ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 20

#20ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ตอนที่ 19 การต่อสู้

ทันทีที่สวีเช่อผละออกไป เริ่มแรกหูฮวนยังไม่รู้สึกอะไร แต่ไม่นานเขาก็เริ่มหวาดหวั่น เขาแอบเหลือบมองกงเสวี่ยที่อยู่ด้านข้าง

กงเสวี่ยวางปืนสั้นสองกระบอกไว้บนหัวเข่า ดวงตาเฝ้าจับตาหกทาง หูคอยเงี่ยฟังเสียงแปดทิศ พร้อมจะเข้าสู่การต่อสู้ตลอดเวลา เธอก็เป็นทหารที่ผ่านการฝึกฝนในกองทัพมาอย่างเข้มงวดคนหนึ่ง หากพูดถึงการต่อสู้มือเปล่า ผู้ชายธรรมดาแปดคนสิบคนก็ไม่แน่ว่าจะสู้เธอได้ ฝีมือการยิงปืนยิ่งเรียกได้ว่าชั้นหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้ยังไม่พอทำให้หูฮวนวางใจ

กงเสวี่ยเป็นผู้ฝึกหัดสายธรรมชาติ สายพลังเดียวกับหลัวซื่อไห่กับหวังซง แล้วก็เป็นผู้ถือครองพลังขั้นหนึ่งเหมือนกันด้วย

หลัวซื่อไห่เชี่ยวชาญวิชากระจกวารีอำพราง หวังซงเชี่ยวชาญวิชาดวงเนตรอินทรี นับว่าพิเศษอย่างยิ่งและเป็นพลังพิเศษที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง

ส่วนพลังพิเศษของกงเสวี่ยคือธรรมชาติสื่อฝัน เธอสัมผัสความรู้สึกของสัตว์และพืชได้อย่างคร่าวๆ ในการต่อสู้ พลังพิเศษเช่นนี้แทบจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ หากปีศาจปรากฏตัว หูฮวนเชื่อว่าพี่สาวกงเสวี่ยคนนี้คงมีประโยชน์ในการต่อสู้น้อยกว่าตนเองเสียอีก

ดีเลวเขาก็เป็นผู้ปลุกพลังด้านร่างกาย แม้จะยังไม่ ‘ได้รับอาชีพ’ จนกลายเป็นผู้ถือครองพลังที่แท้จริง แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ร่ำเรียนวิชาหมัดมาเสียเปล่า

อีกอย่าง พักนี้หลังจากลองทดสอบดูหลายครั้ง หูฮวนก็เริ่มรู้จักพลังกาย ความเร็ว ความทนทาน ความว่องไวและความสามารถในการการตอบสนองร่วมกันของร่างกายตนเองชัดเจน คุณสมบัติต่างๆ ของร่างกายเขาล้วนเหนือกว่าคนทั่วไปสองถึงสามเท่า อาจถึงขั้นเหนือกว่านักกีฬาตัวท็อประดับชาติจำนวนหนึ่งอีก

แม้พลังชีวิตจะทดสอบไม่ได้ แต่จากการตรวจเลือดรายการต่างๆ ก็พิสูนจ์ว่าความแข็งแรงของร่างกายเขา มากพอให้มีชีวิตอยู่มากกว่าอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ถึงสิบกว่าปี

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกก็คือมาตรฐานของคนทั่วไปที่พูดถึงไม่ใช่ ‘คนปกติธรรมดา’ จริงๆ แต่หมายถึงมาตรฐานที่อิงตามข้อมูลสมรรถภาพร่างกายของทหารชั้นยอดจากหน่วยพิเศษสิบอันดับแรกของโลกที่ประเทศตะวันตกหลายแห่งร่วมมือกันรวบรวมมา

เมื่อมีการ์ดเทววัตถุอีกสองใบ หูฮวนก็เชื่อว่าต่อให้เป็นผู้หมู่เจ็ดเซียวเจี้ยนเซิงก็ไม่แน่ว่าจะสู้ตัวต่อตัวกับเขาได้

ถ้าเจออันตรายเข้า...ฉันต้องคอยปกป้องพี่กงเสวี่ย!

หูฮวนทนความเงียบสงัดอันน่ากดดันนี่ไม่ไหวจริงๆ จึงถามเสียงเบาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ “พี่กงเสวี่ย พวกเรามีภารกิจแบบนี้อยู่บ่อยๆ เหรอครับ”

พอได้ยินหูฮวนถาม กงเสวี่ยก็ตอบเสียงเบา “ภารกิจประเภทนี้แต่ละเดือนก็มีอยู่แปดครั้งสิบครั้ง ส่วนใหญ่เป็นแค่การตื่นตระหนกไปเอง กองพลมังกรเร้นในมณฑลของพวกเรามีทั้งหมดสามหมวด เมืองของพวกเราเป็นเมืองเอกของมณฑลถึงมีกำลังพลประจำอยู่มากถึงหนึ่งหมวด กำลังพลอีกสองหมวดที่เหลือต่างกระจายกันอยู่ตามเมืองต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์แบบนี้...

...แต่ตอนทำภารกิจ พยายามพูดให้น้อยเข้าไว้จะดีกว่า เพราะจะได้ไม่เปิดเผยตำแหน่ง ตามหลักแล้วนายสมควรซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ ให้ฉันอยู่บนรถคนเดียว เพื่อจะได้ไม่ถูกคนลอบโจมตี แต่นายออกมาทำภารกิจสู้รบเป็นครั้งแรก แล้วภารกิจครั้งนี้ก็ยังเป็นภารกิจระดับธรรมดาเลยไม่ต้องเคร่งครัดกับขั้นตอนปฏิบัติขนาดนั้น หนหน้าน่าจะมีคนสอนเรื่องพวกนี้ให้นายเอง”

หูฮวนพยักหน้า ไม่กล้าพูดมากอีกต่อไป

กงเสวี่ยนิสัยค่อนข้างอ่อนโยน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ไม่แน่ว่าคงตวาดด่าเขาไปยกหนึ่งแล้ว

หูฮวนเพิ่งเข้ามาอยู่ในกองพลมังกรเร้นได้ไม่นานเท่าไร จึงยังไม่มีใครเคยสอนข้อปฏิบัติเหล่านี้ให้เขา

หลังจากถูกกงเสวี่ยสั่งสอนสองสามประโยค หูฮวนก็ไม่สะดวกจะเอ่ยปากถามอะไรแล้ว เขาก้มหน้ามองจมูก เพ่งสมาธิไปที่จมูกกับปาก ทำจิตใจให้นิ่งสงบแล้วสูดลมหายใจฝึกกำลังภายในตามเคล็ดวิชาแพรสิบพับ ควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมออยู่เงียบๆ ผ่านไปพักหนึ่งก็สงบอารมณ์ลงได้

ทว่าทันใดนั้นเอง คิ้วของหูฮวนก็ดีดขึ้นสูง ความรู้สึกแบบนี้เขาเคยรู้สึกถึงมันมาก่อน

หูฮวนลืมตาโพลงชะโงกไปนอกหน้าต่างรถทันที แสงดาวที่เดิมทีสว่างเลือนราง เวลานี้ดับหายไปหมดสิ้น โลกหล้าตกอยู่ในความมืดที่ผิดไปจากปกติ

เขาสูดลมหายใจเข้าเบาๆ เฮือกหนึ่ง กงเสวี่ยมีปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าเขาเล็กน้อย แต่เธอก็สัมผัสความผิดปกติได้ทันทีเช่นกัน เธอร้องอย่างตกใจ “เงาแห่งสรรพสิ่งรุกรานโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว”

เธอรีบเปิดวิทยุสื่อสาร แต่มีเพียงคลื่นสัญญาณรบกวน ติดต่อใครไม่ได้อีกแล้ว

ผ่านไปครู่หนึ่ง จุดสีเทาอ่อนก็ปรากฏขึ้น เพียงพริบตาเดียวโลกทั้งใบก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โลกที่มีแต่สีดำกับสีขาวผสานกันปราฏขึ้นอีกครั้ง

บนหน้าของหูฮวนมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เพราะว่า...

วานรยักษ์ขนสีเทาเข้มสูงห้าเมตรกว่าที่มีไอดำลอยล้อมอยู่รอบตัวตัวหนึ่งกำลังก้าวออกมาจากความมืดอย่างเชื่องช้า วานรยักษ์ตัวนี้ดูจะกำยำมากกว่า ดุร้ายมากกว่าตัวที่หูฮวนเจอเมื่อครั้งก่อนเสียอีก

“พี่กงเสวี่ย พวกเราลำบากแล้ว”

กงเสวี่ยเสียบปืนสั้นกลับเข้าไปที่ซองปืนข้างเอว พร้อมกันนั้นก็ออกรถพลางตะโกนบอกว่า “จับให้แน่น!”

แม้ในยุคนี้การขับรถให้เป็นยังต้องอาศัยทักษะอยู่ แต่ในฐานะผู้ถือครองพลังที่ถูกอบรมมาในกองทัพ กงเสวี่ยจึงได้รับการฝึกแบบเดียวกับพลทหารหัวกะทิที่มีความสามารถรอบด้านมาตลอด เธอจึงขับเจ้าแก่เจี่ยฟั่งคันนี้ได้

ล้อของรถบรรรทุกเจี่ยฟั่ง CA15 คันเก่าทิ้งรอยโค้งสองเส้นไว้บนพื้น

แม้กงเสวี่ยจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วพอตัว แต่วานรยักษ์ขนสีเทาเข้มกลับเร็วยิ่งกว่า แขนขาสี่ข้างของมันออกแรงถีบตัวขึ้นไปกลางอากาศ มือทั้งสองข้างกุมประสานกันแล้วทุบลงมาบนหลังคารถของเจ้าแก่เจี่ยฟั่ง

ตัวรถของรถบรรทุกเจี่ยฟั่ง CA15 ที่อายุมากแล้วสั่นไหวอย่างรุนแรง รถทั้งคันพลิกคว่ำหงายข้าง

ช่วยไม่ได้จริงๆ ช้างแอฟริกันที่ตัวใหญ่ที่สุดบนบกก็หายากที่จะสูงเกินสี่เมตรห้าสิบเซนติเมตร แต่วานรยักษ์ขนสีเทาเข้มตัวนี้กลับสูงมากกว่าห้าเมตร ความเร็วของมันยิ่งไม่ใช่สิ่งที่ช้างแอฟริกันจะเทียบได้

สิ่งมีชีวิตขนาดมโหฬารเช่นนี้พุ่งเข้าชนด้วยความเร็วย่อมเพียงพอจะส่งรถบรรทุกรุ่นโบราณคันนี้ให้พลิกคว่ำ

กงเสวี่ยมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วยิ่งนัก ขาเรียวยาวของเธอยกขึ้นถีบเปิดประตูรถแล้วกระโจนออกมา สองมือยกปืนสั้นยิงออกไปสองนัด พลางตะโกนบอกว่า “ฉันจะดึงมันไว้! นายรีบหนีไปเร็ว”

หูฮวนก็ไม่คิดจะเล่นบทฮีโร่เหมือนกัน เขาพลิกตัวมุดออกมาจากห้องโดยสาร ขณะที่กำลังจะสับเท้าวิ่งหนีนั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงครางหนักๆ ดังขึ้น กงเสวี่ยถูกกำปั้นยักษ์ของวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มต่อยจนลอยไปทั้งตัว

กงเสวี่ยร่วงกระแทกพื้น ปืนสั้นไม่รู้กระเด็นหายไปไหน เธอกลั้นเลือดที่เกือบจะกระอักออกมาจากปากไว้ จากนั้นคลำข้างเอวชักมีดสั้นขึ้นมาเล่มหนึ่ง

พลทหารหญิงคนนี้กลัวว่าหูฮวนจะมาตายไปด้วย เธอจึงคำรามบอกอีกหน “หนีไปเร็ว!” จากนั้นเธอก็ถลาเข้าไปหาวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มอีกรอบ

หูฮวนยกเท้าออกวิ่งอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะวิ่งได้กี่ก้าว เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น กงเสวี่ยถูกอุ้งมือของวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มจับข้อเท้าไว้แล้วเหวี่ยงอย่างรุนแรง

หูฮวนสูดลมหายใจลึกเข้าปอด เสี้ยววินาทีนั้นเขาตัดสินใจหมุนตัวกลับมา เขาชักปืนสั้นที่กงเสวี่ยให้เขาไว้ ขายืนท่านั่งม้า[footnoteRef:1]อย่างมั่นคง แล้วลั่นไกปืนใส่วานรยักษ์ขนสีเทาเข้ม [1: ท่านั่งม้า ท่ายืนพื้นฐานในการฝึกศิลปะการต่อสู้ แยกขาออกขนานกันเท่ากับหัวไหล่หรือกว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย แล้วหย่อนก้นลงคล้ายกำลังนั่ง]

ปีศาจตนนี้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อหูฮวนมากกว่ากงเสวี่ยอย่างเห็นได้ชัด มันโยนกงเสวี่ยทิ้งอย่างไม่สนใจ แล้วใช้สี่ขาวิ่งเข้ามาหาหูฮวน

หูฮวนยิงกระสุนในกระบอกปืนจนหมดแม็กซ์ แต่กระสุนอันกระจิ๋วหลิวที่ฝังลงไปในร่างของวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มเหมือนจะไม่สร้างความเสียหายให้มันแม้แต่น้อย

พอเขาเห็นปีศาจตัวนี้พุ่งเข้ามาใกล้ เขาจึงหันหลังกลับวิ่งหนีอย่างไม่ลังเลสักนิด

กงเสวี่ยฝืนพลิกร่างกายได้หนหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอลุกขึ้นยืนไม่ไหวแล้ว เมื่อเธอเห็นว่าหูฮวนไม่ยอมหนีไปเพราะจะช่วยเธอ ก้นบึ้งหัวใจก็อบอุ่นขึ้นมาเลือนราง แต่ความเป็นห่วงที่มีต่อเด็กหนุ่มคนนี้มีมากกว่า

ทำไมเขาไม่หนีไปนะ ถ้าเขาหนีไป พวกเราสองคนก็ยังมีโอกาสรอดไปได้คนหนึ่ง ตอนนี้เขาถูกปีศาจตนนี้ไล่ตามไปติดๆ น่ากลัวว่าพวกเราสองคนคงไม่รอดจนกำลังเสริมมาถึงแล้ว

หูฮวนใช้วิชาเดิมซ้ำอีกครั้ง เขาวิ่งวนเป็นวงกลมหนีวานรยักษ์ขนสีเทาเข้ม หนก่อนแม้เขาจะหวุดหวิดพบอันตรายอยู่หลายหนแต่ก็ยังรอดจนกระทั่งเยี่ยนเสี่ยวซีมาช่วย

devc-88b8c9ff-33080ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 20