คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 13 ประหลาดใจ ตอนที่ 14

#14บทที่ 13 ประหลาดใจ

ตอนที่ 13 ประหลาดใจ

เวลานี้เวินหรูกุยไปเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรงนานแล้ว เวินหรูเซิงจึงคว้าน้ำเหลว เขาเลยหาตัวบ่าวมาถามไถ่ว่าที่ทำงานอยู่ที่ใดแล้วไปรอที่นั่น

พอเวินหรูกุยกลับมาถึงที่ทำงานก็ได้ยินลูกน้องรายงานว่าพี่ชายร่วมตระกูลมาหา

เวินหรูกุยเป็นคนรักในศักดิ์ศรี แท้จริงแล้วเขาไม่สนใจเวินหรูเซิงเลยสักนิด เพียงแต่รักษาชื่อเสียงตนในบ้านเกิด ไม่อยากถูกประณามว่าเป็นคางคกขึ้นวอ

“พี่แปดมาหาข้ามีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือ” เวินหรูกุยถามอย่างสุภาพอ่อนโยน

เวินหรูเซิงเหลือบมองซ้ายขวาพลางอ้ำๆ อึ้งๆ

เวินหรูกุยมุ่นคิ้ว

เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของพี่ชาย บวกกับท่าทีที่ไม่อยากพูดต่อหน้าคนนอกเช่นนั้น เกรงว่าน่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ดังนั้นเขาจึงสั่งให้คนรอบข้างออกไปก่อนจะเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน “ตอนนี้ไม่มีคนนอกแล้ว พี่แปดมีเรื่องอะไรก็ว่ามาเถิด”

เวินหรูเซิงกวาดตามองไปทางประตู เอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “คงไม่มีใครได้ยินใช่หรือไม่”

“พี่แปดวางใจได้ ไม่มีแน่นอน”

เวลานี้เวินหรูเซิงถึงวางใจ พูดเสียงเบาราวกระซิบ “น้องสิบ บุตรสาวคนเล็กของเจ้าเป็นปีศาจ”

“อะไรนะ” เวินหรูกุยนึกว่าตนเองฟังผิดไป

“ข้าบอกว่า...บุตรสาวคนเล็กของเจ้าเป็นปีศาจกินคน!”

เวินหรูกุยไม่ได้ยินผิดไปจริงๆ สีหน้าพลันขรึมลง “พี่แปด พี่คงยังไม่ได้นอนกระมัง”

“เมื่อคืนข้าไม่ได้นอนเลย!” พอเห็นเวินหรูกุยไม่เชื่อ เวินหรูเซิงก็ร้อนใจขึ้นมา เริ่มทำไม้ทำมืออธิบาย “ข้าเห็นกับตาตัวเองเลยว่าบุตรสาวของเจ้ากินนิ้วโป้ง นิ้วโป้งคนเลยนะ!”

เวินหรูกุยสีหน้าย่ำแย่ลงกว่าเดิม “พี่แปดไม่สบายตรงที่ใด ข้าส่งท่านไปหาหมอดีกว่า เพียงแต่ท่านจะพูดจาซี้ซั้วไม่ได้”

เวินหรูเซิงลุกขึ้นพรวด ร้อนใจจนใบหน้าแดงซ่าน “น้องสิบ ข้าไม่ได้หลอกเจ้า เมื่อคืนพอข้ากลับมาก็เห็นกับตาที่สวนดอกไม้เลย”

“แล้วพี่แปดไปทำอะไรที่สวนดอกไม้ตอนดึกดื่นเช่นนั้น” เวินหรูกุยเอ่ยเสียงเย็น เห็นได้ชัดว่าคำพูดของเวินหรูเซิงทำให้ไฟโทะสะของเขาปะทุขึ้นแล้ว

“เมื่อคืนข้ากลับมาจากการสังสรรค์เลยแวะไปหาเฟิงเอ๋อร์แล้วดันเห็นเงาหนึ่งแวบผ่านในห้อง แต่ในห้องเขาไม่มีใคร ข้าจึงออกตามหาด้วยความเป็นห่วง สุดท้ายก็เห็นบุตรสาวคนเล็กของเจ้านั่งกินนิ้วคนอยู่ในสวนดอกไม้...”

เวินหรูกุยทนไม่ไหวอีกต่อไป ตบโต๊ะเสียงดัง “พี่แปด พี่เมาจนตาลายแล้วชัดๆ ตอนนี้ยังพูดจาเลอะเทอะอีก”

“น้องสิบ เหตุใดเจ้าถึงไม่เชื่อข้ากันเล่า” เวินหรูเซิงลนลานจนแทบอยากร้องไห้

เขาไม่กล้าต่อกรกับปีศาจ แต่น้องสิบเป็นพ่อของเจ้าปีศาจตนนั้น คิดๆ ดูแล้วอาจพอกำราบนางได้บ้าง

“ให้ข้าเชื่อว่าอะไร เชื่อว่าบุตรสาวของคนที่เป็นถึงรองเสนาบดีกินนิ้วคนอย่างนั้นน่ะหรือ” เวินหรูกุยใบหน้าถมึงทึง ไม่รักษาความอ่อนโยนที่เคยแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าอีกต่อไป

อย่าพูดจาโป้ปดจนเกินความน่าเชื่อถือไปไกลนัก ต่อให้เป็นเรื่องจริงก็ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด!

เวลานี้เวินหรูกุยรำคาญพี่ชายร่วมตระกูลคนนี้อย่างสุดหัวใจ

สมแล้วที่เป็นคนอยู่ดินแดนห่างไกลมาครึ่งค่อนชีวิตถึงได้ไร้ความรู้เอาแต่งมงายเรื่องผีสางนางไม้เช่นนี้

หากจะเชื่อเรื่องพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขา เพียงแต่หากลามมาถึงเขาก็คงทนไม่ไหว

“ข้าสาบานว่าไม่ได้ตาฝาด ไม่อย่างนั้นให้ฟ้าผ่าข้าตายเลยก็ได้!”

ยิ่งเห็นเขาสาบานเช่นนั้น เวินหรูกุยไม่เพียงแต่โมโหแต่ยังแฝงไปด้วยความรำคาญใจ เอ่ยเสียงเรียบ “งานในมือข้ายังไม่มากพอดี เช่นนั้นตามกลับไปดูกับพี่แปดสักครู่ก็แล้วกัน”

เวินหรูเซิงพรูลมหายใจเฮือกใหญ่

พวกเขาสองคนกลับจวนตระกูลเวิน เพิ่งลงจากรถม้ามาก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าจวนไปพร้อมกับบ่าวติดตาม

ชายหนุ่มผู้นั้นมองพวกเขาทั้งสองคนแล้วก้มคำนับทำความเคารพ “ท่านพ่อ ท่านอาสิบ”

เวินหรูกุยมุ่นคิ้วเหลือบมองเวินหรูเซิงแวบหนึ่ง

เวินหรูเซิงสีหน้าตื่นตระหนก ชี้นิ้วถามชายหนุ่ม “เฟิงเอ๋อร์ เจ้า เจ้าไม่เป็นไรเลยหรือ”

เวินเฟิงเผยสีหน้าละอายใจ “เมื่อคืนลูกไม่ได้กลับมาเลยทำให้ท่านพ่อกังวลแล้ว”

“เจ้าไปไหนมา” ภายใต้ความตกใจ เวินหรูเซิงลืมไปว่าอยู่ด้านหน้าประตูใหญ่จึงตะคอกถามเสียงดัง

“ลูก...”

เวินหรูกุยขัดจังหวะพูดของเวินเฟิงเสียงเรียบ “พี่แปด หากท่านมีเรื่องอะไรจะถามเฟิงเอ๋อร์ก็เข้าไปถามในจวนเถิด ทางที่ทำงานข้าจะปล่อยทิ้งนานไม่ได้ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

“น้องสิบ น้องสิบ...”

เมื่อเห็นว่าเวินหรูกุยไม่แม้แต่จะหันมาเหลียวมองตนแต่พุ่งตรงขึ้นรถม้าไป เวินเฟิงก็เผยสีหน้าฉงน “ท่านพ่อ ท่านอาสิบเป็นอะไรไป”

ภายในความทรงจำของเขา ท่านอาสิบเป็นคนใจดีมาก

“ตกลงเมื่อคืนเจ้าไปไหนมา” เวินหรูเซิงรู้สึกโกรธขึ้นมา

เวินเฟิงรีบลากตัวเวินหรูเซิงเข้าไปด้านใน “ท่านพ่อ พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในเถิด”

พอสองพ่อลูกเข้าจวนมา เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นสะใภ้หลินพร้อมบุตรสาวทั้งสองเดินตรงเข้ามา

เวินหรูเซิงชะงักฝีเท้ากะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าของเวินเห่าอย่างควบคุมไม่ได้

เวินเห่ายกยิ้มมุมปาก

เวินหรูเซิงสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบเก็บสายตากลับมา

“พี่แปดกับเฟิงเอ๋อร์ออกไปข้างนอกมาด้วยกันหรือ” สะใภ้หลินเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม

สะใภ้หลินเป็นคนไม่คิดซับซ้อน สำหรับนางแล้วนี่คือพี่ชายร่วมตระกูลของสามี ไม่ว่ายากจนหรือร่ำรวย ในเมื่อมาแล้วย่อมต้องต้อนรับขับสู้อย่างดี จะปล่อยให้น้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้

เวินหรูเซิงอดเหลือบมองเวินเห่าไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าจะจ้องตรงๆ พอกลอกตามองมาทางสะใภ้หลินจึงเหมือนกำลังขยิบตาใส่

สะใภ้หลินเผยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย “ตาของพี่แปดเหมือนจะกระตุก เชิญหมอมาดูอาการดีกว่ากระมัง”

“ไม่เป็นไรๆ” เวินหรูเซิงรีบปฏิเสธแล้วรีบวิ่งกลับเรือนที่พักไป

“ท่านพ่อ วันนี้ท่านดูแปลกพิกล ไปเจออะไรมาหรือขอรับ”

เวินหรูเซิงเอ่ยด้วยใบหน้าดุดัน “เหตุใดเมื่อคืนเจ้าถึงไม่กลับมา”

“ลูกไปดื่มเหล้ากับสหาย เผลอดื่มหนักไปหน่อย สหายเลยให้ข้าพักด้วยสักคืน”

“แล้วเหตุใดไม่ให้บ่าวรับใช้กลับมาส่งข่าวเล่า”

เวินเฟิงปรายตามองสีหน้าประหม่าของบ่าวรับใช้ “ทิงเฟิงอยู่ดูแลข้า ไม่เช่นนั้นคงต้องลำบากบ่าวรับใช้ของสหาย เสียมารยาทแย่”

“เฟิงเอ๋อร์ เจ้าจะผูกมิตรกับสหายที่เหลาะแหละไม่เอาการเอางานไม่ได้...”

“เขาคือคุณชายของจวนราชเลขาขอรับ”

“เช่นนั้นก็ดีๆ แต่ว่าเมื่อคืน...”

“เมื่อคืนทำไมหรือขอรับ”

“เปล่า...” เวินหรูเซิงกลืนคำพูดอึกอักลงคอไป

หรือว่าตนเองจะตาฝาดไปจริงๆ

บนรถม้ากว้างขวางหรูหราคันหนึ่ง สะใภ้หลินดึงเปิดลิ้นชักที่ติดตั้งอยู่บนรถม้าเผยให้เห็นผลไม้แช่อิ่มที่อัดแน่นอยู่ในนั้น นางกวักมือเรียกบุตรสาวทั้งสองให้มากินด้วยกัน

เวินฉานกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง “ท่านแม่ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ถึงจวนท่านยายแล้ว”

“ถ้าไปถึงจวนท่านยายเจ้าก็อดกินน่ะสิ” สะใภ้หลินใช้มือหยิบพุทราเชื่อมขึ้นมาใส่ปาก “หมอบอกว่าท่านยายของเจ้าอายุมากแล้ว ต้องลดของหวาน แต่ท่านยายของพวกเจ้ากลับคุมปากตัวเองไม่ได้...”

ได้ยินแม่บ่นท่านยายเช่นนั้น เวินเห่ากับเวินฉานก็สบตากันด้วยอารมณ์ซับซ้อน

วันเวลาแสนสงบสุขและไร้ความกังวลใกล้จะถูกทำลายในอีกไม่นานนี้แล้ว

เวินเห่าเพิ่งกินบ๊วยเม็ดที่สามไปก็มาถึงจวนแม่ทัพ

สามแม่ลูกลงจากรถม้าตามลำดับ เวินฉานและเวินเห่าประคองสะใภ้หลินทั้งซ้ายและขวาเดินเข้าจวนไป

ทันใดนั้นสะใภ้หลินก็ชะงักฝีเท้า ชี้นิ้วไปทางจวนจิ้งอ๋องแล้วเอ่ยอย่างประหลาดใจ “ไม่รู้ว่าผู้เฒ่าคนนั้นเป็นแขกทรงเกียรติจากที่ใด จวนจิ้งอ๋องถึงยอมเปิดประตูใหญ่ให้”

เวินเห่ามองตามไปด้วยความเคลือบแคลงใจ

ชาติก่อนตอนที่ท่านแม่พานางกับพี่สาวมาจวนท่านยายกลับไม่ได้เจอะเจอแขกผู้มาเยือนจวนจิ้งอ๋องเลยสักคน

เรื่องที่เกิดกับท่านแม่และท่านยายใกล้เข้ามาตรงหน้าทุกที นางจึงรำลึกความทรงจำเรื่องที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ขึ้นมา

“ฟังเฟย ไปสืบดูสิว่าใครมาจวนจิ้งอ๋อง”

พอได้ยินสะใภ้หลินออกคำสั่ง มุมปากเวินฉานก็กระตุก “ท่านแม่ ไม่ถึงขั้นต้องไปตามสืบกระมังเจ้าคะ”

งานอดิเรกชอบฟังเรื่องซุบซิบของท่านแม่จะแก้ได้บ้างหรือไม่นะ

“ตามสืบนี้ใช่ว่าต้องสิ้นเปลืองอะไรเสียหน่อย ข้าจะได้ไม่ต้องเอาแต่สงสัยเช่นนี้ด้วย”

เวินฉานมองเวินเห่าอย่างเอือมระอา

เวินเห่าคลี่ยิ้ม “ข้าเองก็แปลกใจเช่นกันเจ้าค่ะ”

เวินฉาน “...”

devc-75d0bbbd-32992คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 13 ประหลาดใจ ตอนที่ 14