ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 16

#16ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ตอนที่ 15 แพรหนึ่งชุ่นหนึ่งตำลึงทอง

หลังจากหูฮวนฟาดล้อรถจนกระเด็น แล้วต่อยหนึ่งหมัดที่เกือบจะทำครูฝึกหลัวซื่อไห่สิ้นชื่อ หน้าอกของเขาก็อุ่นร้อนขึ้นมานิดๆ เปลือกหอยลึกลับชิ้นนั้นเปล่งแสงออกมา เส้นสีทองจางๆ ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าในที่ซึ่งคนอื่นมองไม่เห็น

เมื่อได้เปลือกหอยลึกลับเรียกสติ สมองของหูฮวนก็พลันกลับมาแจ่มชัด เขาหันซ้ายมองขวาแวบหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มสบถด่า “ครูฝึกหลัว คุณต้องไม่ได้ตายดี”

“คุณดูสิว่าพวกเขาซ้อมผมจนตกอยู่ในสภาพแบบไหน”

“ผมเป็นแค่นักเรียนมัธยมต้นเองนะ คุณให้คนหลายสิบคนซ้อมผม คุณยังมีความเป็นมนุษย์อยู่สักนิดบ้างไหม”

“ผมขอให้ทั้งครอบครัวของคุณถูกลา...”

ทุกคนรวมทั้งผู้หมู่เจ็ดที่ได้ยินหูฮวนด่าคนกลับถอนหายใจอย่างโล่งอก สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดก็คือการที่ผู้ปลุกพลังคลุ้มคลั่ง หูฮวนได้สติกลับมาได้ นั่นย่อมหมายความว่าไม่เป็นอะไรแล้ว

หลัวซื่อไห่ถูกด่าจนเลือดไหลซิบ แต่กลับเผยรอยยิ้มโล่งใจ เขาเดินเข้าไปตบไหล่หูฮวนแล้วบอกว่า “นายอาจจะยังไม่รู้ ถ้าเข้ากองพลมังกรเร้น ความจริงจะมีเบี้ยเลี้ยงด้วย”

หูฮวนชะงักไปทันใด ผ่านไปครู่หนึ่งก็เปิดปากถาม “แล้วเดือนหนึ่งได้เบี้ยเลี้ยงเท่าไร”

“คิดตามเบี้ยเลี้ยงของพลทหาร หนึ่งเดือนได้เบี้ยเลี้ยงยี่สิบหกหยวน”

หูหวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพียงนักเรียนมัธยมคนหนึ่ง ในสมองย่อมคิดเทียบมันกับค่าขนมโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เทียบกับเงินเดือนปกติ เขารู้สึกว่าไม่เลวทีเดียว

ผู้หมู่เจ็ดขยับเข้ามาถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “วิชาฝ่ามือของนายไปเรียนมาจากใคร ฝึกมามีแต่ข้อผิดพลาดเต็มไปหมด!”

หูฮวนหน้าแดงก่ำ ตอบเสียงเบา “สืบทอดมาจากตระกูล แต่ผู้ใหญ่ในตระกูลไม่ฝึกกันแล้ว ผมเลยทำได้แต่ฝึกมาแบบมั่วๆ”

ผู้หมู่เจ็ดหัวเราะหึๆ บอกกับหลัวซื่อไห่ว่า “ผมชอบเจ้าหนูคนนี้ ยกเขาให้ผมเถอะ!”

หลัวซื่อไห่ตอบว่า “ลู่อวิ๋นอวิ๋นอาสาเป็นพี่เลี้ยงของเขาแล้ว”

ผู้หมู่เจ็ดบอกอย่างไม่ใส่ใจ “ผมไม่ได้ต้องการตำแหน่งพี่เลี้ยงนั่นสักหน่อย ผมแค่ชอบเจ้าหนูคนนี้ เลยตั้งใจจะสั่งสอนวิชาหมัดให้เขาสักสองสามกระบวนท่าก็เท่านั้น”

หลัวซื่อไห่ลังเลครู่หนึ่งก็ตอบเสียงเบาว่า “ได้ ระวังหน่อยก็แล้วกัน!”

ผู้หมู่เจ็ดพยักหน้า พวกเขาต่างรู้ว่าความจริงผู้ปลุกพลังต่างมีสภาพที่ไม่ค่อยจะมั่นคงนัก ดูอย่างเมื่อครู่หูฮวนเองก็เกือบจะคลุ้มคลั่งแล้ว หากไม่ใช่เพราะหูฮวนได้สติกลับมาไว พวกเขาก็คงต้องใช้ปืนยาสลบ ของสิ่งนั้นเป็นของที่เตรียมไว้สำหรับผู้ปลุกพลังโดยเฉพาะ ปรมาณยาที่อยู่ข้างในอยู่ในระดับที่ล้มช้างได้

โดนเข้าไปดอกเดียว อาการที่ตามมาก็รุนแรงอย่างยิ่ง

ตอนนั้นเอง หูฮวนก็ครางออกมาอย่างห้ามตนเองไม่ได้ เขาเจ็บไปหมดทั่วทั้งตัว ขยับเพียงนิดเดียวก็เจ็บเหมือนจะเป็นจะตาย

ผู้หมู่เจ็ดหัวเราะ บอกว่า “อดทนหน่อย ฉันจะช่วยกระตุ้นเลือดของนาย!”

หูฮวนกำลังอยากจะถามว่ากระตุ้นเลือดอะไร ฝ่ามือที่ร้อนจนหมือนเหล็กถูกเผาแดงก่ำคู่หนึ่งก็วางนาบลงบนหัวไหล่ของเขา แม้มือสองข้างนี้จะร้อนลวก แต่ความเจ็บปวดตรงจุดที่มันวางลงมากลับลดทอนลงมากอย่างฉับพลัน

เขานั่งนิ่งอย่างว่าว่าย ปล่อยให้ผู้หมู่เจ็ดทำไป

ผู้หมู่เจ็ดช่วยกระตุ้นเลือดทั่วร่างของหูฮวนให้ไหลเวียนเสร็จก็เหงื่อโชก

หูฮวนรู้สึกว่าเส้นเอ็นกับกระดูกสบายขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังเจ็บไปทั้งตัว แต่ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อครู่มาก เขาเอ่ยขอบคุณผู้หมู่เจ็ด

หลัวซื่อไห่ดูอยู่ด้านข้างตลอด เขากังวลมากว่าหูฮวนจะคลุ้มคลั่ง ตอนนี้เมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ จึงบอกนายทหารคนอื่นว่า “แยกย้ายได้แล้ว!”

เหล่าจางผู้มีสีผิวดำคล้ำหัวเราะหึๆ บอกว่า “นี่ถ้าเหล่าเซียวไม่ชิงพูดขึ้นมาก่อน ผมเองก็อยากสั่งสอนวรยุทธ์ให้เจ้าหนูคนนี้สักหน่อยเหมือนกัน”

เขาตะโกนเสียงดัง “ไปได้แล้ว กลับไปนอน วันพรุ่งนี้ยังต้องฝึกกันอีก”

หลัวซื่อไห่ขยับร่างกายวูบหนึ่งก็หายตัวไปทันที เขาจากไปโดยไม่พูดสักคำ พลทหารที่เหลือทยอยกันจากไป ไม่นานบนลานฝึกก็เหลือเพียงหูฮวนกับผู้หมู่เจ็ด

ผู้หมู่เจ็ดหัวเราะแล้วแนะนำตัวว่า “เซียวเจี้ยนเซิง! ผู้บังคับหมู่ของหมู่เจ็ด ยศจ่าสิบตรี! บรรพบุรุษเป็นทายาทของวัดเส้าหลินใต้ สืบทอดวิชาหมัดอรหันต์จากในตระกูล”

“สองสามวันนี้คุณจะสอนวรยุทธ์ให้ผมเหรอครับ”

“วิชาหมัดของนายมีปัญหาเยอะมาก น่าจะไม่เคยมีคนรู้จริงชี้แนะ แม้จะเป็นผู้ปลุกพลัง เกิดมาร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดา แต่มีวิชาติดตัวเพิ่มมาอีกหนึ่งก็มีประโยช์กับการรักษาชีวิตมากขึ้น”

หูฮวนไม่ต่อต้านการที่ผู้หมู่เจ็ดจะสอนวรยุทธ์ให้เขา จังหวะที่เขาโถมเข้าใส่เต็มกำลัง แต่ผู้หมู่เจ็ดคนนี้กลับสลายกระบวนท่าของเขาได้อย่างง่ายดาย นั่นทำให้เขาประทับใจอย่างที่สุด

เขาตอบทันที “ผมอยากเรียนวรยุทธ์จากคุณครับ”

เซียวเจี้ยนเซิงตบหัวไหล่ของหูฮวนแล้วหัวเราะฮ่าๆ บอกว่า “วันนี้นายน่าจะเหนื่อยแล้ว กลับไปนอนเถอะ! พรุ่งนี้เช้าฉันจะสอนนายแบบตัวต่อตัว”

วันนี้ทั้งวันหูฮวนไม่ได้พักเลยจริงๆ

ตอนเช้าฝึกซ้อม ตอนบ่ายเรียนคาบวัฒนธรรม ตกกลางคืนถูกเรียกออกมาทำพิธีกรรม ต่อจากนั้นก็ถูกซ้อมจนน่วมอีกหนึ่งยก

เขาฉีกยิ้มพยักหน้าแล้วเดินไปทางหอพัก

ผู้หมู่เจ็ดเซียวเจี้ยนเซิงมองเงาแผ่นหลังของเขาแล้วถอนหายใจอย่างหม่นหมอง พึมพำกับตัวเองเสียงเบาว่า “ไหนๆ ก็จะถูกปลดจากกองพลแล้ว! ก็ต้องทิ้งอะไรไว้ให้กองพลสักหน่อย ส่งต่อวิชาหมัดไว้ให้ก็เท่ากับทิ้งบางสิ่งไว้เป็นที่ระลึก”

เขาหมุนตัวเดินไปยังหอพักของตัวเอง ร่างกายตั้งตรงดั่งหอก ทว่าใต้แสงอาทิตย์อัสดง เงาร่างของเขากลับอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก

หูฮวนกลับมาถึงหอพัก หัวถึงหมอนก็หลับทันที เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีโทรศัพท์อย่างน้อยที่สุดสิบสายที่โทรจากเมืองแห่งนี้ไปยังนครหลวงเพราะเรื่องของตนเอง

เช้าวันรุ่งขึ้น หูฮวนถูกเซียวเจี้ยนเซิงเรียกออกไป ทั้งยังพาเขาไปยังอีกสถานที่หนึ่งของคฤหาสน์ เป็นลานฝึกที่ห่างไกลอย่างยิ่ง

หูฮวนแปลกใจมาก เซียวเจี้ยนเซิงจะสอนวิชาหมัดอะไรให้เขากันแน่

เซียวเจี้ยนเซิงถอดเครื่องแบบทหารบนร่างออกมาพาดไว้กับโครงแป้นบาสที่อยู่ด้านข้าง เขายิ้มบอกว่า “นักวิจัยของฝั่งคุนหลุนพวกนั้นคิดว่าบางทีเรื่องเล่าอันน่ามหัศจรรย์ทั้งหลายเกี่ยวกับวิชาหมัดโบราณอาจจะไม่ใช่เรื่องลวงโลกของคนโบราณ คนธรรมดาฝึกฝนไม่สำเร็จ แต่ผู้ปลุกพลังด้านร่างกายผู้มีร่างกายที่น่าตกตะลึงตั้งแต่เกิดจนเรียกได้ว่าเป็นยอดอัจฉริยะแห่งการฝึกยุทธ์ ไม่แน่อาจจะฝึกสำเร็จก็เป็นได้”

“เพียงแต่กองพลมังกรเร้นของพวกเรามีคนหนึ่งหมื่นกว่าคน นับรวมทั้งผู้ปลุกพลังที่พลังตื่นขึ้นมาตามธรรมชาติกับคนที่ฝึกฝนจนได้พลังมา ผู้ปลุกพลังด้านร่างกายก็มีอยู่เพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น พวกเขาล้วนเป็นสมบัติของแต่ละหน่วย ไม่มีใครยอมปล่อยให้ทางคุนหลุนโยกย้ายยืมตัวไป นักวิจัยทั้งหลายที่เสนอทฤษฏีนี้ขึ้นมาจึงไม่มีหนทางพิสูจน์...

...ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่า ฉันจะสอนเพลงหมัดที่สืบทอดมาในตระกูลให้นาย ดูซิว่านายฝึกเพลงหมัดแล้วจะมีอะไรแตกต่างจากพวกเราคนธรรมดาเหล่านี้หรือเปล่า”

หูฮวนทำท่าทางแบบต่างๆ ตามเซียวเจี้ยนเซิงพร้อมกับประสานลมหายใจเข้าออก เขาฝึกอยู่เพียงเจ็ดแปดนาทีก็รู้สึกเหนื่อยจนลิ้นห้อย ผลาญพลังกายไปมากมายกว่าการฝึกซ้อมยามเช้าของเมื่อวานเสียอีก

มือข้างหนึ่งของเขาชี้ขึ้นฟ้า ส่วนมืออีกข้างหนึ่งอ้อมต้นขาไปจับปลายเท้า พร้อมกับหายใจยาวสามหนสั้นหนึ่งหน เขาคงท่าไว้เพียงครู่เดียวก็ทนไม่ไหว ร้องว่า “พี่ใหญ่เซียว! ท่านี้มีประโยชน์จริงเหรอ”

เซียวเจี้ยนเซิงหัวเราะฮ่าๆ บอกว่า “วิชาหมัดอรหันต์ทั้งหมดมีเจ็ดชุด มีทั้งวิชาฝึกกำลังภายใน กระบวนท่าการออกหมัด วิธีการต่อสู้และการใช้อาวุธ เป็นเพลงหมัดที่สมบูรณ์แบบชุดหนึ่ง...

...กระบวนท่านี้ที่ฉันสอนนายชื่อว่าแพรสิบพับ! เป็นแก่นหลักของวิชาฝึกกำลังภายในของเพลงหมัดอรหันต์ ในคัมภีร์ที่ได้จากบรรพบุรุษมีเคล็ดวิชาเขียนไว้ว่า ‘หนอนไหมสวรรค์ทอรังเป็นพัสตราภรณ์ แพรหนึ่งชุ่นหนึ่งตำลึงทองสู่คลื่นลมปราณอันลี้ลับ!’...

...แพรหนึ่งชุ่นหนึ่งตำลึงทองเป็นการใช้คำพ้องเสียง มันหมายถึงแพรหนึ่งชุ่นหนึ่งคลื่นลมปราณ! ได้ยินมาว่าหากฝึกกระบวนท่าแพรสิบพับท่านี้สำเร็จ คลื่นลมปราณที่ส่งออกมาจากหมัดจะส่งออกไปได้ไกลถึงสิบชุ่น ทำร้ายคนได้โดยที่ไม่มีใครมองเห็น”

หูฮวนอดถามขึ้นไม่ได้ว่า “วิชาหมัดที่มหัศจรรย์ถึงขนาดนั้นจะฝึกฝนสำเร็จได้จริงเหรอ”

เซียวเจี้ยนเซิงหัวเราะฮ่าๆ อีกหนแล้วตอบว่า “ไม่ต้องพูดถึงการซัดคลื่นลมปราณออกมาสิบชุ่นหรอก แม้แต่แผ่คลื่นลมปราณออกมาครึ่งชุ่น บรรพบุรุษของพวกเราก็ไม่เคยมีใครฝึกสำเร็จ”

devc-174234ce-33051ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 16