ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 30
ตอนที่ 29 ปราณแปลกปลอม ปราณต้นกำเนิด พลังวิญญาณ
หูฮวนเห็นพ่อบังเกิดเกล้าของตนลอบงอนิ้วสามนิ้วทำสัญญาณมือที่มีแต่คนในครอบครัวของตัวเองที่จะเข้าใจส่งมาให้เขาอย่างเงียบๆ หูฮวนก็รู้ทันทีว่า หูโหย่วเหยียนขายลูกแท้ๆ ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว
เขาทั้งหงดหงิดทั้งโมโหเลยไม่พูดไม่จา
หลี่เหยียนจงเข้ามาปลอบใจสองสามคำก็พาอวิ๋นสี่เหอออกไป ยกที่นี่ให้หลัวซื่อไห่จัดการ เขาเป็นคนที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้ามาจนคุ้นเคยแล้ว เขารู้ว่าตอนนี้ให้ตนเองเป็นคนพูดกลับจะไม่ดีเท่าไรนัก
หลัวซื่อไห่ เซียวเจี้ยนเซิง จางจวี้หวาเคยต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับหูฮวนมาแล้ว ลู่อวิ๋นอวิ๋น เยี่ยนเสี่ยวซีกับหวังซงก็เป็นผู้ถือครองพลังเหมือนกันกับเขา ความสัมพันธ์ย่อมใกล้ชิดกันโดยธรรมชาติ
หูโหย่วเหยียนเห็นหลี่เหยียนจงเดินจากไปแล้วก็หันมาบอกลูกชายว่า “ฉันต้องไปบอกแม่ของแกสักคำ เธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ไปก่อนนะ”
หูโหย่วเหยียนยิ้มร่าก้าวจากไปอย่างว่องไว เห็นชัดว่าเมื่อครู่เขาคงได้ผลประโยชน์ก้อนโตมาแล้ว
หูฮวนไม่คาดหวังว่าเขาจะทำตัวยอดเยี่ยมอะไรอยู่แล้ว หลังจากหลี่เหยียนจง อวิ๋นสี่เหอกับหูโหย่วเหยียนเดินออกไปแล้ว เขาก็ถามอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ “พี่กงเสวี่ยเป็นยังไงบ้างครับ”
เขาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกงเสวี่ยมาหนึ่งหน ความสัมพันธ์จึงใกล้ชิดมากกว่าเดิมอยู่มาก กงเสวี่ยเกือบจะถูกวานรยักษ์ขนสีเทาเข้มจับเหวี่ยงทุ่มลงพื้น เธอบาดเจ็บไม่เบา เขาย่อมเป็นห่วงอยู่บ้าง
เยี่ยนเสี่ยวซีตอบอย่างเศร้าใจเล็กน้อย “พี่กงเสวี่ยไม่เป็นอะไร กระดูกหักอยู่หลายท่อน อวัยวะภายในก็กระทบกระเทือน ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ต้องรักษาตัวอย่างน้อยเดือนสองเดือนถึงจะหายดี...โชคยังดีที่นายช่วยไว้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นหนนี้พี่กงเสวี่ยคงไม่ได้กลับมาแล้ว”
สวีเช่อที่อยู่ด้นข้างบอกเสียงเบา “ถ้าหูฮวนไม่ขวางฝูงแมลงไว้ พวกเราทั้งหมดคงไม่ได้กลับมาสักคน ทุกคนติดค้างชีวิตเสี่ยวหูแล้ว”
หลัวซื่อไห่หน้าซีดจนเป็นสีเทา สีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง เห็นชัดว่าพิษที่ได้รับมาตอนถูกแมลงกินปราณกัดยังไม่ถูกขจัดอย่างสมบูรณ์ เขาไอเบาๆ แล้วบอกว่า “อีกเดี๋ยวนายไปโรงพยาบาล แวะไปเยี่ยมกงเสวี่ยสักหน่อย ถ้าเธอรู้ว่านายปลอดภัยกลับมาต้องดีใจมากแน่”
หูฮวนตอบรับอย่างว่าง่าย “อีกเดี๋ยวผมจะไปเยี่ยมพี่กงเสวี่ยเลย ครูฝึก แล้วร่างกายของคุณเป็นยังไงบ้างครับ แก้พิษแล้วหรือยัง ทำไมไม่ไปโรงพยาบาลล่ะครับ”
หลัวซื่อไห่ตอบเพื่อให้เขาวางใจ “ฉันไม่เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ พักผ่อนสองสามวัน ให้น้ำเกลือขวดสองขวดก็หายแล้ว ไปโรงพยาบาลทำอะไร”
หูฮวนแอบครุ่นคิดในใจ พิษโลหิตแดงไม่ใช่วาจะขจัดให้หมดได้ง่ายดายแบบนั้น กลับไปฉันต้องแอบช่วยปรับพลังวิญญาณให้ครูฝึกสักหน่อยแล้ว
หูฮวนเคยถามเรื่องคำศัพท์ที่โผล่มาในเศษชิ้นส่วนความทรงจำกับลู่อวิ๋นอวิ๋น
พิษโลหิตแดงเป็นปราณต้นกำเนิดชนิดหนึ่ง หรือก็คือพลังวิญญาณพิเศษประเภทหนึ่ง ปราณต้นกำเนิดกับพลังวิญญาณเดิมทีแล้วเป็นสิ่งเดียวกัน เพียงแต่วิธีเรียกแตกต่างกันก็เท่านั้น
ลู่อวิ๋นอวิ๋นสอนความรู้พื้นฐานให้หูฮวนฟังแล้ว ปราณต้นกำเนิดเป็นวิธีเรียกของกลุ่มองค์กรเก่าสมัยก่อนก่อตั้งสาธารณรัฐกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้มันแตกต่างจากลมปราณที่วิถีเต๋าฝึกบำเพ็ญกัน ก่อนหน้านั้นมันถูกเรียกว่าปราณแปลกปลอม ปราณชั่วร้าย แล้วยังมีชื่อเรียกอื่นอีกมากมาย ซ้ำยังถูกเข้าใจว่านำมาฝึกบำเพ็ญไม่ได้
ต่อมาประเทศต่างๆ จึงเปลี่ยนชื่อเรียกให้เป็นชื่อเดียวกัน เรียกว่าพลังวิญญาณ!
หูฮวนมีการ์ดเทววัตถุของฝูงแมลงกินปราณอยู่ เขากลืนกินปราณต้นกำเนิด หรือก็คือพลังวิญญาณได้ ดังนั้นเขาย่อมดูดพิษโลหิตแดงในร่างหลัวซื่อไห่ออกมาได้ หากเป็นเช่นนั้นย่อมเท่ากับว่าแก้พิษได้แล้ว
ความจริงแล้วหลายวันมานี้หลัวซื่อไห่ฝืนทนอยู่ตลอด ไม่ว่าอย่างไรภารกิจหนนี้ก็มีพลทหารพลีชีพสองนาย ผู้ปลุกพลังที่มีอนาคตไกลคนหนึ่งก็ ‘เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้’ แล้วกงเสวี่ยกับตัวเขาเองยังบาดเจ็บหนักอีกด้วย
แม้จะเป็นเพราะปีศาจดุร้ายเกินไป ไม่ว่าจะฝูงแมลงกินปราณ หรือวานรยักษ์ขนเทาล้วนเป็นสิ่งที่หน่วยของพวกเขาต้านไม่ไหว แต่เขาก็ยังต้องเขียนรายงานและเขียนรายงานทบทวนความผิดของตัวเองอยู่ดี
การที่หูฮวนมีชีวิตรอดกลับมาช่วยลดแรงกดดันให้เขาอย่างมาก
โดยเฉพาะเมื่อหูฮวนยังนึกเป็นห่วงเรื่องที่เขาถูกพิษอีก สิ่งนี้ยิ่งทำให้ผู้กองแก่ๆ อย่างตาเฒ่าหลัวรู้สึกเหมือนเห็นลูกอกตัญญู จู่ๆก็เป็นห่วงสุขภาพของบิดาชรา
หลายวันนี้หลัวซื่อไห่วุ่นวายอยู่กับ ‘พิธีรำลึก’ ถึงหูฮวนจึงไม่ได้พักผ่อนดีๆ เท่าใดนัก ตอนนี้เขาจึงเริ่มรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาแล้ว เขาให้กำลังใจหูฮวนอีกสองสามประโยคก็หมุนตัวเดินจากไป ตั้งท่าจะกลับไปพักสักหน่อย
หลัวซื่อไห่เพิ่งเดินออกไป หวังซงก็พรวดเข้ามา บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นนิดๆ “พวกเราไปเยี่ยมพี่กงเสวี่ยกันเถอะ! ให้พี่อวิ๋นอวิ๋นเขียนรายงาน แล้วเอาเจ้าแก่รถจี๊ปเป่ยจิง 212[footnoteRef:1] คันนั้นออกมา ทุกคนไปด้วยกัน” [1: รถจี๊ปเป่ยจิง 212 (BJ 212) เป็นรถยนต์นั่งรุ่นแรกสุดของประเทศจีน ผลิตโดยบริษัท Beijing Automobile Works co.,Ltd. (BAW) ในชื่อเก่าสมัยเป็นโรงงาน ]
เยี่ยนเสี่ยวซีก็เห็นด้วยว่าเรื่องนี้ทำได้ จึงสนับสนุนอีกเสียง “หนนี้หวังซงพูดดี พี่อวิ๋นอวิ๋นไปยืมรถกันเถอะ! วันพรุ่งนี้พวกเรายังมีภารกิจสู้รบอีก มีแต่วันนี้ที่พอไปเยี่ยมพี่กงเสวี่ยได้”
หูฮวนตกใจสะดุ้งโหยง ถามขึ้นว่า “ยังมีภารกิจสู้รบอีกเหรอ”
หวังซงตอบอย่างปากไว “เขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดกำลังขยายตัวอย่างช้าๆ พวกเราต้องจับตาดูเขตผนึกแห่งนี้ไว้ให้ดีก่อนที่กำลังเสริมจากเบื้องบนจะมาถึง แล้วก็ต้องอพยพผู้คนบริเวณใกล้ๆ ออกไปด้วย...แต่นายน่าจะไม่ต้องไปแล้ว พักผ่อนสักสองสามวัน ปรับสภาพจิตใจสักหน่อยก่อน จะได้ไม่เสียสติ”
เยี่ยนเสี่ยวซีพูดบ้างว่า “ถึงสายนักรบจะเป็นผู้ถือครองพลังที่เสียสติยากที่สุด แต่ตามกฎแล้ว นายยังเป็นเด็กใหม่ ผ่านการต่อสู้ระดับนี้มาก็จำเป็นต้องพักจริงๆ...พวกเราออกไปข้างนอก แวะไปเยี่ยมพี่กงเสวี่ยกันก่อนเถอะ เรื่องพวกนี้เอาไว้กลับมาค่อยคุยกัน”
หูฮวนรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว พอเขาคิดว่าตัวเองต้องออกไปทำภารกิจสู้รบอีก ทั่วทั้งร่างก็ไม่เหลือเรี่ยวแรง แต่เขาก็บอกไม่ถูกว่าเหตุใดลึกๆ ในใจเขายังมีความตื่นเต้นเล็กๆ ซ่อนอยู่ด้วย มันขัดกับปกติที่ใจเขาน่าจะหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนตัวเองคล้ายจะเป็นโรคบุคลิกภาพแตกแยก
ลู่อวิ๋นอวิ๋นยืมรถมาได้อย่างรวดเร็ว แต่สวีเช่อบอกว่าเขายังมีธุระ ส่วนวั่นหย่งตอนนี้เฝ้าเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดอยู่จึงไม่ได้กลับมาร่วมพิธีรำลึกด้วย ดังนั้นจึงมีแต่หูฮวน ลู่อวิ๋นอวิ๋น เยี่ยนเสี่ยวซีกับหวังซงสี่คนที่ออกไปข้างนอกด้วยกัน
รถจี๊ปเป่ยจิง 212 คันเก่านั่งสบายกว่ารถบรรทุกเจี่ยฟั่ง ไม่ว่าจะระบบลดแรงสั่นสะเทือน หรือเบาะฟองน้ำก็ดีกว่าไม่ใช่แค่ขั้นเดียว
หูฮวนเพิ่งจะเคยนั่งรถยนต์รุ่นเล็ก ‘ไฮโซ’ แบบนี้เป็นครั้งแรก ในใจเขาตื่นเต้นเล็กน้อย เขาแย่งขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ นั่งเกาะกระจกรถมองออกไปข้างนอกตลอดทาง
เมือง ถนนและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่เดิมทีค่อนข้างคุ้นตา เมื่อนั่งอยู่ในรถจี๊ปเป่ยจิง 212 ทุกสิ่งก็ดูมีบรรยากาศไม่เหมือนเดิม
กงเสวี่ยถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยแพทย์ทหารที่หนึ่ง ที่นี่เป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของทั้งมณฑล มันกินพื้นที่กว้างพอๆ กับมหาวิทยาลัยทั่วไป จากสุดปลายด้านหนึ่งของโรงพยาบาลเดินไปจนถึงสุดปลายอีกด้านหนึ่งต้องเดินอยู่นานประมาณสิบนาที
กงเสวี่ยถูกจัดให้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ แยกต่างหากออกมาจากตึกใหญ่ที่ไว้ตรวจคนไข้ปกติ ตอนที่พวกหูฮวนสี่คนเปิดประตูห้องพักคนไข้ กงเสวี่ยกำลังรับประทานอาหารอยู่ จู่ๆ เห็นหูฮวนปรากฏตัวขึ้น เธอตกใจจนทำถาดอาหารคว่ำกระจาย
“เสี่ยวหู!”
“นายรอดกลับมาได้ยังไง ไม่ๆ พี่สาวพูดผิดแล้ว นายหนีออกมาจากเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดได้ยังไง ได้ยินว่านายล่อฝูงแมลงกินปราณออกไปแทนทุกคน นาย...ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
หูฮวนวิ่งเข้าไปหาฝูงแมลงกินปราณ แต่สุดท้ายกลับปลอดภัยไร้อันตราย สำหรับทุกคนแล้วเรื่องนี้มหัศจรรย์อย่างยิ่ง เพียงแต่เขาเพิ่งกลับมาอย่างปลอดภัยจึงไม่มีใครสะดวกใจจะบีบคั้นถามเขา
กงเสวี่ยตื่นเต้นเกินไป เธอจึงเผลอหลุดปากถามคำถามที่ทุกคนสนใจอย่างยิ่งออกมา
หูฮวนลังเลครู่หนึ่ง ก่อนที่ในสมองจะปรากฏเศษชิ้นส่วนความทรงจำนับไม่ถ้วน
หนนี้ก็ยังไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดทิ่มแทงเหมือนเดิม...