ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 8

#8ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ตอนที่ 7 พี่เลี้ยงของเด็กใหม่

ลู่อวิ๋นอวิ๋นมีบรรยากาศรอบตัวแบบที่ไม่ยอมให้คนเข้าใกล้ หูฮวนจึงคร้านจะเข้าไปทำความรู้จักให้โดนเมินกลับมา เขากระซิบบอกเยี่ยนเสี่ยวซีเบาๆ “ผมอยากกลับบ้านแล้ว”

เยี่ยนเสี่ยวซีคิดครู่หนึ่งก็บอกว่า “ฉันจะเรียกคนไปส่งนายกลับ แล้วจะได้บอกพ่อกับแม่ของนายด้วย”

หูฮวนกำลังจะบอกว่าไม่ต้อง ก็เห็นหลี่เหยียนจงผลุนผลันเดินเข้ามา ด้านหลังมีผู้ชายวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งเดินตามมาพลางเช็ดเหงื่อไม่หยุด เขาตะโกนเรียก “หัวหน้าหลี่ รอผมก่อน”

หลี่เหยียนจงยกมือชี้หูฮวน แล้วบอกผู้ชายวัยกลางคนร่างอ้วนท้วนคนนั้นว่า “วันพรุ่งนี้ย้ายโรงเรียน แล้วก็ย้ายทะเบียนบ้านของเขามาด้วย”

หูฮวนแย้งว่า “คุณบอกว่าผมเรียนที่เดิมได้ไม่ใช่หรือครับ”

หูฮวนเป็นเพียงนักเรียนมัธยมต้น เขาเจอผู้ใหญ่มากมายขนาดนี้ก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่นิดๆ ความจริงเขาอยากจะปฏิเสธเรื่องนี้มากกว่า แต่ก้นบึ้งหัวใจของเด็กหนุ่มเหมือนจะเข้าใจดีว่าตนน่าจะปฏิเสธไม่ได้

หลี่เหยียนจงยิ้มจนตาหยีบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นให้ชื่อเขาอยู่ที่โรงเรียนเดิมก็ได้ แต่ทะเบียนบ้านต้องย้าย...”

หลี่เหยียนจงยิ้มตาหยีบอกหูฮวนว่า “เธอไม่ต้องกังวลใจเรื่องพวกนี้ พวกเราจะช่วยเธอจัดการให้เรียบร้อยเอง”

ชายอ้วนวัยกลางคนปาดเหงื่อ ก่อนหน้านี้เขาหาจังหวะพูดแทรกไม่ได้เลย ตอนนี้ในที่สุดก็หาโอกาสได้แล้ว เขาเรียกเสียงเบา “หัวหน้าหลี่! ผมสืบภูมิหลังครอบครัวของเด็กคนนี้มาแล้ว พ่อของเขาเปิดบ่อนเถื่อน ส่วนแม่เป็นคนไม่ทำงานทำ...”

เขาเหลือบมองหูฮวนแวบหนึ่ง แล้วเปลี่ยนเป็นคำที่เบาลงมาหน่อย “เป็นคนว่างงานคนหนึ่ง!”

หลี่เหยียนจงเข้าใจทันที เขาใคร่ครวญครู่หนึ่งก็บอกเสียงเบาว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องให้หูฮวนกลับไปแล้ว เรื่องติดต่อครอบครัวของเขาให้สถานีตำรวจในท้องถิ่นออกหน้าก็แล้วกัน”

“ส่วนเรื่องโรงเรียนกับทะเบียนบ้าน คงต้องรบกวนหัวหน้าเฉิน”

ชายอ้วนวัยกลางคนเช็ดเหงื่อที่ท่วมใบหน้าพลางยิ้มกระอักกระอ่วน “ไม่รบกวนๆ วันพรุ่งนี้ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยตั้งแต่เช้า”

หูฮวนได้ยินก็ร้อนใจ ตะโกนว่า “ผมอยากกลับบ้าน! ให้ผมกลับบ้าน”

หลี่เหยียนจงยิ้มน้อยๆ ตอบกลับมาว่า “ถ้าเธอไม่กลับบ้าน ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจยกเครื่องเล่นเกมให้เธอเครื่องหนึ่ง”

“เครื่องเล่นเกม? ...ถ้าอย่างนั้นผมไม่มีปัญหาแล้ว”

หลี่เหยียนจงยิ้ม หันไปบอกเยี่ยนเสี่ยวซี “พาหูฮวนไปหอพัก จัดห้องให้อยู่ข้างห้องเธอก็แล้วกัน”

หูฮวนประหม่าเล็กน้อย ถามเสียงเบาว่า “หลังจากนี้ผมจะกลับบ้านไม่ได้แล้วเหรอ”

หลี่เหยียนจงหัวเราะฮ่าๆ ตอบว่า “ไม่มีใครจำกัดอิสระของเธอหรอก พวกเราเพียงแต่ป้องกันเอาไว้ก่อนก็เท่านั้น พวกเราไม่อยากจะมีเรื่องขัดแย้งกับครอบครัวของเธอ”

เยี่ยนเสี่ยวซีวางมือบนบ่าหูฮวน แล้วบอกเบาๆ ว่า “พวกเราไปรับเครื่องเกมกันก่อน”

ประโยคนี้ได้ผลยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด หูฮวนโยนความสงสัยมากมายทิ้งออกจากสมอง เขาถูกเยี่ยนเสี่ยวซีดันไหล่เบาๆ ก่อนจะเดินตามเธอออกจากโรงอาหารไปด้วยกัน

หลี่เหยียนจงนวดหว่างคิ้ว ถามหัวหน้าเฉินคนนั้นอีกสองสามประโยคก็พรูลมหายใจเอ่ยขึ้นว่า “คิดไม่ถึงว่าเด็กคนนี้เกิดมาในครอบครัวแบบนี้แล้วยังขยันเรียนได้อีก ไม่ง่ายเลยจริงๆ”

หัวหน้าเฉินไม่กล้าพูดมาก ทำได้แต่ยิ้มกระอักกระอ่วนพร้อมพยักหน้าตาม ตอบว่า “เด็กคนนี้ใช้ชีวิตมาไม่ง่ายจริงๆ ดูเป็นเด็กมีแววน่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คนหนึ่ง”

ลู่อวิ๋นอวิ๋นยกถาดอาหารเดินเข้ามาบอกหลี่เหยียนจงว่า “หัวหน้าหลี่ ฉันอยากดูแลเด็กคนนี้”

หลี่เหยียนจงประหลาดใจเล็กน้อย ถามขึ้นมาว่า “ทำไมจู่ๆ เธอถึงอยากจะเป็นพี่เลี้ยงของเด็กใหม่ล่ะ แต่ก็ดี กูร์เมต์กับโร้กเป็นคู่ที่เข้ากันที่สุด ถ้าอย่างนั้นก็ยกหูฮวนให้เธอแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะกลับไปบอกเสี่ยวซี เธอน่าจะไม่มีความเห็นอะไร”

แม้ในปี 93 เกมเพลย์สเตชั่นรุ่นแรกจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ในตลาดภายในประเทศยังหาซื้อไม่ได้ สิ่งที่หูฮวนได้รับคือเครื่องเกมซูเปอร์แฟมิคอม[footnoteRef:1]ที่บริษัทนินเท็นโดผลิตหนึ่งเครื่องพร้อมกับแผ่นเกมสิบกว่าแผ่น [1: เครื่องเกมซูเปอร์แฟมิคอม (Super Famicom) (SFC) หรือมีอีกชื่อหนึ่งในตลาดยุโรปอมริกาว่าซุปเปอร์ นินเท็นโด เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซิสเต็ม (Super Nintendo Entertainment System) (SNES) เป็นเครื่องเกมรุ่นที่สองของนินเท็นโดและเป็นเครื่องเกมคอนโซลที่ขายดีที่สุดในยุคไมโครคอมพิวเตอร์แบบ 16 บิต หรือช่วงประมาณต้นยุค 80]

หวังซงที่เดินตามมาเงียบๆ ทำหน้าอิจฉา “นี่มันเครื่องเกมซูเปอร์แฟมิคอมรุ่นใหม่ล่าสุดนี่! เครื่องที่ฉันได้เป็นของอาตาริ[footnoteRef:2]ที่ออกมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เกมไม่สนุกสักนิด” [2: บริษัทอาตาริ (Atari Inc.) ป็นบริษัทผลิตเครื่องเล่นวิดีโอเกมของสหรัฐอเมริกา ที่มียอดขายหลายล้านเครื่องในช่วงปลายทศวรรษ 1970]

เยี่ยนเสี่ยวซีหันกลับมาสวนว่า “นายก็ยังเล่นอยู่วันละอย่างน้อยสิบกว่าชั่วโมงไม่ใช่หรือไง”

หวังซงเถียง “ใช่ที่ไหน อย่างมากที่สุดผมก็เล่นเจ็ดแปดชั่วโมงเท่านั้น แต่ละวันยังต้องฝึกซ้อมอีก”

ตอนนี้หูฮวนคิดแต่อยากจะหาสถานที่สักแห่งเล่นเกมให้สาแก่ใจ ปกติเขาไม่มีโอกาสได้แตะเครื่องใช้ไฟฟ้า ‘ชั้นสูง’ แบบนี้แม้แต่น้อย

เด็กหนุ่มในวัยนี้ทุกคนล้วนคลั่งไคล้เครื่องเล่นเกมอย่างไม่ธรรมดา

แม้กระทั่งอีกหลายสิบปีให้หลัง ในร้านอินเตอร์เน็ตร้านหนึ่งก็ยังมีผู้หญิงตั้งคำถามอย่างฉงนว่า “ทำไมในสายตาแฟน เวลาอยู่กับเกมถึงสนุกกว่าอยู่กับฉัน”

เยี่ยนเสี่ยวซีไม่สนใจหวังซงอีก เธอพาหูฮวนมาถึงอาคารเจ็ดชั้นที่อยู่ด้านหลังสุดของคฤหาสน์แห่งนี้

อาคารหลังนี้ดูเหมือนป้อมปืนมากกว่าอาคารธรรมดา โครงสร้างทำจากเหล็กกับคอนกรีต ไม่มีการทาสีผนัง หน้าต่างเล็กจิ๋วเป็นหน้าต่างบานน้อยรูปวงกลมทั้งหมด

“ที่นี่เหมือนคุกไหมล่ะ” หวังซงทำหน้าลึกลับพูดขึ้นมาหนึ่งประโยค

หูฮวนพยักหน้าตอบ “เหมือนมาก!”

หูฮวนรู้สึกจริงๆ ว่าอาคารเก่าหลังนี้ดูเหมือนคุกอยู่นิดๆ ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นว่าคุกเป็นอย่างไรก็ตาม

เยี่ยนเสี่ยวซีเอ็ดทันที “อย่ามาพูดเหลวไหล ด้านในนี้คือหอพักของพวกเรา นับรวมนายด้วย ตอนนี้ก็มีคนอาศัยอยู่เจ็ดคน หลังจากนี้พวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมทีมกันแล้ว มีเรื่องอะไรก็มาหาฉันได้ หรือจะไปหาพี่ลู่ก็ได้! หวังซง นายอย่าสอนเสี่ยวหูให้นิสัยเสีย ถ้าพูดจาเหลวไหลอีก ฉันจะรายงานเบื้องบนให้ขังนายในห้องขังเดี่ยวสักสองสามวันจริงๆ”

หวังซงหัวเราะหึๆ ไม่สนใจคำขู่ของเธอแม้แต่น้อย

เห็นชัดว่าเยี่ยนเสี่ยวซีไม่คิดจะไปรายงานอะไรจริงๆ เธอพาหูฮวนเข้าไปในอาคารหลังใหญ่หน้าตามีเอกลักษณ์หลังนี้

หอพักหลังนี้เป็นทรงสี่เหลี่ยม ห้องด้านในเรียงวนรอบตัวอาคาร ตรงกลางอาคารเป็นที่ว่างทะลุไปถึงช่องแสงบนหลังคา บนหลังคามีแผ่นกระจกใสปิดอยู่ แสงดีกว่าด้านนอกอยู่มาก

เยี่ยนเสี่ยวซีแนะนำว่า “ชั้นหนึ่งของที่นี่คือลานฝึก นอกจากพี่อวิ๋นอวิ๋น พวกเราล้วนพักกันอยู่ที่ชั้นสอง นายก็เลือกสักห้องที่ชั้นสองเถอะ!”

หูฮวนรู้สึกว่าตรงไหนผิดปกติสักอย่าง จึงกระซิบถามเบาๆ “ผมต้องเลือกจริงเหรอ ผมต้องอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ ใช่ไหม”

เยี่ยนเสี่ยวซีถอนหายใจ บอกว่า “ผู้ปลุกพลังทุกคนต้องถูกรัฐบาลรับเข้ามาดูแล ไม่เข้าร่วมกับกองพลมังกรเร้น ก็ต้องถูกศูนย์วิจัยคุนหลุนเรียกตัวไป แต่สวัสดิการของที่โน่นจะซับซ้อนอยู่สักหน่อย ผู้ปลุกพลังส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นตัวทดลอง”

หวังซงอดไม่ไหว เอ่ยแทรกขึ้นมา “คนที่เชื่อฟังเข้ากองพลมังกรเร้นทำงานให้ประเทศชาติ ส่วนตัวปัญหาที่ไม่เชื่อฟังถูกส่งไปศูนย์วิจัยคุนหลุนถวายตัวเองเพื่อการวิจัย พูดแบบนี้นายเข้าใจหรือยังล่ะ”

หายากที่เยี่ยนเสี่ยวซีจะไม่ขัดเจ้าหมอนี่ เห็นชัดว่าเธอไม่คิดจะแย้งคำพูดหนนี้ของหวังซง

“คนที่ไม่เชื่อฟังจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เอาไปวิจัยเหรอ”

ในยุคนี้กระแสนิยมเรื่องเอเลี่ยนกับกำลังภายในเพิ่งจะผ่านพ้นไปไม่นาน ยังพอมีกลิ่นอายของช่วงปลายเทรนด์อยู่ คำพูดทำนองว่าจับหั่นเป็นชิ้นๆ ไปวิจัย แม้แต่เด็กนักเรียนมัธยมต้นอย่างหูฮวนก็เคยได้ยินมาอยู่เหมือนกัน

หัวใจเขาหวาดผวา ไม่กล้าพูดต่อแล้ว

ห้าห้องของฝั่งซ้ายบนชั้นสองมีป้ายชื่อแขวนเอาไว้ นอกจากเยี่ยนเสี่ยวซี หวังซงแล้วก็ยังมีอีกสามชื่อ วั่นหย่ง สวีเช่อ กงเสวี่ย

หูฮวนลังเลครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ “ผมอยากเปลี่ยนชั้น!”

เยี่ยนเสี่ยวซีประหลาดใจเล็กน้อย เธอเกลี้ยกล่อมว่า “ถ้าทุกคนอยู่ชั้นเดียวกันจะได้ดูแลกันได้สะดวกหน่อยไงล่ะ”

หวังซงแทรกขึ้นมาอีกประโยค “นั่นสิ ทั้งชั้นมีนายอยู่คนเดียวเหงาตายชัก!”

devc-75d0bbbd-32992ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 8