลู่อวิ๋นอวิ๋นขัดความคิดเสียก่อน
ลู่อวิ๋นอวิ๋นบอกเบาๆ ว่า “ในตู้มีฟูกกับผ้าห่มอยู่ หลายวันก่อนเพิ่งจะซักไป ค่อนข้างสะอาดพอสมควร วันนี้พักผ่อนก่อน วันพรุ่งนี้ฉันจะสอนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้ปลุกพลังให้นายฟัง”
หูฮวนพยักหน้าหงึกหงัก สายตาถูกโทรทัศน์ดึงไปตั้งนานแล้ว เขาวางเครื่องเกมในมือแล้วเริ่มแกะกล่องด้วยความตื่นเต้น
อีกราวยี่สิบกว่าปีหลังจากนี้ นักทำคลิปวีดีโอของช่องคลิปวีดีโอต่างๆ จะถ่ายทำคลิปการแกะกล่องสินค้านานาประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแกะกล่องสินค้าอิเล็กทรอนิคส์จนเป็นที่นิยมถึงขนาดมีแฟนคลับติดตามตั้งแต่หลายสิบ หลายแสนจนถึงหลายล้านคน แต่พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้แกะกล่องเครื่องเกมซูเปอร์แฟมิคอมของบริษัทนินเท็นโดในปี 93
แม้ยุคสมัยจะยังไม่เดินทางไปถึงตอนนั้น แต่ความสุขของการแกะกล่องสิ่งของก็ไม่ลดทอนลงแม้แต่น้อย
หูฮวนแกะเครื่องเกมกับแผ่นเกมออกมาจากกล่องเสร็จก็วางไว้ในห้องจนเต็มพื้น จู่ๆ เขาก็มีความรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นพิเศษ เป็นความสุขที่อิ่มเอิบไปทั้งตัวและหัวใจ
หูฮวนถูฝ่ามือ เดินวนดูโทรทัศน์อยู่หลายรอบ ตั้งใจว่าจะต่อเครื่องเกมที่เพิ่งได้รับมา แต่เขายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับของเล่นชิ้นนี้นัก ใช้เวลาสิบกว่านาทีเต็มๆ ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แค่นั่งมองสายไฟต่างๆ นานา หัวก็เหมือนจะบวมเสียแล้ว
ตอนที่หูฮวนแกะกล่อง ลู่อวิ๋นอวิ๋นเอาแต่มองดูเขาวุ่นวายอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ เธอไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งตอนนี้ถึงเอ่ยเสียงเบาขึ้นว่า “ฉันสอนนายเอง...”
หากเธอเอ่ยปากเร็วกว่านี้สักหน่อย หูฮวนอาจจะไม่มีความอดทนมากพอที่จะฟัง แต่ตอนนี้เขาตั้งอกตั้งใจฟังเสียยิ่งกว่าอยู่ในห้องเรียนเสียอีก เขาค่อยๆ ต่อเครื่องเกมกับโทรทัศน์ช้าๆ ตามคำบอกของลู่อวิ๋นอวิ๋น
เมื่อเขาต่อโทรทัศน์และเครื่องเกมกับปลั๊กจ่ายไฟได้สำเร็จ เห็นหน้าจอให้เลือกเกมปรากฏขึ้นมา เขาก็เบิกบานใจเป็นที่สุด ร้องเสียงดังด้วยความดีใจ
ลู่อวิ๋นอวิ๋นยิ้มน้อยๆ ดูราวกับบุปผาหายากที่แย้มกลีบบาน งดงามจนอาจเอื้อมขันแข่งกับแสงตะวันยามรุ่งอรุณ ทว่าหูฮวนไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองสักหน ความสนใจทั้งหมดของเขาถูกหน้าจอเกมดึงดูดไปหมดแล้ว!
ตัวเธอเองก็ไม่สนใจ พอเห็นเด็กชายดีใจเริงร่าเริ่มเล่นเกม เธอก็ยกมือขึ้นมาปิดปากจิ้มลิ้มของตนเองแล้วถอยออกมาจากห้องอย่างเงียบๆ
หูฮวนไม่สนใจว่าจะได้กลับบ้านหรือไม่ เขากลับไปก็ไม่มีความหมายอะไร
พ่อไม่รู้ว่าไปสุมหัวทำอะไรไม่ดีอยู่ที่ไหน ส่วนแม่ก็คงออกไปเล่นไพ่นกกระจอกข้ามคืนกับคนอื่น ที่นี่มีเครื่องเกมให้เล่น นั่นย่อมเท่ากับเป็นสวรรค์บนโลกมนุษย์แล้ว
หูฮวนทำหน้าอิ่มอกอิ่มใจ เล่นเกมไปสองชั่วโมงกว่าเต็มๆ แม้ว่าเกมในยุคสมัยนี้ ภาพหน้าจอจะหยาบ แต่ความสนุกของตัวเกมไม่มีข้อให้ติ ทั่วทั้งโลกมีนักเล่นเกมไม่รู้เท่าไรหลงใหลในตัวพวกมันจนผลาญชีวิตวัยเยาว์ไปอย่างไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นเองความเจ็บปวดรุนแรงก็พุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่มีลางบอก พร้อมกับภาพความทรงจำกระจัดกระจายนับไม่ถ้วนที่ผุดขึ้นมา ความทรงจำประหลาดพิสดารนานาประการหลั่งไหลเข้ามาในสมอง ความทรมานราวกับถูกใช้เครื่องลงทัณฑ์ทำให้คนเจ็บปวดจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่
หูฮวนโยนจอยเครื่องเกมทิ้งแล้วฟุบตัวลงบนเตียง เขาซุกหน้าอยู่กับผ้านวมแล้วคำรามออกมาเบาๆ
ความเจ็บปวดรุนแรงหนนี้มาเยี่ยมเยือนอย่างรวดเร็ว เสร็จแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นสิบกว่าวินาที หูฮวนก็มีเหงื่อเย็นไหลชุ่มทั่วร่าง คล้ายกับเพิ่งถูกอุ้มตัวออกมาจากโอ่งน้ำ
หลังจากอดทนกับความเจ็บปวดสาหัสอันคุ้นเคยจนจบ หูฮวนก็หอบหายใจอยู่พักหนึ่ง เขาเอื้อมมือสั่นเทาไปหยิบเปลือกหอยแสนสวยชิ้นนั้นในกระเป๋าเสื้อออกมาประคองไว้แล้วเหม่อลอยนิ่งงัน
หนนี้ความทรงจำที่ผุดขึ้นมาในสมองอย่างไร้เหตุผลก็ยังคงกระจัดกระจายเฉกเช่นเดิม มีเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนเดียวที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และมันเกี่ยวข้องกับของชิ้นน้อยชิ้นนี้ ความทรงจำนั่นก็คือ ‘มนตร์’ ลึกลับบทหนึ่ง
ตอนนี้เรียกว่ามนตร์ไปก่อนก็แล้วกัน!
หูฮวนถือเปลือกหอยที่ความเป็นมามหัศจรรย์พันลึกชิ้นนี้ขึ้นมา เขาอดทนต่อความสงสัยใคร่รู้ไม่ไหวจึงท่องมนตร์ออกมาเบาๆ
ถ้อยคำชุดนี้ออกเสียงประหลาด ผิดแผกจากหลักภาษาปกติยิ่งนัก ต่อให้เป็นผู้ประกาศข่าวจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีนก็ไม่แน่ว่าจะอ่านออกมาได้คล่อง แต่เขากลับท่องมันออกมาได้อย่างลื่นไหลไม่ติดขัดแต่อย่างใด
วินาทีต่อมา ร่างกายของหูฮวนก็รู้สึกราวกับอยู่ในห้วงฝัน อยู่ในภาพลวงตา เสมือนกลายเป็นเงา เป็นหยาดน้ำค้าง เป็นสายอสนีบาต...สลายหายไปกลายเป็นความว่างเปล่า!