ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 33
ตอนที่ 32 สำนักปฏิบัติการกิจการพิเศษ
อวิ๋นสี่เหอก็เป็นผู้ถือครองพลังสายนักรบเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่ใช่โซลเยอร์เหมือนเยี่ยนเสี่ยวซี แต่เป็นขั้นสอง อาชีพเซอร์เจนท์ ความสามารถในการต่อสู้ด้อยกว่าโซลเยอร์ อีกทั้งเขายังไม่ถนัดต่อสู้ตรงๆ พลังพิเศษของเซอร์เจนท์คือเพิ่มระดับความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเกตเห็นรายละเอียดที่คนปกติทั่วไปจำนวนมากไม่ทันเห็น ไม่ใช่ด้านการต่อสู้
สภาพของอวิ๋นสี่เหอที่ถูกวานรยักษ์สามตัวรุมโจมตีจึงย่ำแย่มากกว่าหูฮวนเสียอีก หากเขาไม่ได้มีอาวุธพลังวิญญาณชิ้นหนึ่งอยู่ในมือ ตอนนี้เขาคงจบเห่ไปแล้ว
แม้หูฮวนจะไม่ค่อยสนิทกับอวิ๋นสี่เหอนักเพราะปกติเลขาของหลี่เหยียนจงคนนี้มักไม่ค่อยพูดค่อยจาเท่าไร อีกทั้งตัวตนของเขาก็มักจะเลือนรางอย่างยิ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นคนรู้จักกัน หูฮวนไม่คิดจะนิ่งดูดาย
หูฮวนกำลังจะเข้าไปร่วมวงต่อสู้ แต่ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงคำรามเบาๆ คล้ายเสียงมังกร เงาคนร่างหนึ่งเหินละลิ่วเข้ามา ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้วิชาอะไร แต่จู่ๆ วานรยักษ์ทั้งสามตัวก็ระเบิดกระจาย
หูฮวนเห็นอย่างชัดเจน คนที่ปรากฏตัวขึ้นมาก็คือเด็กหนุ่มที่เขาพบเมื่อครู่ เด็กหนุ่มผู้หน้าตาละม้ายคล้ายเด็กผู้หญิงมีสีหน้าเย็นชาเคร่งขรึม หลังจากโจมตีวานรยักษ์ทั้งสามตัวจนระเบิด เขาก็คว้าตัวอวิ๋นสี่เหอแล้วเลือกทิศทางหนึ่งผละถอยไปอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นสี่เหอโล่งอก เขาเป็นเซอร์เจนท์ มีพลังคือสติปัญญาเฉียบคม จึง ‘ขบคิด’ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องออกในทันที ที่แท้กำลังเสริมที่เบื้องบนส่งมาก็เข้ามาในเขตผนึกของโรงงานเคมีประเภทสองเก่า พวกเราก็คิดว่ามีผู้ปลุกพลังคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นมาเสียอีก
เขาอดเตือนไม่ได้ว่า “ปีศาจที่ร้ายกาจที่สุดของที่แห่งนี้คือราชาวานร! วานรยักษ์พวกนี้เป็นเพียงปีศาจธรรมดาเท่านั้น”
เด็กหนุ่มตอบอย่างเย็นชา “ผมรู้แล้ว ผมถึงกำลังถอย ไม่กวาดล้างเขตผนึกแห่งนี้อยู่นี่ไง”
อวิ๋นสี่เหอไม่อยากจะพูดต่อแล้ว อีกฝ่ายเย็นชาและหยิ่งทะนงเกินไป คงจะคุยกันไม่รู้เรื่อง
หูฮวนมองการต่อสู้เมื่อครู่อย่างนิ่งอึ้ง ภาพที่เด็กหนุ่มหน้าสวยโจมตีทีเดียววานรยักษ์สามตัวก็ระเบิดกระจุยช่างน่าตกตะลึงเกินไปแล้ว
“เจ้าหมอนี่อย่างน้อยที่สุดก็คงเป็นระดับ B กระมัง ผู้ถือครองพลังแข็งแกร่งถึงขนาดนี้เชียวเหรอ ว้าว! เจ๋ง เจ๋งสุดๆ...”
หูฮวนชื่นชมครู่หนึ่งก็เรียกการ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังออกมาอย่างไม่คิดอะไร ปรากฏว่า...บนการ์ดมีภาพวานรสี่ตัวแล้ว
[ฝูงวานรยักษ์จอมพลัง (ระดับแรร์)]
พลังโจมตี (B)
พลังป้องกัน (D)
พลังชีวิต (D)
พละกำลัง (B)
ความเร็ว (D)
พลังพิเศษ (1. รวมพลวานร 2. แปลงกาย แปลงร่างเป็นวานรยักษ์ได้ 3.บัญชาฝูงวานร)
ระดับของการ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังยังคงเดิม มันยังเป็นการ์ดระดับแรร์ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นการ์ดระดับโกลด์แรร์ นอกจากพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นมาถึงระดับ B ก็มีพลังพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง นั่นก็คือบัญชาฝูงวานร!
หากเป็นก่อนหน้าที่เด็กหนุ่มคนเมื่อครู่จะออกโรงโจมตีหนเดียวระเบิดวานรสามตัวจนกระจุย ตอนนี้หูฮวนคงเบิกบานใจมาก แค่จินตนาการว่าเวลาตัวเองลงสนามต่อสู้แล้วมีวานรยักษ์สี่ตัวเป็นลูกน้อง คิดดูสิว่านั่นจะน่าข่มขวัญมากเพียงใด
เวลาต่อยตีไม่หมาหมู่ย่อมไม่เสียเปรียบ!
นี่เป็นคำพูดติดปากของหูโหย่วเหยียน ฝีมือต่อสู้ของตัวเขาเองไม่เอาไหน ดังนั้นเขาจึงเอาข้อเด่นมากลบข้อด้อย ตอนสั่งสอนลูกชาย เขาก็ถ่ายทอดประสบการณ์การต่อยตีอันล้ำค่าตลอดทั้งชีวิตให้อย่างครบถ้วนทุกสิ่งอัน
ต้องพาลูกน้องยกโขยงไปตีคนอื่นเขาสิ!
อย่าไปเอาอย่างแม่ของแก...
“ดูเหมือนว่าต่อให้มีวานรอีกสักกี่ตัว ถ้าต้องเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มคนเมื่อกี้ก็คงถูกระเบิดในกระบวนท่าเดียวอยู่ดี ฉันหาหนทางอื่นที่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้สินะ”
หูฮวนพึมพำกับตัวเองหนึ่งประโยคเสร็จก็เลือกทิศทางหนึ่งแล้ววิ่งจี๋อย่างรวดเร็ว หนนี้เขาโชคดีมาก ไม่กี่นาทีก็ฝ่าออกมาจากเงาแห่งสรรพสิ่งแล้ว
ตอนที่เขาพุ่งออกมาจากเขตผนึกแล้วหันหลังกลับไปมองความมืดเบื้องหลัง เขาก็รู้สึกว่าหนนี้พื้นที่ที่ถูกเงาแห่งสรรพสิ่งปกคลุมเหมือนจะหดเล็กลงนิดหน่อย ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่
ตัวหูฮวนเองก็ไม่มีอารมณ์ขบคิดเรื่องของเขตผนึก แล้วอีกอย่างสถานที่ตรงนี้ก็ไม่ใช่ที่ที่เขาสมควรเค้นสมองใคร่ครวญเรื่องราว
เขาเดินไกลออกมาครึ่งถนนแล้วโดยสารรถประจำทาง นั่งตุเลงตุเลงครึ่งชั่วโมงกลับมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่
กองพลมังกรเร้นอยู่ในสถานะพิเศษ ดังนั้นกำลังพลจึงไม่ได้ประจำการอยู่ที่เดียว แต่กระจายตัวอยู่ตามแต่ละมณฑลทั่วประเทศ พวกเขามีชื่ออย่างเป็นทางการที่เรียกกันข้างนอกว่า ‘สำนักปฏิบัติการกิจการพิเศษ’ บางครั้งก็ถูกเรียกว่า ‘สำนักกิจการพิเศษ’
สำนักงานใหญ่หรือกองบัญชาการใหญ่ของกองพลมังกรเร้นจึงนับได้ว่าห้อยป้ายตำแหน่งสองตำแหน่ง ส่วนกำลังพลย่อยในแต่ละมณฑลก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสำนักงานสาขาของแต่ละท้องที่ตามระดับขั้นต่างๆ กันไป ตำแหน่งอย่างเป็นทางการของหลี่เหยียนจงก็คือผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการกิจการพิเศษระดับมณฑล
หูฮวนเข้ามาในคฤหาสน์ใหญ่ของสำนักกิจการพิเศษแล้วก็สังเกตเห็นทันทีว่าบางสิ่งแปลกไป ปกติเขามักจะเห็นพลทหารฝึกซ้อมอยู่เสมอ แต่ตอนนี้กลับไม่เห็นสักคน ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ว่างเปล่า นอกจากพลทหารที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็ไม่มีเงาของใครสักคน
หูฮวนครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เดาได้ว่าทุกคนคงจะมุ่งหน้าไปที่เขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดแล้ว แต่เดิมเขาก็อยากจะตามไปสมทบ แต่เมื่อนึกถึงความสามารถในการต่อสู้ของเด็กหนุ่มหน้าสวยคนเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกว่าความจริงแล้วต่อให้ตัวเองไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
เขาเดินเอื่อยเฉื่อยกลับไปยังหอพัก หายากที่จะมีเวลาว่างสักวัน เขาจึงตัดสินใจจะใช้เวลาพักสบายๆ สักหน่อย
หูฮวนล้มตัวนอนบนเตียงแล้วงีบหลับไปสองชั่วโมงแล้วตื่นขึ้นมาพร้อมสมองอันปลอดโปร่ง เขาพบว่ายังไม่ถึงเวลาอาหารเย็น เขาเหลือบมองเครื่องเกมหนหนึ่ง หลังจากต่อสู้ทางความคิดอยู่สักพัก หูฮวนก็ตัดสินใจอย่างยากลำบาก
เขาท่องมนตร์ท่อนนั้นแล้วหายตัวไปจากห้อง
หูฮวนนั่งอยู่บนโซฟาโบราณ เขาหันไปมองข้าวของหลายสิ่งที่กองระเกะระกะจนแทบจะมองไม่เห็นโต๊ะหนังสือไม้โอ๊ก เขาถอนหายใจอย่างเศร้าๆ เฮือกหนึ่ง แต่แล้วทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็เบิกโต
หนก่อนตอนเขาออกไปยังมีการ์ดแมลงกินปราณอีกกองเบ้อเริ่มเทิ่มกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ไม่ได้จัดเก็บ แต่ตอนนี้กลับไม่เห็นแล้ว
เขาเหลือบมองถังขยะแวบหนึ่งโดยสัญชาตญาณ นิยายปีมะโว้หลายเล่มนั้นก็หายไปแล้วเหมือนกัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าที่แห่งนี้กินเจ้าพวกนั้นเข้าไปเหรอ”
หูฮวนหาบริเวณรอบๆ โต๊ะหนังสือไม้โอ๊กแล้วก็พบว่าสิ่งของที่ไม่ได้วางอยู่บนโต๊ะหนังสือไม้โอ๊กทั้งหมดหายไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนของที่อยู่บนโต๊ะหนังสือ รวมถึงการ์ดแมลงกินปราณใบหนึ่งที่ตกอยู่ตรงมุมโต๊ะปลอดภัยดีไม่เป็นอะไร
“ห้องนี้มีระบบจัดการขยะด้วยหรือยังไง”
ชั่วขณะนี้หูฮวนยังคิดถึงสิ่งอื่นไม่ออก เขาไม่ปวดใจกับการ์ดแมลงกินปราณที่เสียไปมากนัก ส่วนสิ่งของหลายอย่างที่ไม่ทันระวังทำตกอยู่บนพื้นแล้วหายไป เขาก็ไม่สนใจมากสักเท่าไร
แต่หากห้องนี้จะคอยกำจัดข้าวของจริงๆ หลังจากนี้เขาคงต้องระวังสักหน่อยแล้ว ก่อนออกไปจะทำของสำคัญหล่นไว้บนพื้นไม่ได้
หูฮวนดึงลิ้นชักเมื่อหนก่อนแล้วพบว่าการ์ดยี่สิบเจ็ดใบด้านในอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดี
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วกลับไปนั่งบนโซฟาโบราณใหม่อีกหน ห้องนี้มีความลับมากมายเหลือเกิน น่าเสียดายที่ตอนนี้เขายังไม่มีความสามารถไปค้นหาให้ครบทุกอย่าง
หูฮวนเก็บข้าวของของตนเองเล็กน้อย ตอนนี้เขาทำได้แค่วางของไว้บนโต๊ะหนังสือ โชคยังดีที่บนโต๊ะหนังสือตัวนี้ไม่มีข้าวของอะไรมากมาย มีเพียงแก้วคริสตัลเจียระไนว่างเปล่าหนึ่งใบ ซิการ์ที่เพิ่งแกะหนึ่งกล่อง ที่เขี่ยบุหรี่หนึ่งชิ้นกับปากกาหมึกซึมที่อยู่บนแท่นวางปากกาอีกสองด้ามเท่านั้น! ดังนั้นมันจึงมีพื้นที่มากพอสำหรับข้าวของส่วนตัวน้อยนิดนั่นของเขา
หูฮวนเก็บข้าวของได้พอประมาณแล้วก็นั่งพักบนโซฟาโบราณครู่หนึ่ง เขามองชั้นหนังสือที่อยู่ใกล้ที่สุด ทันใดนั้นเขาก็เกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาเล็กน้อย อยากจะลองดูสักหน่อยว่าหนนี้ตนเองจะเดินไปได้ไกลเท่าไร
หนก่อนฉันยังไม่มีการ์ดฝูงแมลงกินปราณ ถ้าดูจากระดับความสูงต่ำของพลังวิญญาณ ตอนนี้ฉันก็น่าจะแตะต้องชั้นหนังสือที่อยู่ใกล้ที่สุดพวกนั้นได้แล้วนะ
หูฮวนลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าไปยังชั้นหนังสือที่ใกล้ที่สุด เมื่อเขาเดินไปถึงขีดจำกัดของหนก่อน เขาก็ยกเท้าก้าวข้ามไป แล้วก็พบว่า...ไม่มีอุปสรรคแต่อย่างใด