คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 6 ปฏิเสธ ตอนที่ 7
ตอนที่ 6 ปฏิเสธ
ชั่วขณะนั้นเฉิงซู่ก็เผยสีหน้าประหลาดใจ แต่ก็กลับมามีท่าทีปกติอย่างรวดเร็ว “ก็มีแค่เรื่องนี้แหละ อ้อ พอยืนยันว่าน้องหญิงรองพูดได้จริงๆ ข้าก็สบายใจแล้ว ข้ายังมีธุระที่ต้องจัดการ เดี๋ยวค่อยมาฉลองกับน้องหญิงรองใหม่แล้วกัน”
หากน้องหญิงรองได้ยินข่าวลือเหล่านั้นแล้วโมโหจนพูดไม่ได้อีกจะทำเช่นไร ในเมื่อเขาไม่ถนัดเรื่องโป้ปดสู้ชิ่งกลับก่อนดีกว่า
เฉิงซู่รีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเกือบชนสาวใช้ที่เดินมาทางเรือนลั่วอิงอย่างหวุดหวิด
“คุณชาย”
เมื่อเฉิงซู่กวาดสายตาไปเห็นสาวใช้อีกคนที่หอบหิ้วหีบกล่องมากมายเดินตามหลังสาวใช้ผู้นี้มาก็เอ่ยถามอย่างงุนงง “นี่พวกเจ้า...”
“ฮูหยินให้เอาของกำนัลพวกนี้มาวางไว้ในเรือนของคุณหนูรองเจ้าค่ะ”
ท่านอารักน้องสาวผู้นี้มาก เฉิงซู่รู้เรื่องนี้ดีแก่ใจ เวลานี้เขาไร้ซึ่งข้อกังขาใด รีบสับเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
พอสาวใช้น้อยที่อยู่ข้างประตูลานเห็นเช่นนั้นก็รีบรายงาน “คุณหนู พี่ฟังเฟยจากเรือนฮูหยินมาเจ้าค่ะ”
ฟังเฟยเดินมาตรงหน้าเวินเห่า คุกเข่าทำความเคารพ “คุณหนูรอง ฮูหยินสั่งให้พวกบ่าวเอาของกำนัลเหล่านี้มาให้คุณหนูเจ้าค่ะ”
“ให้ข้าอย่างนั้นหรือ” เวินเห่ากวาดตามองหีบกล่องเหล่านั้นด้วยท่าทีเหนือความคาดหมาย
ท่านแม่มีสินเดิมติดตัวมากมาย ของจำพวกที่เด็กสาวชอบมักถูกส่งมาที่เรือนนางกับพี่หญิงเป็นครั้งคราว แต่ในความทรงจำของนาง เวลานี้ไม่เคยมีของกำนัลส่งมาให้มากมายขนาดนี้
เรื่องที่เวินเห่ารู้สึกแปลกใจก็คือสิ่งของเหล่านี้แตกต่างจากชาติที่แล้ว
ฟังเฟยอมยิ้มพลางอธิบาย “นี่เป็นของกำนัลขอบคุณคุณหนูจากจวนจิ้งอ๋อง ฮูหยินสั่งให้เอามาส่งที่เรือนคุณหนูรองโดยตรงเลยเจ้าค่ะ”
“แล้วท่านแม่ข้าเล่า”
“กำลังพูดคุยอยู่กับผู้ดูแลจวนอ๋องอยู่เจ้าค่ะ”
เวินเห่าพยักหน้า รอกระทั่งฟังเฟยจากไป นางก็จับจ้องของกำนัลเหล่านั้นพลางขบคิด
หากจะกล่าวถึงความแตกต่างคงเป็นจิ้งอ๋องซื่อจื่อ
จิ้งอ๋องซื่อจื่อกลบเกลื่อนเรื่องให้จบไป ช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ให้นาง เลยทำให้พระชายาจิ้งส่งคนนำของกำนัลมาขอบคุณกระมัง
เมื่อวาน...เวินเห่านึกไตร่ตรองทุกรายละเอียด
ใช่แล้ว เพราะนางตกจากกำแพงเลยอดร้องขึ้นไม่ได้ แต่ชาติก่อนนางก็ล้มลงตรงหน้าจิ้งอ๋องซื่อจื่อ ทว่าตอนนั้นมีเพียงเสียงตกลงมาดังสวบ
หากกล่าวเช่นนี้แล้ว เพราะเขาได้ยินเสียงนางร้องตะโกน จิ้งอ๋องซื่อจื่อถึงมีปฏิกิริยาต่างกันอย่างนั้นหรือ
แต่ตอนที่นางเป็นใบ้กลับเพิกเฉยดูดาย...เวินเห่าเลี่ยงที่จะผุดความคิดนี้ขึ้นมาไม่ได้ พลางลูบหัวของเจ้าลาน้อยพลางอมยิ้ม
ไม่ว่าอย่างไรจิ้งอ๋องซื่อจื่อก็ช่วยนางไว้ นางจะเรียกร้องมากไปไม่ได้
พอเวินเห่านึกหาสาเหตุที่จิ้งอ๋องซื่อจื่อมีปฏิกิริยาแตกต่างกันได้แล้วก็ไม่ใส่ใจเรื่องนี้อีก
ตกเย็น จิ้งอ๋องก้าวเท้าเนิบนาบไปยังเรือนของพระชายาจิ้งอย่างไม่รีบร้อน พระชายาจิ้งเกริ่นถึงเรื่องนี้ให้ฟัง
“เจ้าหมายถึงว่าจะช่วยซั่วเอ๋อร์สู่ขอแม่นางรองเวินอย่างนั้นหรือ” จิ้งอ๋องถูกคำพูดของพระชายาจิ้งทำเอาสะดุ้งตัวโยนอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาแทบถลนออกมา
“เสด็จพี่เบาเสียงหน่อยสิเพคะ” พระชายาจิ้งค้อนตาใส่เขา “นี่หม่อมฉันก็ปรึกษาเสด็จพี่อยู่ไม่ใช่หรือ อีกอย่างต้องดูท่าทีของทางตระกูลเวินด้วย”
จิ้งอ๋องเกาศีรษะ ชั่ววินาทีนั้นยังลังเลใจอยู่ “ซั่วเอ๋อร์เป็นซื่อจื่อ สตรีที่มาแต่งงานด้วยจะสะเพร่าไม่ได้”
“เช่นนั้นพวกเราค่อยเลือกใหม่เอาหรือเพคะ”
“ต่อให้เลือกสรรจนสมใจจริงๆ แต่เกรงว่าท่านผู้นั้นจะไม่ถูกใจมากกว่า” จิ้งอ๋องท่าทีขรึมลงก่อนจะส่งเสียงหัวเราะขมขื่น
ขณะที่อ๋องอย่างพวกเขามีอิทธิพลในถิ่นของตนเองแต่กลับถูกเรียกเข้าเมืองหลวงด้วยเหตุผลที่น่าฟังว่าฮ่องเต้ทรงอาลัยอาวรณ์พี่น้องเหล่านี้ แต่ความจริงอยากให้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในสายตาอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากกว่า
ตอนนั้นฮ่องเต้ทรงใช้สถานะเจ้าเมืองบุกเข้ามาในเมืองหลวงเพื่อช่วงชิงบัลลังก์ ฉะนั้นพระองค์ย่อมต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม
ทว่าจนป่านนี้ ความระแวงที่ฮ่องเต้มีต่อพวกเขากลับไม่ลดลงเลย
“เป็นเจ้าที่คิดว่าแม่นางรองเวินก็ไม่เลวหรือเป็นความต้องการของซั่วเอ๋อร์?”
พระชายาจิ้งแฉบุตรชายโดยไม่คิดลังเลใจสักนิด “ซั่วเอ๋อร์คิดว่าแม่นางรองเวินงดงามเพคะ”
“หลงเพียงรูปลักษณ์!” ขณะที่จิ้งอ๋องเตรียมจะดูแคลนบุตรชายก็ได้รับแววตาที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มของพระชายาจิ้งพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ “แต่ก็เป็นเรื่องจริง”
ตอนนั้นเขาเห็นความงามดั่งบุปผาของพระชายาจิ้งจนเกิดรักแรกพบ รั้นจะอภิเษกด้วยท่าเดียว เพราะเหตุนี้จึงเคยโดนเสด็จพ่อตำหนิมาก่อน
“สถานะของตระกูลเวินเองก็ไม่สูงไม่ต่ำ กำลังเหมาะสม นานๆ ทีซั่วเอ๋อร์จะชอบพอใครสักคน อีกสักสองสามวันเจ้าก็ส่งคนไปถามความเห็นของตระกูลเวินดูแล้วกัน”
ไม่กี่วันหลังจากนั้น เวินเห่าก็เก็บตัวรักษาเท้าอยู่ในเรือนลั่วอิง พร้อมเตรียมรับมือกับวิกฤติที่กำลังใกล้เข้ามา
จนกระทั่งวันนี้ สะใภ้หลินแทบวิ่งเหยาะๆ มาถึงเรือนลั่วอิง
“คุณหนูของพวกเจ้าอยู่ที่ใด”
“คุณหนูอยู่ในห้องหนังสือเจ้าค่ะ...”
ไม่ทันฟังคำพูดของบ่าวรับใช้จบ สะใภ้หลินก็เดินเข้าห้องหนังสือไปราวลมพัด
เวินเห่าดึงผ้าแพรปิดกล่องสี่เหลี่ยมก่อนจะจับจ้องสะใภ้หลินที่หายใจหอบถี่ด้วยท่าทีประหลาดใจ “ท่านแม่มีเรื่องด่วนหรือเจ้าคะ”
สะใภ้หลินย่างเท้ามาอยู่ตรงหน้าเวินเห่าแล้วมองบุตรสาวแน่นิ่งไม่วางตา
เวินเห่ายกมือลูบไล้พวงแก้ม “บนหน้าลูกมีสิ่งสกปรกติดอย่างนั้นหรือ”
หรือว่าของภายในกล่องสี่เหลี่ยมนี้จะถูกท่านแม่เห็นเข้าแล้ว
สะใภ้หลินนั่งลงด้วยสีหน้าราวตกอยู่ในห้วงฝัน “อาเห่า เกิดเรื่องประหลาดขึ้นแล้ว”
“เรื่องอะไรเจ้าคะ ถ้าท่านแม่ยังมัวอ้อมค้อมอยู่แบบนี้ ลูกจะร้อนใจตายแล้วนะ”
“เมื่อครู่มีคนจากจวนจิ้งอ๋องมาถามไถ่เรื่องแต่งงานของลูก”
เวินเห่านิ่งไป
“เรื่องแต่งงาน จวนจิ้งอ๋อง?”
“จวนจิ้งอ๋องเจตนาอยากสู่ขอเจ้าให้จิ้งอ๋องซื่อจื่อ” สะใภ้หลินไม่สามารถเก็บงำคำพูดไว้ได้จึงพูดออกมาในอึดใจเดียว
“เป็นไปไม่ได้!” เวินเห่าตอบทันควัน
“นั่นสิ แม่ก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้!” พอสบสายตาบุตรสาวของตน สะใภ้หลินก็ดึงสติกลับมาได้ “ใช่ว่าแม่ไม่คิดว่าเจ้าไม่คู่ควรกับจิ้งอ๋องซื่อจื่อ อาเห่าของเรามีดีคู่ควรกับเชื้อพระวงศ์ เพียงแต่มันกะทันหันเกินไปหน่อย แม่เองก็ไปมาหาสู่กับพระชายาจิ้งไม่น้อย แต่ไม่เห็นนางมีท่าทีเช่นนี้เลย...”
เวินเห่าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน แต่มีปัญหาหนึ่งที่น่ากังวลมากกว่า “ท่านแม่ ท่านคงไม่ได้ตอบตกลงไปใช่หรือไม่เจ้าคะ”
สะใภ้หลินส่ายศีรษะ “อีกฝ่ายเสนอมาแล้วตอบตกลงเลยได้ที่ไหนกันเล่า ถึงอย่างไรก็ต้องถามความคิดเห็นของเจ้าก่อน”
เวินเห่าปวดใจอยู่ไม่น้อย นางกุมมือสะใภ้หลิน
พอมีท่านแม่คอยให้ความรักช่างแตกต่างออกไป ถึงแม้คนที่มาสู่ขอจะมาจากจวนอ๋อง อย่างแรกที่ท่านแม่นึกถึงกลับเป็นความรู้สึกของนาง
“อาเห่า เจ้าคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
เวินเห่าเห็นความหวังทอประกายในแววตาของสะใภ้หลิน เห็นได้ชัดว่าอยากให้งานมงคลนี้เกิดขึ้น
เพียงแต่นางคงทำให้ท่านแม่ผิดหวังแล้ว
“ลูกคิดว่าไม่ดีเจ้าค่ะ”
นางอยากให้คนรักที่นางใส่ใจไม่ต้องเจอกับเรื่องน่าเศร้า ขอแค่เปิดโปงธาตุแท้ของท่านพ่อได้ก็พอ พูดไปพูดมาก็มีแต่เรื่องในครอบครัว
ทว่าจวนจิ้งอ๋องกลับต่างกันออกไป
พอนางกลับเมืองหลวงมาอีกครั้งถึงรู้ว่าจวนจิ้งอ๋องถูกสังหารยกครัวเพราะต้องโทษก่อกบฏ
หากนางแต่งเข้าจวนจิ้งอ๋องไปก็เท่ากับลากคนรักลงบ่อโคลนตมไปด้วย
“อาเห่าคิดว่าไม่ดีตรงไหนหรือ” ถึงแม้สะใภ้หลินจะไม่ได้ฝืนใจบุตรสาว แต่ก็อดถามขึ้นไม่ได้
ถึงแม้จิ้งอ๋องซื่อจื่อจะไม่ค่อยชอบออกจวน แต่เพราะจวนมารดาของนางอยู่ติดกับจวนจิ้งอ๋อง นางจึงเคยเจอะเจออยู่บ่อยครั้ง เรื่องความหล่อเหลายิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่กิริยาสุขุมนุ่มลึก ไร้ซึ่งบุคลิกความเป็นองค์ชายถือยศถือศักดิ์อย่างสิ้นเชิง
“จิ้งอ๋องซื่อจื่อ...เหมือนสุขภาพจะไม่ค่อยดีกระมัง” เวินเห่าเอ่ยพร้อมคิ้วขมวด
สะใภ้หลินสะดุ้งโหยงพลางจับมือเวินเห่าแน่น “อาเห่า เจ้าช่างรอบคอบยิ่งนัก แม่เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลย!”
ตอนเข้าเมืองหลวงจิ้งอ๋องซื่อจื่อป่วยหนัก สุขภาพไม่ได้เรื่อง หากอยู่กับภรรยาไม่ถึงแก่เฒ่า...
อาเห่าจะแต่งงานกับคนขี้โรคไม่ได้!
สะใภ้หลินอดพึมพำไม่ได้ว่าเจองานช้างเข้าแล้ว เดี๋ยวนางต้องปฏิเสธทางจวนจิ้งอ๋องอย่างอ้อมๆ
พระชายาจิ้งนึกไม่ถึงว่าจวนตระกูลเวินจะปฏิเสธ นางจึงโมโหจนทานมื้อเช้าไม่ลง
“ไปเรียกซื่อจื่อมา”
เจ้าเด็กอกตัญญูนี่ไม่ช่วยให้นางเชิดหน้าชูตาได้เลยจริงๆ!