คุณหนูรองสองชะตา

คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 30 ท่านแม่ ตอนที่ 31

#31บทที่ 30 ท่านแม่

ตอนที่ 30 ท่านแม่...ข้ากลัว

ฮูหยินผู้เฒ่าไล่สายตามองหลานสาวนอกตระกูลที่งดงามดั่งหยก ไม่สิ ตอนนี้เป็นหลานสาวในตระกูลแล้ว ฉับพลันนางก็อารมณ์ดีอย่างมาก ทว่าก็แอบเป็นกังวลว่าเรื่องที่เวินหรูกุยถูกปลดออกจากงานจะส่งผลต่ออารมณ์ของพวกหลานทั้งสอง

“เรื่องที่พ่อของพวกเจ้าถูกปลดออกจากงาน พวกเจ้าคงรู้เรื่องแล้วกระมัง”

สองพี่น้องสบตากันแวบหนึ่ง เอ่ยอย่างพร้อมเพรียง “ได้ยินมาบ้างแล้วเจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ “จากครอบครัวดีๆ ต้องกลายเป็นเช่นนี้ ยายรู้ว่าพวกเจ้าคงตั้งรับไม่ทัน ถึงแม้พ่อของพวกเจ้าจะทำเรื่องแบบนี้ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกคงตัดขาดเลยไม่ได้ เพียงแต่พวกเจ้าต้องจำไว้ว่า วันหน้าหากพ่อของพวกเจ้ามาหาพวกเจ้า อย่าจัดการเองโดยพลการเด็ดขาด ต้องบอกยายให้ทราบ เข้าใจหรือไม่”

ในเรื่องนี้ คนที่เสียใจที่สุดก็คือบุตรสาว ส่วนคนที่ลำบากใจที่สุดย่อมเป็นเด็กทั้งสอง

เวินหรูกุยเสพสุขกับความมั่งคั่งมายี่สิบกว่าปี มาบัดนี้ไม่เหลืออะไรสักอย่าง ไม่ช้าก็เร็วต้องมาหาบุตรสาวทั้งสองแน่นอน

บุตรสาวทั้งสองเข้าตระกูลหลินแล้วก็จริง แต่ในความคิดของคนทั่วไปย่อมคิดว่าสายสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพ่อลูกไม่มีทางตัดขาดได้แน่นอน

หากเวินหรูกุยมาหา นางกับหว่านฉิงยังตบตีด่าทอได้ แต่บุตรสาวทั้งสองทำไม่ได้ มิเช่นนั้นคงถูกประณามตำหนิ

ฮูหยินผู้เฒ่ายินดีออกหน้ารับ แต่นางกังวลว่าพี่น้องทั้งสองจะใจอ่อนกับบิดา อาจถูกอีกฝ่ายตามตื๊อกดดัน

“หลานทราบเจ้าค่ะ” หลินฉานก้มหน้าขานรับอย่างสงบนิ่ง

แม้สองวันนี้ ในจวนเกิดเรื่องเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ นางเกลียดท่านพ่อมากก็จริง แต่นางไม่รู้ว่าหากท่านพ่อมาหานางจริงๆ นางจะทนเพิกเฉยไม่สนใจความเป็นความตายของเขาได้หรือไม่

อารมณ์ของหลินฉานนิ่งเป็นพิเศษเพราะความขัดแย้งภายในใจ

พอฮูหยินผู้เฒ่าเห็นหลินฉานขานรับก็มองไปทางหลินเห่า

เมื่อเทียบกับความสุขุมของพี่สาวแล้ว หลินเห่ากลับผ่อนคลายกว่าอย่างเห็นได้ชัด “ท่านยายวางใจได้ ข้าตัดขาดแล้วเจ้าค่ะ”

คำพูดนี้ทำเอาฮูหยินผู้เฒ่าและหลินฉานชะงักงัน

หลินเห่าน้ำเสียงราบเรียบ อธิบายให้เข้าใจมากขึ้น “ตั้งแต่เมื่อวานเป็นต้นมา ข้ามีเพียงท่านยาย ท่านแม่และพี่สาว ข้าไม่มีท่านพ่ออีกต่อไปแล้ว”

นางแตกต่างจากพี่สาว

ถึงแม้พี่สาวจะขัดเคืองในการกระทำของท่านพ่อแต่ก็ไม่ได้เห็นท่านยายต้องถูกไฟโทสะสุมอกจนตาย ไม่เห็นท่านแม่ต้องเป็นบ้าเสียสติจนถูกกักขัง ไม่ได้ถูกย่ำยีจนตรอมใจฆ่าตัวตาย ไม่เห็นน้องสาวบุกน้ำลุยไฟเอาตัวรอดจนสุดท้ายก็ตายลงบนพื้นหิมะในฤดูอันเหน็บหนาว

สำหรับคนที่ใจกว้าง แถมเกี่ยวพันกันทางสายเลือด ไม่ได้ผ่านความผิดหวังมาอย่างใหญ่หลวงย่อมตัดเยื่อใยทิ้งได้อย่างยากลำบาก

“อาเห่า...” ฮูหยินผู้เฒ่ากลับเป็นกังวลมากขึ้น

นางไม่อยากให้หลานสาวถูกสิ่งที่เรียกว่าบ่วงสายสัมพันธ์พันธนาการไว้ แต่ก็ไม่อยากเห็นหลานสาวได้รับแรงสะเทือนใจจนก้าวร้าวเช่นกัน

เมื่อเห็นท่าทีฮูหยินผู้เฒ่าเช่นนั้น หลินเห่าก็ยิ้มแต่งแต้มใบหน้า “ท่านยาย ข้าปล่อยวางได้แล้ว เหตุใดท่านยายถึงดูเป็นกังวลมากขึ้นเล่า”

ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยตามความจริง “ยายเป็นกังวลว่าเจ้าจะมีอคติในใจ”

หลินเห่าเอียงศีรษะเล็กน้อย ฉีกยิ้มหวาน “ไม่หรอกเจ้าค่ะ หลานก็ยังรู้สึกว่าท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ดอกไม้กลิ่นหอมรัญจวน ไก่อบห่อดินของจวนแม่ทัพเราก็ยังอร่อยที่สุดอยู่ดี”

ฮูหยินผู้เฒ่านิ่งไปก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ในบรรดาหลานสาวทั้งสอง ความอ่อนหวานสุขุมของฉานเอ๋อร์พอจะมองออกตั้งแต่เด็ก ทว่าอาเห่าเป็นใบ้พูดไม่ได้ นิสัยเป็นเช่นไรคงพูดยาก

แต่ตอนนี้ดูท่าทางอาเห่าจะเป็นคนผ่าเผยและสดใสซึ่งหาได้ยาก

เพียงแต่ว่า...

ฮูหยินผู้เฒ่าใช้มือสางเส้นผมของหลินเห่า ไม่รู้ว่าชอบใจหรือเป็นกังวล “ความตรงไปตรงมาของอาเห่า กลัวก็แต่คนบนโลกจะไม่เข้าใจ”

หลินเห่ายิ้มอย่างไม่เห็นด้วยนัก “คนบนโลกนี้คิดเช่นไรหลานไม่สน หลานสนใจแค่ท่านยาย ท่านแม่และพี่หญิง”

“หากแม่ของเจ้าคิดได้เหมือนเจ้า ข้าคงวางใจได้บ้าง” ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ

ตั้งแต่กลับมาเมื่อวาน สะใภ้หลินก็ขังตนเองอยู่แต่ในห้อง กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่โผล่หน้าออกจากห้องเลย

ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าใจนิสัยของบุตรสาวตนดี รู้ว่าต่อให้เกลี้ยกล่อมไปก็ไร้ประโยชน์ ต้องให้นางคิดได้แล้วยืนหยัดด้วยตัวเอง

“ข้าลองไปหาท่านแม่ดูก่อนนะเจ้าคะ”

หลินฉานบอกเสริม “เดี๋ยวข้าไปพร้อมกับน้องรองด้วย”

ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “ก็ดี พวกเจ้าไปเถิด ต่อให้เกลี้ยกล่อมไม่ได้ก็ไม่ต้องร้อนใจไป แม่ของพวกเจ้าเป็นคนดื้อด้าน”

เพราะมีนิสัยดื้อด้าน ถึงแม้เจอแรงสะเทือนใจใหญ่โตกลับไม่วิงวอนขอความตายอย่างสตรีทั่วไป เพราะจุดนี้ฮูหยินผู้เฒ่าถึงวางใจ

“ข้าขอไปเยี่ยมท่านอาพร้อมกับน้องๆ ด้วย” เกิดเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ เฉิงซู่จึงลางานโดยเฉพาะ

“ซู่เอ๋อร์ไม่ต้องไปหรอก เพราะมีเรื่องให้เจ้าจัดการ”

เฉิงซู่ได้ยินฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเช่นนั้นก็ไม่ได้ดันทุรังจะไปอีก

หลังจากสองพี่น้องหลินเห่าเดินออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็มีสีหน้าเคร่งขรึม “ซู่เอ๋อร์ เจ้าพาคนไปจวนตระกูลเวิน จัดการเก็บจวนของเราคืนกลับมา”

เฉิงซู่ดวงตาเป็นประกาย “ท่านวางใจได้ ข้าจะจัดการอย่างดีแน่นอนขอรับ!”

เขาอัดอั้นความโมโหในท้องไว้ยังไม่ได้ระบายออกมาเลย

“ชุ่ยเซียง เจ้าไปกับซู่เอ๋อร์”

“เจ้าค่ะ” หมัวหมัวที่ยืนอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าขานรับ

ฮูหยินผู้เฒ่ายกแก้วชาขึ้นมาก่อนจิบอย่างช้าๆ

สิ่งที่เป็นของตระกูลหลิน เวินหรูกุยอย่าคิดหวังจะครอบครอง!

สาวใช้ฟังเฟยที่เฝ้าอยู่ประตูด้านนอกของห้องสะใภ้หลิน เมื่อเห็นสองพี่น้องเดินมาก็คุกเข่าทำความเคารพ

“ท่านแม่กินข้าวหรือยัง” หลินฉานเอ่ยถาม

ฟังเฟยก้มหน้ารายงาน “อาหารที่ยกเข้าไปไม่ถูกแตะต้องแม้แต่น้อยเลยเจ้าค่ะ”

หลินฉานเผยสีหน้าไม่สู้ดี ยื่นมือคิดจะผลักประตู ทว่าถูกฟังเฟยรั้งไว้

“คุณหนูใหญ่ นายหญิงบอกว่าอยากอยู่คนเดียวเจ้าค่ะ”

“แต่หากจะอยู่คนเดียว ก็ใช่ว่าต้องอดอาหารเช่นนี้” หลินฉานเคาะประตูเสียงเบา “ท่านแม่ ข้ากับน้องรองมาหาท่านแม่เจ้าค่ะ”

ผ่านไปสักพักก็มีเสียงแหบพร่าของสะใภ้หลินดังแว่วมาจากด้านใน “ฉานเอ๋อร์หรือ เจ้าพาอาเห่ากลับไปก่อน แม่อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว อีกสักสองสามวันก็ดีขึ้นแล้ว”

หลินฉานไม่กล้ากดดันมากเกินไป น้ำเสียงอ่อนลงมาก “ท่านแม่ต้องกินข้าวนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นร่างกายคงรับไม่ไหว”

“กินสิ อีกเดี๋ยวข้าค่อยกิน”

หลินฉานมองไปทางฟังเฟย ฟังเฟยส่ายหน้า

“ท่านแม่...”

สะใภ้หลินเอ่ยตัดบทหลินฉาน “ฉานเอ๋อร์ เชื่อแม่ แม่แค่อยากอยู่เงียบๆ ก็เท่านั้น”

หลินฉานไม่กล้าเกลี้ยกล่อมต่อ แต่นางก็ไม่กล้ากลับไปเช่นกัน หันไปมองน้องสาวด้วยแววตากระวนกระวายใจ

หลินเห่าขยี้ตา พุ่งเข้าใส่ประตูร้องห่มร้องไห้น่าสงสาร “ท่านแม่...”

เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันจึงทำเอาหลินฉานสีหน้าเปลี่ยน

หลินเห่าร้องไห้พลางขยิบตาให้นาง

หลินฉาน “...”

พอประตูถูกเปิดออก สะใภ้หลินก็ทำหน้าตื่นตระหนก “อาเห่า เป็นอะไรไป”

หลินเห่าโผเข้ากอดสะใภ้หลิน เอ่ยปนสะอื้น “ท่านแม่ ข้าฝันร้าย มันช่างน่ากลัวนัก!”

“ฝันร้าย?” สะใภ้หลินมึนงงไปชั่วขณะ

จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงร่ำไห้ปวดใจของบุตรสาว ในสมองมีเพียงความว่างเปล่า รอกระทั่งดึงสติกลับมาได้ ประตูก็ถูกผลักเข้ามาแล้ว

หลินเห่าเงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลรินอาบสองข้าง “ข้าฝันว่าเกิดเรื่องขึ้นกับท่านแม่ ท่านพ่อพาข้ากับพี่สาวกลับจวนตระกูลเวิน นายหญิงของตระกูลเวินกลับกลายเป็นสะใภ้ฉัง ข้ากับพี่สาวต้องเรียกเขาว่าแม่ ภายใต้การตัดสินใจของนาง ข้ากับพี่สาวต้องแต่งงานกับผู้ชายที่เลวทรามกว่าท่านพ่อเสียอีก ทว่าฉังฉิงได้แต่งกับ...”

หลินเห่าคิดไม่ออกไปชั่วขณะ จากนั้นก็พูดต่ออย่างไม่ใส่ใจนัก “นางแต่งกับจิ้งอ๋องซื่อจื่อที่อยู่จวนติดกับเรา แถมสินทรัพย์ที่เอาติดตัวไปก็เป็นสินเดิมของท่านแม่ทั้งนั้น”

สาวน้อยปล่อยโฮด้วยความหวาดกลัวและน้อยใจ “ท่านแม่ หากท่านไม่กินข้าวก็อาจจะเป็นอะไรไปได้ และหากท่านแม่เป็นอะไรไป อนุของท่านพ่อก็ต้องมาอยู่ในตำแหน่งของท่านแม่ใช้เงินของท่านแม่มารังแกลูก แถมพวกเรายังต้องจำใจเรียกนางว่าท่านแม่อีก...”

สะใภ้หลินได้ยินเช่นนั้นก็น้ำตาไหลรินด้วยความโกรธ

“อาเห่าไม่ต้องกลัว แม่จะกินข้าวเดี๋ยวนี้เลย...”

พอเห็นสองแม่ลูกกอดคอร้องไห้อย่างเจ็บปวด หลินฉานก็ตกตะลึงตาค้าง

devc-a3b5dd88-33025คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 30 ท่านแม่ ตอนที่ 31