ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 31

#31ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ตอนที่ 30 พลังวิญญาณกลายสภาพ

“ผมถูกแมลงประหลาดนับไม่ถ้วนโถมเข้ามาหาจนล้ม พวกมันกัดตามตัวผมไม่หยุด...”

หูฮวนทำหน้าเค้นสมองนึก เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตนเองจึงไม่พูดความจริง แต่เริ่มแต่งเรื่องขึ้นตามคำพูดที่ความทรงจำมอบให้

“ตอนที่ผมฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยังไม่ตาย ส่วนพลังวิญญาณในร่างก็เปลี่ยนไปจากเดิม...ผมจะแสดงให้พวกพี่ดู”

หูฮวนผสานการ์ดฝูงแมลงกินปราณเข้าไปในร่าง จากนั้นก็แสดงปราณต้นกำเนิดพิษโลหิตแดงออกมาครู่หนึ่ง อาจจะเรียกมันว่าพลังวิญญาณสีโลหิตก็ไม่ผิดนัก

กงเสวี่ย เยี่ยนเสี่ยวซี หวังซง เห็นแสงสีแดงจางๆ ที่ส่องสว่างขึ้นบนร่างหูฮวนก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก มีแต่ลู่อวิ๋นอวิ๋นที่ยังนับว่าเยือกเย็นอยู่ เธอพูดขึ้นมาเสียงเบา “พลังวิญญาณกลายสภาพ!”

กงเสวี่ย เยี่ยนเสี่ยวซีกับหวงซงอุทานอย่างตกตะลึงแล้วยอมรับคำอธิบายนี้แทบจะในพริบตา!

มีผู้ปลุกพลังจำนวนน้อยที่พลังวิญญาณของตัวเองจะเปลี่ยนสภาพอย่างฉับพลันเพราะปัจจัยที่คาดไม่ถึงบางอย่าง การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้เรียกว่าพลังวิญญาณกลายสภาพ

ปัจจุบันแต่ละประเทศยังสรุปหลักการของมันออกมาไม่ได้ ทำได้เพียงอาศัยข้อมูลที่เก็บสถิติไว้ สันนิษฐานว่าปรากฏการณ์พลังวิญญาณกลายสภาพต้องมีปัจจัยก่อนเกิดปรากฏการณ์อย่างน้อยหนึ่งอย่าง นั่นก็คือในช่วงที่เป็นผู้ปลุกพลัง พวกเขาได้รับพลังจากต้นกำเนิดพลังวิญญาณที่ต่างกับของตัวเอง

ผู้ปลุกพลังประเภทนี้หลังจากกลายเป็นผู้ถือครองพลังแล้ว พลังวิญญาณจะทำให้เกิดพลังพิเศษบางอย่างเพราะสภาพที่พิเศษอย่างยิ่งนี้ บางคนสร้างไฟกับน้ำได้ บางคนเสกอสนีบาตได้ บางคนทำให้คนฮึกเหิมถึงขีดสุด ทำให้อารมณ์อ่อนไหวแพร่ต่อกันเหมือนโรค แล้วก็ยังมีบางคนทำให้คนเกิดความรู้สึกด้านลบนานาประการได้อีกด้วย มีมากมายสารพัดแบบบอกเล่าไม่หมด

คนที่พลังวิญญาณกลายสภาพตั้งแต่อยู่ในช่วงการเป็นผู้ปลุกพลังเช่นหูฮวน แม้จะมีน้อยแสนน้อย น้อยจนแต่ละประเทศมีจำนวนเพียงหลักหน่วย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี

หลังจากความตกตะลึงผ่านพ้นไป หวังซงก็บอกอย่างอิจฉา “หูฮวน นายมันโชคดีจริงๆ ปลุกพลังได้ตามธรรมชาติยังไม่พอ ยังปลุกต้นกำเนิดพลังวิญญาณสำเร็จ แล้วยังได้รับการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ มาหนนี้พลังวิญญาณยังกลายสภาพอีก...หลังจากนี้พวกเราต้องอยู่ด้วยกันให้มากหน่อย แบ่งโชคดีมาให้กันบ้าง”

กงเสวี่ยเก็บกล่องอาหารพลางบอกว่า “คนดีย่อมมีวาสนาดีจริงๆ พี่สาวคิดว่านายจะกลับมาไม่ได้แล้วเลยเศร้าอยู่พักใหญ่ นายกลับมาได้ช่างดีจริงๆ เรื่องพลังวิญญาณกลายสภาพให้อวิ๋นอวิ๋นช่วยรายงานเบื้องบนให้นายก็แล้วกัน!...น่าจะมีรางวัลอยู่นะ”

“เรื่องนี้ก็มีรางวัลด้วยเหรอครับ”

เยี่ยนเสี่ยวซีรับช่วงบอกต่อ “ต้องมีสิ ความก้าวหน้าแต่ละขั้นของพวกเราหมายความว่าจะทำงานให้ประเทศชาติได้เพิ่มมากขึ้นนี่นา หอกเจตจิตกับวิชาหอกอสนีบาตของฉันก็เป็นรางวัลที่เบื้องบนมอบให้เหมือนกัน...บางทีเบื้องบนอาจจะให้รางวัลนายเป็นอาวุธที่เหมาะกับพลังวิญญาณสักชิ้นก็ได้”

เยี่ยนเสี่ยวซีกับลู่อวิ๋นอวิ๋นช่วยกงเสวี่ยทำความสะอาดผ้าปูที่นอนจนสะอาดแล้วจึงเรียกพยาบาลมาเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ ลู่อวิ๋นอวิ๋นยังช่วยกงเสวี่ยขออาหารชุดใหม่มาด้วย

หูฮวนไม่เคยมาเยี่ยมคนป่วย พอเขาเห็นลู่อวิ๋นอวิ๋น เยี่ยนเสี่ยวซีกับหวังซงคุยกับกงเสวี่ยพลางหยิบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ของตนเองออกมาให้ จู่ๆ เขาก็กระอักกระอ่วน

เขามีของขวัญอะไรเสียที่ไหนเล่า ดีแค่ไหนแล้วที่เขาไม่แย่งข้าวคนป่วยของกงเสวี่ยเพราะเขากินที่โรงอาหารมาอิ่มแล้ว

กงเสวี่ยเห็นสีหน้าหูฮวนกระอักกระอ่วนก็ไม่พูดอะไร เพราะเธอกลัวว่าเขาจะกระอักกระอ่วนยิ่งกว่าเดิม เพียงชวนคุยเรื่องเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น

ความเปลี่ยนแปลงของเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดหนนี้ผิดจากที่ทุกคนคาดจริงๆ ไม่เพียงมีปีศาจอย่างฝูงแมลงกินปราณจำนวนมากมายดุจหมู่เมฆปรากฏตัวขึ้น แต่ยังมีตัวตนที่ระดับสูงกว่าขั้นสามอย่างราชาอสรพิษปะการังโลหิตที่มีโอกาสพบน้อยยิ่งนักโผล่มาอีก เมืองแห่งนี้ไม่เคยเกิดสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน

สาเหตุที่กองพลมังกรเร้นวางกำลังพลไว้แค่หนึ่งหมวดก็เพราะเมืองแห่งนี้ค่อนข้างสงบ ไม่เคยเกิดอันตรายใหญ่หลวงมาก่อน

แทบทุกคนต่างเดาได้ว่าเบื้องบนจะต้องส่งกำลังเสริมที่แข็งแกร่งมาแน่นอน เพียงแต่เดาไม่ออกว่าจะส่งใครมากันแน่เท่านั้น

หูฮวนฟังพวกเขาพูดคุยกันก็พอเข้าใจคร่าวๆ ปัจจุบันนี้ในประเทศไม่มีคนที่แข็งแกร่งขั้นห้า มีแต่ผู้ถือครองพลังขั้นสี่สามคนกับขั้นสามอีกสิบกว่าคน ถัดจากนั้นก็เป็นผู้ถือครองพลังระดับล่างอีกเกือบเจ็ดร้อยคนกับผู้ปลุกพลังอีกราวหลายพันคน รวมกับทหารระดับหัวกะทิที่ดึงออกมาจากแต่ละกองทัพ ก่อตั้งเป็นกองพลมังกรเร้น

ความจริงแล้วแต่ละที่ล้วนมีสถานการณ์ขาดแคลกำลังคนด้วยกันทั้งสิ้น พวกเขาทำได้แต่เฝ้าจับตาดูเขตผนึกเอาไว้ ไม่อาจกำจัดมันได้อย่างสมบูรณ์

ถึงอย่างไรกงเสวี่ยก็บาดเจ็บอยู่ พวกเขาจึงไม่ได้อยู่นานนัก บอกลาออกมาพร้อมกัน

พอออกจากโรงพยาบาลแล้ว หูฮวนก็กระซิบบอกลู่อวิ๋นอวิ๋นว่า “พี่อวิ๋นอวิ๋น ผมกลับบ้านไปเอาของสักครั้งได้ไหมครับ”

ลู่อวิ๋นอวิ๋นตอบเบาๆ “รีบไปรีบมาล่ะ!”

เยี่ยนเสี่ยวซีกับหวังซงไม่ถามว่าหูฮวนจะกลับไปเอาอะไร หลังจากผ่านภารกิจสู้รบครั้งก่อน พวกเขาก็ค่อนข้างเชื่อใจหูฮวน ไม่ว่าอย่างไร สหายร่วมรบที่ช่วยเหลือกันระหว่างช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายย่อมมีมิตรภาพแน่นแฟ้นไม่ธรรมดา

หูฮวนแยกกับพวกลู่อวิ๋นอวิ๋น แต่เขาไม่ได้กลับบ้าน เขาเดินทางไปเขตโรงงานเคมีประเภทสองเก่า เขาจำได้ว่าที่นั่นมีวานรยักษ์ขนเหลืองตัวที่ไม่มีหัวอยู่

หูฮวนก็ไม่รู้ว่าหากตนเก็บวานรยักษ์ขนเหลืองตัวนี้มาได้แล้ว การ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังจะเปลี่ยนโฉมใหม่หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ลองทำดูได้

ตอนนี้เขาไม่กลัววานรยักษ์ขนเหลืองแล้ว อย่างมากเขาก็แปลงร่างเป็นวานรยักษ์ จัดงานพบปะระหว่างวานรสองตัวก็เท่านั้น!

ลิงต้องกลัวลิงด้วยหรือ

ฉันมีหัวมากกว่าแกตั้งหนึ่งหัว

หูฮวนเปลี่ยนรถเมล์สามหนก็กลับมาถึงแถวบ้านของตัวเอง เขาลงก่อนหนึ่งป้าย ลงรถที่โรงงานเคมีประเภทสองเก่า

เขาลังเลครู่หนึ่งก็ผสานการ์ดฝูงแมลงกินปราณกับการ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังเข้าไปในร่าง ไม่ใช้การ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดที่คุ้นเคยมากกว่า

การ์ดฝูงแมลงกินปราณไม่เพียงระดับสูงกว่า แต่พลังโจมตีและความเร็วยังเหนือกว่าด้วย หูฮวนก็ไม่อยากต่อสู้ตรงๆ ซึ่งหน้ากับวานรยักษ์ขนเหลืองหัวขาดเหมือนกัน

หูฮวนเดินเข้ามาในเขตโรงานเคมีประเภทสองเก่า จากนั้นเอื้อมมือขึ้นกุมอก เปลือกหอยลึกลับเปล่งแสงสีทองออกมาเรืองๆ

เงาแห่งสรรพสิ่งไม่ได้พยายามจะรุกรานโลกแห่งความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลา

คนธรรมดาย่อมไม่มีหนทางใดทำให้ตนเองพบเจอกับเงาแห่งสรรพสิ่งได้ แต่ผู้ปลุกพลังกับผู้ถือครองพลังต่างกระตุ้นพลังวิญญาณในร่างเพื่อล่อให้เงาแห่งสรรพสิ่งมาหาได้

แน่นอนว่าหากไม่ใช่แมพเปอร์ วิธีนี้จะใช้ได้เฉพาะในเขตผนึกเท่านั้น หากอยู่ในสภาพแวดล้อมทั่วไป ผู้ถือครองพลังระดับล่างก็ไร้หนทางจะเชื่อมต่อกับเงาแห่งสรรพสิ่งเช่นเดียวกัน

เพียงแต่ว่าทุกครั้งที่เงาแห่งสรรพสิ่งมาเยือน ต้องใช้เวลาหลายวันกว่ามันจะถอยกลับไป อีกทั้งการมาเยือนของเงาแห่งสรรพสิ่งในแต่ละครั้งล้วนกัดกินโลกแห่งความเป็นจริงเพิ่มขึ้นอีกก้าวหนึ่ง

ดังนั้นหากไม่ใช่สถานการณ์พิเศษก็ไม่มีผู้ปลุกพลังกับผู้ถือครองพลังคนใดเป็นฝ่ายเชื่อมต่อกับเงาแห่งสรรพสิ่ง ดึงให้เงาแห่งสรรพสิ่งเข้ามากัดกินโลกแห่งความเป็นจริงด้วยตัวเอง

แต่ว่า ประการแรก เป็นเพราะหูฮวนเพิ่งกลายเป็นผู้ปลุกพลังได้ไม่นานนักจึงไม่มีใครบอกเรื่องนี้กับเขา ประการที่สอง เศษชิ้นส่วนความทรงจำที่ปรากฏในสมองของเขาไม่หยุด กำลังเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งไปทีละน้อย

ตัวเขาค่อยๆ เปลี่ยนไปในอีกทิศทางหนึ่ง เพียงแต่เด็กหนุ่มแซ่หูยังไม่ทันตระหนักอย่างชัดเจน

โรงงานเคมีประเภทสองเก่าเดิมทีก็ถูกเงาแห่งสรรพสิ่งกัดกินไปหนหนึ่งแล้วเมื่อหลายวันก่อน มิติจึงไม่เสถียรอย่างยิ่ง เมื่อหูฮวนแผ่พลังวิญญาณออกมาไม่นานนัก ความมืดอันไร้ขอบเขตก็มาเยือน

เทียบกับครั้งแรกที่พบเจอเรื่องเช่นนี้ หูฮวนเริ่มคุ้นชินจนหายตระหนกอยู่บ้างแล้ว เขาไม่ได้ใช้การ์ดฝูงแมลงกินปราณ แต่เรียกใช้การ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังก่อน

การ์ดใบนี้นอกจากทำให้แปลงกายเป็นวานรได้ ก็ยังมีพลังพิเศษอีกประการหนึ่ง นั่นก็คือ...รวมพลวานร!

หูฮวนต้องการล่อวานรยักษ์ขนเหลืองหัวขาดตัวนั้นให้มาหา

devc-af530e87-33711ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 31