ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 22
ตอนที่ 21 วิชาใหม่เมื่อร้อยปีก่อน สุญตากับเทววัตถุ
หัวใจของหูฮวนบีบรัด ลมหายใจหอบเหนื่อยยังไม่ทันกลับเป็นปกติก็ถามว่า “ใครสละชีวิต”
เยี่ยนเสี่ยวซีหันมามองเขาแวบหนึ่งแล้วบอกเสียงเบา “อย่าถามเลย!”
ผ่านไปไม่นาน รถบรรทุกเจี่ยฟั่งอีกคันก็แล่นเข้ามา พร้อมกับรถพยาบาลสีขาวอีกคันหนึ่ง เครื่องหมายบวกสีแดงบนตัวรถสะดุดตายิ่งนัก
สวีเช่อกับพลทหารอีกแปดนายที่เหลือต่างขึ้นไปบรถแล้ว หลัวซื่อไห่ก็อยู่ด้วย
ครูฝึกหลัวซื่อไห่ชะโงกร่างครึ่งหนึ่งออกมาจากหน้าต่างของเจ้าแก่เจี่ยฟั่ง ถามขึ้นประโยคหนึ่งด้วยสีหน้าเขียวคล้ำว่า “ยืนยันตำแหน่งที่หวังเสียงกับหลี่อี้กู่สละชีพแล้วหรือยัง”
เยี่ยนเสี่ยวซีตอบเสียงเบา “ยืนยันแล้วค่ะ!”
“พวกเราสองคนกับสวีเช่อจะไปพาคนกลับมา จะปล่อยให้พวกเขาถูกทิ้งอยู่ในเขตผนึกไม่ได้”
หลัวซื่อไห่ลงจากรถบรรทุกเจี่ยฟั่งแล้วพูดกับกงเสวี่ยว่า “เธอรับผิดชอบดูแลที่นี่ก่อน คอยเฝ้าเขตผนึกไว้ การสั่นไหวของเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดหนนี้แปลกๆ”
กงเสวี่ยพยักหน้า เธอถูกวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มโจมตีอย่างจังสองหน ทั่วร่างไม่รู้ว่ามีกระดูกหักกี่ท่อน แต่ตอนนี้ทำได้แค่อดทนเอาไว้เท่านั้น ต้องรอให้พวกหลัวซื่อไห่กลับมาถึงจะไปรักษาที่โรงพยาบาลได้
หัวไหล่ของหูฮวนสั่นไหวเบาๆ เขาเพิ่งจะลุกขึ้นยืนเพราะอยากเข้าไปด้วยกันกับพวกหลัวซื่อไห่ สวีเช่อและเยี่ยนเสี่ยวซีด้วย แต่แล้วหัวไหล่ก็รู้สึกหนักๆ เพราะถูกผู้หมู่เจ็ดเซียวเจี้ยนเซิงกดไว้
“อย่าวู่วาม!...พวกเราเป็นทหาร การปฏิบัติตามคำสั่งคือหน้าที่ เอาแต่ใจไม่ได้!”
หูฮวนก้มหน้าลง ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทาไม่หยุด
การพบเจอปีศาจดุร้ายอีกหนไม่ทำให้หูฮวนรู้สึกหวาดกลัวมากเท่าใดนัก แต่เมื่อคิดว่าพลทหารที่อยู่ด้วยกันทุกเมื่อเชื่อวันสองคนต้องสละชีพ เขาก็เกิดความรู้สึกอันซับซ้อนที่ผสมปนเประหว่างความหวาดกลัว ความโกรธแค้น ความรู้สึกไร้กำลังและความแค้นใจโถมคลั่งอยู่ในใจ
แม้จะได้อยู่ด้วยกันเพียงไม่กี่วัน แต่ใบหน้ายิ้มแย้มและเสียงหัวเราะของทหารเหล่านี้สลักอยู่ในความทรงจำของหูฮวนตั้งนานแล้ว เขาคิดมาตลอดว่าตัวเองจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับคนเหล่านี้อีกนานแสนนาน
สิบกว่านาทีหลังจากนั้น หลัวซื่อไห่กับสวีเช่อก็แบกร่างคนออกมาคนละร่าง คนที่อยู่บนหลังของพวกเขาแน่นิ่งไม่ขยับ หมดลมหายใจไปนานแล้ว
ผู้คนบนรถบรรทุกเจี่ยฟั่งล้วนเศร้าสลดอย่างถึงที่สุด ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น บรรยากาศหนักอึ้งอย่างยิ่ง
หลัวซื่อไห่กวาดมองคนที่อยู่บนรถแล้วสั่งเสียงดัง “แบ่งออกมาสองคนพาหวังเสียงกับหลี่อี้กู่ แล้วก็กงเสวี่ยกลับไป คนที่เหลือตามฉันมา”
มีพลทหารสองนายกระโดดลงไปจากรถ พวกเขาอุ้มศพของสหายร่วมรบไปส่งที่รถพยาบาล กงเสวี่ยบาดเจ็บหนักเกินไปจริงๆ ตอนนี้เธอทนไม่ไหวถูกพาไปขึ้นรถพยาบาลแล้ว
หลัวซื่อไห่ขึ้นไปนั่งบนรถบรรทุกเจี่ยฟั่งแล้วบังคับพวงมาลัยขับเข้าไปในเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดอีกหน
เยี่ยนเสี่ยวซีห้อยตัวอยู่ตรงประตูรถ สวีเช่อปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคา พลทหารที่เหลือต่างอยู่บนกระบะท้าย พวกเขาต่างปลดเซฟตี้ปืนกลมือ
การเข้ามาในเงาแห่งสรรพสิ่งอีกหนทำให้ทั้งร่างของหูฮวนสั่นสะท้านมากกว่าเดิม จู่ๆ ในสมองก็มีเศษชิ้นส่วนความทรงจำนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมา น่าแปลกที่หนนี้ไม่มีอาการปวดหัวราวกับหัวจะปริแยกมาด้วย
หญิงสาวผู้มีมือนุ่มนิ่มดุจใบอ่อน ผิวขาวผ่องดั่งก้อนไข ลำคออิ่มนวลคล้ายหนอนด้วง ฟันละม้ายเมล็ดน้ำเต้า หน้าผากจักจั่นคิ้วโค้งคล้ายหนวดผีเสื้อ รอยยิ้มชวนลุ่มหลวง ดวงเนตรงามดำขลับ นางกำลังลูบกระหม่อมของเขาเบาๆ
หญิงสาวผู้งดงามจนดูไม่เหมือนปุถุชนบนโลกมนุษย์คนนี้เอ่ยเสียงอ่อนโยน “สมัยบรรพกาลก่อนโลกถือกำเนิด มีคำกล่าวว่า ‘ฝืนหลักเกณฑ์สวรรค์ ขัดหลักแห่งมนุษย์ สวรรค์มิยอมให้บรรลุ’...หากเจ้าปรารถนาจะฝึกฝนวิชาแปลงกายมายาสวรรค์ให้สำเร็จ...”
คำพูดต่อจากนั้นแผ่วเบาเลือนราง คล้ายห่างไกลจนจับคำไม่ได้ หูฮวนได้ยินไม่ชัดแม้แต่คำเดียว
จากนั้นภาพก็แปรเปลี่ยน คนหนุ่มสาวท่าทางไม่ธรรมดากลุ่มหนึ่งกำลังอภิปรายเกี่ยวกับวิถีการฝึกบำเพ็ญ ตัวเขากำลังพูดเป็นต่อยหอยบรรยายายวิชาใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากการเอาแก่นของวิชาแปลงกายมายาสวรรค์ผสานเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินให้ทุกคนฟัง มีคนตั้งคำถามไม่หยุด แล้วก็มีคนเสริมความคิดเห็นนานาประการด้วย
ภาพเช่นนี้ไม่ได้ปรากฏขึ้นมาเพียงภาพเดียว แต่ตามต่อกันมาเป็นสาย ร้อยเรียงเศษชิ้นส่วนความทรงจำที่เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมดไว้ ความทรงจำนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับการประชุมอภิปรายวิชาใหม่ทำนองนี้ รวมถึงการทดสอบฝึกบำเพ็ญของแต่ละคน ไปจนถึงความคิดที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับวิชาใหม่ทั้งหลายทยอยทับถมลงมา
เศษชิ้นส่วนความทรงจำที่ตามมาหลังจากนั้นมีคนลึกลับคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาเสนอวิชาฝึกบำเพ็ญสายเทวมารขึ้นมา นั่นนำไปสู่การสร้างสรรค์วิชาฝึกบำเพ็ญวิถีใหม่ที่แยกออกเป็นสองสาย ก้าวเดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างกันสองทาง
ทางหนึ่งยังคงใช้พื้นฐานจากวิชาแปลงกายมายาสวรรค์ ชื่อว่าวิถีสุญตา!
ทางหนึ่งใช้ศาสตร์แห่งเทวมารอันลี้ลับเป็นรากฐาน ชื่อว่าวิชาเทววัตถุ!
วิชาทั้งสองสายต่างรวบรวมภูมิปัญญาของผู้ฝึกบำเพ็ญรุ่นเยาว์หลายสิบคนเอาไว้ ทั้งสองวิชาต่างยอมรับส่วนหนึ่งของกันและกัน ยึดโยงเกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อน ในวิถีสุญตามีศาสตร์แห่งเทวมาร ในวิชาเทววัตถุก็มีร่องรอยของวิชาแปลงกายมายาสวรรค์
หูฮวนต้องการจะดูหน้าคนลึกลับที่เสนอวิชาฝึกบำเพ็ญสายเทวมารคนนั้นให้ชัด ทว่าทันใดนั้นเองสมองของเขาก็กลับว่างเปล่า หลุดออกมาจากสภาวะอันน่าอัศจรรย์
เมื่อครู่ฉัน...ทำไมกลายเป็นสัตว์เลี้ยงอะไรสักตัว แล้วยังถูกผู้หญิงที่สวยจนไม่เหมือนมนุษย์เดินดินคนนั้นลูบหัวลูบหางด้วย...
...มีความทรงจำอัปยศขนาดนั้นแท้ๆ แต่ฉันยังทำท่าเหมือนคุ้นเคยมากแล้วยังมีความสุขกับการถูกทำแบบนั้นอีก
สิ่งที่หูฮวนสังเกตเป็นอย่างแรกไม่ใช่กระบวนการสร้างสรรค์วิชาใหม่ที่ผุดขึ้นมาทีหลัง แต่เป็นภาพแรกสุดที่ตัวเองถูกคนอื่นลูบหัว
ตอนนี้รถบรรทุกเจี่ยฟั่งเก่าแล่นลึกเข้ามาในเงาแห่งสรรพสิ่งแล้ว เยี่ยนเสี่ยวซีเปลี่ยนมาใช้ดาบปลายปืนสามคมเล่มหนึ่ง ส่วนหลัวซื่อไห่กับสวีเช่อจดจ่อสมาธิเฝ้าระวังอันตรายที่อาจปรากฏขึ้นได้ทุกเวลา
พลทหารทั้งหลายบนรถก็เข้าสู่สภาพพร้อมรบแล้ว
หูฮวนเอื้อมมือไปคลำ ปืนพกกระบอกนั้นของเขาหล่นหายไปไหนไม่รู้ตั้งนานแล้ว เขาคิดในใจอย่างกังวลเล็กน้อย ปืนหายไปแล้ว กลับไปจะอธิบายอย่างไรดี
ความคิดนี้คงอยู่เพียงชั่วครู่ จากนั้นหูฮวนก็นึกถึงคนลึกลับที่เสนอวิชาฝึกบำเพ็ญของสายเทวมารคนนั้น คนผู้นี้ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยมาก เขามั่นใจมากว่าตัวเองจะต้องเคยพบคนผู้นี้อย่างแน่นอน แต่เหตุใดจึงนึกข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเขาไม่ออกเลยสักนิด
ช่างเถอะ ช้าเร็วย่อมมีเศษชิ้นส่วนความทรงจำเพิ่มขึ้นมาอีก ฉันต้องนึกออกแน่ว่าคนคนนี้คือใคร
หูฮวนถอนหายใจ แล้วขดตัวอยู่ในมุมของกระบะหลังของรถเจี่ยฟั่งคันเก่าพลางพลิกฝ่ามือเงียบๆ กลางฝ่ามือมีการ์ดใบหนึ่งโผล่ออกมา
การ์ดวานรยักษ์หัวขาดใบเดิมเปลี่ยนเป็นการ์ดใบใหม่แล้ว ด้านหน้าของมันคือรูปหัววานรยักษ์ขนเหลืองหนึ่งหัวกับแขนที่มีขนสีเทาเข้มหนึ่งข้าง ด้านหลังกลายเป็น...
[ฝูงวานรพิการ (ระดับนอร์มอล)]
พลังโจมตี (C)
พลังป้องกัน (D)
พลังชีวิต (D)
พละกำลัง (C)
ความเร็ว (D)
พลังพิเศษ (1. รวมพลวานร)
นอกจากมีพลังพิเศษรวมพลวานรเพิ่มขึ้นมาก็แทบไม่เปลี่ยนไปจากการ์ดวานรยักษ์หัวขาดของเดิมแต่อย่างใด
หูฮวนผสานการ์ดใหม่เอี่ยมใบนี้เข้าไปในร่าง เมื่อครู่เขาทดลองผสานการ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดทั้งสองใบแล้ว แต่กลับล้มเหลว
หูฮวนรู้สึกลางๆ ว่าคงเป็นเพราะระดับของเถาวัลย์ดูดเลือดต่ำเกินไป พวกมันจึงไม่มีช่องทางให้เพิ่มระดับ ดังนั้นพวกมันจึงไม่อาจรวมเป็นใบเดียวได้
เส้นทางที่รถบรรทุกเจี่ยฟั่งแล่นไปมีระบบอย่างยิ่ง หลัวซื่อไห่คุมพวงมาลัยลาดตระเวนอยู่ยี่สิบนาที จากนั้นก็แล่นออกมาจากเงาแห่งสรรพสิ่งอีกหน เขาให้ทุกคนพักผ่อนอยู่ที่เดิม เห็นชัดว่าพวกเขายังต้องค้นหาต่อ ไม่ล่าถอยกลับไปง่ายๆ เช่นนี้
หูฮวนลังเลครู่หนึ่งก็ไปหาหลัวซื่อไห่แล้วสารภาพอย่างอับอาย “ครูฝึก ผมไม่ได้ปกป้องพี่กงเสวี่ยให้ดี แล้วยังทำปืนหายไปด้วย”