คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 31 เก็บคืนกลับมา ตอนที่ 32

#32บทที่ 31 เก็บคืนกลับมา

ตอนที่ 31 เก็บคืนกลับมา

ขณะที่ถูกสะใภ้หลินจูงมือเดินเข้าห้อง หลินเห่าก็หันไปขยิบตาส่งให้หลินฉานทีหนึ่ง

หลินฉานดึงสติกลับมารีบหันไปกำชับฟังเฟย “รีบไปนำข้าวมาให้ท่านแม่ใหม่เร็วเข้า”

ไม่นานฟังเฟยก็ยกอาหารที่ร้อนกรุ่นมาให้

ช่วงนี้เป็นหน้าหน่อไม้ ในเมนูจึงมีต้มกระดูกหมูหน่อไม้ หน่อไม้สดอ่อน กระดูกหมูเปื่อยนุ่ม พอเปิดฝาถ้วยออกกลิ่นหอมก็ลอยฟุ้ง

สะใภ้หลินซดน้ำแกงกระดูกหน่อไม้สองคำ ความอยากอาหารถูกกระตุ้นขึ้นมา

เวลานี้มีเพียงเสียงตะเกียบ ถ้วยชามและถ้วยชาดังกระทบกันก้องกังวาน

เห็นท่านแม่กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย หลินฉานก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ลอบส่งนิ้วโป้งให้หลินเห่าอย่างเงียบเชียบ

คิดไม่ถึงว่าการแสดงของน้องสาวจะใช้ได้ผลขนาดนี้

ไม่สิ คำพูดของน้องสาวต่างหากที่ใช้ได้ผล

แค่นางลองจินตนาการก็ยังอยากพุ่งเข้าไปเขมือบจานข้าวเข้าปากเลย ไม่ต้องพูดถึงท่านแม่

พอสะใภ้หลินกินอิ่มแล้วก็รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง

“ฉานเอ๋อร์ อาเห่า ตามข้าไปหาท่านยายของพวกเจ้ากัน”

หลินฉานและหลินเห่าสบตากัน หลินฉานพูดขึ้นว่า “ท่านแม่ ข้ากับน้องรองเปลี่ยนแซ่แล้วเจ้าค่ะ”

สะใภ้หลินกุมขมับ “แม่ลืมไป ไปหาท่านยายกัน”

ขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังงีบกลางวันก็ได้ยินสาวใช้รายงานว่าสะใภ้หลินพาคุณหนูทั้งสองมาหา

ฮูหยินผู้เฒ่าประหลาดใจไม่น้อย

บุตรสาวที่แสนดื้อรั้นของนางยอมก้าวขาออกจากห้องแล้วหรือ แถมพาบุตรสาวทั้งสองมาหาท่านแม่อย่างนางด้วย

ท่ามกลางความมึนงง สะใภ้หลินก็สาวเท้าเดินเข้ามา

“รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านแม่หรือเปล่าเจ้าคะ”

เมื่อเห็นบุตรสาวมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ฮูหยินผู้เฒ่าก็แอบหยิกต้นขาตนเอง รู้สึกถึงความเจ็บปวดถึงมั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาดไป

“แค่หลับพักสายตาก็เท่านั้น” ฮูหยินผู้เฒ่าเผยรอยยิ้มชื่นชม “หว่านฉิง สุดท้ายเจ้าก็คิดได้เสียที”

สะใภ้หลินประคองร่างให้ฮูหยินผู้เฒ่านั่งลง หัวเราะเสียงขมขื่น “เมื่อวานข้าเข้าใจแล้ว เพียงแต่ยังทำใจไม่ได้ก็เท่านั้น”

นางเห็นชายผู้นั้นปกป้องผลประโยชน์ของอนุและบุตรทั้งสองจนอยากให้นางตายจมดินไป แล้วแบบนี้ยังมีอะไรให้นางไม่เข้าใจอีกหรือ

แต่เข้าใจแล้ว ใช่ว่าจะไม่เคียดแค้นและชิงชัง

นางเกลียดเวินหรูกุย รวมถึงตัวนางเองด้วย

ความอัดอั้นนี้สุมอยู่ในใจ อัดอั้นจนอวัยวะภายในมอดไหม้ หลงเหลือเพียงความท้อใจและผิดหวัง

ยังดีที่คำพูดของอาเห่าช่วยเตือนสตินาง

นางจะต้องอยู่ต่อไปเพื่อบุตรสาวสองคนนี้

ใช้เงินของนาง รังแกบุตรสาวของนางน่ะหรือ

นางจะถือมีดไปเฉาะเจ้าบ้าพวกนั้นเสีย!

“ท่านแม่ ข้ามาเพื่อบอกท่านแม่ว่าข้าจะแวะกลับไปจวนตระกูลเวินเสียหน่อย”

ฮูหยินผู้เฒ่านัยน์ตาทอประกายความตึงเครียด “เจ้าจะกลับจวนตระกูลเวินไปทำไม”

หรือยังมีเยื่อใยให้เจ้าสัตว์เดียรัจฉานใจดำอำมหิตนั่นอีก

สะใภ้หลินเผยใบหน้าขึงขัง “ข้าจะทุบป้ายจวนตระกูลเวินแล้วเปลี่ยนเป็นชื่อป้ายเป็นจวนตระกูลหลินแทน”

ฮูหยินผู้เฒ่ายกยิ้ม “ไม่ต้องให้เจ้าไปหรอก ซู่เอ๋อร์พาคนไปแล้ว”

สะใภ้หลินชะงักไป ก่อนจะกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว “ในเมื่อซู่เอ๋อร์ไปแล้ว ข้าก็จะได้ไม่เสียเวลาไปเอง ท่านแม่ เมื่อวานข้ากลับมาก็เอาแต่นอนเฉยๆ แม้แต่หน้าก็ยังไม่ล้าง ตอนนี้ข้าขอกลับห้องไปอาบน้ำก่อนนะเจ้าคะ”

ยามที่หลินฉานกับหลินเห่ากำลังจะเดินออกไปพร้อมสะใภ้หลิน ฮูหยินผู้เฒ่าก็รั้งให้หลินฉานอยู่ต่อ

“ฉานเอ๋อร์ พวกเจ้าเกลี้ยกล่อมแม่ของพวกเจ้าอย่างไรหรือ”

เหตุใดจู่ๆ ถึงดึงสติกลับมาได้เล่า

หลินฉานคลี่ยิ้ม “นี่เป็นผลงานของน้องรองเจ้าค่ะ”

“ของอาเห่า?”

หลินฉานเล่าสิ่งที่หลินเห่าพูดให้ฟัง ฮูหยินผู้เฒ่าปรบมือ “อาเห่ามีศิลปะในการพูดจริงๆ”

เห็นฮูหยินผู้เฒ่าดีอกดีใจเช่นนั้น หลินฉานก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย

หลังจากหลินเห่าส่งสะใภ้หลินกลับเรือนไปแล้ว นางยังไม่กลับห้อง แต่พาเป่าจูออกจากประตูเล็กตรงมุมกำแพงมุ่งหน้าตรงไปยังจวนตระกูลเวิน

หน้าประตูจวนตระกูลเวิน มีคนแห่เข้ามามุงรายล้อมดูเรื่องสนุกอยู่ก่อนแล้ว

“คุณหนู พวกเราต้องเข้าไปหรือไม่เจ้าคะ” เป่าจูกระซิบถามเสียงเบาท่ามกลางฝูงชน

หลินเห่าจับจ้องประตูจวนที่เปิดกว้างพลางส่ายศีรษะ “ไม่ วันนี้เรามาดูเอาความสนุกก็พอ”

ในเมื่อคนที่นี่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับนางอีกแล้ว

ภายในจวน เฉิงซู่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับเวินหรูกุยด้วยสีหน้าเย็นยะเยือก “นายท่านเวิน รบกวนเอาใบโฉนดที่ดินมาให้ข้าด้วย”

“ใบโฉนด?” ใบหน้าเศร้าสร้อยของเวินหรูกุยถูกแทนที่ด้วยความหวาดระแวง “โฉนดอะไรกัน”

เฉิงซู่ยิ้มเย็น “นายท่านเวินจะแสร้งเลอะเลือนไปทำไม ต้องเป็นโฉนดของจวนนี้อยู่แล้ว จวนแห่งนี้แม่ทัพผู้เฒ่าหลินซื้อให้บุตรสาวเมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนนี้ท่านหย่าขาดกับท่านอาแล้ว คงมิอาจครอบครองจวนของท่านอาได้หรอกกระมัง”

เวินหรูกุยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ตอนนั้นท่านพ่อตาบอกเองว่ายกจวนนี้ให้ข้าแล้ว”

“ให้ท่าน?” เฉิงซู่ส่ายหน้า “ข้าไม่เชื่อ นายท่านเวินเอาโฉนดมาให้ข้าลองดูก่อนเถิด”

ทว่าเวินหรูกุยกลับไม่ขยับเขยื้อน

เฉิงซู่เอ่ยเตือนเสียงเย็น “หากนายท่านเวินคิดว่ามันน่าเหนื่อยยิ่งนัก เดี๋ยวข้าจัดการเองก็ได้”

เวินหรูกุยหน้าซีดลงมากกว่าเดิม สื่อให้ผู้ดูแลจวนไปหยิบโฉนดมา

ผ่านไปไม่นาน ผู้ดูแลจวนก็อุ้มกล่องขนาดเล็กที่มีกุญแจทองสำริดคล้องไว้อยู่เดินออกมา

หลังจากปลดกุญแจเปิดฝาออก เวินหรูกุยก็เอื้อมมือไปหยิบใบโฉนดพร้อมมืออันสั่นเทา

เฉิงซู่คว้าโฉนดมา

เวินหรูกุยมองเฉิงซู่ด้วยแววตาเกรี้ยวโกรธ

เฉิงซู่เปิดกางใบโฉนด ไล่สายตาไปก็เห็น “ราคากำหนด โดย...ผู้ดูแล” ตัวเล็กๆ ตรงจุดนั้น

เป็นไปตามความคาดหมาย ตรงจุด ‘โดย...ผู้ดูแล’ ไม่มีชื่อของผู้ซื้อและถูกปล่อยว่างเอาไว้

นี่เป็นธรรมเนียมการซื้อขายบ้านเรือนในต้าโจว ในโฉนดจะเขียนชื่อผู้ขาย คนกลาง ที่อยู่ สถานการณ์และราคาขายอย่างชัดเจน ตรงช่องว่างชื่อผู้ซื้อจะเขียนเพียงแซ่หรือปล่อยว่างเอาไว้ ซึ่งตอนลงนามชื่อก็เช่นกัน ผู้ขายและคนกลางต่างลงนาม ทว่าผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องลงนาม

ความหมายว่าหากโฉนดใบนี้ตกอยู่ในมือใคร คนนั้นก็จะเป็นเจ้าของเรือนนั้นไปโดยปริยาย

โฉนดประเภทนี้ เรียกว่าโฉนดที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ

เพื่ออุดรอยช่องโหว่นี้ ความจริงทางการเองก็มีวิธีโดยการเอาโฉนดไปคัดลอกที่จวนว่าการเพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลไว้ หลังจากลงตราประทับแล้วก็จะกลายเป็นโฉนดที่ถูกต้อง

ความจริงคนที่เอาไปคัดลอกในจวนว่าการจริงๆ มีน้อยมาก นอกจากนี้ค่าภาษีก็สูงลิ่วจนแบกรับไม่ไหว

ทว่าตระกูลหลินย่อมรับไหว บางทีแม่ทัพผู้เฒ่าหลินอาจจะไม่ได้ใส่ใจกับจวนแห่งนี้นัก หลังจากซื้อแล้วก็คร้านจะจัดการเลยมอบให้บุตรเขยไป

จุดนี้เวินหรูกุยไม่ได้โกหก จวนแห่งนี้ไม่ใช่สินเดิมของสะใภ้หลินแต่ให้เขาจริงๆ

ทว่าสาเหตุก็เพื่อเอาใจบุตรเขยผู้รักในศักดิ์ศรีที่ทั้งผยองและหยิ่งทะนงก็เท่านั้นเอง

การลดความอึดอัดใจของบุตรเขยย่อมเป็นผลดีกับบุตรสาวมากกว่า

“แต่ก็ไม่มีชื่อของนายท่านเวินนี่นา” เฉิงซู่พับเก็บใบโฉนดอย่างไม่ใส่ใจแล้วโยนใส่หน้าอกเขา

“เจ้า!” เวินหรูกุยสีหน้าเปลี่ยน

เฉิงซู่ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ “จนป่านนี้นายท่านเวินยังไม่เข้าใจความเป็นจริงอีกหรือ อย่าว่าแต่เรื่องที่ว่าเดิมทีจวนนี้ใช้เงินของตระกูลหลินซื้อเลย ต่อให้ตระกูลเวินเป็นคนซื้อ ท่านมีสิทธิ์ครอบครองที่ไหน”

การเก็บโฉนดไว้ในมือก็แค่ช่วยประหยัดเวลามากขึ้น หากเวินหรูกุยยืนกรานไม่ยอมมอบโฉนดให้จริงๆ จวนแม่ทัพไปฟ้องจวนว่าการเมื่อไร เขาคงทำได้แค่นำโฉนดมอบให้อย่างว่าง่ายเท่านั้น

แม่ทัพผู้เฒ่ามอบให้เขาอย่างนั้นน่ะหรือ

คำพูดปากเปล่าโดยไร้หลักฐาน แถมบนโฉนดยังลงนามชื่อผู้ขายและคนกลางไว้อย่างชัดเจน สามารถนำมาเป็นพยานบุคคลว่าตระกูลหลินเป็นคนซื้อได้ด้วย

“ฮูหยินผู้เฒ่าจิตใจเมตตา ให้เวลานายท่านเวินเก็บของสองวัน” เฉิงซู่พูดจบก็หันไปออกคำสั่งกับลูกน้อง “วันนี้พวกเจ้านอนที่นี่ เฝ้าให้ดีๆ อย่าให้คนนอกเอาของของจวนแม่ทัพออกไปได้แม้แต่ด้ายเส้นเดียว”

“ขอรับ” ลูกน้องในจวนแม่ทัพขานรับเสียงพร้อมเพรียง

เสียงดังกึกก้องราวกับมีค้อนยักษ์ทุบลงกลางใจของเวินหรูกุย

devc-a3b5dd88-33025คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 31 เก็บคืนกลับมา ตอนที่ 32