ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 35

#35ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ตอนที่ 34 ปรบมือให้แก่สหายหลิงหูอิน

หลิงหูอินเหลือบมองหูฮวนแล้วถามขึ้นมาว่า “เด็กนี่คือผู้ปลุกพลังคนใหม่ที่พวกคุณหาพบหรือ”

หูฮวนกลับทักทายอย่างเป็นเด็กดี “ผมเองครับ คุณอา”

หลิงหูอินทำหน้าประหลาดทันที เขาตอบเสียงเบาว่า “ฉันเพิ่งจะม.1 เหมือนกัน”

หวังซงที่อยู่ในกลุ่มคนด้านหลังหัวเราะออกมาดังพรืด การหัวเราะของเขาทำให้บรรยากาศในที่นั้นกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

เยี่ยนเสี่ยวซีเกือบต้องเอื้อมมือไปปิดปากหวังซงแล้ว

ยังดีที่หลี่เหยียนจงชำนาญการแก้สถานการณ์ เขาหัวเราะฮ่าๆ แล้วบอกว่า “ไปโรงอาหารกันก่อนเถอะ เติมท้องให้อิ่ม แล้วทุกคนค่อยไปประชุมกัน!”

“หูฮวน นายก็มาด้วยนะ”

หูฮวนตอบพร้อมกับสีหน้าประหลาดใจ “ผมกินข้าวแล้วนะครับ!”

หลี่เหยียนจงทำหน้าอ่อนใจ บอกเสียงเบาว่า “ฉันหมายถึงประชุมต่างหาก เธอก็มาประชุมด้วย เธอนี่รู้จักแต่กิน คิดไปไหนกัน”

“ครับ! ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

หูฮวนเป็นนักเรียนมัธยมต้นคนหนึ่ง นอกจากการประชุมของห้องก็ไม่เคยเข้าร่วมการประชุมอะไรมาก่อน ในภาพจำของเขา เรื่องแบบนี้มีแต่ระดับหัวหน้าถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วม ในยุคเก้าศูนย์ คนงานธรรมดาไม่มีทางได้ไปเข้าร่วมประชุมอะไรหรอก อาชีพอย่างพนักงานบริษัทสมัยนี้ก็ยังไม่มีให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างนัก

แม้เขาจะพยักหน้า แต่เขาก็ยังมึนๆ งงๆ อยู่นิดๆ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องสำคัญอย่างการประชุมอะไรนี่จะต้องเรียกเขาเข้าไปด้วย

หูฮวนกินข้าวแล้ว เขาจึงไม่ได้เดินไปที่โรงอาหาร แต่เดินไปที่ห้องประชุมตัวคนเดียว

สิบกว่านาทีให้หลัง ลู่อวิ๋นอวิ๋น เยี่ยนเสี่ยวซี หวังซง วั่นย่ง สวีเช่อ หลัวซื่อไห่กับเซียวเจี้ยนเซิงก็ทยอยกันเข้ามาในห้องประชุม

ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง หลี่เหยียนจงก็เดินเข้ามาพร้อมกับหลิงหูอิน อวิ๋นสี่เหอยังคงตามมาด้านหลังอย่างสงบเสงี่ยมจนทุกคนมองข้ามตามเดิม

หูฮวนเพิ่งเข้าใจว่านี่เป็นการประชุมสำหรับผู้ปลุกพลังกับผู้ถือครองพลังโดยเฉพาะ ผู้เข้าร่วมล้วนมีแต่พวกเขา หูฮวนกดความสงสัยใคร่รู้ไว้ในใจแล้วหันไปมองหลี่เหยียนจงที่กำลังสนทนาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอยู่กับหลิงหูอิน เขากระแอมเบาๆ ทีหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ

“เขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดเกิดความผิดปกติหนนี้ ต้องขอบคุณร้อยเอกหลิงหูอินที่ไม่เกรงกลัวความยากลำบากเดินทางไกลหมื่นลี้มาสังหารปีศาจราชาอสรพิษปะการังโลหิต ขับไล่ฝูงแมลงมากกว่าครึ่งแทนพวกเรา เขาสร้างคุณงามความชอบครั้งใหญ่หลวงปกปักษ์ความปลอดภัยของพลเรือนในมณฑลแห่งนี้...พวกเราปรบมือให้สหายหลิงหูอิน!”

บนใบหน้าสะสวยเหมือนผู้หญิงของหลิงหูอินไม่มีอารมณ์อยู่สักนิด เห็นชัดว่าเขาผ่านเรื่องราวทำนองนี้มาบ่อยแล้วจึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ

หลี่เหยียนจงเปลี่ยนประเด็น กล่าวขึ้นว่า “การประชุมหนนี้ นอกจากเพื่อขอบคุณร้อยเอกหลิงหูอิน ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งต้องประกาศให้ทราบ เบื้องบนให้โควตาคนของพวกเราสองคนเดินทางไปสำนักงานใหญ่ที่เมืองหลวงเพื่อรับการฝึกอบรมเป็นเวลาสองเดือน พวกเราพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงตัดสินใจว่าจะส่งสหายเซียวเจี้ยนเซิงกับสหายหูฮวนเดินทางไปฝึกอบรมที่เมืองหลวง ทุกคนปรบมือ!”

หูฮวนก็ปรบมือไปกับทุกคนด้วย แต่ความจริงในตอนนั้นเขาคิดไม่ออกสักนิดว่าเหตุใดตัวเองจึงต้องไปฝึกอบรมเพิ่มเติมที่เมืองหลวง

ฉันยังเป็นเด็กใหม่อยู่เลย โอกาสแบบนี้ไม่ใช่ว่าต้องไล่เรียงมาตามลำดับรุ่นหรือไง ไหงผลัดมาถึงฉันได้ล่ะ

ตอนนี้นิสัยดั้งเดิมของหูฮวนหวนกลับมาแล้ว เขาจึงคิดไม่ถึงสักนิดว่าในการประชุมอย่างเป็นทางการเช่นนี้ตนเองมีสิทธิ์ถามได้ เปิดปากพูดได้

ความจริงแล้วหลี่เหยียนจงไม่ใช่หัวหน้าที่ชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างไร้สาระ บางเรื่องอาจต้องมีขั้นตอนตามพิธีการที่ต้องทำบ้าง แต่เขาไม่เปิดประชุมมั่วซั่วอย่างไร้ความหมาย พอเขาแจ้งเรื่องต่างๆ ให้ทราบอย่างชัดเจนจบก็ปิดประชุมทันที ก่อนแยกย้าย เขาก็ส่งสายตาให้ลู่อวิ๋นอวิ๋น

ลู่อวิ๋นอวิ๋นเรียกหูฮวนให้อยู่ก่อน พอทุกคนทยอยกันออกไปแล้ว เธอจึงพูดกับหูฮวนว่า “หัวหน้ารู้ว่านายจะต้องมีคำถามแน่ เลยให้ฉันอธิบายให้นายฟังทีหลัง”

หูฮวนคิดในใจ ความจริงฉันก็ไม่ต้องการคำอธิบายอะไรหรอก ได้ไปเมืองหลวงยังไงก็เป็นเรื่องดี รู้หรือไม่รู้เหตุผลไม่สำคัญสักนิด!

แม้ในใจเขาจะคิดเช่นนี้ แต่ปากกลับตอบอย่างว่าง่าย “พี่อวิ๋นอวิ๋น เล่าให้ฟังหน่อยสิครับ!”

ลู่อวิ๋นอวิ๋นเล่าเสียงอ่อนโยน “โอกาสที่ผู้ปลุกพลังจะกลายเป็นผู้ถือครองพลังมีเพียงราวหนึ่งในสิบ จากการจดสถิติของประเทศเรามีผู้ปลุกพลังอยู่หลายพันคน แต่ผู้ถือครองพลังมีทั้งหมดเพียงเจ็ดร้อยคนเท่านั้น ดังนั้นผู้ปลุกพลังทุกคนจึงมีโอกาสได้เข้าฝึกอบรมหนึ่งหรือสองครั้งเพื่อเรียนรู้ว่าจะกลายเป็นผู้ถือครองพลังได้อย่างไร ผู้ปลุกพลังในมณฑลของพวกเราเคยไปอบรบกันหมดแล้ว นายกับเซียวเจี้ยนเซิงเป็นผู้ปลุกพลังคนล่าสุด ดังนั้นพวกนายสองคนจึงได้โอกาสหนนี้ไป”

“ที่แท้ก็แบบนี้เอง!”

หูฮวนเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไรตัวเองถึงได้โอกาสไปอบรมที่เมืองหลวง เขาถามคำถามที่สงสัยใคร่รู้ออกมาบ้าง “พอพวกเราไปถึงเมืองหลวงแล้วจะได้ฝึกอบรมอะไรบ้างเหรอครับ”

ลู่อวิ๋นอวิ๋นทัดปอยผมแล้วบอกว่า “มีวิธีการมากมายหลายวิธีที่จะทำให้ผู้ปลุกพลังกลายเป็นผู้ถือครองพลัง หรือทำให้ผู้ถือครองพลังเลื่อนขั้นพลัง ตั้งแต่กินยาชนิดพิเศษ ทำพิธีกรรม ผสานของบางสิ่งเข้ามาในร่าง ไปจนถึงการกลืนกินแก่นพลังที่ออกมาจากตัวปีศาจ...

...แต่วิธีการที่ตรงไปตรงมาที่สุดก็คือฝึกบำเพ็ญด้วยเคล็ดวิชาลับของสายพลังของอาชีพนั้นๆ นี่เป็นวิธีการที่ใช้บ่อยที่สุด ควบคุมได้มากที่สุดและมั่นคงที่สุด...

...กองพลมังกรเร้นของพวกเรามีเคล็ดวิชาลับสำหรับเลื่อนขั้นของสายนักรบ สายปัญจธาตุกับสายธรรมชาติ สามสายพลังนี้เท่านั้น พอนายไปเมืองหลวงจะได้เคล็ดวิชาลับสำหรับฝึกบำเพ็ญมาหนึ่งหรือสองวิชา สิ่งนี้สำคัญอย่างยิ่งกับการเลื่อนขั้นเป็นโร้กของนายในวันข้างหน้า”

หูฮวนสัมผัสได้ว่าลู่อวิ๋นอวิ๋นอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก เขาจึงไม่กล้าขัดอีก ปกติเขาก็มีนิสัยไม่ชอบรบกวนคนอื่นอยู่แล้ว จึงตอบออกมาคำหนึ่งว่า “ขอบคุณครับพี่อวิ๋นอวิ๋น”

ลู่อวิ๋นอวิ๋นจัดปอยสีดำขลับเบาๆ อีกหน แล้วจู่ๆ เธอก็ยิ้มน้อยๆ บอกว่า “ร้อยเอกหลิงหูอินดูอยากดึงตัวนายไปมาก ถ้านายอยากจะเลื่อนขั้นเร็วสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านตำแหน่งการงานหรือเรื่องยศ ไปเมืองหลวงก็ล้วนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”

หูฮวนคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะมีโอกาสย้ายออกจากบ้านเกิดเร็วขนาดนี้ เขาเคยจินตนาการมานับครั้งไม่ถ้วนว่าเขาจะต้องหนีไปจากครอบครัวที่พึ่งไม่ได้ของตัวเองให้จงได้ แต่เมื่อโอกาสมาถึงจริงๆ เขากลับเศร้าใจอยู่เล็กน้อย

ลู่อวิ๋นอวิ๋นเปิดประตูห้องประชุมแล้วเดินตัวปลิวจากไป หูฮวนไม่ได้รีบเดินออกไปนัก เขาขบคิดเรื่องต่างๆ อยู่ในห้องประชุมเพียงลำพังอยู่เนิ่นนาน

เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ปกติ นับตั้งแต่เศษชิ้นส่วนความทรงจำทยอยผุดขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน เขาก็เริ่มไม่ปกติแล้ว

ตั้งแต่พลัดหลงเข้าไปในโรงงานเคมีประเภทสองเก่าจนดึงให้เงาแห่งสรรพสิ่งเข้ามารุกราน หูฮวนก็มักจะรู้สึกอยู่เสมอว่ามีคนกำลังควบคุมทุกสิ่งอยู่ ไม่เช่นนั้นเขาจะได้เปลือกหอยลึกลับมาได้อย่างไรกัน

เจ้าของสิ่งนี้เหมือนมีคนตระเตรียมเอาไว้ให้เขาอย่างดี อีกฝ่ายรู้ว่าเขาจะไปเยือนจึงวางไว้ตรงนั้นให้ล่วงหน้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครู่หลังจากเขาอ่านบันทึกที่มีเขียนถึงชื่อหูฮวน เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขามั่นใจสิบเต็มสิบว่านั่นจะต้องไม่ใช่คนชื่อซ้ำอย่างแน่นอน

ฉันคือปีศาจเฒ่าที่สูญเสียความทรงจำใช่หรือเปล่า หรือว่าความจริงแล้วฉันเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงและมีชาติกำเนิดอันอัศจรรย์พันลึก ต้องมีมือมืดที่อยู่เบื้องหลังคิดจะบงการฉันและควบคุมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ ไม่อย่างนั้นจะอธิบายเรื่องความทรงจำที่กระจัดกระจายเละเทะพวกนั้นกับเรื่องเปลือกหอยลึกลับที่จู่ๆ โผล่มาได้อย่างไร

แม้แต่การเข้าร่วมกองพลมังกรเร้น หรือการเดินทางไปฝึกอบรมที่เมืองหลวงก็เหมือนมีคนกำลังบงการทุกสิ่งอยู่ เขาทำให้ฉันเดินทีละก้าวเข้าไปใกล้จุดหมายบางอย่าง คนที่บงการทุกสิ่งอยู่เบื้องหลังคนนี้ต้องการจะทำอะไรกันแน่

ไม่ว่าอย่างไรหูฮวนก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง เขาไม่เคยข้องเกี่ยวกับแผนร้ายอันสลับซับซ้อน ดังนั้นต่อให้เขาคิดหัวแทบแตกก็ยังคิดไม่ออกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองในระยะนี้กำลังนำไปสู่สิ่งใดกันแน่

devc-af530e87-33711ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 35