ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 32
ตอนที่ 31 เมาลิง
เสียงคำรามแผ่วเบาดังขึ้นหนึ่งหน!
ต่อจากนั้นเสียงคำรามทุ้มต่ำเสียงหนึ่งก็แผดลั่นตอบ!
เสียงฝีเท้าหนักอึ้งเคลื่อนจากไกลเข้ามาใกล้ ประหนึ่งเหยียบย่ำเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นระทึก
หลังจากหูฮวนใช้พลังรวมพลวานรเสร็จ เขาก็เสียใจในทันใด เพราะตอนนี้วานรที่โผล่มาไม่ได้มีเพียงหนึ่งตัว แต่มีสามตัว สองตัวมีหัว อีกหนึ่งตัวไม่มี
ทั้งสามตัวต่างเป็นวานรยักษ์สูงมากกว่าห้าเมตร พวกมันปรากฏกายออกมาจากความมืด ดูกร้าวแกร่งเหี้ยมหาญ ทรงพลังน่าหวาดกลัว
“ไง! ทุกตัวกินข้าวกันหรือยัง ขอโทษด้วยนะ! พอดีฉันมาผิดทางน่ะ”
หูฮวนสลับการ์ดทันที เขาเปลี่ยนจากการ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังมาเป็นการ์ดฝูงแมลงกินปราณ พิษโลหิตแดงในร่างทะลักออกมาเบาบาง จากนั้นเขาก็เลือกทิศทางหนึ่งแล้วสับขาวิ่งสุดแรงเกิด
วานรยักษ์ขนเหลืองหัวขาดกับวานรยักษ์ที่รูปร่างคล้ายคลึงกันสองตัว ไหนเลยจะยอมปล่อยเจ้าตัวน้อยคนนี้ไป วานรยักษ์สามตัวต่างกางอุ้งเท้าสี่ข้างตะกุยดินวิ่งปรี่ตามมาอย่างดุร้ายไม่ยอมลดละ
ไม่อาจไม่กล่าวว่า ความเร็วระดับ B พึ่งพาได้มากกว่าระดับ D
หูฮวนวิ่งเร็วจี๋ไปตลอดทาง เขาทิ้งลิงสามตัวไว้ด้านหลังจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เบื้องหน้าก็พลันสว่างวาบ ร่างกายกลับมาอยู่ใต้แสงตะวัน
หลังจากพุ่งออกมาจากเงาแห่งสรรพสิ่ง เขาก็เก็บพิษโลหิตแดงกลับเข้าไปในร่างแล้วเหลียวกลับไปมองด้านหลังทั้งที่หัวใจยังหวาดกลัว ทันใดนั้นเขาก็เกิดความรู้สึกประการหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ ตัวเองถึงรู้สึก ‘เมาลิง’ ขึ้นมา
เมื่อก่อนเห็นลิงก็ไม่เห็นร่างกายจะไม่สบายตรงไหนนี่นา! ทำไมอยู่ดีๆ ก็ทนเห็นลิงไม่ได้ซะแล้วล่ะ
หูฮวนรู้ว่าตัวเองเกือบจะตายอนาถแล้ว หัวใจเขายังเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ไม่หาย ผู้ปลุกพลังกับผู้ถือครองพลังทุกคนล้วนสัมผัสการมาเยือนของเงาแห่งสรรพสิ่งได้ เขากังวลมากว่าตัวเองจะก่อเรื่องจนถูกหัวหน้าจับไปสำเร็จโทษ
ตอนนี้หลี่เหยียนจงกับอวิ๋นสี่เหอก็กำลังสัมผัสความผิดปกติของโรงงานเคมีประเภทสองเก่าได้อยู่จริงๆ พวกเขาสองคนมองหน้ากันแล้วยิ้มเจื่อนๆ เมื่อครู่เขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดเกิดความผิดปกติ พวกลู่อวิ๋นอวิ๋นที่เพิ่งกลับมาจึงถูกส่งไปทำภารกิจข้างนอกแล้ว ไม่มีใครว่างออกไปจัดการสักคน
อวิ๋นสี่เหอจึงบอกเสียงเบาว่า “ผมไปเองก็แล้วกัน!”
หลี่เหยียนจงถอนหายใจ ตอบว่า “นายระวังตัวด้วย!”
“หนนี้ไม่รู้ว่าโรงงานเคมีประเภทสองเก่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น คงไม่ได้มีผู้ปลุกพลังปรากฏตัวออกมาอีกหรอกมั้ง”
ความจริงหลี่เหยียนจงคาดหวังอยู่เล็กน้อย ระยะนี้ในมือเขาขาดแคลนกำลังคนมากเหลือเกินจริงๆ หากได้ผู้ปลุกพลังหรือผู้ถือครองพลังมาเพิ่มอีกสักสองสามคนคงจะสบายขึ้นมาก
แต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้นัก
หูฮวนวิ่งอ้อมรอบใหญ่แล้วกลับมาถึงบ้านด้วยใจที่หวาดผวา เขาตักน้ำมาหนึ่งอ่างแล้วเช็ดตัวจนสะอาด บ้านของเขาไม่มีที่ให้อาบน้ำ บ้านเก่าในยุคเก้าศูนย์ มีห้องให้อาบน้ำเสียที่ไหนเล่า
หูฮวนเช็ดตัวเสร็จก็รื้อเสื้อผ้าออกมาหลายตัว เขาถอดเสื้อผ้าบนตัวออกแล้วจับพวกมันเผาทั้งตัวข้างนอกและข้างใน พอถึงตอนนี้ จิตใจของเขาจึงผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง
“ความจริงตอนนี้การ์ดฝูงวานรจอมพลังมีวานรอยู่แค่ตัวเดียว ส่วนอีกตัวหนึ่งมีแค่หัว ถ้าฉันจับมาเพิ่มได้อีกสักสองสามตัว ไม่แน่ว่ามันอาจจะเยี่ยมยอดยิ่งกว่าการ์ดฝูงแมลงกินปราณก็ได้ แต่ว่า...เจ้าลิงโชคร้ายพวกนี้ ทำไมจะต้องมาเป็นกลุ่มเป็นก้อนด้วยนะ โผล่มาทีละตัวๆ ไม่เป็นหรือยังไง”
หูฮวนพึมพำกับตัวเองสองสามประโยค จากนั้นจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้าที่อยู่ในบ้านพร้อมกับของใช้อีกเล็กน้อย เขาสังหรณ์ว่าตัวเองอาจไม่ได้กลับบ้านอีกนาน เขาจึงจะขนข้าวของไปเพิ่มสักหน่อย หลังจากนี้จะได้ใช้ชีวิตอยู่สบายขึ้น
เดิมทีเขาคนเดียวคงขนข้าวของไปได้ไม่มากเท่าไร แต่ว่า...เขามีเปลือกหอยลึกลับอยู่ตรงนี้แล้วนี่
ตัวหูฮวนก็ไม่ได้มีสมบัติส่วนตัวมากมายนัก ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพียงเด็กนักเรียนมัธยมต้นคนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่มีค่าที่สุดของเขาก็คือหนังสือที่สะสมมากับเสื้อผ้าตัวเก่งอีกนิดหน่อย แล้วก็หนังสือเรียน นอกจากนั้นก็คือของเล่นกระจุกกระจิกที่ไม่มีราคามากมายนักแต่มีความหลังให้จดจำ
เขาเสียเวลาหนึ่งชั่วโมงกว่าก็เก็บข้าวของจนครบ เขาถอนหายใจฉีกกระดาษเขียนเรียงความออกมาหนึ่งแผ่น เตรียมจะทิ้งจดหมายไว้ให้พ่อแม่สักฉบับ
เขาครุ่นคิดถ้อยคำอยู่พักหนึ่งก็ถอนหายใจ ล้มเลิกการทำตัวมีอารยะธรรมอย่างการทิ้งจดหมายไว้
หูฮวนมั่นใจมากว่า พ่อแม่ของตัวเองไม่ใช่คนที่ชอบอ่านจดหมาย ต่อให้เขาทิ้งจดหมายไว้ ก็มีโอกาสมากที่ผ่านไปหลายปีแล้วยังไม่มีใครคิดจะอ่าน
สุดท้ายเขาก็ทิ้งโน้ตไว้สองประโยค ผมมาขนของไปนะ ที่บ้านไม่ได้ถูกโจรปล้น!
ไม่จำเป็นต้องทิ้งชื่อแซ่ไว้ พ่อแม่ของเขาไม่สงสัยหรอกว่าจะมีหัวขโมยปลอมตัวเป็นลูกชาย
หูฮวนล็อกประตูบ้านเรียบร้อยก็ก้าวเร็วไวเดินลงไปชั้นล่าง ขณะที่กำลังจะไปนั่งรถเมล์ก็นึกหวั่นใจขึ้นมา เขาจึงหันไปมองทางโรงงานเคมีประเภทสองอย่างหวาดๆ แล้วเขาก็หลุดปากโพล่งออกมาอย่างห้ามตัวเองไม่ทัน “เวรละ! มีคนเข้าไปอีกแล้ว”
หูฮวนยกเท้าสับขาวิ่งทันที เขาอาศัยสมรรถภาพร่างกายที่เหนือกว่าคนปกติวิ่งทะลุตรอกซอกซอยจนมาโผล่ที่เขตโรงงานร้างของโรงงานเคมีประเภทสองเก่าอีกหนอย่างรวดเร็ว
เงาแห่งสรรพสิ่งที่กำลังแผ่เข้ามาปกคลุมกับโลกแห่งความเป็นจริงแยกกันชัดเจนราวกับแม่น้ำสองสีที่กำลังไหลมารวมกัน
หูฮวนลังเลครู่หนึ่งก็กัดฟัน ตั้งท่าจะบุกเข้าไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเย็นชาใสกังวานตวาดว่า “นายจะไปรนหาที่ตายหรือไง!”
มือข้างหนึ่งคว้าคอเขาไว้ก่อนจะหิ้วนักเรียนเสี่ยวหูขึ้นมา
หูฮวนตกใจ ถึงตอนนี้เขาจะใช้การ์ดฝูงแมลงกินปราณอยู่จึงไม่นับว่ามีพละกำลังเพิ่มขึ้นมามากมายเท่าใดนัก แต่พละกำลังของตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะน้อย เมื่อบวกกับพละกำลังที่เพิ่มมา ต่อให้ยังไม่ถึงระดับ ‘โร้ก’ แต่ก็ห่างกันไม่มากนักแล้ว
แต่คนคนนี้กลับเอื้อมมือออกมาหิ้วเขาได้อย่างสบายๆ พละกำลังของเขาจะน่าตกตะลึงเกินไปแล้ว
หูฮวนเอี้ยวศีรษะไปมอง แล้วเขาก็ได้เห็นเด็กหนุ่มที่สวยราวกับผู้หญิงคนหนึ่ง
สาเหตุที่หูฮวนมองออกว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กผู้ชาย เพราะว่าตัวของเด็กหนุ่มคนนี้มีกลิ่นอายอันคมกริบแฝงอยู่ คนที่มีบรรยากาศรอบตัวแบบนี้แทบดูไม่เหมือนเป็นมนุษย์แล้วด้วยซ้ำ ทั้งตัวเขาคมกริบราวกับยอดอาวุธเทพที่ถูกชักออกจากฝัก
“นายเป็นใคร...อีกเดี๋ยวฉันจะมาคุยกับนาย นายรออยู่ตรงนี้ ฉันจะไปช่วยคนก่อน”
เด็กหนุ่มโยนหูฮวนไว้บนพื้น จากนั้นจึงก้าวยาวเดินเข้าไปในเงาแห่งสรรพสิ่ง หูฮวนมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้สะสวยราวกับเด็กผู้หญิงคนนี้หายเข้าไปในความมืด จากนั้นเขาก็ยกนิ้วลูบปลายคางทำท่าครุ่นคิด แล้วส่งเสียงหัวเราะหึๆ หมุนตัวพุ่งตามเข้าไปในความมืดด้วย
หูฮวนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองตื่นเต้นอะไรนัก แต่ตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นเหมือนเพิ่งมีเพื่อนนักเรียนหญิงสักแปดคนสิบคนส่งจดหมายรักมาให้
หูฮวนบุกเข้ามาในเงาแห่งสรรพสิ่งได้ก็ทอดสายตามองผืนหญ้าอันรกร้างว่างเปล่า ชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่ไม่นานเขาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขาสลับมาใช้การ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังแล้วเริ่มใช้พลัง ‘รวมพลวานร’!
หนนี้ไม่มีวานรยักษ์ปรากฏตัวขึ้น แต่กลับมีเสียงเรียกแผ่วเบาเสียงหนึ่งชักนำให้เขามุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง
หูฮวนประหลาดใจเล็กน้อย เขาครุ่นคิดในใจ หรือว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่เพียงเรียกเผ่าพันธุ์เดียวกันให้มาหาได้ แต่ยังใช้กลับกัน ทำให้เผ่าพันธุ์เดียวกันเรียกฉันไปหาได้ด้วย
หูฮวนสลับมาใช้การ์ดฝูงแมลงกินปราณ จากนั้นใช้ความเร็วสูงสุดวิ่งเต็มฝีเท้า เขาวิ่งเร็วจี๋ไประยะหนึ่งก็สลับการ์ดอีกหนแล้วยืนยันทิศทางใหม่อีกครั้ง ผ่านไปสิบกว่านาที เขาก็มองเห็นการต่อสู้อันดุเดือดด้านหน้า
อวิ๋นสี่เหอกำลังคร่ำครวญในใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าพอเขาเข้ามาในเขตโรงงานเคมีประเภทสองเก่าก็ประจันหน้ากับวานรยักษ์สามตัวทันที ปีศาจชนิดนี้นิสัยดุร้าย พละกำลังมหาศาล อีกทั้งบาดเจ็บหนักก็ไม่ตาย ต่อให้เหลือร่างกายครึ่งเดียวก็ยังสู้ต่อไม่เลิกรา ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ถูกระเบิดร่างกายแหลกเป็นชิ้นๆ ก็ยังฟื้นสภาพกลับมาได้ เป็นปีศาจที่ต่อสู้ด้วยยากที่สุด
สาเหตุที่สองครั้งก่อนเยี่ยนเสี่ยวซีลงมือแล้วผละหนีจากการต่อสู้ทันที นอกจากจะเป็นเพราะใช้พลังวิญญาณของหอกเจตจิตอสนีบาตไปจนหมดแล้ว ก็เป็นเพราะการต่อสู้กับพวกมันไม่มีประโยชน์
อวิ๋นสี่เหอต่อสู้ไปพลางก็ลอบครุ่นคิดในใจไปด้วย เขตผนึกแห่งนี้ก็น่าจะผิดปกติเหมือนกัน กลับไปต้องรายงานเหล่าหลี่ให้เขายื่นเอกสารขอกำลังเสริมมาอีกสักกองซะแล้ว