ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 15

#15ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ตอนที่ 14 หนึ่งหมัดต่อยคลื่นลมปราณ หนึ่งเท้าเตะทลายห้วงธารา

“ได้ยินว่าผู้หมู่เจ็ดเพิ่งถูกแฟนทิ้ง หงุดหงิดไม่มีที่ระบายอยู่พอดี เจ้าหนูคนนี้ต้องเข้าห้องพยาบาลแน่”

“ไม่เป็นไร ดีเลวก็เป็นผู้ปลุกพลัง คงไม่ตาย ไม่พิการ”

“อ่อนแอขนาดนี้ ยังต้องให้พวกเราทั้งกลุ่มรุมอัดเขาอีกเหรอ”

“ผู้หมู่เจ็ดคนเดียวก็จัดการเขาหมดสภาพได้แล้ว”

“ยังเป็นเด็กคนหนึ่งอยู่เลย พวกนายต้องโหดร้ายขนาดนั้นด้วยเหรอ”

หูฮวนเจ็บไปหมดทั้งตัว เมื่อครู่ตอนเขาถูกเหวี่ยงลงมาบนพื้น หัวของวานรยักษ์ขนเหลืองก็ปรากฏออกมาเป็นเงาเลือนรางนอกร่าง ช่วยเขาลดแรงปะทะไปเจ็ดถึงแปดส่วน

แต่ถึงเม้จะเป็นเช่นนี้ หูฮวนก็เกือบจะลุกไม่ขึ้น

“ทุ่มผมทำไมเนี่ย”

“นี่เป็นคำสั่ง พวกเราเป็นทหาร! คำสั่งทหารหนักแน่นเท่าขุนเขา เข้าใจก็ต้องทำตาม ไม่เข้าใจก็ต้องทำตาม เจ้าหนู! เตรียมตัวพร้อมถูกอัดจนเป็นเนื้อบดแล้วหรือยัง”

ผู้หมู่เจ็ดกางขาสองข้างออกย่อตัวลงเล็กน้อย กลิ่นอายดุดันคล้ายพยัคฆ์ร้ายระเบิดออกมาจากร่าง

ชั่วพริบตานั้นหูฮวนรู้สึกเหมือนตนเองอยู่ในพงไพรบนภูเขารกร้างแล้วกำลังเผชิญหน้ากับเสือโคร่งไซบีเรียที่โตมาในป่า

หูฮวนเข้าใจแทบจะในพริบตาว่าผู้หมู่เจ็ดคนนี้กะจะเล่นงานเอาให้ถึงตายจริงๆ เขาดีดตัวลุกขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณ จากนั้นตัดสินใจว่าลงมือก่อนได้เปรียบ

ผู้หมู่เจ็ดเห็นหูฮวนพุ่งเข้ามาก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ เขาเปิดปากพูดท่าทางสบายๆ “เหมือนจะเคยฝึกมาอยู่บ้างสินะ! ถ้าอย่างนั้นฉันจะได้วางใจ หนนี้ไม่ออมมือแล้ว”

ผู้หมู่เจ็ดใช้กระบวนท่าธรรมดาๆ เพียงหนึ่งกระบวนท่าไหลไปตามแรง ทันใดนั้นหูฮวนก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรงทั้งตัวที่ใส่เข้าไปพลันสลายหายไปหมดสิ้น กระบวนท่าที่ทุ่มออกมาสุดกำลังเบี่ยงออกด้านข้างอย่างไม่รู้สาเหตุ ทั้งร่างจึงกลิ้งออกไปอย่างยั้งไม่อยู่ สภาพน่าอเนจอนาถยิ่งนัก

หูฮวนพลิกตัวกระโดดลุกขึ้นยืน แต่เขาไม่กล้าวู่วามลงมืออีก

ผู้หมู่เจ็ดไพล่สองมือไว้ด้านหลัง ยิ้มน้อยๆ บอกว่า “คิดว่าตัวเองเป็นผู้ปลุกพลังด้านร่างกาย มีพละกำลังมากมายมหาศาลแล้วจะทำให้ฉันเสียท่าตรงๆ ได้อย่างนั้นสินะ”

หูฮวนพยักหน้าอย่างซื่อๆ เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ ค่าปลุกพลังหกสิบห้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ พละกำลังย่อมเพิ่มพรวดขึ้นมากเช่นกัน เขาคิดไม่ถึงอย่างสิ้นเชิงว่าผู้อื่นจะใช้กระบวนท่าไหลตามแรงอันเรียบง่ายกระบวนท่าเดียวตอบโต้ ต่อให้ตัวเองมีพละกำลังก็ยากจะใช้ให้เกิดผล จนถูกอีกฝ่ายหยอกเล่นเหมือนเด็กน้อย

ผู้หมู่เจ็ดไม่ให้โอกาสเขาคิดนานนัก เอ่ยเรียบๆ ขึ้นมาว่า “ครูฝึกไม่ได้ให้พวกเราสู้ทีละคน ทุกคนลุยพร้อมกันเลยเถอะ”

พลทหารสามสิบกว่านายมองกันไปมองกันมา จากนั้นก็โห่ร้องพร้อมกันแล้วเข้ากลุ้มรุม

พลทหารแห่งกองพลมังกรเร้นตะโกนโหวกเหวกไม่หยุด “เจ้าหนูนี่ร่างกายแข็งมาก ทุกคนเล่นงานตรงจุดสำคัญ จุดอื่นต่อยตีไม่กระเทือน”

“ร่วมมือกัน ร่วมมือกัน! พวกเราจะสู้มั่วซั่วไม่ได้”

“พยายามเข้า พยายามอีกหน่อย!”

ต่อให้หูฮวนมีมืออยู่รอบตัวก็ป้องกันพลทหารชั้นยอดจำนวนมากขนาดนี้ไม่ไหว ชั่วขณะหนึ่งทั่วทั้งตัวเขาต้องรับหมัดเท้าไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร จมูกเขียวหน้าบวมในพริบตา

หลัวซื่อไห่เดินเอื่อยเฉื่อยมาจนถึงข้างตัวผู้หมู่เจ็ดแล้วถามเสียงเบาว่า “มือรู้สึกเป็นยังไงบ้าง”

ผู้หมู่เจ็ดตอบเสียงสั่นเล็กน้อย “พละกำลังเยอะมากทีเดียว สองแขนผมชาไปหมดแล้ว อาการคงไม่ทุเลาในเวลาสั้นๆ”

หลัวซื่อไห่ยิ้ม “รู้อยู่แล้วเชียวว่านายไม่ลงมือ ต้องเป็นเพราะมีปัญหาแน่ ไม่อย่างนั้นจะให้โอกาสเจ้าพวกนี้ได้ยังไงกัน!”

ผู้หมู่เจ็ดตอบเสียงเบา “วรยุทธ์ที่ผมฝึกฝนมา ถึงจะพูดไม่ได้ว่าเก่งกาจถึงขนาดสู้กับเสือร้ายได้ แต่ก็ล้มควายอายุสิบกว่าปีที่บ้านได้ เมื่อครู่โชคดีที่ผมใช้วิชาฝ่ามือปัดป้อง หากรับเข้าไปตรงๆ ตอนนี้น่ากลัวว่ากระดูกคงหักไปแล้ว พละกำลังของเด็กหนุ่มคนนี้มากมายไม่ธรรมดา ไม่ใช่พละกำลังในระดับที่ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาจะใช้ออกมาได้เลย”

หลัวซื่อไห่ยิ้มน้อยๆ ตอบว่า “ก็เป็นผู้ปลุกพลังด้านร่างกายนี่นะ!”

ผู้หมู่เจ็ดถอนหายใจหนหนึ่งแล้วพูดขึ้นมาว่า “ผมใช้โอกาสสามหนไปหมดแล้ว ปีหน้าก็คงต้องย้ายกลับบ้าน”

หลัวซื่อไห่ไม่ตอบอะไร แม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับกฎที่ว่า ‘พลทหารกองพลมังกรเร้นที่ปลุกพลังไม่สำเร็จจะต้องย้ายหน่วยประจำการ’ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ลอบถอนใจ คนพวกนี้เป็นหัวกะทิทั้งนั้นเชียวนะ! ปล่อยให้ย้ายหน่วยประจำการกลับไปที่อื่น ทำงานแบบคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง น่าเสียดายเกินไปแล้วจริงๆ

ทั้งสองคนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ชมการต่อสู้ หลัวซื่อไห่ดูไปพักหนึ่งก็เผยรอยยิ้มประหลาด ผู้หมู่เจ็ดอดไม่ได้พูดขึ้นมาว่า “เจ้าเด็กพวกนั้นก็ดูเหมือนจะรู้สึกถึงความผิดปกติแล้ว”

หูฮวนถูกซ้อมจนสภาพอนาถอย่างยิ่ง เขาโซเซอยู่ท่ามกลางวงล้อมของพลทหารระดับหัวกะทิแห่งกองพลมังกรเร้นสามสิบกว่าคน แต่กลับไม่ยอมล้มลง ผิดจากที่ผู้คนคาดยิ่งนัก

พลทหารดวงตาสีดำสนิท รูปร่างกลางๆ คนหนึ่งจู่ๆ ก็สูดลมหายใจลึกหนึ่งเฮือก หน้าอกพองขึ้นกว่าเดิมเกือบจะหนึ่งเท่า จากนั้นหุบแขนตั้งการ์ดใช้ลำตัวกระแทกร่างของหูฮวน

แม้แต่ผู้หมู่เจ็ดก็อุทานออกมาอย่างห้ามตนเองไม่ได้ “กระบวนท่าภูผาเหล็กของเหล่าจาง ทรงพลังขึ้นอีกแล้ว”

หูฮวนถูกชนจนเซถลา ในที่สุดก็หยัดยืนต่อไม่ไหว ฟุบลงไปบนพื้น

พลทหารหลายสิบคนโถมเข้าใส่พร้อมกัน หมัดต่อยเท้าเตะ หูฮวนรับการโจมตีมากมายถึงขนาดนี้ เขาถูกเล่นงานจนสมองมึนงงตั้งนานแล้ว ตอนนั้นเอง กระแสปราณอันใสสะอาดและเย็นฉ่ำในร่างก็ระเบิดออกมา

ทันใดนั้นหัวของวานรยักษ์ขนเหลืองก็ปรากฏขึ้น พลังมหาศาลทะลักออกมาจากร่างของเขาดีดพลทหารเจ็ดแปดนายจนกระเด็นออกไป

หูฮวนลุกขื้นยืนโซเซแล้วคำรามออกมาเบาๆ เสียงที่ดังออกมาไม่เหมือนเสียงคนแต่เหมือนเสียงสัตว์ป่า

หลัวซื่อไห่เองก็คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ เขามีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที ตวาดว่า “หยุด!”

พลทหารของกองพลมังกรเร้นได้ยินคำสั่งก็ถอยออกมาทันที ผู้หมู่เจ็ดเห็นท่าไม่ดีจึงก้าวเท้าออกมาข้างหน้า กระโดดเตะยางล้อรถที่ใช้ในการฝึกซ้อมบนลานฝึกลอยขึ้นมา

หูฮวนพลิกฝ่ามือตบล้อรถที่ลอยเข้ามาอย่าจัง ปึ้ก! เสียงทึบหนักดังขึ้นหนึ่งหน เขาส่งยางล้อรถที่หนักหลายสิบกิโลกกรัมลอยห่างออกไปยี่สิบสามสิบเมตร

พลทหารแห่งกองพลมังกรเร้นทั้งหลายที่ประจักษ์ภาพนี้ต่างตกตะลึง

ยังดีที่ทุกคนล้วนเป็นพลทหารที่ฝึกฝนมาอย่างเคร่งครัด พวกเขาแยกออกไปสี่ฝั่ง ทำให้ชั่วขณะนั้นหูฮวนหาคนมาระบายโทสะไม่ได้

เขาโคลงหัว สะบัดตัวแล้วส่งเสียงคำรามต่ำ

หลัวซื่อไห่ทราบว่าผิดปติแล้ว เขาก้าวออกมาก้าวหนึ่ง ทันใดนั้นทั้งร่างก็หายวับไป

เพียงพริบตาเดียว หลัวซื่อไห่ก็ปราฏตัวด้านหลังหูฮวนแล้วเอื้อมมือออกมาจับ ตั้งใจจะหยุดเด็กหนุ่มคนนี้

ทว่ามือของเขาเพิ่งจะแตะถูกเอวของหูฮวน จู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่าพละกำลังสายหนึ่งกำลังพุ่งโถมเข้ามาใส่ เขารีบร้อนชักมือกลับมาแล้วเหวี่ยงตัวหลบ จากนั้นก็หายตัวไปอีกหน

กำปั้นข้างหนึ่งต่อยถูกความว่างเปล่า แต่กลับเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น

ผู้หมู่เจ็ดร้องตะโกนอย่างห้ามตนเองไม่ได้ “เจ้าเด็กนี่สุดยอด! เขาใช้ ‘คลื่นลมปราณ’ ได้แล้ว”

หนึ่งหมัดต่อยคลื่นลมปราณ หนึ่งเท้าเตะทลายห้วงธารา!

หากเป็นยุคก่อนหน้าก่อตั้งสาธารณรัฐ ผู้ฝึกยุทธ์ที่ฝึกฝนจนมี ‘คลื่นลมปราณ’ ย่อมเป็นระดับปรมาจารย์แห่งยุคที่มีจำนวนเพียงน้อยนิด ต่อให้อยู่ในกองทัพขนาดใหญ่กองใดก็ล้วนถูกแต่งตั้งเป็นคนยศสูง

สิ่งนี้ลี้ลับยิ่งนัก หากถูกผู้ฝึกยุทธ์ใช้คลื่นลมปราณโจมตีอย่างจังๆ ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บ อาจถึงขั้นร่างกายทะลุเป็นรู แต่หากพูดถึงประโยชน์ในการสู้รบจริงกลับไม่เห็นประโยชน์สักเท่าไร เพราะอย่างไรศัตรูย่อมไม่ใช่หุ่นไม้ที่เปิดโอกาสให้อัดคลื่นลมปราณใส่ได้

หลัวซื่อไห่ปรากฏตัวอีกครั้งห่างไปหลายสิบเมตร ใบหน้าเขาเป็นสีเขียวคล้ำ ตวาดเสียงดังว่า “ไปเอาปืนยาสลบมา!”

ผู้หมู่เจ็ดกับ ‘เหล่าจาง’ ที่เพิ่งโจมตีหูฮวนจนล้มเมื่อครู่คำรามเตือนพลทหารใต้สังกัดบ้าง “อย่าปล่อยให้เจ้าหนูคนนี้เข้าประชิดตัว”

“เขาเป็นผู้ปลุกพลังด้านร่างกาย ห้ามให้เขาเข้าใกล้เด็ดขาด”

devc-c2311ff9-33047ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 15