คุณหนูรองสองชะตา

คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 11 แปรพักตร์ ตอนที่ 12

#12บทที่ 11 แปรพักตร์

ตอนที่ 11 แปรพักตร์

ปิ่นทองอันคมกริบ บวกกับโต๊ะที่ถูกตบ กลีบดอกที่ปักด้วยพลอยชมพูสุกใสงดงามตรงปลายปิ่นจึงสั่นเล็กน้อย

เวินผิงรู้ดีว่าเครื่องประดับแต่ละชิ้นของคุณหนูรองราคาสูงลิ่ว ย่อมหาเงินจำนวนหนึ่งหมื่นตำลึงมาได้ไม่ยาก ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าก็คือประโยคหลังของคุณหนูรอง

เขาจับจ้องเวินเห่าแน่นิ่ง รอนางพูดประโยคต่อไป

เวินเห่าเองก็ไม่ปล่อยให้รอนาน เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ท่านพ่อเก็บของดีๆ ไว้ไม่น้อย ทว่าคงถูกเจ้าถลุงเกลี้ยงแล้วกระมัง”

พอประโยคนี้ถูกพูดออกมา เวินผิงราวกับถูกสายฟ้าฟาด ทั้งร่างพลันแข็งทื่อ สักพักใหญ่ถึงคิดได้ว่าตนเองควรทักท้วง “คุณ...คุณหนูรอง ท่านอย่าใส่ความบ่าวเชียว บ่าวจะทำเรื่องพรรค์นั้นได้อย่างไรขอรับ”

เวินเห่าเองก็ไม่รีบร้อน “ข้าใส่ความหรือไม่ จัดการง่ายนิดเดียว ข้าแค่กลับไปโวยวายหาเหตุผลให้ท่านพ่อตรวจดูคลังเก็บของก็ได้แล้ว เพียงแต่รอถึงตอนนั้นเกรงว่าผู้ดูแลเวินคงไม่มีบุตรชายแล้ว”

ผู้ดูแลเวินเป็นคนเก็บกุญแจคลังส่วนตัวของเวินหรูกุย เมื่อชาติก่อนเวินเห่าอาศัยความสามารถพิเศษนั้นถึงรู้เรื่องที่เขาเป็นหัวขโมย

เพียงแต่สำหรับพ่อลูกที่มีความสัมพันธ์เปราะบาง เวินเห่าคิดว่าเรื่องนี้มิได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง ขอแค่ไม่ยื่นมืออันละโมบลามมาถึงแม่นางก็พอแล้ว

ทว่าตอนนี้ นางกำลังใช้ประโยชน์นี้ดึงให้เวินผิงแปรพักตร์

คำพูดนี้ของเวินเห่าดั่งค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของเวินผิง

ในที่สุดกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาก็พังทลายลง แข้งขาอ่อนยวบทิ้งตัวลงพื้น “คุณหนูรองโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย!”

เวินเห่าเงยหน้าขึ้นเหลือบมองไปทางด้านหลัง น้ำเสียงยังคงเนิบนาบ “ผู้ดูแลเวินกล่าวผิดแล้ว ทั้งๆ ที่ข้ามาช่วยชีวิต ช่วยชีวิตของเจ้าและช่วยชีวิตบุตรชายของเจ้าด้วย”

“ขอรับๆ คุณหนูรองพูดถูก” เวินเห่ายกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อเย็นบนหน้าผากอย่างไม่หยุดมือ

เวินเห่าคลี่ยิ้ม “ผู้ดูแลเวินอย่าคุกเข่าเลย”

เวินผิงรีบลุกขึ้น

เวินเห่าเลื่อนชาถ้วยหนึ่งส่งไปให้ “ผู้ดูแลเวินนั่งลงเถิด สะดวกในการพูดคุยมากกว่า”

เวินผิงนั่งลงตามคำบอกพลางลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ

เขาต้องยอมรับว่าเมื่อครู่ถูกคุณหนูรองบีบจนต้องไหลไปตามน้ำ

ในจวนตระกูลเวิน นายท่านมักเต็มไปด้วยกลอุบาย ส่วนฮูหยินโผงผางทว่าใจไม่เด็ดเดี่ยวพอ คุณหนูใหญ่อ่อนโยนสุขุม ส่วนคุณหนูรองเป็นใบ้มาแต่กำเนิด ในใจของบรรดาบ่าวไพร่เลยมองนางเป็นเพียงสาวน้อยที่มีนิสัยประหลาดและเก็บตัว

แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากคุณหนูพูดได้แล้วจะเก่งกาจถึงเพียงนี้

ไม่ ไม่ ไม่สิ ไม่ใช่แค่เก่งธรรมดา แต่เป็นปีศาจชัดๆ

นางไปรู้ความลับเหล่านี้มาจากที่ใด

เวินผิงสติเลื่อนลอย ยิ่งคิดก็ยิ่งถลำไปไกล

พอได้สติคืนกลับมา เขาไม่นึกเสียใจต่อการตัดสินใจเมื่อครู่นี้เลย ทว่าการตัดสินใจก่อนหน้านี้นั้นทำให้เขากระโดดออกจากสถานการณ์สิ้นหวังจนตรอกมาตกอยู่ในความลำบากแทน แต่มันก็ทำให้เขาได้คิดทบทวนด้วยใจอันสงบลงบ้าง

“ผู้ดูแลเวินคงมีข้อสงสัยมากมายกระมัง” ครั้นเห็นสีหน้าของเวินผิงที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เวินเห่าก็เอ่ยถามพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะ

เวินผิงรีบรวบรวมสติ “บ่าวมีข้อสงสัยบางอย่าง...”

“เช่นนั้นก็เก็บมันไว้เถิด”

เวินผิงสะอึก จากนั้นก็ได้เรียนรู้อารมณ์แปรปรวนของสาวน้อยคนนี้อีกครั้ง

“คือ...ไม่ทราบว่าคุณหนูรองจะให้บ่าวทำอะไรขอรับ”

“ง่ายมาก วันหน้าหากถึงวันตัดสินแล้วไต่สวนถึงเจ้า เจ้าก็แค่พูดไปตามความจริงก็พอ”

ประโยคที่คิดอยากจะถามว่า ‘คุณหนูรองรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร’ ถูกกลืนลงคอไปท่ามกลางแววตาอันเย็นชาของสาวน้อยตรงหน้า

“เงินพันตำลึงแลกกับการที่เจ้าพูดความจริง คงคุ้มค่าแล้ว”

เวินผิงกำตั๋วเงินไว้พลางยิ้มขมขื่น “บ่าวกังวลว่าพอถึงเวลานั้นนายท่านจะ...”

“กังวลว่าพ่อข้าจะเก็บเจ้าอย่างนั้นหรือ” เวินเห่าเหลือบมองเขาด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ

เวินผิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเจื่อน

เวินเห่ายกยิ้มมุมปากด้วยความเย้ยหยัน

กำลังคิดจะหาทางหนีทีไล่กับนางน่ะหรือ

เพ้อฝันไปแล้วกระมัง!

“ผู้ดูแลเวิน เคยได้ยินคำพูดนี้หรือไม่”

“คุณหนูรองว่ามาเถิดขอรับ”

“อ้อยไม่มีทางหวานทั้งสองด้าน” เวินเห่าพูดชัดถ้อยชัดคำ

ขณะที่พูดก็หยิบปิ่นดอกท้อมาหมุนในมือ “อันหนึ่งคือวิกฤติชีวิตตรงหน้า ส่วนอีกอันหนึ่งคือความลำบากเล็กน้อยในภายภาคหน้า หากผู้ดูแลเวินไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไหน ถ้าเช่นนั้นข้าคงผิดหวังไม่น้อย”

เวินผิงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน

ความลำบากเล็กน้อย? ผลที่เขาต้องรับคือการทรยศเจ้านายเลยนะ

แต่คุณหนูรองพูดถูก หากไม่เดินไปตามคุณหนูรอง ตอนนี้เขาสองพ่อลูกคงจบเห่

“บ่าวเอาตามที่คุณหนูรองว่าเลยขอรับ” เวินผิงก้มศีรษะ

เวินเห่ายกยิ้มก่อนจะตะโกนเรียก “เป่าจู...”

เป่าจูผลักประตูเดินเข้ามา

“ช่วยไปส่งผู้ดูแลเวินแทนข้าหน่อย”

เวินผิงรีบกล่าว “ไม่กล้าลำบากเป่าจูขอรับ”

รอกระทั่งเวินผิงจากไป เป่าจูก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “คุณหนูเจ้าคะ ท่านเอาเงินพันตำลึงให้เขาไปง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ ไม่กลัวเขาเปลี่ยนความคิดหรอกหรือ”

“หนี้ของเขาแค่พันตำลึงเสียเมื่อไร เขากลับตัวก็ไม่ทันแล้ว” เวินเห่าเลื่อนสายตาไล่มองออกนอกหน้าต่างอย่างไม่ใส่ใจพลางเอ่ยเสียงเรียบ

หากเรื่องที่เวินผิงขโมยของถูกท่านพ่อรู้เข้าเมื่อไร จุดจบคงอนาถยิ่งกว่าบุตรชายที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของอันธพาลพวกนั้นเสียอีก

ของที่เขาแอบเอาไปขายล้วนเป็นสมบัติที่ไม่ค่อยหยิบจับมาใช้ ใจที่ไม่กลัวโทษคงคิดแค่ว่าท่านพ่อคงไม่สนใจแน่นอน

ทว่านางดันรู้เรื่องนี้เข้า

“เป่าจู พวกเรากลับจวนกันดีกว่า”

จัดการเวินผิงเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ถึงตาพี่ชายร่วมตระกูลของท่านพ่อ

พูดไปก็น่าขัน เพราะเวินผิงยอมช่วยคนเลวทำชั่วก็เพราะบุตรชายตน ส่วนพี่ชายร่วมตระกูลของท่านพ่อเองก็ไม่ต่างกัน

อ้อ แม้แต่ท่านพ่อเอง เหตุผลหลักๆ ที่ยอมบีบให้ท่านแม่จนตรอกก็เพื่อบุตรชายเช่นกัน

เวินเห่ากลับจวนไปกินมื้อเที่ยง พักผ่อนได้ครู่เดียวเวินฉานก็มา

“พี่หญิงกลับมาเร็วขนาดนี้เชียว”

“งานสังสรรค์ที่ต้องเข้าร่วมเป็นหลายสิบครั้งต่อปี ไม่สนุกเลยสักนิด” เวินฉานยกถุงซับน้ำมันในมือขึ้นมา “ขนมหยอดก้นหอย[footnoteRef:1]จากร้านว่านจี๋ ข้าจำได้ว่าน้องรองชอบร้านนี้ที่สุดแล้ว...” [1: ขนมหยอดก้นหอย เป็นขนมทำมาจากแป้งทอดกรอบซ้อนกันไปเหมือนก้นหอย]

ริมฝีปากแดงของนางยกยิ้มเล็กน้อย องศาปากเหมือนตอนที่เวินเห่าคลี่ยิ้มไม่มีผิด ดวงตาสีดำขลับสุกใสคู่นั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่

เวินเห่าจับจ้องพี่สาวไม่วางตา พร้อมน้ำตาที่ไหลริน

พี่สาวกับนางหน้าตาเหมือนกันมากจริงๆ

ชายที่เหลียนเซียงบอกว่าย่ำยีพี่หญิง...ก็คือองค์รัชทายาทเองหรือ

การคาดเดาเช่นนี้ทำเอาหัวใจของเวินเห่าเจ็บแปลบ

“น้องรองเป็นอะไรไป” ท่าทีตอบสนองของเวินเห่าทำเอานางมึนงงไปหมด

“กำลังคิดถึงเรื่องที่ท่านพ่อมีอนุนอกจวนอยู่หรือ เจ้าไม่ต้องกลัว มีท่านยายที่ค่อยช่วยจัดการแทนพวกเราอยู่...”

“พี่หญิงเจ้าคะ” เวินเห่ากอดเวินฉาน น้ำตาร้อนผ่าวเปรอะเปื้อนบนชุดของนาง “ข้าไม่ได้คิดเรื่องเหล่านั้น ข้าแค่รู้สึกว่าพี่หญิงดีกับข้าเหลิอเกินเจ้าค่ะ เมื่อก่อนข้าพูดไม่ได้ ในที่สุดตอนนี้ข้าก็พูดขอบคุณพี่หญิงได้แล้ว”

ความจริงนางอยากขอโทษมากกว่า พูดขอโทษนับครั้งไม่ถ้วน

ถึงแม้นางจะรู้ดีว่าความผิดไม่ได้อยู่ที่นาง แต่เป็นฝีมือของสัตว์เดียรัจฉานที่ปากบอกว่าเป็นคนดีแต่หลงผิด ทว่าพอนึกถึงเรื่องวันนี้เมื่อชาติก่อน หากนางไม่ไปดูหนุ่มน้อยที่ระบำกระบี่กระบองบนท้องถนน บางทีอาจจะไม่เกิดเรื่องกับพี่หญิง นางเลยอดรู้สึกละอายใจไม่ได้

เวินฉานตบหลังนางอย่างเบามือ เอ่ยด้วยความปวดใจและเศร้าโศก “พูดอะไรโง่ๆ ข้าเป็นพี่สาวเจ้า การทำดีต่อเจ้าไม่ใช่เรื่องที่ควรทำหรืออย่างไร”

นางเปิดถุงแล้วหยิบขนมหยอดก้นหอยออกมาชิ้นหนึ่งส่งให้เวินเห่า

“พี่หญิงก็กินด้วยกันเถิดเจ้าค่ะ”

สองพี่น้องกินของว่างเสร็จ เวินฉานก็เอ่ยขึ้น “น้องรอง พรุ่งนี้เราสองพี่น้องไปบอกท่านยายกันเถอะ”

“วันมะรืนดีกว่าเจ้าค่ะ เพราะท่านแม่บอกว่าพรุ่งนี้จะพาพวกเราไปจวนท่านยาย”

เวินฉานพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นวันมะรืนพวกเราค่อยแอบไปกัน”

ท่านแม่รักท่านพ่อด้วยหัวใจอันลึกซึ้ง แถมนางเป็นคนฉุนเฉียวง่าย สู้เกริ่นๆ บอกท่านยายเอาไว้น่าจะดีกว่า

ทว่านอกจากเรื่องนี้ เวินเห่ายังขบคิดอีกเรื่องหนึ่งอยู่

คืนนี้นางคงต้องโผล่หน้าไปเจอท่านลุงคนนั้นเสียหน่อย

devc-75d0bbbd-32992คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 11 แปรพักตร์ ตอนที่ 12