ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 29
ตอนที่ 28 พิธีรำลึกล่ม
“ถึงสหายหูฮวนจะอายุน้อย แต่ความกล้าหาญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ...เขาเสียสละชีวิตอันเยาว์วัยของตัวเองเพื่อบ้านเกิด เพื่อปวงประชา เพื่อสหายร่วมรบ! พวกเราจะยึดถือเขาเป็นแบบอย่าง”
“ครูฝึกหลัว!”
หลัวซื่อไห่กำลังจัดพิธีรำลึกให้แก่หูฮวน หัวใจเขาเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก พลทหารที่เข้าร่วมพิธีรำลึกแต่ละคนก็โศกเศร้าอย่างยิ่ง
หูโหย่วเหยียนสีหน้าซีดเผือด เขาหมุนผลวอลนัทคู่หนึ่งในมือไม่หยุดพลางพึมพำขึ้นมาว่า “แล้วฉันจะบอกแม่ของมันยังไง”
แต่แล้วบรรยากาศอันเคร่งเครียดนี้ก็ถูกพลทหารอายุน้อยที่พรวดพราดเข้ามาพร้อมกับสีหน้าตื่นเต้นดีใจขัดจังหวะ ไม่ต้องพูดถึงหลัวซื่อไห่ แม้แต่ผู้หมู่ทั้งสองคนอย่างเซียวเจี้ยนเซิงกับจางจวี้หวาก็ทนไม่ไหว
เซียวเจี้ยนเซิงตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว “พลทหาร นายดีใจอะไรนักหนา เมียที่บ้านคลอดลูกชายหรือยังไง”
“ผู้หมู่เจ็ด ผมยังไม่มีภรรยานะครับ!..ไม่ใช่เรื่องที่บ้านของผม หูฮวนต่างหาก เขากลับมาแล้ว”
“อะไรนะ!”
“หูฮวนจะกลับมาได้ยังไง เขาตายอยู่ในเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดแล้ว”
“อย่ามาพูดมาก ที่นี่ยังมีคนนอกอยู่”
“ฮวนเอ๋อร์”
พลทหารทั้งหลายกำลังถกเถียงกัน แต่หูโหย่วเหยียนปฏิกิริยาฉับไวยิ่งกว่าใครทั้งหมด เขาตะโกนเรียกคำเดียวก็วิ่งพรวดออกไป ความเร็วใช้ได้เลยทีเดียว
ตาเฒ่าหูบุกเบิกเปิดบ่อนใต้ดิน ความสามารถอย่างอื่นไม่มี แต่ความสามารถในเรื่องการวิ่งนี่ เขาไม่กล้าหย่อนยาน มีหลายครั้งที่เขาคงจะถูกคนฆ่าตายไปแล้วถ้าเท้าของเขาไม่ว่องไวพอ
หูโหย่วเหยียนพุ่งออกมาจากห้องโถงพิธีไว้ทุกข์ เขาวิ่งพรวดเดียวมาถึงประตูของคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วเขาก็เห็นลูกชายแท้ๆ ของตัวเองมีสภาพน่าอนาถใจราวกับลูกนอกสมรสของหงชีกง[footnoteRef:1] [1: หงชีกง (หรืออั้งฉิกกง) ตัวละครในนิยายเรื่องมังกรหยกของกิมย้ง ฉายายากจกอุดร ประมุขพรรคกระยาจกผู้รักความยุติธรรม ชอบการท่องเที่ยวและการกิน]
กว่าหูฮวนจะหาทางกลับมาได้ไม่ง่ายจริงๆ
เขายังเป็นแค่นักเรียนมัธยมต้นคนหนึ่ง ปกติไม่เคยออกจากแถวบ้านมาไกลนัก แล้วก็ไม่เคยนั่งรถสาธารณะอะไรด้วย เขาอาศัยสองเท้าเพียงอย่างเดียว เดินหลงทางไปไม่รู้กี่รอบกว่าจะหาทางกลับมาที่ฐานได้
“เหล่าหู มีของกินไหม...ผมหิวจะตายแล้ว”
หูฮวนไม่มีอารมณ์จะแปลกใจแล้วว่าพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองมาที่นี่ได้อย่างไร ‘ถูกบังคับให้เข้าหน่วย’ เหมือนกับกับเขาหรือเปล่า ตอนนี้เขาอยากจะรีบกินข้าวสักคำจะแย่แล้ว
เขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดอยู่ที่ชานเมือง แล้วเขาเดินยังอ้อมผิดทางอีก ยิ่งเดินก็ยิ่งไปไกลกว่าเดิม ไม่เจอใครเลยสักคน แม้ว่าที่ตัวจะมีเงินอยู่ แต่ก็ไม่มีที่ให้ซื้อของกิน
หูโหย่วเหยียนตบบ่าลูกชายบอกอย่างใจป้ำ “พ่อเลี้ยงอาหารเหลาแกเลย พวกเราพ่อลูกไปกัน”
แต่ช้าไปก้าวหนึ่ง ทหารของกองพลมังกรเร้นที่ตามออกมาเห็นหูฮวนแล้ว พวกเขาต่างรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
ลู่อวิ๋นอวิ๋นขยับเข้ามาใกล้สองพ่อลูกอย่างเงียบเชียบ มือน้อยยื่นออกมาส่งซาลาเปาเนื้อหลายลูกให้หูฮวน
ปีกจมูกของหูฮวนบานออก เขาสูดกลิ่นหอมของซาลาเปาเนื้อแล้วคว้าหมับแย่งมาทันที เขายัดซาลาเปาเนื้อทั้งลูกเข้าปาก ซาลาเปาเนื้อหลายลูกถูกเขากินคำละลูก เพียงครึ่งนาทีก็หายเกลี้ยงไปไม่เหลือ
หูฮวนกินซาลาเปาเข้าไปหลายลูกแล้วแต่ยังไม่อิ่ม เขามองลู่อวิ๋นอวิ๋นตาปริบๆ เด็กสาวผมเปียคู่คนนี้ดันแว่นตากรอบสีดำบนใบหน้านิดหนึ่ง แล้วบอกอย่างอ่อนโยน “ตอนนี้โรงอาหารเพิ่งทำอาหารพอดี เดิมทีจะจัดงานเลี้ยงพิธีไว้อาลัยให้นาย!”
หูฮวนได้ยินก็ตาลุกวาว เมินครึ่งประโยคหลังไปทันที เขาสนใจแต่ครึ่งประโยคแรกเท่านั้น ก่อนจะสับขาวิ่งปรี่ไปที่โรงอาหารทันที
หลัวซื่อไห่แต่เดิมยังหน้าเศร้าอยู่ ตอนนี้เขากลับกลั้นขำไม่ไหว ตะโกนว่า “รีบไปเก็บของที่ห้องโถง นี่กลายเป็นเรื่องตลกครั้งใหญ่แล้ว พวกเราคงเป็นกองพลมังกรเร้นกองเดียวที่จัดพิธีรำลึกให้สหายร่วมรบที่ยังมีชีวิตอยู่”
พลทหารทั้งหลายระเบิดเสียงหัวเราะดังครืน แม้หูฮวนจะเพิ่งเข้ามาในหน่วยได้ไม่นาน เป็นเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่ในช่วงเวลาอันตรายเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เด็กคนนี้กระโจนลงจากรถเพื่อขวางแมลงกินปราณเพื่อทุกคน เรื่องนี้ซื้อใจของทุกคนได้หมดแล้วจริงๆ
หูฮวนกลับมาอย่างปลอดภัยได้ ทุกคนล้วนดีใจแทนเขา
ตอนนี้ไม่มีใครสนใจหูโหย่วเหยียนแล้ว แต่เดิมหลี่เหยียนจงยังออกหน้ามาปลอบครอบครัวของผู้กล้าที่เสียสละชีพคนนี้ด้วยตัวเอง แล้วยังถามอีกว่าเขาต้องการสิ่งใดหรือไม่
หลี่เหยียนจงถึงขนาดบอกเป็นนัยว่าหากเขาต้องการ เคลียร์คดีที่เคยมีก็จัดการให้ได้
หูโหย่วเหยียนเพิ่งเสียลูกชาย ไหนเลยจะมีกะจิตกะใจขบคิดถึงเรื่องผลประโยชน์อะไรอีก ตอนนี้ตาเฒ่าหูเรียกสติกลับมาได้ก็นึกเสียใจทันที เขากู่ร้องในใจ เมื่อกี้ฉันน่าจะพูดให้เต็มปากเต็มคำว่าขอให้กองทัพกวาดล้างเจ้าพวกปีศาจน้อยสารเลวอย่างพวกเว่ยเหล่าซาน จวินเตากับกวงโถวไปให้หมด เหตุผลไม่ต้องหา แค่บอกว่าเพื่อขจัดภัยร้ายให้ประชาชนก็พอ!
ถ้ากองทัพลงมือกำจัดไอ้พวกสารเลวก๊กนั้น ต่อจากนี้ เมืองเอกของมณฑลแห่งนี้ ไม่ใช่ฉันอยากกุมอำนาจเท่าไร ก็กุมอำนาจได้เท่านั้น ไม่มีใครเป็นศัตรูกับเหล่าหูคนนี้ได้อีกแล้วหรือ มัวแต่ว้าวุ่นใจเพราะไอ้ลูกตัวดีคนนี้จนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ตอนนี้กองทัพคงไม่รับปากเรื่องสกปรกพวกนี้แล้วแน่
ถึงหูโหย่วเหยียนจะเสียดาย แต่เขาก็ยังดีใจอยู่ เขาเดินเข้าไปที่โรงอาหารพร้อมกันกับคนส่วนใหญ่
หูฮวนกินจนกระพุ้งแก้มป่อง ดูหมือนกระรอกน้อยตัวหนึ่ง
หลัวซื่อไห่อยากถามมากว่าเขากลับออกมาได้อย่างไร แต่พอเห็นสภาพนี้ของหูฮวนก็ถามไม่ลงแล้ว เขาทักทายคำเดียวก็ให้ทุกคนนั่งลงกินข้าวด้วยกัน
ถึงอย่างไรอาหารที่โรงอาหารเตรียมไว้ก็เป็นอาหารที่เอาไว้ให้ทุกคนกินหลังจากทำพิธีรำลึกถึงหูฮวน ถึงตอนนี้จะไม่ต้องรำลึกแล้ว แต่อาหารยังต้องกินเหมือนเดิม
หูโหย่วเหยียนเดินตามต้อยๆ มานั่งที่โต๊ะอาหารข้างหูฮวน เขาไม่สนใจเยี่ยนเสี่ยวซีกับหวังซงที่อยู่ด้านข้างสักนิด หัวเราะฮ่าๆ ถามทันทีว่า “ลูกชาย! แกบอกพ่อมาตรงๆ อยากจะออกจากหน่วยไหม ถ้าแกไม่อยากอยู่แล้ว พวกเราก็กลับบ้านกัน พ่อจะไปคุยกับหัวหน้าเอง”
คำพูดเพิ่งหลุดออกจากปากเขา บรรยากาศก็เย็นยะเยือกทันที หลี่เหยียนจงหัวเราะตอบอย่างไม่รีบร้อน “ไม่ได้หรอกครับ! หน่วยของพวกเรามีกฎว่าคนที่หนีกองทัพต้องไปขึ้นศาลทหาร อีกอย่างรางวัลของหูฮวนก็ได้รับการอนุมัติแล้วด้วย ออกจากหน่วยตอนนี้น่าเสียดายแย่!”
หูโหย่วเหยียนเป็นคนเจนโลก ไหนเลยจะถูกหลอกได้ง่ายๆ แบบนี้
เขาตอบอย่างไม่อินังขังขอบ “ฮวนฮวนของบ้านเราเพิ่งจะจัดพิธีรำลึกไป นับว่าสละกายเพื่อชาติแล้ว ยังเกษียณกลับบ้านเกิดไม่ได้อีกหรือไง...ต้องให้พ่อแก่ๆ คนนี้ทนทุกข์กับการเสียลูกรัก ลิ้มรสชาติของคนหัวหงอกส่งคนหัวดำจริงๆ หรือยังไง”
พูดไปๆ หูโหย่วเหยียนก็ร้องไห้
แม้ทักษะการแสดงของเขาจะผ่านฉลุย แต่จนปัญญาที่เส้นผมทั้งหัวดำขลับวาววับ ไม่เข้ากับคำว่าคนหัวหงอกเลยจริงๆ
หลี่เหยียนจงยิ้มจนตาหยีเอ่ยขึ้นมาหนึ่งประโยค “พวกเราไปคุยกันสองคนหน่อย”
หูโหย่วเหยียนตาเป็นประกาย เดินตามหลี่เหยียนจงออกไปโดยไม่ปฏิเสธ
หูฮวนกินจนอิ่มสบายไปทั้งตัว เขาจัดการอาหารไปสามเท่าของเวลาปกติกว่าจะหยุดกิน
นักเรียนเสี่ยวหูลูบหน้าท้องกลมดิกแล้วเพิ่งรู้ว่าพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองหายไปอีกแล้ว เมื่อครู่เขาฟัดกับอาหารทั้งหลายอยู่จึงไม่ทันสังเกตสักนิดว่าหูโหย่วเหยียนเดินออกไปกับหลี่เหยียนจง
ตาแก่คนนี้พึ่งไม่ได้เลยจริงๆ! ช่างเขาเถอะ! ฝนจะตก พ่อจะไปหากิ๊ก ห้ามได้เสียที่ไหน! ปล่อยเขาไปเถอะ ฉันเป็นห่วงเขามากมายขนาดนั้นไม่ไหวหรอก
หูฮวนนับว่ามองขาดโดยแท้ พ่อของเขาคนนี้เป็นเช่นนี้มาเสมอ อนาคตก็ไม่มีวันเปลี่ยน ตัวเขาต้องใช้ชีวิตของเขาเอง พ่อบังเกิดเกล้าก็ต้องใช้ชีวิตของพ่อ ไม่ว่าใครก็ไปเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของอีกฝ่ายไม่ได้ทั้งนั้น
หูฮวนที่อยู่ตรงนี้กำลังปลงตก ส่วนหูโหย่วเหยียนยิ้มร่าเดินกลับมากับหลี่เหยียนจง แล้วรีบพูดว่า “หัวหน้าพูดได้ดี ผมเอาตามท่านว่าเลยครับ”