คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 19 แรงหนุน ตอนที่ 20
ตอนที่ 19 แรงหนุน
ที่แท้ก็อยู่ในห้องหรือ
เวินหรูเซิงในใจรู้สึกแปลกๆ สมองทำงานเชื่องช้าไปชั่วขณะ ทว่าเขายังไม่ทันดึงสติกลับมาได้มือก็ผลักเปิดประตูออกเสียแล้ว
เขาก้าวเท้าเข้าห้องไปโดยที่ประตูด้านหลังปิดลงเสียงดังเอี๊ยด
เวินหรูเซิงหมุนตัวกลับมาแล้วรีบพุ่งเข้าไปหมายดึงประตูง้างออก
“ท่านลุงแปด” เสียงแผ่วเบาอ่อนหวานดังขึ้นจากทางด้านหลัง
เวินหรูเซิงหมุนกายกลับมาทันควัน จากนั้นภาพสาวน้อยใบหน้างดงามดั่งบุปผาก็ปรากฏเต็มสองตา
“เจ้า เจ้าอย่าเข้ามานะ!” เวินหรูเซิงถอยหลังจนชนประตู ถอยจนถอยไม่ได้อีกต่อไป ใบหน้าซีดเผือดเพราะความตกใจ
“เหตุใดท่านลุงแปดถึงหวาดกลัวข้าเช่นนั้นเล่า” เวินเห่าถามพร้อมรอยยิ้ม
เวินหรูเซิงฟันกระทบกัน เอ่ยตะกุกตะกัก “ข้า...ข้าไม่ได้กลัว แค่รู้สึกไม่สบายเล็กน้อย...อาเห่า เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ในห้องของเฟิงเอ๋อร์ได้เล่า”
เขาจะแสดงออกว่ารู้เรื่องที่นางเป็นปีศาจไม่ได้ มิฉะนั้นปีศาจอาจจะกลับกลายเป็นร่างเดิมแล้วเขมือบเขาเข้าไปก็ได้!
เวินเห่าแย้มยิ้มสดใส “ท่านลุงแปดถามว่าเหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่น่ะหรือเจ้าคะ ก็เพราะอาหารโปรดของข้ามีเหลือไม่มากแล้ว ดังนั้นข้าเลยลองแวะมาที่นี่ดู”
เวินหรูเซิงแข้งขาอ่อนยวบ พยายามดึงประตูอย่างสุดแรง
ทว่าประตูห้องกลับปิดแน่น
“ปล่อยข้าออกไปนะ รีบปล่อยข้าออกไป...” เวินหรูเซิงสติหลุดกระเจิงอย่างสิ้นเชิง ตะโกนร้องเสียงแหลมบาดหู
มือข้างหนึ่งที่เย็นเฉียบตบลงบนบ่าของเขา
“ถ้าท่านลุงแปดยังตะโกนอยู่อีก ข้าจะจับท่านกินเข้าไปเสีย”
เสียงร้องของเวินหรูเซิงพลันหยุดกึก เขาจับจ้องสาวน้อยชุดขาวที่ขยับเข้ามาใกล้อย่างลนลาน
“เจ้า เจ้า เจ้า...เป็นปีศาจจริงๆ น่ะหรือ”
เวินเห่าส่ายศีรษะเบาๆ “ท่านลุงแปดพูดเรื่องน่าขันยิ่งนัก จะมีปีศาจที่ไหนบ้างที่ใบหน้างดงามเช่นข้า”
เวินหรูเซิงหย่อนก้นนั่งลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ชัดเจนแล้ว นางคือปีศาจ!
เล่าลือกันว่าปีศาจชื่นชอบการสิงร่างของสาวน้อยที่หน้าตาสะสวยเป็นพิเศษ จากนั้นก็ใช้ใบหน้าอันงดงามที่ครอบครองอยู่ล่อลวงผู้คน
เมื่อเห็นเวินหรูเซิงตื่นตระหนกเช่นนั้น เวินเห่าก็ผุดอารมณ์ซับซ้อนขึ้นมา
พลังอันแปลกประหลาดที่นางนึกเกลียดเมื่อชาติก่อนกลับเป็นแรงหนุนอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชาตินี้
ท่านลุงผู้นี้ของนางขี้ขลาดและกลัวผีมากเป็นพิเศษ
วันหนึ่งตอนพลบค่ำเมื่อชาติก่อน นางเจอท่านลุงพร้อมกลิ่นเหล้าหึ่งที่สวนดอกไม้ จากนั้นก็ได้ยินประโยคหนึ่งดังขึ้นจากในใจของเขา ‘สวนดอกไม้ที่นี่กว้างยิ่งนัก จะมีผีหรือไม่นะ!’
ตอนนั้นทำเอานางอึ้งทีเดียว
นางได้ยินเรื่องชั่วและเรื่องดีในใจคนมานับไม่ถ้วน ทว่ากลับเพิ่งได้ยินคำพูดทำนองนี้เป็นครั้งแรก
เพราะเหตุนี้ความขี้ขลาดกลัวผีของท่านลุงผู้นี้จึงสลักอยู่ในความทรงจำนางอย่างฝังแน่น
“ท่านลุงแปด พวกเราเข้าไปคุยกันในห้องเถิด พื้นมันเย็นน่ะเจ้าค่ะ”
ภายในตกแต่งเป็นห้องหนังสือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เวินเฟิงใช้อ่านตำราเป็นประจำ
เวินหรูเซิงที่นั่งอยู่บนพื้นมองเวินเห่าเดินเข้าห้องไปด้วยท่าทีนิ่งงัน จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไปกระชากเปิดประตูอย่างแรงอีกครั้ง
ประตูเปิดออกแล้ว ทว่ากลับมีใบหน้าขาวโพลนปรากฏตรงหน้าเขา
เสียงที่เวินหรูเซิงคิดจะเปล่งออกมาติดอยู่ในลำคอ เขารีบเข้าไปในห้องอ่านตำรานั้นอย่างล้มลุกคลุกคลาน
เวินเห่านั่งบนเก้าอี้ไม้สลักลายกุหลาบแล้วชี้ไปทางเก้าอี้เตี้ยตัวหนึ่ง “ท่านลุงแปดรีบนั่งสิเจ้าคะ”
เวินหรูเซิงจับขอบเก้าอี้เพื่อทรงตัวก่อนจะนั่งลงด้วยท่าทีหวาดกลัว ไม่กล้าเหลือบมองเวินเห่าแม้แต่น้อย
“ท่านลุงแปดกลัวข้าจริงๆ น่ะหรือ”
เวินหรูเซิงมองเวินเห่าแวบหนึ่ง จากนั้นก็เก็บสายตากลับมาอย่างรวดเร็วราวถูกเข็มตำ กล่าวพลางร่ำไห้ “อาเห่า ตกลงเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”
หากนางจะกินเขาอย่างที่พูด ตอนนี้คงอ้าปากเขมือบกินเขาคำโตไปแล้ว ไหนเลยจะเรียกให้เขานั่งลงแบบนี้
“โบราณว่าไว้หากทำเรื่องดีๆ คงไม่กลัวผีสางมาหาถึงที่” เวินเห่าใช้แขนเท้าตรงที่วางแขน สีหน้าผ่อนคลายสบาย “ท่านลุงแปดทำเรื่องไม่ดีอะไรเอาไว้เล่า ถึงได้หวาดกลัวข้าขนาดนี้”
วันมะรืนจะเป็นวันที่ท่านพ่อลงมือ เวลานี้ต้องทำให้ท่านลุงผู้นี้ยอมศิโรราบต่อนางให้ได้
“ข้า ข้า...” เวินหรูเซิงอ้าปากค้างแต่พูดไม่ออก
“ท่านลุงแปดมองข้าแล้วก็พูดออกมา”
เวินหรูเซิงก้มหน้าลงไม่กล้ามองนาง
เวินเห่าตบโต๊ะ
ทำเอาเวินหรูเซิงตกใจจนสะดุ้งตัวโยน รีบเงยหน้ามองนางอย่างว่าง่าย
แสงเทียนสลัวจึงไม่เห็นสีหน้านาง ทำให้บรรยากาศรอบตัวนางยิ่งคลุมเครือ
“ท่านลุงแปดคิดจะทำร้ายท่านแม่ของข้า?” สาวน้อยกรีดนิ้วมือพลางเอ่ยเสียงเรียบ
นิ้วมือของนางเรียวยาวสวย สีเล็บแดงสดพออยู่ภายใต้แสงไฟกลับช่วยขับให้เหมือนเลือดที่กำลังเล่นแสงแวววับ
เวินหรูเซิงรูม่านตาหดลง จากนั้นก็นึกถึงฉากที่สาวน้อยนั่งกินนิ้วโป้งเสียงดังแจ๊บๆ อย่างน่าเอร็ดอร่อยภายใต้แสงจันทร์เมื่อคืนก่อน
เขาผวาจนตกจากเก้าอี้เตี้ยนั้นแล้วรีบคุกเข่าลงกับพื้น
“ข้า ข้าเปล่า...”
“เปล่าจริงๆ น่ะหรือ” เวินเห่าลุกขึ้นแล้วเดินมาตรงหน้าเขา
เวินหรูเซิงมองหน้านาง นัยน์ตาฉายภาพชายผ้าสีขาวราวหิมะและรองเท้าปักสีแดงเข้ม
ราวกับถูกร่ายมนตร์สะกด ร่างพลันแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้
“แต่ข้าได้ยินเสียงในใจของท่านลุงแปด” เวินเห่าเอ่ยออกมาทีละคำ
เวินเห่าเงยหน้าขึ้นทันควันด้วยสีหน้าตกตะลึง
เวินเห่าแค่นเสียงหัวเราะ
เมื่อชาติก่อน ถึงแม้นางจะพูดไม่ได้ แต่นางปกปิดความลับหนึ่งอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะถูกคนอื่นสังเกตเห็นพลังพิเศษของนาง
ถึงแม้ชาตินี้นางไร้ซึ่งความสามารถนั้นแล้ว ทว่านางก็ยังหยิบยกเอามาข่มขู่คนได้อย่างง่ายดาย
“ท่านลุงแปดคิดจะทำเช่นไร” เวินเห่าเอ่ยถามเสียงเล็กแหลม
เวินหรูเซิงรู้สึกหนาวจนขนลุกชัน เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก “อา อาเห่าอยากจะให้ลุงทำอะไร”
เวินเห่าก้มตัวลงมองสบตากับอีกฝ่าย เอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “ขอแค่ท่านลุงแปดพูดความจริงก็พอ”
ทั้งง่ายดายขนาดนี้ แถมน่าขันอะไรเช่นนี้
หากเพียงแต่คนพวกนี้พูดความจริงออกมา ท่านยายก็คงไม่โมโหจนตาย ท่านแม่เองก็คงไม่ต้องเป็นบ้า
แต่กลับไม่มีใครพูดความจริงสักคน
พอนึกถึงเรื่องเหล่านี้ ท่าทีเวินเห่าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา แววตาที่จับจ้องเวินหรูเซิงราวกับมองคนตายอย่างไรอย่างนั้น
“พูดความจริง ข้าจะพูดความจริง!” เวินหรูเซิงตกใจสายตาของเวินเห่า รีบพยักหน้าไม่หยุด
เวินเห่านั่งเดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง ใบหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “ท่านลุงแปดคงไม่ได้ไปฟ้องท่านพ่อของข้าหรอกกระมัง บอกว่าข้าเป็นปีศาจกินคน”
เวินหรูเซิงใบหน้าแข็งทื่อ ยิ่งมองสาวน้อยที่คลี่ยิ้มสดใสก็ยิ่งหวาดกลัว
นางรู้เรื่องแล้ว!
“ท่านลุงแปดไม่เข้าใจท่านพ่อของข้าเลยสินะ” สาวน้อยเล่นปอยผมที่ตกลงมาข้างพวงแก้ม “เขาไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก”
เวินหรูเซิงน้อยใจจนแทบอยากร้องไห้
ใช่แล้ว น้องชายเขาไม่เชื่อ!
“ดังนั้นท่านลุงแปดเลิกคิดเรื่องที่ไร้ประโยชน์นี้ไปได้เลย หากท่านลุงไม่ทำร้ายท่านแม่ของข้า ข้าก็ย่อมไม่ไปหาท่านลุง”
เวินหรูเซิงพยักหน้าอย่างแรง
“เช่นนั้นท่านลุงแปดรีบกลับไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”
เวินหรูเซิงราวกับถูกปลดปล่อยจากบ่วงพันธนาการ รีบตะกายร่างขึ้นมาแล้ววิ่งออกไป แต่พอวิ่งไปถึงประตูก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน หมุนตัวกลับไปถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ “อาเห่า...แล้วเฟิงเอ๋อร์เล่า”
เวินเห่ายังไม่ทันพูดอะไร
ไม่ง่ายเลยจริงๆ แวบเดียวก็นึกถึงบุตรชายขึ้นมาแล้ว
“ท่านลุงแปดไม่ต้องเป็นห่วงพี่สิบเอ็ด เขาสบายดี”
“เจ้าช่วยปล่อยเฟิงเอ๋อร์ไปเถิด ตัวเขาผอมแห้งเกินไป ไม่อร่อยหรอก...”
เวินเห่าแสยะยิ้ม “ข้าไม่เลือกกิน”
เวินหรูเซิงหลับตาลง เสียงสั่นเครือ “เช่นนั้นเอาข้าไปแทนเฟิงเอ๋อร์เถิด เฟิงเอ๋อร์ยังหาเมียไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
“ท่านลุงแปดอย่ากังวลไปเลย ขอแค่ท่านลุงไม่ทำร้ายท่านแม่ของข้า พี่สิบเอ็ดย่อมได้เข้าสอบตามเวลาแน่นอน”
เวินหรูเซิงเค้นความกล้าออกมาเกินครึ่งเพื่อบุตรชาย “อีก อีกห้าวันการสอบก็จะเริ่มขึ้นแล้ว...”
“ถ้าในห้าวันนี้ท่านลุงแปดไม่ทำร้ายท่านแม่ของข้า ท่านลุงกับบุตรชายก็จะแคล้วคลาดปลอดภัย” มุมปากเวินเห่ายกขึ้นอย่างเย้ยหยัน “รอพี่สิบเอ็ดสอบผ่านเมื่อไร บางทีอาจจะตำแหน่งใหญ่โตกว่าท่านพ่อของข้าด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้นท่านลุงแปดก็จะกลายเป็นนายท่านผู้เฒ่าที่ใช้ชีวิตได้อย่างมั่งคั่งแล้ว”
เวินหรูเซิงเผยสีหน้าเรียบนิ่ง ฝีเท้าที่เดินก้าวออกไปแผ่วเบาราวกับตัวลอย
ประตูเปิดออกโดยไร้ลม พอเปิดออกก็เห็นความมืดมิดสุดลูกหูลูกตา
เวินเห่านั่งเงียบอยู่ภายในห้องสักพักหนึ่งก่อนจะกลับเรือนลั่วอิงอย่างไร้สุ้มเสียง
หลังจากแช่ตัวภายในอ่างไม้ที่มีไอร้อนพวยพุ่ง นางถึงรู้สึกผ่อนคลายลง
“คุณหนู ท่านซ่อนเวินเฟิงไว้จริงๆ หรือเจ้าคะ” เป่าจูที่ตักน้ำราดเส้นผมให้เวินเห่าเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย