คุณหนูรองสองชะตา

คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 17 บ่อเกิดเพราะเจ้า ตอนที่ 18

#18บทที่ 17 บ่อเกิดเพราะเจ้า

ตอนที่ 17 บ่อเกิดเพราะเจ้า

เมื่อเห็นเวินเห่ายืนนิ่งเป็นก้อนหิน ฉีซั่วก็กระแอมไอเสียงเบาสองที

เวินเห่าค่อยๆ ดึงสติกลับมาแล้วจับจ้องใบหน้าจริงจังของชายหนุ่มด้วยความฉงน

จิ้งอ๋องซื่อจื่อเป็นคนเงียบขรึมสุขุม ไม่เหมือนคนขี้เล่นชอบหยอกเย้า แถมพวกเขาไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น

หรือว่าเป็นเพราะนางทำให้เขาตกใจจริงๆ

ดังนั้นจวนจิ้งอ๋องจึงเชิญหมอชื่อดังมา การรอนแรมเดินทางไกลของจิ้งอ๋องซื่อจื่อเมื่อชาติก่อนย่อมไม่เกิดขึ้น

ถึงแม้โรคหัวใจที่เกิดจากความตกใจจะหาเห็นได้น้อยนัก แต่พอขบคิดดูแล้วจิ้งอ๋องซื่อจื่อร่างกายอ่อนแอโรคภัยรุมเร้ามาตลอด ก็มีความเป็นไปได้สูง

แม้ว่านางจะรู้สึกเหมือนถูกใส่ร้าย เพราะในเมื่อตอนนางตกกำแพงลงมาเขายังไม่เห็นเป็นอะไร ทว่าข้ออ้างตกใจจนพานเป็นโรคหัวใจแบบนี้ ใครจะกล้าเอามาอำเล่น

และนางก็ไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ

เงียบไปครู่หนึ่ง เวินเห่าก็ย่อเข่าลงเล็กน้อย “ขอโทษด้วยจริงๆ เจ้าค่ะ วันนั้นข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าคงไม่มีปัญญาจะรับความเจ็บปวดจากโรคภัยของซื่อจื่อได้ กลับไปข้าจะให้คนส่งยารักษาและบำรุงร่างกายมาให้ เพื่อแสดงถึงความรู้สึกผิด”

ฉีซั่วส่ายศีรษะ “แม่นางรองเวินไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ข้าไม่ได้ขัดสนของพวกนี้”

เวินเห่ายังคงยืนกราน “ซื่อจื่อเป็นถึงบุตรของชินอ๋อง[footnoteRef:1]ย่อมไม่ขาดเหลืออะไร แต่ในเมื่อโรคภัยของซื่อจื่อเกิดขึ้นเพราะข้า ข้าย่อมนิ่งดูดายไม่ได้” [1: ชินอ๋อง เป็นตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่ 1 โดยมากผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้จะเป็นลูก พี่ น้อง ของฮ่องเต้]

“แม่นางรองเวินน่าจะรู้ว่าจวนอ๋องเคยไปทาบทามเรื่องแต่งงานของพวกเรามาบ้างกระมัง” ชายหนุ่มมองสาวน้อยด้วยแววตาลุ่มลึก ยากจะเดาความคิดออก

ฉับพลันเวินเห่าก็ใบหน้าร้อนผ่าว

คนผู้นี้ช่างตรงไปตรงมายิ่งนัก!

นางใช้ความคิด นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง คงไม่ใช่เพราะนางทำให้เขาเป็นโรคหัวใจ จิ้งอ๋องซื่อจื่อเลยคิดจะให้นางมาชดใช้หรอกนะ

เมื่อครู่เขาก็บอกแล้วนี่ว่าไม่ขัดสนพวกยารักษาและยาบำรุง

“อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ข้าไม่เคยได้ยินท่านแม่พูดถึงเลย” เวินเห่าสมองปั่นป่วน ทว่าไม่แสดงออกทางสีหน้าเลยสักนิด

คงเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมรับ ไม่เช่นนั้นหากจิ้งอ๋องซื่อจื่อรู้ว่านางปฏิเสธการแต่งงานก่อน หลังจากนั้นก็ปีนกำแพงมาหาเขาเพื่อคลายความสงสัย เช่นนี้คงจะดูหน้าด้านอย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ตอบกลับไปว่า “ที่แท้แม่นางรองเวินก็ไม่รู้เรื่องนี่เอง”

“ซื่อจื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ทำไมกัน” เวินเห่านึกหวาดระแวง เอ่ยถามเสียงนิ่ง

“เสด็จพ่อและเสด็จแม่ไม่รู้ต้นเหตุของโรคหัวใจข้า หากจู่ๆ แม่นางรองเวินส่งของบำรุงมาให้ เกรงว่าจะทำให้พวกเขาเข้าใจผิดในเรื่องที่ไม่จำเป็น”

“เข้าใจผิดเรื่องที่ไม่จำเป็น?”

ฉีซั่วยกยิ้ม “อย่างเช่นเข้าใจผิดว่าแม่นางรองเวินนึกเสียใจขึ้นมาอย่างไรเล่า”

เวินเห่า “...”

ไม่รู้ว่าลมพัดโชยมาจากทางใด หอบเอากลิ่นหอมของมวลดอกไม้มาด้วย

เสียงอ่อนโยนดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้ง “ดังนั้นแม่นางรองเวินไม่จำเป็นต้องส่งของมาให้ ถึงแม้โรคหัวใจจะเกิดขึ้นเพราะเจ้า แต่ก็ข้าไม่โทษเจ้าหรอก”

เวินเห่าฟังอย่างเงียบเชียบ รู้สึกว่ามีบางจุดที่แปลกพิกล

เสียงร้องเรียกของบ่าวรับใช้ดังแว่วมา “ซื่อจื่อ ท่านอยู่ที่ไหนขอรับ”

“แม่นางรองเวินยังมีเรื่องข้องใจใดอีกหรือไม่” ฉีซั่วกลับไม่รีบร้อนขานรับเสียงเรียกของบ่าวรับใช้ แต่เอ่ยถามนางอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“ไม่มีเจ้าค่ะ...” เวินเห่าไม่รู้ว่าควรพูดอะไรอีกต่อไป

“เช่นนั้นแม่นางรองเวินรออยู่ตรงนี้ก่อนค่อยไป ข้าขอไม่ส่งก็แล้วกัน”

ฉีซั่วส่งยิ้มให้เวินเห่า จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกไป

ฉังซุ่นเดินเข้ามาหา “ซื่อจื่อ ท่านไปไหนมาหรือขอรับ”

“รอจนเบื่อเลยออกมาเดินเล่นน่ะ”

ฉังซุ่นใช้แขนเสื้อปัดเก้าอี้สาน “ท่านนั่งก่อนเถิด บ่าวจะรินชาให้”

“ไม่ต้องแล้ว เมื่อครู่เดินเลยร้อน กลับห้องกันดีกว่า”

ฉังซุ่นนิ่งไปก่อนจะรีบพยักหน้า “ขอรับ”

ชายหนุ่มเดินนำหน้าไปด้วยท่าทีสบายๆ ส่วนบ่าวรับใช้ก็อุ้มเครื่องถ้วยชาเดินตามหลัง สวนดอกไม้ของจวนจิ้งอ๋องค่อยๆ ตกอยู่ในความเงียบ

เวินเห่าสลัดกลีบดอกไม้แล้วเดินออกมา กวาดตามองไปยังทิศทางที่จิ้งอ๋องซื่อจื่อเดินจากไป จากนั้นก็ปีนกำแพงกลับเข้าจวนแม่ทัพอย่างคล่องแคล่ว

ลมอ่อนๆ พัดโชยมา เวลานี้นางถึงสังเกตเห็นว่าในสวนดอกไม้ของจวนแม่ทัพเองก็มีต้นหอมหมื่นลี้ มีชั้นวางดอกไม้ มีดอกอวี้หลาน[footnoteRef:2]ออกช่อชูชันเช่นกัน [2: อวี้หลาน เป็นดอกไม้ตระกูลเดียวกับดอกแมกโนเลีย(Magnolia) ]

แตกต่างเพียงกำแพงกั้น ทว่าทิวทัศน์กลับคล้ายคลึงกันมาก

เวินเห่าย่อมไม่ปักใจเชื่อจิ้งอ๋องซื่อจื่อเสียทั้งหมดจึงสับเท้าเดินไปทางที่พักของหมอจู

หากเทียบกับโรคหัวใจของจิ้งอ๋องซื่อจื่อที่ ‘นับว่าไม่ร้ายแรงนัก’ อาการของฮูหยินผู้เฒ่าต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างละเอียด หมอจูจึงพักอยู่จวนแม่ทัพ

เมื่อได้ยินว่าคุณหนูรองมาหา หมอจูก็ข่มความประหลาดใจเอาไว้แล้วเดินออกมา

“ที่ข้ามารบกวนหมอเทวดากะทันหันเช่นนี้เพราะมีเรื่องหนึ่งอยากถามเจ้าค่ะ”

“ไม่ทราบว่าแม่นางมีเรื่องอะไรอยากถามข้าอย่างนั้นหรือ” เมื่อเห็นความตึงเครียดตรงหว่างคิ้วที่ขมวดเป็นปมของเด็กสาววัยสิบหกปี หมอจูก็ยิ่งฉงนเข้าไปใหญ่

“จิ้งอ๋องซื่อจื่อ...”

แค่เวินเห่าเปิดปาก หมอจูก็กระสับกระส่ายขึ้นมาแล้ว

ตอนนี้แค่เขาได้ยินชื่อของจิ้งอ๋องซื่อจื่อก็รู้สึกปวดศีรษะแล้ว

เมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของหมอจู เวินเห่าก็เปลี่ยนคำถาม “หมอเทวดา ท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ”

“เปล่า เชิญแม่นางพูดต่อเถิด”

“โรคหัวใจของจิ้งอ๋องซื่อจื่อ...”

หมอจูใจกระตุกวูบ

ได้ยินเช่นนี้ยิ่งปวดศีรษะเข้าไปใหญ่!

“โรคหัวใจของจิ้งอ๋องซื่อจื่อร้ายแรงหรือไม่”

“ไม่เลย ไม่ร้ายแรงเลย” หมอจูเอ่ยตอบพลางอดกลั้นอารมณ์ไว้

“เช่นนั้นหมอเทวดาวินิจฉัยสาเหตุโรคหัวใจของจิ้งอ๋องซื่อจื่อได้หรือไม่”

สายตาของหมอจูที่มองเวินเห่าเปลี่ยนไป “ข้าไม่ควรบอกอาการป่วยแก่คนรอบข้าง แม่นางถามเรื่องนี้ทำไมหรือ”

เวินเห่าเผยสีหน้าไม่สู้ดี “ท่านยายสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด ทว่าจู่ๆ ก็เป็นโรคหัวใจ ได้ยินว่าจิ้งอ๋องซื่อจื่อก็เป็นแบบนี้เช่นกัน ข้าเลยอยากทำความเข้าใจอาการป่วยนี้ให้มากขึ้น”

หมอจูไอค่อกแค่กทันที “สาเหตุการเกิดโรคหัวใจย่อมแตกต่างกันออกไป อาการของฮูหยินผู้เฒ่ากับจิ้งอ๋องซื่อจื่อแตกต่างกันมาก”

“เช่นนั้นจิ้งอ๋องซื่อจื่อยังอายุน้อย เหตุใดถึงเป็นโรคหัวใจได้เล่า” เวินเห่าซักไซ้ไม่หยุด

“จิ้งอ๋องซื่อจื่อ...” หมอจูลูบเคราสีขาวดั่งหิมะ เอ่ยช้าๆ “น่าจะเกิดจากได้รับความตกใจอย่างกะทันหัน...”

เวินเห่าสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ในใจรู้สึกหนักอึ้ง

โรคหัวใจของจิ้งอ๋องซื่อจื่อเกิดเพราะนางทำให้เขาตกใจจริงๆ ด้วย

เมื่อชาติก่อนนางตกลงพื้น จิ้งอ๋องซื่อจื่อกลับเพิกเฉยแล้วเดินจากไป ทว่าครั้งนี้จิ้งอ๋องซื่อจื่อยื่นมือเข้ามาช่วยนาง นางจึงกระแทกร่างเขาจนล้มลงพื้น

บุญคุณความแค้นถือเป็นคติของเวินเห่า พอถามไถ่หมอเทวดาจนรู้เรื่องนี้แน่ชัดแล้ว นางจึงยากที่จะสงบจิตสงบใจคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนไม่ได้อีกต่อไป

โรคหัวใจไม่ใช่เรื่องเล็ก หากเพราะเหตุนี้ทำให้จิ้งอ๋องซื่อจื่อต้อง...

เวินเห่านวดแก้มด้วยความกลัดกลุ้มใจ

เช่นนี้เท่ากับว่านางติดหนี้ชีวิตคนอย่างนั้นหรือ!

เมื่อเห็นแม่นางน้อยจับใบหน้าท่าทางกลัดกลุ้ม หมอจูผู้จิตใจดีงามก็พลอยลำบากใจไปด้วย รีบอธิบายเพิ่ม “อาการของจิ้งอ๋องซื่อจื่อถือว่าเบา ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเท่าไร”

“ขอถามหมอเทวดาหน่อยเถิดว่าโรคหัวใจของจิ้งอ๋องซื่อจื่อจะหายเป็นปกติได้หรือไม่”

อาการป่วยโรคหัวใจไม่แพ้โรคร้ายอื่น หากสะเพร่าก็อาจจะเกิดเรื่องใหญ่ได้

“เรื่องนี้...” หมอจูสีหน้ากระอักกระอ่วน “คงต้องอยู่ที่ตัวของจิ้งอ๋องซื่อจื่อเอง”

เวินเห่าถอนหายใจ “ขอบคุณหมอเทวดามากเจ้าค่ะ”

ขนาดระหว่างทางนั่งรถม้ากลับจวนตระกูลเวิน เวินเห่ายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด

เวินฉานมองออกว่าน้องสาวมีเรื่องในใจจึงเอ่ยถามอย่างห่วงใย “น้องรองมีเรื่องอะไรหรือไม่”

สะใภ้หลินที่นั่งแทะเมล็ดทานตะวันได้ยินเช่นนั้นก็มองตาม

เวินเห่าขบคิดแล้วก็ตัดสินใจลองฟังความคิดเห็นของมารดากับพี่สาวดู

“หากติดหนี้คนคนหนึ่งไว้มาก ควรจะชดใช้อย่างไรหรือเจ้าคะ”

เวินฉานได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไป

น้องหญิงคงอยากให้ท่านพ่อสำนึกผิดแล้วชดเชยให้ท่านแม่สินะ

สะใภ้หลินพ่นเปลือกเมล็ดทานตะวันออกมา กล่าวโดยไม่ต้องคิด “ก็ให้เงินไปมากหน่อย ให้จนอีกฝ่ายจะพอใจ อาเห่า เจ้าอย่ารังเกียจด้อยค่าเงินทอง เพราะสำหรับผู้เคราะห์ร้ายแล้ว นี่คือสิ่งที่พวกเขาปรารถนาที่สุดแล้ว”

“แล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองเล่าเจ้าคะ”

เวินฉานเม้มปากเบาๆ

ใช่เลย หมายถึงท่านแม่จริงๆ ด้วย

devc-75d0bbbd-32992คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 17 บ่อเกิดเพราะเจ้า ตอนที่ 18