ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 28
ตอนที่ 27 แปลงกายเป็นลิงตัวหนึ่งแล้วมีประโยชน์อะไร
วานรยักษ์ขนสีเทาเข้มร้องครวญครางอย่างเศร้าสลด ตอนที่ร่างกายของมันถูกแสงสีทองห้อมล้อม มันก็ไม่มีกำลังจะดิ้นรนสักเท่าใดแล้ว มันถูกแสงสีทองลากลงไปใต้ดินทั้งอย่างนั้น
แมลงกินปราณที่เกาะอยู่บนตัวของมันก็ถูกแสงสีทองล้อมไว้ด้วย มีเพียงส่วนน้อยที่โบยบินขึ้นไปก่อนหลบพ้นหายนะครั้งนี้ไปได้
ฝูงแมลงกินปราณฝูงน้อยฝูงนี้โบยบินเต็มฟ้าอยู่พักหนึ่ง เมื่อตามหาเป้าหมายไม่พบจริงๆ พวกมันจึงบินแยกย้ายกระจัดกระจายกันไป
หูฮวนนั่งอยู่บนโซฟาโบราณ เขาหอบเหมือนกับวัวแก่ๆ ที่เพิ่งไถนาเสร็จ พลังวิญญาณในร่างของเขาถูกใช้ไปจนไม่เหลือสักหยดแล้ว ทั้งร่างกายเหน็ดเหนื่อยจนแทบอยากตาย
บนโต๊ะหนังสือไม้โอ๊คมีการ์ดกองอยู่เต็มไปหมด แทบทุกใบล้วนเป็นการ์ดแมลงกินปราณ การ์ดเถาวัลย์ดูดเลือด ส่วนการ์ดฝูงวานรพิการกับการ์ดวานรยักษขนเทาที่เพิ่งจับมาได้ ไม่รู้ว่าไปซ่อนอยู่ที่ใด หาไม่เจอสักนิด
“วานรยักษ์ที่ครบสมบูรณ์ทั้งตัว น่าจะไม่ใช่ระดับนอร์มอลแล้วมั้ง”
หูฮวนมองโต๊ะที่มีการ์ดกองพะเนิน แม้แต่บนพื้นก็มีการ์ดแมลงกินปราณกองเบ้อเริ่มแล้วก็ถอนหายใจ เขาตัดสินใจยอมแพ้ที่จะคุ้ยหา แล้วเลือกผสานการ์ดแมลงกินปราณเหล่านั้นก่อนเป็นอย่างแรก
ทำอย่างนี้คงมีประสิทธิภาพมากกว่า
เขาคุ้ยหยิบการ์ดแมลงกินปราณขึ้นมาสองสามใบแล้วก็พบว่าไม่ใช่การ์ดทุกใบจะมีพลังพิเศษกินปราณ แมลงกินปราณที่ไม่มีพลังพิเศษกินปราณย่อมไม่มีพลังพิเศษพิษโลหิตแดงด้วย
หูฮวนครุ่นคิด จากนั้นก็พอจะเข้าใจแล้ว หากแมลงกินปราณเหล่านี้มีพลังพิเศษกินปราณได้ทุกตัว พวกมันย่อมสร้างพิษโลหิตแดงขึ้นมาได้ พิษโลหิตแดงของตนย่อมทำร้ายพวกมันไม่ได้แล้ว
ถ้าอย่างนั้นต่อให้เป็นราชาอสรพิษปะการังโลหิตตัวนั้นก็คงต้านไม่ไหว หากมันประจันหน้ากับฝูงแมลงกินปราณที่ครอบครองพลังพิเศษกินปราณสักฝูงสองฝูง มันคงถูกกัดกินจนเหลือแต่กองกระดูกเป็นแน่แท้
นอกจากนี้เขายังค้นพบอีกว่าการ์ดแมลงกินปราณที่ไร้พลังพิเศษนำมาผสานรวมกันไม่ได้ เห็นชัดว่าแมลงปีศาจพวกนี้ก็มีการแบ่งระดับเหมือนกัน
หูฮวนใช้วิธีที่เร็วที่สุด เขาจับการ์ดฝูงแมลงกินปราณหลายสิบใบมาสับบนมือ ไม่นานบนมือของเขาก็มีการ์ดแมลงกินปราณที่มีพลังพิเศษสองอย่างอยู่สองใบ
การ์ดแมลงกินปราณบนโต๊ะไม้โอ๊คลดลงด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็นได้ หลังจากผสานการ์ดแมลงกินปราณราวหลายร้อยใบ หูฮวนก็พบกับการ์ดแมลงกินปราณที่มีพลังพิเศษใบที่สาม
เขาลังเลครู่หนึ่งก็วางมันไว้ด้านข้างแล้วเริ่มผสานการ์ดต่อ
หลังจากนั้นสิบกว่านาที ในมือของเขาก็มีการ์ดระดับโกลด์แรร์ใบที่สอง พร้อมกับที่สะสมการ์ดแมลงกินปราณที่มีพลังพิเศษได้ประมาณยี่สิบเจ็ดใบ
หูฮวนมองดู อย่างน้อยก็ยังมีการ์ดแมลงกินปราณเหลืออยู่อีกเกินครึ่ง เขารู้สึกใจสู้แต่กายไม่สู้อยู่เล็กน้อย
เขาดึงลิ้นชักอันหนึ่งออกมา ภายในลิ้นชักอันนี้มีกล่องไม้สีดำฝังลายเส้นสีเงินอยู่ใบหนึ่ง ไม่ใช่ลิ้นชักว่าง
โต๊ะไม้โอ๊คตัวนี้มีลิ้นชักอยู่หลายสิบอัน หูฮวนเพิ่งเปิดลิ้นชักอันหนึ่งในพวกมันออกมาเป็นครั้งแรก เขาเกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาหน่อยๆ
ลิ้นชักหลายสิบอันนี่ ใส่อะไรไว้ด้านในก็ไม่รู้...แต่วันนี้ไม่มีแรงแล้วจริงๆ หนหน้าค่อยมาเปิดดูก็แล้วกัน
หูฮวนเก็บการ์ดแมลงกินปราณยี่สิบเจ็ดใบลงไปในลิ้นชัก วางพวกมันไว้บนกล่องไม้สีดำฝังลายเส้นสีเงินใบนั้นก่อนจะปิดลิ้นชักเข้าไป จากนั้นเขาถึงมองเห็นการ์ดห้าใบที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊ค
สองใบในนั้นคือการ์ดฝูงแมลงกินปราณ!
ใบหนึ่งคือการ์ดเถาวัลย์ดูดเลือด
ส่นอีกใบหนึ่งคือฝูงวานรพิการ แล้วก็อีกใบ...
หูฮวนยังไม่ทันได้มองมันก็ผสานเข้ากับการ์ดฝูงวานรพิการทันที
วานรยักษ์ขนสีเทาเข้มถูกเยี่ยนเสี่ยวซีแทงใส่หนึ่งหอกจนแขนขาดไปข้างหนึ่ง แต่เดิมก็อยู่ในสภาพพิลพิการ แต่ในตอนนี้เมื่อการ์ดเทววัตถุผสานรวมเข้าด้วยกัน แขนวานรขนสีเทาเข้มข้างนั้นบนการ์ดฝูงวานรพิการก็หายไป แล้วมีวานรยักษ์ขนสีเทาเข้ม หน้าตาดุร้ายที่มีร่างกายสมบูรณ์ตัวหนึ่งเพิ่มมาแทน
การ์ดเทววัตถุใบนี้เปลี่ยนไปแล้ว...
[ฝูงวานรจอมพลัง (ระดับแรร์)]
พลังโจมตี (C)
พลังป้องกัน (D)
พลังชีวิต (D)
พละกำลัง (B)
ความเร็ว (D)
พลังพิเศษ (1. รวมพลวานร 2. แปลงกาย แปลงร่างเป็นวานรยักษ์ได้)
ฉันแปลงร่างเป็นลิงตัวหนึ่งแล้วจะมีประโยชน์อะไร ฮะ
หูฮวนสิ้นหวังกับการ์ดใบนี้อย่างสิ้นเชิงแล้ว เขาไม่อยากกลายเป็นลิงสักหน่อย แล้วยังเป็นลิงตัวใหญ่ขนาดนี้อีกด้วยนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเขาผ่านการเอาชีวิตรอดจากวานรยักษ์ดุร้ายตัวโตมโหฬารพันธุ์นี้มาสองหน
แม้เขารู้ดีว่าวานรยักษ์ชนิดนี้ร่างกายใหญ่โต พละกำลังก็ค่อนข้างมาก แต่ความเร็วค่อนข้างธรรมดา หากวานรยักษ์ชนิดนี้เร็วล่ะก็ ชีวิตเขาคงจบสิ้นไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ความว่องไวของวานรยักษ์ชนิดนี้ก็ย่ำแย่อย่างยิ่ง ความสามารถในการต่อสู้ไม่เยี่ยมยอดสักนิด เยี่ยนเสี่ยวซีลงมือสองครั้งล้วนโจมตีถูกมันในหนเดียว ตัวหนึ่งถูกแทงหัว ตัวหนึ่งถูกแทงแขน
ยามเผชิญหน้ากับวานรยักษ์ชนิดนี้ หูฮวนอาจรู้สึกตื่นตระหนกหวาดกลัว แต่เมื่อได้มาเป็นการ์ดเทววัตถุวานรยักษ์ เขากลับรู้สึกว่าเจ้าสิ่งนี้ธรรมดาอย่างยิ่ง
หูฮวนมองโต๊ะหนังสือไม้โอ๊คที่ทำความสะอาดเสร็จก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็หยิบการ์ดฝูงแมลงกินปราณกับการ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดมาผสานเข้าไปในร่าง จากนั้นจึงท่องมนตร์ หายตัวไปจากห้องประหลาดแห่งนี้
หูฮวนสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งตามสัญชาตญาณจนเกือบสำลักดินตาย ตอนนี้เขาถึงเพิ่งได้สติ ใช้วิชาดำดินโผล่ขึ้นมาบนผิวดิน
หลังจากโผล่ออกมาจากผิวดิน เขาก็สับเปลี่ยนพลังของเถาวัลย์ดูดเลือดเป็นพลังของฝูงแมลงกินปราณ
หูฮวนใช้วิชาดำดินมาหลายครั้งจนพลังวิญญาณในร่างถูกใช้ไปหมดเกลี้ยงแล้ว แม้ว่าจะหลบอยู่ในเปลือกหอยลึกลับอยู่พักหนึ่ง แต่พลังวิญญาณก็ยังไม่ฟื้นคืนมาเท่าไรนัก
ตอนนี้เขาใช้การ์ดเถาวัลย์ดูดเลือด แต่เขาแทบไม่เหลือพลังไว้ต่อสู้อะไรอีกแล้ว ไม่ว่าจะวิชาสูบโลหิต หรือวิชาดำดิน เขาใช้ออกมาไม่ได้แล้วทั้งนั้น เหลือแต่เพียงการเพิ่มสมรรถภาพพื้นฐาน
แต่การ์ดฝูงแมลงกินปราณกลับมอบปราณต้นกำเนิดพิษโลหิตแดงให้ ทำให้เขายังคงมีความสามารถในการต่อสู้ที่ค่อนข้างแข็งแกร่งอยู่
หูฮวนชะเง้อมองตำแหน่งที่ฝูงแมลงกินปราณกับราชาอสรพิษปะการังโลหิตต่อสู้กันแวบหนึ่ง แต่เขากลับมองไม่เห็นหมู่เมฆแมลงที่มืดฟ้ามัวดินทอดยาวหลายกิโลเมตรนั่นแล้ว แล้วเขาก็มองไม่เห็นราชาอสรพิษปะการังโลหิตที่พ่นไอสีดำออกมาตัวนั้นด้วย เขาประหลาดใจเล็กน้อย
เขาสุ่มเลือกทิศทางมาทิศหนึ่งแล้วออกตัววิ่งเต็มฝีเท้า
สถานที่ซึ่งเงาแห่งสรรพสิ่งรุกรานโลกแห่งความเป็นจริงได้มีน้อยยิ่งนัก แม้มันจะต่างจากโลกแห่งความจริงราวฟ้ากับเหว แต่มันก็ยังเป็นเงาสะท้อนของโลกแห่งความจริง ขอเพียงเลือกทิศทางใดทิศทางหนึ่งแล้วเดินไปเรื่อยๆ ย่อมออกจากเงาแห่งสรรพสิ่ง ออกไปจากเขตผนึกได้
ความรู้พื้นฐานข้อนี้ลู่อวิ๋นอวิ๋นบอกเขามานานแล้ว
ดังนั้นทุกครั้งที่ออกมาทำภารกิจล้วนต้องเตรียมอุปกรณ์สื่อสารมาด้วย ไม่เช่นนั้นหากระยะทางด้านในเงาแห่งสรรพสิ่งขยายยาวมากเกินไปขึ้นมาย่อมเดินทางออกมาไม่ง่าย
หูฮวนเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น คนอื่นล่าถอยออกไปแล้ว เหลือเขาเพียงคนเดียว เขาจึงทำได้เพียงอาศัยสองเท้า วัดระยะทางของเงาแห่งสรรพสิ่งอันพิสดารอยากคาดเดาแห่งนี้
หูฮวนตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอยู่สิบกว่านาที ทันใดนั้นเบื้องหน้าก็พลันสว่างวาบ โลกแห่งสีสันที่มีสีสันมากมายพร่างพรายปราฏขึ้นตรงหน้าอีกหน เขาแหงนหน้ากู่ร้องกับท้องฟ้าอย่างห้ามใจไม่ไหว หนนี้ห่างจากความตายเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดอย่างแท้จริง เอาชีวิตรอดออกมาได้นับว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ
ผ่านไปเพียงชั่วครู่ จู่ๆ สุนัขก็หอนต่อกันเป็นทอดๆ ตามมาด้วยเสียงก่นด่านับไม่ถ้วน “ไอ้สารเลวคนไหน กลางค่ำกลางคืนไม่หลับไม่นอน มาทำให้หมาหอนกันหมด”
หูฮวนมองสำรวจเล็กน้อย เขาพบว่าตัวเองมาโผล่ใกล้ๆ กับหมู่บ้านขนาดเล็กแห่งหนึ่ง เขากู่ร้องออกมาตอนดึกดื่นเที่ยงคืน เลยทำให้สุนัขในหมู่บ้านของผู้อื่นหอนตามกันไปด้วย
เขาหมุนตัวเผ่นแน่บอย่างว่องไว แม้จะไม่คุ้นเคยกับถนนบริเวณนี้แต่เขาก็กระดากใจเกินกว่าจะไปถามทางแล้ว
“นี่มันที่ไหนเนี่ย..ตามทฤษฎีแล้วน่าจะอยู่ใกล้ๆ หมู่ตึกหอพักของโรงงานอะไรนั่นสิ ฉันไม่น่าจะออกมาไกลจากเขตผนึกมากนักนะ”
แต่ว่า...นักเรียนเสี่ยวหูเหมือนจะจำทางไม่ค่อยได้แล้วสิ!