เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 ชัยชนะครั้งแรก
บนลู่วิ่ง เท้าทั้งสองข้างของจางกว้านเหยียบอยู่บนที่ยันเท้า ภายในใจรู้สึกตื่นเต้น
“เข้าที่! เตรียมตัว...” ผู้ให้สัญญาณชูปืนให้สัญญาณขึ้น นักกีฬาคนอื่นๆ รวมทั้งจางกว้านตั้งท่าเตรียมตัวออกวิ่ง
ต้องบอกว่าการฝึกออกตัวในระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมามีประโยชน์ต่อจางกว้านมาก อย่างน้อยท่าทางในการออกตัวและทิศทางในการส่งแรง จางกว้านก็สามารถไล่ทันนักกีฬาอาชีพคนอื่นๆ แล้ว
แต่ทว่า ในชั่วพริบตาที่ออกตัวจางกว้านกลับอยู่ที่สุดท้าย ความเร็วในการตอบสนองช่วงออกตัวของนักกีฬาอาชีพคนอื่นๆ ทั่วไปจะไม่เกิน 0.2 วินาที แต่จางกว้านในตอนนี้ เวลาที่ใช้ในการออกตัวช้ากว่าคนอื่นอยู่ 0.1 วินาที อันที่จริงในระยะการฝึกแค่สองเดือน การตอบสนองช่วงออกตัวจางกว้านยังไม่สามารถทำได้ถึงระดับนักกีฬาอาชีพ
โค้ชอวี๋ที่กำลังดูการแข่งอยู่อีกฟากหนึ่งขมวดคิ้ว ในฐานะที่เป็นโค้ชทีมชาติ เขาย่อมต้องรู้ว่าระยะเวลาที่ใช้ตอบสนองช่วงออกตัวกับท่าทางในตอนที่ออกตัวนั้นสัมพันธ์กันอย่างมาก แต่นักกีฬาอาชีพทุกๆ คนต่างก็เคยผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก จนกล้ามเนื้อและร่างกายสามารถจดจำท่าทางการเคลื่อนไหวขณะออกตัวได้ กระทั่งกลายเป็นความเคยชินจนเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ออกมาโดยอัตโนมัติ สำหรับนักกีฬาที่ยอมเยี่ยมแล้ว ถึงแม้ท่วงท่าในขณะที่ออกตัวจะผิดไปบ้าง แต่อาศัยแค่ความเคยชินของร่างกายในการออกตัวและปฏิกิริยาตอบสนอง เวลาที่ใช้ในการออกตัวจะไม่มีทางช้าไปกว่า 0.2 วินาที
ในรายการวิ่ง 100 เมตรชายของนักกีฬาอาชีพ การที่นักกีฬาใช้เวลาในการออกตัวเกินกว่า 0.2 วินาที อธิบายได้อย่างเดียวคือสติไม่อยู่กับตัว ในขณะที่แข่งถ้าจิตใจไม่จดจ่ออยู่กับการแข่งขัน ไม่ว่าจะแข่งขันกีฬาอะไรก็ตามล้วนเป็นความผิดพลาดอย่างมาก และในการแข่งวิ่ง 100 เมตร นี่เป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ ดังนั้นโค้ชอวี๋จึงหันกลับมามองอาจารย์เฉิน กลับเห็นบนใบหน้าอาจารย์เฉินมีรอยยิ้มเล็กๆ นี่เป็นสีหน้าที่รูสึกปลื้มใจเป็นอย่างมาก
โค้ชอวี๋ไม่ทราบว่าเมื่อก่อนความเร็วในการออกตัวของจางกว้านช้ากว่านี้อีก ในระยะเวลาเพียง 2 เดือน เขาสามารถร่นระยะเวลาที่ใช้ในการออกตัวเหลือเพียง 0.3 วินาที แค่นี้ก็ทำให้อาจารย์เฉินพอใจมากแล้ว
‘เหล่าเฉินเป็นอะไรไป ลูกศิษย์ตัวเองลงแข่งในหัวยังกล้าไปคิดเรื่องอื่น แล้วยังดีใจอะไรขนาดนั้น!’ โค้ชอวี๋รู้สึกว่าแปลกๆ จากนั้นก็หันกลับไปมองที่สนามแข่ง กลับพบว่าจางกว้านวิ่งตีคู่สูสีมากับอับดับที่ 1 แล้ว
‘นี่มันเรื่องอะไรกัน? เขาไล่ขึ้นมาทันได้ยังไง! สปีดเร็วมาก! นี่เป็นสปีดที่นักกีฬาระดับต้นๆ ของประเทศถึงจะมี’ โค้ชอวี๋เบิ่งตา เขาเป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในประเทศ ความรู้สึกที่มีต่อความเร็วของนักกีฬาย่อมต้องไวเป็นพิเศษ ดังนั้นแค่ชั่วพริบตา โค้ชอวี๋สามารถฟันธงออกมาได้อย่างแม่นยำ
.....
“บ้าหรือเปล่า ตอนออกตัวไม่เห็นต้องพุ่งขนาดนั้นเลย แข่งรอบแรกไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้!” นักแข่งคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“ก็ปกติหรือเปล่า นี่มันกลุ่มที่ 1 มีแต่พวกไม่เก่ง รีบๆ แย่งเข้าที่ 1 ที่ 2 เพื่อเข้ารอบดีกว่า” นักแข่งอีกคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“แต่ว่าสปีดของเด็กคนนี้เร็วจริงๆ ความเร็วระดับนี้ไม่เหมือนพวกมือใหม่เลย แต่ทำไมฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อน?”
“ฉันก็ไม่เคยเห็น....”
“แต่ว่าความเร็วระดับนี้มันจะเกินไปหน่อยหรือเปล่า!”
ในขณะที่คนดูกำลังคุยกัน จางกว้านก็ใกล้จะถึงเส้นชัยแล้ว ถึงแม้ในช่วงสุดท้ายจะไม่มีความสามารถ ‘สปรินต์’ มาคอยช่วย จางกว้านก็เข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 อย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนเวลาที่วิ่งอยู่ในหัวเขา ช่วงที่พุ่งตัวเข้าสู่เส้นชัย เวลาก็หยุดอยู่ที่ 10.38 วินาทีอย่างแม่นยำ
จากนั้นจางกว้านก็มองไปที่สกอร์บอร์ดข้างเส้นชัย เวลาของเขาที่เข้าเส้นชัยบนสกอร์บอร์ดคือ 10.38 วินาที
เมื่อสองเดือนก่อน จางกว้านทำเวลาได้ 10.30 วินาทีด้วยการจับเวลาด้วยมือ ถ้าจับเวลาด้วยเครื่องก็จะอยู่ที่ประมาณ 10.54 วินาที แต่เวลาที่เขาทำได้ซึ่งจับด้วยเครื่องในวันนี้คือ 10.38 วินาที โดยเมื่อเทียบกับ 2 เดือนที่แล้วเร็วขึ้นมา 0.16 วินาที นี่ก็มาจากผลของการฝึกออกตัวที่มีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก
‘ที่แท้การแข่งระดับประเทศก็งั้นๆ’ จางกว้านรู้สึกผ่อนคลาย ความตื่นเต้นที่มีเมื่อครู่ก็หายไปหมด
.....
“10.38 วินาที!” โค้ชอวี๋ตะโกนออกมา
เวลาอันนี้ถ้าในอีก 10 ปีข้างหน้าบางทีอาจจะไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ในตอนนี้ นี่เป็นเวลาที่ยอดเยี่ยมมาก ปีที่แล้วทั้งประเทศมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่วิ่งได้ไม่เกิน 10.40 วินาที เวลา 10.38 วินาทีของจางกว้านในวันนี้ ถ้าหากเป็นปีที่แล้ว เขาจะติด 1 ใน 4 ของระดับประเทศ
ภายใต้ระบบการให้คะแนนและคัดเลือกนักกีฬาภายในประเทศ โค้ชอวี๋ในฐานะโค้ชทีมชาติเขารู้จักนักกีฬาชั้นยอดในแต่ละมณฑลดี แต่จางกว้านในวันนี้เห็นได้ชัดว่าไม่อยู่ในกลุ่มนั้น โค้ชอวี๋นึกถึงนักกีฬาชั้นยอดเหล่านั้น แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่ามีจางกว้านอยู่ในนั้นด้วย
โค้ชอวี๋มองหน้าอาจารย์เฉินที่กำลังยิ้มพอใจอยู่ ถามว่า “เหล่าเฉิน นายไปหาเด็กนี่มาจากไหน”
อาจารย์เฉินชูนิ้วขึ้นมา 2 นิ้ว บอกว่า “สองเดือนก่อน ในการทดสอบนักกีฬาระดับสอง”
“ทดสอบนักกีฬาระดับสอง?” โค้ชอวี๋เบิ่งตาตกใจ สำหรับเขาแล้ว ระดับความสามารถของนักกีฬาระดับสองที่มีอันน้อยนิดก็เหมือนเด็กบ้านๆ ทั่วไป จากนั้นโค้ชอวี๋นึกถึงที่อาจารย์เฉินบอก ‘สองเดือน’ ก่อน
“ทดสอบนักกีฬาระดับสองเมื่อสองเดือนก่อน? หรือว่าเขาเป็นมือสมัครเล่น?” โค้ชอวี๋ถามอย่างตรงประเด็น
“ใช่! ปีนี้เขาอายุ 17 เรียน ม.5 เพิ่งหัดวิ่งระยะสั้นได้ปีสองปี เพิ่งมาฝึกแบบจริงจังกับฉันได้สองเดือน” อาจารย์เฉินพยักหน้า ถามย้อนกลับไปว่า “ไม่เชื่อใช่ไหมล่ะ!”
“ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ตกใจอยู่” โค้ชอวี๋เงียบไปสักครู่ จึงพูดต่อว่า “เหล่าเฉิน ครั้งหน้าเอาข้อมูลเด็กคนนี้มาให้ฉันชุดหนึ่งสิ! ทีมชาติต้องการเด็กรุ่นใหม่”
.....
บนลู่วิ่ง ในเวลาเดียวกับที่จางกว้านแข่งเสร็จเรียบร้อย ภารกิจมือใหม่เองก็เสร็จสิ้นเหมือนกัน
มีคำชี้แจงในระบบเด้งขึ้นมาอีกครั้ง ‘ภารกิจเสร็จสิ้น ได้รับรางวัล : คะแนนความสามารถ 1 คะแนน’
จากนั้นก็มีเสียงในระบบดังขึ้น : ‘คะแนนความสามารถนอกจากจะใช้เรียนรู้ความสามารถใหม่แล้ว ยังสามารถใช้เพื่ออัปเกรดความสามารถที่มีอยู่ได้ ต่อไปท่านสามารถลองอัปเกรดความสามารถได้’
ตรงกลางหน้าจอในระบบ มีไอคอนของความสามารถสปรินต์ปรากฏขึ้นมา ภารกิจบอกว่าจางกว้านต้องอัปเกรดความสามารถสปรินต์ จางกว้านจึงอัปเกรดความสามารถสปรินต์โดยทันที
‘อัปเกรดเสร็จสมบูรณ์ ความสามารถสปรินต์อัปเกรดเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญ ผลของการอัปเกรดความสามารถ : ความเร็วในการวิ่งทางตรงเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นเวลา 20 วินาที’
ไอคอนในระบบที่แต่เดิมเป็นสีเขียว ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน จาก ‘ความเร็วในการวิ่งทางตรงเพิ่มขึ้น’ เปลี่ยนเป็น ‘เพิ่มขึ้นอย่างมาก’ ขณะเดียวกันเวลาที่ใช้ได้จาก 10 วินาทีก็เปลี่ยนเป็น 20 วินาที เพิ่มขึ้นมาเท่าหนึ่ง
‘10 วินาทีเปลี่ยนเป็น 20 วินาที ก็แสดงว่าใช้ความสามารถของสปรินต์วิ่งได้ครบ 100 เมตรแล้วสิ อย่างนี้ในช่วงสุดท้าย ฉันจะได้ใช้ความสามารถสปรินต์วิ่งเข้าเส้นชัยได้สักที’ จางกว้านแอบคิดกับตัวเอง
คำชี้แจงภารกิจอันใหม่เด้งขึ้นมา :
ความสามารถระดับผู้เชี่ยวชาญที่คุณมีในตอนนี้ อดีตไม่อาจเทียบได้ หนทางที่จะไปสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ลองเผชิญกับความท้าทายดูสิ!
ภารกิจมือใหม่ : ทำลายสถิติประเทศ 1 ครั้ง
...............................