ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 23
ตอนที่ 22 สายพลังเทวมาร
หลัวซื่อไห่บอกอย่างอ่อนโยน “ทำภารกิจสู้รบหนแรก นายทำผลงานได้ไม่เลวแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดมากเกินไป เรื่องทำปืนหายทำรายงานสักฉบับก็พอ อาวุธสำหรับต่อสู้ที่ทำหายในเงาแห่งสรรพสิ่งไม่มีบทลงโทษ”
หูฮวนลังเลครู่หนึ่งก็ถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่หรือครับ”
หลัวซื่อไห่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก็ตอบว่า “ตอนนี้ยังไม่รู้ สถานการณ์ตอนนี้ทำได้แต่ลองสืบหาในอาณาเขตที่ขยายใหญ่ขึ้นของเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดเท่านั้น ปกติแล้วสถานการณ์แบบนี้จะหมายถึงที่แห่งนี้กำลังจะมีปีศาจที่แข็งแกร่งสักตัวถือกำเนิด พวกเราจัดการเคสแบบนี้ไม่ได้ จำเป็นต้องรายงานเบื้องบน รอให้กองทัพส่งกำลังเสริมที่แข็งแกร่งกว่ามา...
...ก่อนหน้านั้นพวกเราต้องพยายามตรวจสอบสถานการณ์ให้กระจ่างมากที่สุด เพื่อที่หน่วยรบที่มารับช่วงต่อสู้ทีหลังจะได้ทำงานสะดวก ลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นเพราะไม่รู้สถานการณ์”
หูฮวนเงียบไปครู่หนึ่ง เหตุที่เขามาหาหลัวซื่อไห่ย่อมไม่ใช่เพราะเรื่องพวกนี้ เขารวบรวมความกล้าที่มีอยู่น้อยนิดถามคำถามที่กังวลใจออกมา “ครูฝึก ผมได้ของบางอย่างมาจากด้านในเงาแห่งสรรพสิ่ง ต้องมอบให้เบื้องบน หรือต้องจัดการยังไงครับ”
หลัวซื่อไห่ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ส่ายศีรษะช้าๆ ตอบว่า “เบื้องบนตั้งกฎไว้ว่าของที่ได้มาจากในเงาแห่งสรรพสิ่งนับเป็นของรางวัลจากการต่อสู้ ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของแต่ละคน...
...เว้นเสียแต่ว่าของชิ้นนั้นจะส่งผลต่อความปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชน ถ้าไม่ใช่กรณีนั้นก็ไม่จำเป็นต้องจัดการเป็นพิเศษ”
หลัวซื่อไห่คิดครู่หนึ่งก็เสริมอีกว่า “กฎข้อนี้ใช้กับสิ่งของเท่านั้น ไม่รวมถึงสิ่งมีชีวิต ถ้านายอยากเลี้ยงปีศาจสักตัวนั่นไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน ปีศาจตัวนั้นจำเป็นต้องส่งมอบให้เบื้องบนส่งต่อไปวิจัยที่คุนหลุน”
หูฮวนถอนหายใจอย่างโล่งอก หลัวซื่อไห่ประหลาดใจเล็กน้อย ถามมาขึ้นว่า “เจ้าหนู นายได้ของแปลกๆ อะไรมาจริงเหรอ เอาออกมาให้ฉันดูหน่อยสิ”
หูฮวนลังเลครู่หนึ่งก็หยิบ...การ์ดเถาวัลย์ดูดเลือด การ์ดเทววัตถุที่ได้มาใหม่ให้หลัวซื่อไห่พลางบอกเสียงเบา “ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากยกให้ผู้หมู่เจ็ด...ผมรู้ว่าเขาไม่อยากไปจากกองพลมังกรเร้น”
หลัวซื่อไห่รับการ์ดมา ในใจตกตะลึงเล็กน้อย จริงอยู่ที่หลังจากสังหารปีศาจในเงาแห่งสรรพสิ่งแล้วอาจมีโอกาสน้อยนิดที่จะได้ ‘แก่นพลัง’ ที่รวมตัวเป็นวัตถุแข็งอยู่ในร่างของปีศาจ
แต่ปกติแล้วพวกมันล้วนเป็นวัตถุดิบที่ต้องผ่านการจัดการถึงจะสร้างเป็นอาวุธ หรือเป็นของที่ใช้ประโยชน์พิเศษได้ แบบที่ก่อตัวเป็นรูปร่างการ์ดโดยตรงแบบนี้ เขาก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
เขาพลิกไปพลิกมาดูอยู่พักหนึ่งก็พูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “นี่มันการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ของสายพลังเทวมาร!”
หูฮวนถามขึ้นมาหนึ่งประโยค “สายพลังเทวมารจากในเจ็ดขั้นสิบห้าสายพลังหรือครับ”
หลัวซื่อไห่ถอนหายใจ ตอบเบาๆ ว่า “ใช่แล้ว!”
“สายพลังเทวมารถูกพบในแดนตะวันออก คนที่ค้นพบตอนแรกยังเคยร่วมมือกับพวกเราอยู่ แต่ต่อมาเขากลับออกเดินทางไกลไปยังโพ้นทะเล ทำให้กองพลมังกรเร้นของพวกเราไม่อาจเข้าใจเคล็ดลับของการฝึกบำเพ็ญของสายพลังนี้ได้”
หลัวซื่อไห่ดีดการ์ดใบนี้แล้วบอกว่า “นายยังใช้งานมันไม่เป็น ถึงไม่รู้ความล้ำค่าของมัน การ์ดใบนี้ทำให้นายกลายเป็นผู้ถือครองพลังได้ทันที มันมีพลังพิเศษมากถึงสองอย่าง นายแน่ใจนะว่าจะทิ้งมัน”
หูฮวนพยักหน้า ตอบว่า “ผมเป็นนักรบ! ไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอกครับ”
หลัวซื่อไห่คิดไม่ถึงเล็กน้อย เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เก็บการ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดไปแล้วบอกเสียงเบาว่า “ของที่เพิ่มจำนวนผู้ถือครองพลังได้หนึ่งคนแบบนี้ ถ้าฉันรายงานหน่วยงาน มีโอกาสมากที่พวกเขาจะมอบตราเกียรติยศขั้นสามให้นาย”
เขาตบหัวไหล่หูฮวนแล้วหมุนตัวเดินไปหาผู้หมู่เจ็ด
เซียวเจี้ยนเซิงกำลังพักเอาแรงอยู่ พลทหารระดับเขาย่อมทราบถึงความสำคัญของการพักผ่อน การสู้รบมักจะดำเนินต่อเนื่องยาวนาน พลทหารที่รู้จักเก็บออมพละกำลัง พักสั่งสมเรี่ยวแรงถึงจะมีโอกาสยืนหยัดอยู่จนถึงสุดท้าย
หลัวซื่อไห่ในฐานะครูฝึกย่อมลำเอียงรักทหารในสังกัดของตนเองมากกว่าอยู่บ้าง
หูฮวนไม่รู้ แต่เขารู้แก่ใจดี หากการ์ดใบนี้ถูกส่งมอบให้เบื้องบน หน่วยงานย่อมทำไปตามกระบวนการและจัดสรรมันให้แก่คนที่ต้องการ ไม่แน่ว่ามันจะตกมาถึงมือเซียวเจี้ยนเซิง
การจัดสรรของหน่วยงานย่อมไม่มีใครกล้าบอกว่าไม่ยุติธรรม
แต่หากเขามอบให้เซียวเจี้ยนเซิงตอนนี้แล้วค่อยรายงาน ทุกสิ่งก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว เพราะไม่ว่าอย่างไรการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ก็เป็น ‘ของใช้แล้วทิ้ง’
หลัวซื่อไห่ไม่รู้ว่าหูฮวนไม่เพียงผสานการ์ดเทววัตถุเข้าไปในร่างกายได้ แต่ยังดึงออกมาได้ตามใจอีกด้วย หากเขารู้คงตกใจจนคางร่วงลงมาแล้ว
ในข้อมูลของแต่ละประเทศตอนนี้ ผู้ถือครองพลังสายเทวมารเป็นตัวตนที่ลึกลับที่สุดในหมู่ผู้ถือครองพลังสายต่างๆ ไม่เคยมีคนนอกล่วงรู้กระบวนการสร้างวัตถุเทพฤทธิ์ของสายพลังเทวมาร วิธีการนั้นถ่ายทอดสืบต่อกันในสมาคมและองค์กรอย่างลับๆ เท่านั้น
หลัวซื่อไห่เคยได้ยินมาว่ากลุ่มของผู้ถือครองพลังสายเทวมารมีผู้นำอยู่สองคน คนหนึ่งแซ่ซุน คนหนึ่งแซ่หู ประวัติความเป็นมาของพวกเขาทั้งคู่ลึกลับอย่างยิ่ง คนหนึ่งในนั้นได้ยินมาว่าสิ้นอายุขัย ตายจากไปนานแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งกลับมีชีวิตอยู่มาได้ถึงหนึ่งร้อยกว่าปี
แน่นอนว่าหนึ่งร้อยกว่าปีที่ว่านี้ไม่ใช่ตัวเลขที่แม่นยำนัก มันบอกได้เพียงว่าช่วงเวลาที่คนผู้นี้ปรากฏตัวออกมาให้ถูกบันทึกยาวนานเพียงหนึ่งร้อยกว่าปีเท่านั้น ส่วนตัวเขาจะมีอายุขัยมานานเท่าใดแล้ว เรื่องนั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้
หลัวซื่อไห่ตบหลังเซียวเจี้ยนเซิง เซียวเจี้ยนเซิงพลันรู้สึกกลางหลังเย็นวูบ พลังประหลาดสายหนึ่งกำลังกัดกินเข้ามา เขาตกตะลึง กำลังจะผลักไสมันออกไปตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของหลัวซื่อไห่บอกว่า “นี่เป็นของขวัญที่หูฮวนมอบให้นาย ถือเสียว่าเป็นค่าครูที่นายสอนวิชาหมัดให้เขา”
เซียวเจี้ยนเซิงยิ้มอย่างคิดไม่ถึง ตอบว่า “ผมจะออกจากกองพลอยู่แล้ว เหลือวิชาหมัดไว้ให้คนในกองพลเป็นความปรารถนาประการหนึ่งของผม ต้องมีค่าครูอะไรเล่า...สิ่งนี้คืออะไร”
“การ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ของสายพลังเทวมาร”
“อะไรนะ”
“อย่าให้อารมณ์ปั่นป่วน ลองผสานมันเข้ากับร่างกายดู ถ้านายล้มเหลว ฉันคงต้องถูกลงโทษ”
แบ่งสันของที่ได้จากการต่อสู้ที่ต้องมอบให้เบื้องบนโดยพลการ หากผู้หมู่เจ็ดเซียวเจี้ยนเซิงกลายเป็นผู้ปลุกพลังสำเร็จ เรื่องนี้ก็ถือว่าแล้วกันไป หากเขาได้ดียิ่งกว่านั้น ได้พลังพิเศษสองชนิดมาครอบครอง หลัวซื่อไห่ยังอาจจะได้รางวัลอีกด้วย
แต่หากเสียเปล่าไปเช่นนี้ เขาย่อมต้องรับผิดชอบ...
เซียวเจี้ยนเซิงไม่กล้าชักช้า เขาใช้เคล็ดวิชาหายใจของวิชาหมัดรวบรวมสมาธิ พยายามบังคับพลังประหลาดสายนั้นในร่างกาย
หลัวซื่อไห่เองก็ฝ่ามือชื้นเหงื่อเช่นกัน เขาเคยเห็นข้อมูลการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ของสายพลังเทวมารแต่ในรายงานของหน่วยเท่านั้น ได้ยินว่าการจะสร้างการ์ดสักใบลำบากมากอย่างยิ่ง แต่ละปีทั่วทั้งโลกมีการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ถูกสร้างออกมาเพียงหลักหน่วยเท่านั้น ส่วนใหญ่มักจะถูกรัฐบาลของประเทศต่างๆ หรือไม่ก็กลุ่มบริษัทข้ามชาติซื้อไปในราคาสูง ใช้ฝึกฝนผู้ถือครองพลังของพวกเขาเอง
รัฐบาลของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็เคยลองพยายามไปประมูลการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ที่ต่างประเทศ แต่ก็ล้มเหลวกลับมาแทบทุกครั้งเพราะเงินทุนไม่พอ
ของสิ่งนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างผู้ถือครองพลังได้ง่ายดายที่สุด
เซียวเจี้ยนเซิงเกิดมาในตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ อีกทั้งยังเป็นหัวกะทิในกองทัพ หลังจากผ่านการทำพิธีกรรมสามหน เขาก็อยู่ห่างจากการปลุกพลังอีกเพียงเส้นบางๆ เท่านั้น
แต่เพราะกฎของกองพลมังกรเร้น เขาจึงไม่มีโอกาสพยายามต่อ อีกทั้งเบื้องบนก็ไม่มอบทรัพยากรมากกว่านี้ให้เขาแล้ว ผู้หมู่เจ็ดคนนี้จึงได้แต่ฝืนทนอยู่ต่อจนถึงกำหนดเวลาแล้วออกจากกองพลไปอย่างเงียบๆ
หนนี้ เขาทราบว่าโอกาสได้มายากยิ่ง เขาจึงกดปัญหาทั้งหมดลงไปไว้ในก้นบึ้งหัวใจ
ทหารของกองพลมังกรเร้นล้วนผ่านการฝึกฝนมาสารพัดรูปแบบ พวกเขารู้ว่าควรใช้วัตถุพิเศษ ยา หรือพิธีกรรมอย่างไร เพียงแต่ทุกคนใช่ว่าจะมีโอกาสได้ลองใช้ก็เท่านั้น