ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 36

#36ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ตอนที่ 35 วันพรุ่งนี้ออกเดินทาง

หลิงหูอินลงมือสังหารราชาอสรพิษปะการังโลหิตต้นตอของความผิดปกติในเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดและทำลายฝูงแมลงมากกว่าครึ่งไปแล้ว เขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดจึงเริ่มหดตัวลง สถานการณ์กำลังดีขึ้น แต่ตามขั้นตอนแล้วยังต้องคอยเฝ้าจับตาดูอีกระยะ

หูฮวนเองก็ถูกส่งไปทำภารกิจสังเกตการณ์อยู่หลายหน แต่ภารกิจหลายหนนี้ล้วนปลอดภัยอย่างยิ่ง เขาเพียงต้องนั่งอยู่ในเขตปลอดภัย เฝ้าดูสถานการณ์การหดตัวของเงาแห่งสรรพสิ่งเท่านั้น

แม้เงาแห่งสรรพสิ่งในเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดจะหดตัวช้ากว่าปกติอยู่บ้าง แต่มันก็ยังหดตัวอยู่ ตามการคาดคะเนของเบื้องบน ใช้เวลาอีกเพียงสิบกว่าวัน เขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ดก็คงกลับมาเป็นปกติ เงาแห่งสรรพสิ่งจะถอยกลับไป ทำให้พื้นที่บริเวณนี้กลับมาสงบอีกหน

ระยะนี้หูฮวนกำลังเตรียมตัวเดินทางไปเมืองหลวง ความจริงแล้วเขาไม่มีอะไรให้ต้องทำมากนัก เรื่องสำคัญก็คือหลี่เหยียนจงกับคนระดับหัวหน้าที่เขาไม่รู้จักคนอื่นต่างพากันมาสั่งสอนเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้กับเขา เรื่องที่สั่งสอนก็หนีไม่พ้น...

หนีไม่พ้น... ช่างมันเถอะ เขาจำไม่ได้สักอย่าง

สรุปในหนึ่งประโยคก็คือพอหูฮวนเดินทางไปเมืองหลวงแล้วต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่ง แล้วก็อย่าก่อเรื่อง

วันนี้เขาเรียนวิชาหมัดกับจางจวี้หวาเสร็จก็ไปร่วมฝึกซ้อมกับคนอื่นอีกครึ่งวัน หลังจากนั้นก็ได้รับแจ้งว่าคาบเรียนวัฒนธรรมตอนบ่ายถูกยกเลิกแล้ว

หูฮวนถูกเรียกตัวมาที่ห้องทำงานแห่งหนึ่ง เขาเห็นหลี่เหยียนจง หลิงหูอิน อวิ๋นสี่เหอกับเซียวเจี้ยนเซิงอยู่ที่นั่นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

หลี่เหยียนจงหัวเราะฮ่าๆ บอกว่า “วันพรุ่งนี้พวกเธอต้องออกเดินทาง แต่พวกเราซื้อตั๋วรถไฟไม่ทัน ดังนั้นพวกเธอจะได้นั่งเครื่องบินขนส่งของทหารเดินทางไปเมืองหลวง เสี่ยวหู เธอยังมีเรื่องอะไรจำเป็นต้องจัดการอีกไหม”

พอหูฮวนได้ยินว่าจะได้นั่งเครื่องบิน ความตื่นเต้นก็แล่นปราดไปทั่วร่าง ตอบว่า “ผมไม่มีธุระอะไรแล้ว ออกเดินทางได้ตลอดเวลาครับ”

เซียวเจี้ยนเซิงยิ้มจนตาหยี บอกว่า “เครื่องบินขนส่งไม่เหมือนเครื่องบินโดยสารหรอกนะ นายต้องเตรียมใจไว้สักหน่อย”

หูฮวนคิดในใจว่า ไม่ใช่แค่โคลงเคลงหรือไง ต้องเตรียมใจอะไรด้วยเหรอ

หลี่เหยียนจงเว้นวรรคไปนิดหนึ่งแล้วก็ยิ้มตาหยี บอกว่า “ยังมีเรื่องเล็กๆ อีกเรื่องหนึ่ง เบื้องบนกำหนดยศทหารให้เธอแล้ว เป็นจ่าสิบจัตวา[footnoteRef:1] ส่วนความกล้าหาญที่ช่วยเหลือสหายร่วมรบเมื่อครั้งก่อนก็รายงานให้เบื้องบนรับทราบแล้ว น่าจะมีรางวัลมอบให้... [1: จ่าสิบจัตวา ยศทหารชั้นจ่าสิบในอดีตของกองทัพบกประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่ำกว่าจ่าสิบตรีหนึ่งขั้น ปัจจุบันถูกยกเลิกแล้ว]

...แต่การพิจารณาและอนุมัติต้องมีขั้นตอน น่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะได้ผลลัพธ์ เธอไม่ต้องร้อนใจ ไม่ช้าจนเสียงานแน่นอน”

หูฮวนคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าตนเองจะได้รางวัลอะไรกับเขาด้วย ส่วนความนัยที่ซ่อนอยู่ในถ้อยคำของหลี่เหยียนจง เขาฟังไม่ออกสักนิด อะไรคือไม่ช้าจนเสียงานแน่นอน...

เขามีงานอะไรต้องทำด้วยเหรอ

หลิงหูอินพูดต่อจากหลี่เหยียนจงด้วยน้ำเสียงเย็นชา “การฝึกอบรบหนนี้ ผมเป็นหัวหน้าชั้น! จะมีนักเรียนทั้งหมดราวหกสิบคนจากทั่วประเทศมาเข้าร่วมฝึกอบรมหนนี้ พวกคุณสองคนต้องออกเดินทางไปพร้อมกับผมวันพรุ่งนี้”

เขาเหลือบมองเซียวเจี้ยนเซิงแวบหนึ่งแล้วบอกว่า “พวกเราไม่มีเคล็ดวิชาสำหรับฝึกบำเพ็ญของสายเทวมาร แล้วก็ไม่มีการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ด้วย คุณคงได้แต่ต้องลองแนวทางของสายธรรมชาติหรือสายปัญจธาตุดู”

เซียวเจี้ยนเซิงยิ้มน้อยๆ ตอบว่า “กลายเป็นผู้ปลุกพลังสำเร็จ ผมก็พอใจมากแล้ว แล้วอีกอย่างตอนนี้ตัวผมยังพอมีศักยภาพอยู่บ้าง น่าจะอยู่ห่างจากการเป็นผู้ถือครองพลังขั้นหนึ่งไม่ไกลมาก วันหน้าไม่ว่าจะเป็นอย่างไรผมก็ไม่รู้สึกผิดกับชีวิตในชาตินี้แล้ว”

หลิงหูอินเงียบไปครู่หนึ่งก็พูดกับหูฮวนต่อว่า “นายต้องพยายามทำเวลา รีบเป็นเลื่อนขั้นเป็นโร้กระหว่างฝึกอบรมให้ได้ล่ะ!”

หูฮวนพยักหน้าหงึกๆ เกือบจะเรียกคุณอาออกไปอีกรอบแล้ว โชคดีที่เขาปฏิกิริยาว่องไว รีบเปลี่ยนคำได้ทัน ตอบว่า “หัวหน้าชั้นวางใจได้เลยครับ”

หลิงหูอินหยิบถาดสองใบจากด้านข้างส่งให้เซียวเจี้ยนเซิงกับหูฮวน บนนั้นคือเครื่องแบบทหารใหม่เอี่ยมครบชุดกับอินทรธนูประดับยศ

ตอนนี้เซียวเจี้ยนเซิงได้ยศเป็นจ่าสิบโทแล้ว ระหว่างปฏิบัติการครั้งก่อนเขากลายเป็นผู้ปลุกพลังสำเร็จ ทั้งยังเคยมีผลงานยอดเยี่ยมมาตลอด เบื้องบนจึงตกรางวัลให้เขา

หลี่เหยียนจงกับหลิงหูอินแจ้งเรื่องต่างๆ เสร็จก็ไม่มีอะไรแล้ว เซียวเจี้ยนเซิงกับหูฮวนจึงกล่าวขออนุญาตแล้วออกมาจากห้องประชุม

พวกเขาเพิ่งก้าวออกมาได้ก้าวเดียว อวิ๋นสี่เหอก็วิ่งตามออกมา เขาส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ทั้งสองคนแล้วบอกเสียงเบาว่า “เบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานมณฑลเราประจำเมืองหลวง ขอให้พวกเขาช่วยเหลือได้ตลอดเวลา”

อวิ๋นสี่เหอไม่ใช่คนพูดมาก แต่จัดการทุกอย่างได้รอบคอบยิ่งนัก

หูฮวนซาบซึ้งใจเล็กน้อยจึงตอบออกมาคำหนึ่งว่า “ขอบคุณครับอาอวิ๋น!”

อวิ๋นสี่เหอยิ้มละไมตบหัวไหล่เขาแล้วบอกว่า “เธออายุยังน้อย มีเรื่องอะไรก็ฟังผู้หมู่เซียว แล้วก็ผูกมิตรกับร้อยเอกหลิงหูไว้ให้มาก ถ้ามีเรื่องอะไรตัดสินใจไม่ได้ หรือมีปัญหายากลำบากอะไรก็จำไว้ว่าให้โทรมาหาอาอวิ๋น”

อวิ๋นสี่เหอพยักหน้าให้เซียวเจี้ยนเซิงแล้วกลับไปที่ห้องประชุม

เซียวเจี้ยนเซิงจิ๊ปาก บอกหูฮวนว่า “ปกติอวิ๋นสี่เหอไม่ใช่คนใส่ใจขนาดนี้หรอกนะ เขาปฏิบัติกับนายพิเศษจริงๆ”

หูฮวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาว่า “พี่เซียว เมื่อก่อนพี่ก็ไม่ได้ทำดีกับคนอื่นแบบนี้เหมือนกันสินะ”

เซียวเจี้ยนเซิงชะงักวูบหนึ่ง แล้วทันใดนั้นก็หัวเราะ ตอบว่า “ก็จริง ก่อนหน้านี้ฉันคงไม่มีวันคิดจะถ่ายทอดวิชาหมัดที่สืบทอดกันในตระกูลให้คนแปลกหน้าคนหนึ่งจนหมดเปลือกแน่ จางจวี้หวาเองก็น่าจะเหมือนกัน เขาคงไม่เคยคิดหรอกว่าวันหนึ่งจะมาแย่งชิงกับฉันเพื่อสอนวิชาหมัดให้คนอื่น ปกติเขาน่ะนะ หมกเม็ดเก็บซ่อนวิชาอันน้อยนิดของเขาได้มิดชิดเป็นที่สุด”

พอพูดมาถึงตรงนี้ เซียวเจี้ยนเซิงก็หัวเราะอย่างอดไม่ได้ “น่าสงสารเหล่าจาง เขาอยากจะกลายเป็นผู้ปลุกพลังจริงๆ แต่การ์ดวัตถุเทพฤทธิ์ใบหนึ่งหามาได้ง่ายๆ เสียที่ไหน”

ตอนเซียวเจี้ยนเซิงพูดคำนี้ เขาก็เหลือบมองหูฮวนแวบหนึ่ง ความจริงแม้เขากับจางจวี้หวาจะเป็นคู่แข่งกันอยู่กลายๆ ต่างฝ่ายต่างก็เห็นอีกฝ่ายขัดตา แต่ลึกๆ ในใจก็นับถือฝั่งตรงข้ามอยู่พอสมควร รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นลูกผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง

แม้เขาจะรู้สึกว่าน่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่หากเป็นไปได้ขึ้นมาเล่า

เซียวเจี้ยนเซิงอยากจะลองซื้อโอกาสให้สหายร่วมรบที่คบหากันมานานคนนี้ดูสักหน อย่างไรเสียเขาก็ไม่ปรารถนาจะให้คนฝีมือดีอย่างจางจวี้หวาต้องออกจากหน่วยไปอย่างหดหู่แบบนั้น ไม่มีพื้นที่ให้แสดงฝีไม้ลายมือที่มีอีกต่อไป

นายทหารที่ออกจากหน่วยไปแล้วก็เท่ากับเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากในกองทัพ ความสามารถนานาประการที่สร้างหน้าตาและเกียรติยศให้ตนเอง ทั้งยังควรค่าให้ภาคภูมิใจเหล่านั้นล้วนได้แต่ต้องเก็บซ่อนไว้ให้มิดชิด

ชีวิตอันสงบสุขไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้

หัวใจของหูฮวนหวั่นไหวเล็กน้อย เขามีการ์ดเทววัตถุอยู่ตั้งหนึ่งจริงๆ แม้เขาจำเป็นจะต้องใช้การ์ดเถาวัลย์ดูดเลือด การ์ดฝูงแมลงกินปราณกับการ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังอยู่ แต่เขาก็ยังมีการ์ดแมลงกินปราณอีกตั้งหนึ่งที่ไม่ได้ใช้!

แต่ตัวหูฮวนรู้ว่าตอนนี้ไม่เหมาะจะให้คำสัญญา จึงได้แต่ฟังถ้อยคำพร่ำบ่นของเซียวเจี้ยนเซิงอยู่เงียบๆ ทั้งสองคนออกจากตึกสำนักงาน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปคนละทาง

ทว่าเซียวเจี้ยนเซิงเพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ ก็เลี้ยวกลับเดินตามหูฮวนมา หูฮวนได้ยินเสียงฝีเท้าด้านหลังก็หันหลังกลับไปมองแล้วถามขึ้นอย่างประหลาดใจเล็กน้อย “พี่เซียว! พี่ยังมีอะไรเหรอฮะ”

เซียวเจี้ยนเซิงหัวเราะหึๆ ตอบว่า “ฉันย้ายหอพักแล้วนี่ ถึงพรุ่งนี้จะออกเดินทางแล้วก็เถอะ แต่คืนนี้ยังไงก็ต้องลองไปนอนดูสักคืนสิ เหล่าเซียวคนนี้จะลิ้มลองรสชาติตึกหอพักผู้ปลุกพลังของพวกนายสักหน่อย”

หูฮวนถึงเพิ่งนึกได้ว่าเซียวเจี้ยนเซิงกลายเป็นผู้ปลุกพลังแล้วจึงย้ายมาอยู่ด้วยกันกับพวกเขา หูฮวนดีใจ กระซิบถามว่า “ที่ห้องผมมีเครื่องเกมด้วย เล่นด้วยกันสักเกมไหมฮะ”

เซียวเจี้ยนเซิงตาลุกวาว ตอบว่า “เอาสิ! ฉันยังไม่เคยเล่นเกมพวกนั้นเลย ได้ยินมาว่าสนุกมาก น่าเสียดายพวกเราพลทหารธรรมดาไม่ได้รับสวัสดิการเหมือนพวกผู้ปลุกพลังอย่างพวกนาย คืนนี้พวกเราเล่นกันทั้งคืนไปเลย”

หูฮวนยิ้มแหย ถึงเขาจะชอบเล่นเกม แต่ให้อดหลับอดนอนเล่นทั้งคืนจริงๆ คงไม่ไหวหรอก

devc-af530e87-33711ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 36