เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด!

เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 18

#18เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด!

ตอนที่ 18 การก้าวข้ามและการสัมภาษณ์

‘อะไรกัน!’ สุสุมุตกใจอุทานออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่น

ตอนแรกที่จางกว้านตีคู่อยู่กับสึชิเอะ ฮิโรยาสุ ก็ทำให้สุสุมุตกใจมากแล้ว ถึงแม้ฮิโรยาสุจะเป็นคนที่อ่อนที่สุดในจำนวนนักวิ่งสามคนที่ทางญี่ปุ่นส่งมาแข่งในรายการวิ่ง 100 เมตร แต่สุสุมุก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่านักวิ่งของประเทศอื่นๆ ในเอเชียไม่มีใครที่จะเร็วกว่าฮิโรยาสุไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นนักวิ่งที่ถนัดวิ่ง 200 เมตร ด้วยเหตุนี้ความสามารถในการวิ่งช่วงครึ่งหลังก็จะดีกว่าคนอื่นอยู่หน่อย สุสุมุเชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังฮิโรยาสุจะต้องทิ้งห่างจางกว้านอย่างแน่นอน

แต่จางกว้านกลับเร็วกว่าเดิม

เวลาที่ใช้ได้ต่อเนื่องของความสามารถสปรินต์หลังจากทำการอัปเกรดนั้นเพิ่มขึ้นอีก ความสามารถสปรินต์ระดับปรมาจารย์ทำให้จางกว้านสามารถวิ่งสปรินต์ได้ต่อเนื่องถึง 40 วินาที สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือความเร็วนั้นยังเพิ่มไปอีกระดับหนึ่งด้วย

เหลืออีก 30 เมตรจะถึงเส้นชัย จางกว้านระเบิดพลังออกมา ทิ้งห่างสึชิเอะ ฮิโรยาสุ ส่วนทาคาโน สุสุมุที่ยืนดูอยู่ข้างสนามได้เพียงแต่ยืนงง พริบตาเดียวจางกว้านก็ทิ้งห่างฮิโรยาสุไปไกล

ส่วนสึชิเอะ ฮิโรยาสุที่อยู่ในสนามแข่ง พริบตาที่จางกว้านเร่งความเร็วก็รู้สึกได้ถึงความเร็วของจางกว้านที่เปลี่ยนไป เขาอยากจะไล่ตาม แต่ก็พบว่าความเร็วของตัวเองถึงขีดจำกัดแล้ว ทำได้เพียงมองจางกว้านแซงตัวเองไปตาปริบๆ

‘ไอบ้านี่ เห็นๆ อยู่ว่ามันวิ่งได้เร็วกว่าเรา แต่กลับจงใจวิ่งตีคู่มากับเราตอนแรก รอจนเราใช้แรงจนหมดแล้ว ค่อยออกแรงวิ่งแซงเราไป! มันกำลังล้อเราเล่น’ ฮิโรยาสุรู้สึกเหมือนความรู้สึกอับอายขายหน้ากำลังพุ่งออกมาจากภายในใจ แต่เขารู้ดีว่า ทำอย่างไรเขาก็ไล่ตามความเร็วของจางกว้านไม่ทัน

‘ความเร็วนี่มัน น่าจะเท่าๆ กับคุณอาซาฮาระ (อาซาฮาระ โนบุฮาระ) กับเซ็ทสุกุ (เซ็ทสุกุ ชินโกะ)เลย คิดไม่ถึงว่าทีมชาติจีนจะมีคนที่วิ่งได้เร็วขนาดนี้’ ฮิโรยาสุมองดูจางกว้านด้วยความเศร้าเสียใจ ส่วนจางกว้านก็ลดความเร็วลงช่วงก่อนจะถึงเส้นชัย แต่ยังคงเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1

.....

แม้แต่ตัวจางกว้านเอง ภายในใจก็กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างมาก

‘นี่คือความสามารถสปรินต์ระดับปรมาจารย์เหรอ? สุดยอดมาก’

ในฐานะที่เป็นคนใช้ความสามารถ จางกว้านรู้สึกได้ถึงความสุดยอดของความสามารถสปรินต์ระดับปรมาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากออกแรงแล้ว กระแสลมพัดผ่านหูของเขาไปอย่างไม่หยุดในขณะที่วิ่ง ถึงแม้จะฟังได้ไม่ชัด แต่กลับทำให้เขาถึงกับเคลิ้ม

จางกว้านอยากจะลองใช้แรงทั้งหมด แต่สติในหัวบอกเขาว่า อย่าวิ่งเร็วเกินไป แค่ทำลายสถิติประเทศก็พอแล้ว

.....

‘เยี่ยมมาก! แซงไปแล้ว! สู้ๆ! ที่ 1!’ เฉินเจี้ยนมองดูจางกว้านที่เข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 เขาสะบัดผ้าขนหนูที่อยู่ในมือขึ้นมาอย่างตื่นเต้นดีใจ เชียร์จางกว้านเสียงดัง นักกีฬาในทีมชาติคนอื่นๆ และโค้ชที่อยู่ข้างๆ เองก็ส่งเสียงเชียร์ออกมาเหมือนกัน

เทียบกับอีกฟากแล้ว สีหน้าของสุสุมุตอนนี้ดูแย่มาก ตาทั้งสองของเขากำลังจ้องเขม็งไปที่จางกว้าน เหมือนจะพ่นไฟออกมา จากนั้นสุสุมุก็มองไปที่สกอร์บอร์ด มองดูตัวเลขที่อยู่บนนั้นอย่างละเอียด

สึชิเอะ ฮิโรยาสุวิ่งได้ 10.17 วินาที เวลาอันนี้ถือว่าเร็วมาก หากอยู่ในโอลิมปิก ก็เพียงพอที่เข้าไปรอบที่สอง น้อยมากที่ฮิโรยาสุจะวิ่งทำเวลาในการแข่งขันได้ดีอย่างนี้

แต่จางกว้านกลับเร็วกว่าฮิโรยาสุ เขาวิ่งได้ 10.09 วินาที ทะลวงฝ่าด่าน 10.10 วินาทีไปได้ และด้วยเหตุนี้จางกว้านเลยทำลายสถิติประเทศที่ตัวเองเคยทำไว้อีกครั้ง และได้รับรางวัลคะแนนความสามารถอีก 1 คะแนน

โคบายาชิ ฮิโรคาสุหัวหน้าโค้ชของทีมญี่ปุ่นที่เพิ่งจะให้สัมภาษณ์นักข่าวเสร็จเดินออกมาจากอุโมงค์ทางเดินนักกีฬา และพบว่าการแข่งเสร็จสิ้นแล้ว เขารีบมองไปทางสกอร์บอร์ดบอกเวลา

’10.09 วินาที’ ใครกัน คิดไม่ถึงว่าจะวิ่งผ่านด่าน 10.10 วินาทีไปได้ หรือว่าเป็นสึชิเอะ?’ ฮิโรคาสุรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที ก่อนจะพบว่าชื่อที่อยู่หน้าเวลาอันนั้นไม่ใช่สึชิเอะ ฮิโรยาสุ

‘จางกว้าน? คนจีน? คนที่ทำลายสถิติประเทศวิ่ง 100 เมตรคนนั้นเหรอ!’ โค้ชฮิโรคาสุรู้สึกมีบางอย่างแปลกๆ เขาวิ่งเหยาะๆ ไปหาทาคาโน สุสุมุ แต่ก็เจอกับสึชิเอะ ฮิโรยาสุที่เพิ่งเดินออกมาจากสนามพอดี

“สึชิเอะ นี่มันอะไรกัน? การแข่งเมื่อกี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอ?” ฮิโรคาสุถามอย่างใจร้อน

“โค้ชครับ ขอโทษด้วยครับ ผมทำให้โค้ชผิดหวัง” สึชิเอะ ฮิโรยาสุรีบโค้งตัวขอโทษโค้ช

สุสุมุเองก็เดินเข้ามา พูดว่า “โค้ชครับ นี่ไม่ใช่ความผิดของสึชิเอะ สึชิเอะวิ่งได้ 10.17 วินาที ถือเป็นการวิ่งที่ดีที่สุดของเขาในการแข่งขันแล้ว ผมแค่คิดไม่ถึงว่านักกีฬาเด็กหนุ่มของจีนที่ชื่อจางกว้านคนนั้นจะวิ่งได้เร็วขนาดนี้”

สุสุมุเล่าเหตุการณ์การแข่งขันเมื่อครู่ให้หัวหน้าโค้ชฮิโรคาสุฟัง ฮิโรคาสุฟังแล้วก็ถอนหายใจยาวออกมา พูดว่า “สึชิเอะ มันไม่ใช่ความผิดของเธอที่ไม่ได้ที่ 1 เธอทำได้ดีมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังช่วยเราหยั่งเชิงดูความสามารถที่แท้จริงของคู่แข่งด้วย จะได้ทำให้อาซาฮาระและเซ็ทสุกุไม่ตกใจจนมือไม้อ่อนเวลาเผชิญหน้ากับคู่แข่ง เธอไม่ต้องรู้สึกผิด รีบไปพักผ่อนเถอะ อย่าลืมว่าเธอยังมีแข่งวิ่ง 200 เมตรอีก”

สึชิเอะ ฮิโรยาสุเดินจากไป ส่วนสุสุมุเดินเข้ามาข้างๆ ฮิโรคาสุ พูดว่า “โค้ชครับ หลังจากกลับไปผมจะรีบให้คนหาข้อมูลของจางกว้านมาอย่างละเอียดครับ”

“ไม่ต้องรีบ” ฮิโรคาสุโบกมือ “นายดูสิ มีคนรีบกว่าเราอีก”

สุสุมุมองไปทางที่ฮิโรคาสุชี้ เห็นนักข่าวสองคนถือกล้องและไมโครโฟน เดินไปทางทีมชาติจีน

“ผมรู้จักพวกเขา พวกเขาเป็นนักข่าวของทางสมาคมกรีฑาเอเชีย” สุสุมุบอก

ฮิโรคาสุยิ้มอย่างมีเลศนัย “เวลา 10.09 วินาที น่าจะจัดอยู่ในสิบอันดับแรกของเวลาที่ดีที่สุดในเอเชียตอนนี้แล้วล่ะ! ในบรรดานักวิ่งของเอเชีย คนที่วิ่งได้ต่ำกว่า 10.10 วินาทีถือว่ายอดเยี่ยมมาก มันก็ควรค่าแก่การที่ทางสมาคมกรีฑาเอเชียจะคอยจับตามอง อีกทั้งการแข่งวันนี้มันก็จืดชืดมาก ทางสมาคมฯ ต้องไม่ยอมพลาดข่าวนี้แน่ๆ”

.....

เฉินเจี้ยนพุ่งมาข้างหน้าโค้ชอวี๋อย่างตื่นเต้น กระโดดโลดเต้นเหมือนเด็ก พูดว่า “โค้ชอวี๋ เห็นหรือเปล่าครับ จางกว้านวิ่งได้ 10.09 วินาที ผ่านด่าน 10.10 วินาทีไปได้แล้ว!”

โค้ชอวี๋กลับมีท่าทีสงบมาก เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ฉันเห็นแล้ว วิ่งได้ดีมาก”

แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นมือที่กำลังสั่นเทิ้มทั้งสองข้างของโค้ชอวี๋ในกระเป๋ากางเกง บ่งบอกถึงความรู้สึกภายในใจของโค้ชอวี๋ตอนนี้

ในตอนที่เวลาที่ใช้ออกตัวปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์ โค้ชอวี๋ก็เดาว่าจะกว้านจะสามารถวิ่งทำเวลาได้ดีกว่าเดิม จางกว้านเคยวิ่งได้ 10.16 วินาทีทำลายสถิติประเทศ เวลาในการออกตัวของจางกว้านตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 0.3 วินาที เวลาที่ใช้ออกตัวในวันนี้ของเขาคือ 0.153 วินาที เร็วกว่าเดิมเกือบ 0.15 วินาที จากตรงนี้โค้ชอวี๋คำนวนเวลาในการวิ่งที่แท้จริงของจางกว้านว่าจะอยู่ที่ประมาณ 10 วิกว่าๆ แต่ฟอร์มการวิ่งของนักวิ่งมีขึ้นๆ ลงๆ โค้ชอวี๋คิดว่าหากจางกว้านอยากจะวิ่งทำเวลาได้ใกล้ 10 วินาที ก็ต้องเป็นช่วงที่ฟอร์มการวิ่งของเขาค่อนข้างดีถึงจะทำออกมาได้

แต่เวลา 10.09 วินาทีนี้เห็นชัดว่าเกินกว่าที่โค้ชอวี๋คาดการณ์ไว้ ไม่เพียงแต่จะเป็นสถิติใหม่ของประเทศ ยังเป็นเวลาที่ผ่านด่าน 10.10 วินาทีเข้าไปได้ เขาเป็นคนแรกที่วิ่งได้ต่ำกว่า 10.10 วินาทีของทีมชาติ และหากมองจากประสบการณ์ของประเทศอื่นๆ ในอดีต การที่นักวิ่งสักคนวิ่งได้น้อยกว่า 10.10 วินาที พูดได้ว่าระยะห่างจากด่าน 10 วินาทีของเขาอยู่ไม่ไกลแล้ว

‘บางทีในการแข่งวิ่ง 100 เมตรเราอาจจะเอาชนะทีมญี่ปุ่นได้’ โค้ชอวี๋อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงอนาคต

ในเวลานี้ สตาฟคนหนึ่งที่ติดตามทีมชาติมาด้วยพานักข่าวสองคนเดินเข้ามา

“โค้ชอวี๋ครับ สองคนนี้เป็นนักข่าวของทางสมาคมกรีฑาเอเชีย พวกเขาอยากจะสัมภาษณ์จางกว้านของทีมเราครับ” สตาฟคนนั้นพูดเสริมอีกว่า “เมื่อครู่ผมโทรไปขออนุญาตกับทางหัวหน้าหม่า หัวหน้าบอกว่าให้สัมภาษณ์ได้โดยไม่ให้กระทบต่อเวลาพักผ่อนของนักกีฬาครับ”

โค้ชอวี๋คิ้วขมวดเล็กน้อย ถ้าหากเป็นนักข่าวคนอื่น เขาคงจะบอกปัดไป แต่นี่เป็นนักข่าวของทางสมาคมกรีฑาเอเชีย ผู้จัดงานแข่งครั้งนี้ก็คือสมาคมกรีฑาเอเชีย นักข่าวของทางผู้จัดงาน อย่างไรก็ต้องไว้หน้า อีกทั้งนักข่าวของทางสมาคมคงไม่ถามอะไรที่ล่อแหลมหรือว่าตอบยาก

“โอเค พวกเราไปตรงพื้นที่พักผ่อน” โค้ชอวี๋พูดจบ ก็ชี้ไปทางพื้นที่พักผ่อนอีกฟาก จากนั้นกวักมือเรียกจางกว้าน พูดเสียงเบาว่า “เสี่ยวจาง มีนักข่าวสองคนจากทางสมาคมกรีฑาเอเชียจะมาสัมภาษณ์เธอ”

“สัมภาษณ์? ผมยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย!” จางกว้านพูด

“ไม่ต้องเตรียม” โค้ชอวี๋พูดต่อเสียงเบาๆ ว่า “นักข่าวพวกนี้ปกติไม่ถามอะไรเยอะ ก็แค่ความรู้สึกในการแข่งเมื่อกี้ของเธอ เป้าหมายในการแข่งครั้งนี้ มากสุดก็อาจจะถามความฝันในอนาคตของเธอคืออะไร ไม่ต้องกังวล ตอบตามความจริงไปก็พอ”

“อ้อ แล้วผมต้องตอบเป็นภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษล่ะครับ โค้ชอวี๋” จางกว้านถาม

โค้ชอวี๋รีบหันกลับมามองจางกว้านแบบแปลกใจ ถามว่า “เธอพูดภาษาอังกฤษได้เหรอ?”

“ถ้าบทสนทนาง่ายๆ ก็น่าจะไม่มีปัญหาครับ” จางกว้านเมื่อก่อนเคยจะสอบเข้าไปเรียนปริญญาโท แต่สุดท้ายสอบไม่ผ่าน แล้วก็อาศัยดูหนังภาษาอังกฤษ บทสนทนาภาษาอังกฤษง่ายๆ ก็เลยไม่มีปัญหา

โค้ชอวี๋จู่ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ เมื่อก่อนจางกว้านเป็นเด็กมัธยมปลายที่เรียนในระบบโรงเรียนทั่วๆ ไป ไม่เหมือนนักกีฬาในทีมชาติคนอื่นๆ ที่เข้าไปฝึกในวิทยาลัยพละตั้งแต่เด็ก การที่จางกว้านจะพูดภาษาอังกฤษได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่โค้ชอวี๋ก็ยังพูดว่า “เธอไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษ ทีมเรามีล่าม”

.....

นักข่าวที่มาสัมภาษณ์จางกว้านเป็นผู้หญิงเชื้อสายจีน

“คุณจางคะ สวัสดีค่ะ ชื่อภาษาจีนของฉันคือเฉินเหมยเหม่ย พวกเราจะเริ่มสัมภาษณ์กันเลยไหมคะ?” นักข่าวหญิงพูดภาษาจีนกับจางกว้านอย่างคล่องแคล่ว

จางกว้านที่กำลังพะวงว่าจะพูดจีนหรืออังกฤษดีถึงกับต้องแปลกใจ รีบถามทันทีว่า “คุณพูดภาษาจีนได้?”

“ค่ะ ฉันเป็นคนสิงคโปร์ ก็เลยพูดภาษาจีนได้” นักข่าวหญิงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะถามอีกครั้งว่า “พวกเราสัมภาษณ์กันเลยไหมคะ?”

“ครับ เริ่มสัมภาษณ์เลยก็ได้” จางกว้านตอบ

“ในการแข่งเมื่อครู่ คุณสามารถผ่านด่าน 10.10 วินาทีไปได้ วิ่งทำเวลาอยู่ที่ 10.09 วินาที ตามที่ฉันทราบมา ในเอเชียเมื่อก่อนมีนักวิ่งเพียง 4 คนเท่านั้นที่สามารถวิ่งได้ต่ำกว่า 10.10 วินาที ส่วนคุณเป็นคนที่ 5 ไม่ทราบว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้บ้างคะ?”

‘เหมือนกับที่โค้ชอวี๋ว่าไว้ไม่ผิด ถามความรู้สึกก่อนเลย!’ จางกว้านคิดกับตัวเอง ก่อนจะนึกๆ อย่างละเอียดแล้ว พบว่าตัวเองไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะว่าเขามีระบบที่อยู่ในหัวและความสามารถสปรินต์ที่เพิ่งจะอัปเกรดไป จางกว้านเลยคิดว่าเวลาที่ทำออกมาได้มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วเลยไม่รู้สึกอะไร

“จริงๆ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ หากจะพูดถึงความรู้สึกจริงๆ ล่ะก็ ผมคิดว่าในเมื่อวิ่งได้ตามปกติ ทำเวลาออกมาได้อย่างนี้ก็เป็นเรื่องปกติครับ” จางกว้านตอบ

นี่ทำให้นักข่าวหญิงรู้สึกแปลกใจ ปกติเวลาเธอถามคำถามนี้กับนักวิ่งคนอื่นๆ อีกฝ่ายมักจะตอบว่า ‘ตื่นเต้นมากครับ’ ‘โชคดีมากครับ’ จางกว้านเป็นคนแรกที่ตอบ ‘เป็นเรื่องปกติครับ’

‘เป็นนักวิ่งที่อวดดีจริงๆ’ นักข่าวหญิงแอบคิดกับตัวเอง ในความรู้สึกของนักข่าวหญิง นักกีฬาประเทศจีนมักจะถ่อมตัวมากและไม่แสดงออกตรงๆ กลับจะเป็นนักกีฬาของฝั่งอเมริกามากกว่าที่มักจะคุยโวโอ้อวด

นักข่าวหญิงถามต่อว่า “อย่างนั้นเป้าหมายในการแข่งชิงแชมป์เอเชียคราวนี้คืออันดับที่เท่าไรคะ?”

“แน่นอนว่าต้องที่ 1 ครับ!” จางกว้านตอบแบบไม่ได้คิดแม้แต่นิดเดียว

.............................

devc-75d0bbbd-32992เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 18