ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 21
ตอนที่ 20 การเสียสละ
หนนี้หูฮวนมั่นใจยิ่งกว่าหนที่แล้วว่าเขาจะหนีรอดได้นานกว่าเดิม เพราะสมรรถภาพร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าหนก่อนมากแล้ว
หูฮวนราวกับล้อเล่นกับความตาย เขาวิ่งเร็วที่สุดในชีวิต แต่ก็ยังคงถูกวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มไล่ตามเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ มีหลายครั้งที่อุ้งมือใหญ่โตขนปุกปุยของสัตว์ประหลาดตัวนี้พลาดจากตัวเขาไปเพียงนิดเดียว เกือบจะคว้าตัวเขาได้อยู่แล้ว
“แม่งเอ๊ย! วิชาสูบโลหิต วิชาดำดินอะไรก็ได้ ให้ฉันใช้หน่อยสิโว้ย! เพิ่มสมรรถภาพร่างกายขึ้นมานิดเดียวมีประโยชน์อะไร”
หูฮวนสลับการ์ดเทววัตถุทั้งสองใบไม่หยุด แต่จนปัญญาที่การ์ดทั้งสองใบไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก แต่พอเปรียบบเทียบแล้ว ดูเหมือนเถาวัลย์ดูดเลือดจะดีกว่าอยู่บ้างเพราะความเร็วของมันมากกว่าวานรยักษ์อยู่เล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น การ์ดเทววัตถุใบนี้ยังเพิ่มค่าพลังชีวิตให้ด้วย แม้หูฮวนจะไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไรได้ก็ตาม แต่ก็ทำให้วางใจได้มากกว่าการ์ดวานรยักษ์หัวขาดหน่อยหนึ่ง
เขาทดลองอยู่สองสามครั้ง จากนั้นก็เลิกสลับการ์ดส่งเดช ใช้แต่พลังของเถาวัลย์ดูดเลือดเท่านั้น
กงเสวี่ยเดิมทีเป็นห่วงเด็กหนุ่มที่ไร้ประสบการณ์การต่อสู้คนนี้อย่างมาก ถึงอย่างไรหูฮวนก็เป็นเด็กใหม่ ก่อนสวีเช่อจะผละออกไป เขาบอกให้เธอคอยดูแลหูฮวน หากหูฮวนตายไปต่อหน้าต่อตาเธอเช่นนี้ กงเสวี่ยคงทำใจยอมรับไม่ได้ เธอคงไม่อาจให้อภัยตนเองไปอีกนาน
แต่ระหว่างที่เธอฟุบอยู่บนพื้น มองดูอยู่พักหนึ่ง เธอก็พบว่าหูฮวนฝีเท้าว่องไว ปฏิกิริยาฉับไว มีสติแจ่มชัดเหนือกว่าที่เธอคาดไว้อย่างสิ้นเชิง
วานรยักษ์ขนสีเทาเข้มไล่ฆ่าหูฮวนอยู่สิบกว่านาที แต่มันก็ยังจับหูฮวนไม่ได้แม้แต่ปลายเส้นขน แม้จะดูอันตรายอย่างยิ่ง แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับเดินอยู่บนอันตรายได้ราวกับกำลังเดินเล่น
มิน่าหนก่อนเขาถึงทนจนกระทั่งเสี่ยวซีไปช่วยคนกลับมาได้ สมรรถภาพร่างกายของโร้กช่างเยี่ยมยอดจริงๆ ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเราสายธรรมชาติด้อยกว่ามากนัก
กงเสวี่ยเริ่มวางใจ เธอรู้ว่าเมื่อเขตผนึกเกิดความผิดปกติ กองบัญชาการจะต้องส่งคนมาช่วยทันที ขอเพียงทนไปได้ระยะหนึ่งก็จะปลอดภัยแล้ว
หูฮวนกำลังทุ่มสุดชีวิตวิ่งเต็มฝีเท้าเพื่อชีวิตน้อยๆ ของตัวเอง แต่ทันใดนั้นเท้าของเขาก็ลื่นพรืด เถาวัลย์เส้นหนึ่งรัดข้อเท้าของเขาไว้
เขาหันไปมองวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มที่กระโดดลอยขึ้นไปกลางอากาศแล้วกำลังจะร่วงมาทับเขา หัวใจหวาดผวาถึงขีดสุด
บ้าเอ๊ย! เถาวัลย์ประหลาดนี่อีกแล้ว
เถาวัลย์ใต้เท้าเขาหน้าตาเหมือนเถาวัลย์ดูดเลือดที่เขาพบหนก่อนทุกประการ มันใช้หนวดลื่นเหนียวเลื้อยขึ้นมาบนร่างหูฮวนราวกับสิ่งมีชีวิต หนวดเส้นเล็กงอกออกมาทิ่มแทงเข้าไปในผิวหนังแล้วเริ่มสูบเลือด
หูฮวนใช้วิชาเทววัตถุออกมาตามสัญชาตญาณ เขาเอื้อมมือออกมาวางตรงหน้าอก แสงสีทองจางๆ เปล่งแสงออกมาเชื่อมตัวเขากับเถาวัลย์ดูดเลือดเส้นนี้เข้าด้วยกัน ความรู้สึกประหลาดแล่นเข้าจู่โจม เด็กหนุ่มย่อตัวลงด้านล่างตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นชั่วพริบตาที่กำปั้นของวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มกำลังจะทุบลงมาถึงศีรษะ ทั้งร่างของเขาก็ผลุบหายลงไปใต้ดิน
วานรยักษ์ขนสีเทาเข้มทุบผืนดินจนกลายเป็นหลุมยักษ์ แต่กลับจับสิ่งใดไม่ได้ทั้งสิ้น มันเดินวนบริเวณเป็นวงนั้นอย่างเกรี้ยวกราด สองกำปั้นทุบผืนดินอย่างดุร้ายเป็นระยะ
หูฮวนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินเหนือศีรษะ แต่เขากลับโล่งอกอย่างมาก แสงสีทองที่เปล่งออกมาจากเปลือกหอยลึกลับบนตัวเขากำลังลากเถาวัลย์ดูดเลือดเข้ามาหาไม่หยุด
เถาวัลย์ปีศาจที่พันขาของหูฮวนเส้นนี้บิดดิ้นอยู่ใต้ดินอย่างบ้าคลั่งแต่ขัดขืนอะไรไม่ได้ มันถูกแสงสีทองกลืนกินไปทีละนิด สุดท้ายก็เป็นเหมือนเถาวัลย์ดูดเลือดเส้นก่อน ถูกเปลือกหอยกลืนเข้าไปจนหมด
หูฮวนกลืนเถาวัลย์ดูดเลือดเส้นนี้เสร็จ จู่ๆ ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ร้องในใจว่า ฉันจะสับตีนแตกวิ่งหนีเจ้าลิงตัวเหม็นตัวนี้ทำไมกัน ฉันน่าจะหลบเข้าไปในเปลือกหอยสิ!
เขาเป็นเพียงนักเรียนมัธยมต้นธรรมดาๆ ไม่เคยมีประสบการณ์การต่อสู้แบบนี้ เมื่อถึงช่วงเวลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมือเท้าไม่อ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงก็นับว่ากล้าหาญเกินคนแล้ว เขายังไม่มีความเยือกเย็นพอที่จะนึกออกว่าความจริงตนเองมีกระบวนท่าไม้ตายเก็บเอาไว้อยู่
ระหว่างที่หูฮวนด่าว่าตัวเองที่โง่เง่า เขาก็ท่องมนตร์ประหลาดท่อนนั้น เพียงชั่วพริบตาเขาก็หายไปจากใต้ดิน มานั่งอยู่บนโซฟาเก่าตัวนั้นอีกหน
หูฮวนมองเห็นการ์ดใบหนึ่งบนโต๊ะตั้งแต่แวบแรก การ์ดที่...วาดรูปเถาวัลย์ประหลาดที่แลดูคุ้นตาอย่างยิ่ง
“การ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดใบที่สอง!...นี่ถ้าฉันเข้ามาหลายๆ ครั้งหน่อยจะสะสมได้เป็นกองเลยไหม”
หูฮวนหยิบการ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดใบนี้ขึ้นมาแล้วพลิกดูด้านหลัง นอกจากพลังชีวิตที่อยู่ระดับ B ทุกอย่างก็เหมือนกับการ์ดใบเดิมไม่แตกต่างกันแต่ประการใด
มีวิชาสูบโลหิตกับวิชาดำดินเหมือนกัน
หูฮวนเพิ่งจะสำเร็จวิชาดำดินมาแบบเฉียดความตายเพียงเส้นคั่น เขาพอเข้าใจแล้วว่าควรจะเรียกใช้งานตราพันธะวัตถุเทพฤทธิ์อย่างไร
หูฮวนผ่านการต่อสู้มายกหนึ่งก็รู้สึกกระหายน้ำอยู่บ้าง เขาจึงยกแก้วคริสตัลเจียระไนขึ้นมากระดกเหล้าคำใหญ่
เขาดื่มเหล้าในแก้วหมดในคำเดียวแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะหนังสือ เสร็จแล้วเขาก็กัดฟันออกไปจากที่แห่งนี้อีกครั้ง
หูฮวนรู้ว่าหากตนเองอยู่ในนั้น เขาจะปลอดภัย แต่ข้างนอกยังมีกงเสวี่ยอยู่ แม้เขาจะไม่ใช่วีรบุรุษอะไร แต่ก็ทำใจปล่อยให้กงเสวี่ยถูกวานรยัก์ขนสีเทาเข้มฆ่าตายไม่ได้
หูฮวนใช้วิชาดำดิน พลังวิญญาณเบาบางภายในร่างกายถูกผลาญไปมากกว่าสามส่วนแทบจะในชั่วพริบตา เขาไม่กล้าดำดินต่อแล้วเพราะกลัวว่าจะติดอยู่ใต้ดินจึงรีบกระโจนขึ้นมาบนพื้น พอก้าวเท้าได้ก็วิ่งจี๋ไปหากงเสวี่ยทันที
วานรยักษ์ขนสีเทาเข้มประสาทสัมผัสฉับไวยิ่งนัก สมกับที่ยังมีหัวอยู่บนบ่า มันหันร่างมาวิ่งไล่หูฮวนตามมาติดๆ ทันที
หูฮวนพุ่งไปถึงข้างตัวกงเสวี่ยแล้ว เขากำลังจะใช้วิชาดำดินพากงเสวี่ยลงไปใต้ดิน ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงตวาดหวานดังขึ้น หอกยาวสีขาวพิสุทธิ์เล่มหนึ่งพุ่งผ่านอากาศเข้าไปหาร่างวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มที่ไล่ตามอยู่ด้านหลัง
กงเสวี่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก บอกเสียงเบาว่า “เสี่ยวซีมาพาพวกเราออกไปแล้ว นายรออย่างสบายใจอีกเดี๋ยวก็พอ”
หูฮวนถามเสียงเบาๆ อย่างทนต่อความสงสัยใคร่รู้ไม่ไหว “พี่กงสวี่ยออกจากเงาแห่งสรรพสิ่งเองไม่ได้เหรอครับ”
กงเสวี่ยหัวเราะฝืดเฝื่อนจนกระอักเลือดคำเล็กๆ ออกมา เธออธิบายว่า “พลังของฉันไม่มากพอ บางทีถ้าเลื่อนเป็นขั้นสองแล้วอาจจะอาศัยพลังของตัวเองออกไปได้...ความจริงเสี่ยวซีก็อาศัยกำลังลุ่นๆ ฝืนเข้าออกเหมือนกัน คนที่ถนัดเรื่องพวกนี้ที่สุดคือแมพเปอร์ ถ้ามีแมพเปอร์สักคน พวกเราก็ออกไปได้ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวปีศาจพวกนี้อีกแล้ว น่าเสียดาย หวังซงยังห่างจากการเลื่อนขั้นอีกนาน”
เยี่ยนเสี่ยวซีไม่ได้สู้ติดพัน หลังจากพุ่งหอกไปยังหัวใจของวานรยักษ์ขนสีเทาเข้ม ดวงตาประหลาดดวงนั้นบนคมหอกสีขาวดุจหิมะก็ลืมตาขึ้นช้าๆ
วานรยักษ์ขนสีเทาดำมีทักษะการต่อสู้ดีกว่าตัวก่อนอยู่มาก มันเบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อย หอกยาวสีขาวจึงเสียบปักแค่ที่หัวไหล่
พลังงานประหลาดสายหนึ่งไหลมายังคมหอก บดขยี้ร่างกายครึ่งหนึ่งของวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มจนแหลกเละ
เยี่ยนเสี่ยวซีหันหลังกลับแล้วหนีทันที หูฮวนก็นับว่าว่องไวยิ่งนัก เขาเห็นกงเสวี่ยขยับไม่สะดวกจึงแบกเธอขึ้นหลังวิ่งจี๋ตามเยี่ยนเสี่ยวซีไปทันใด
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น วานรยักษ์ขนสีเทาดำก็ฟื้นฟูร่างกายมากกว่าครึ่งกลับมาได้ ขาดแต่แขนข้างหนึ่ง มันยังคงดุร้ายโหดเหี้ยม ไล่ตามทั้งสามคนอย่างบ้าคลั่งมาตลอดทาง
หูฮวนใช้เรี่ยวแรงที่สั่งสมมาตั้งแต่กินนมแม่ไปจนหมดแล้วจริงๆ เขาวิ่งตามหลังเยี่ยนเสี่ยวซีไปติดๆ ชั่วพริบตาที่กำลัจะถูกไล่ตามทันนั่นเอง จู่ๆ ร่างกายก็หยุดนิ่ง สีสันหลากหลายพร่างพรายอยู่เบื้องหน้า ขณะที่ทั้งสามคนพุ่งตามกันออกมาจากเงาแห่งสรรพสิ่ง
หูฮวนไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เขาคุกเข่าลงบนพื้นหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ทั่วทั้งร่างเหงื่อออกจนเปียกชุ่ม หนนี้สุ่มเสี่ยงอันตรายมากกว่าหนก่อนอยู่หลายส่วน
กงเสวี่ยพยายามลุกขึ้นยืนแล้วถามว่า “คนอื่นๆ ล่ะ”
เยี่ยนเสี่ยวซีบอกเสียงเบา “สวีเช่อไม่เป็นอะไร แต่พลทหารตายไปสองนาย พวกเขาพบปีศาจอีกตัวหนึ่ง”