คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 38 สะกดรอยตาม ตอนที่ 39
ตอนที่ 38 สะกดรอยตาม
แผงดูดวงทั้งสองห่างกันไม่ไกลนัก เมื่อเห็นหลินเห่ามองมา หมอดูผู้นั้นก็ส่งยิ้มให้
หลินเห่าเก็บสายตากลับมา ส่ายศีรษะ “ว่ากันว่าผู้วิเศษค่อนข้างนิ่งขรึม คนที่ดูกระตือรือร้นมากเกินไปอาจจะเป็นนักต้มตุ๋นก็ได้”
คนปั้นน้ำตาลอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ว่า “แม่นาง เจ้าพูดเช่นนี้จะโดนซัดเอาได้ง่ายๆ นะ”
หลินเห่ายิ้มแหยอย่างรู้สึกผิดก่อนจะหันมามองหมิงซินเจินเหริน “ข้ายังอยากขอให้ท่านผู้นี้ช่วยดูดวงให้ข้า”
“แม่นางคิดว่าข้าเป็นผู้วิเศษหรือ” หมิงซินเจินเหรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่คาดเดาได้ยาก
หลินเห่ายกยิ้ม “ที่สำคัญข้ารู้สึกว่าถูกชะตากับท่านนักเจ้าค่ะ วันนี้แค่ได้เห็นท่านก็ผุดความคิดอยากให้ท่านตรวจดวงชะตาขึ้นมาเลย”
ได้ยินเช่นนั้น เสียงหัวเราะของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็ดังขึ้น
“ผู้เฒ่าหวัง วันนี้ยังไม่เห็นเจ้าดูให้ใครเลย ไม่ต้องปฏิเสธแล้ว รีบช่วยดูให้แม่นางน้อยคนนี้เถิด”
ผู้วิเศษอะไรกัน เพราะไม่มีใครมาดูดวง เมื่อวานแม้แต่เงินซื้อหมั่นโถวกินยังต้องหยิบยืมคนอื่น
“แม่นาง ฟังข้าแนะนำสักประโยค”
“ท่านว่ามาเถิดเจ้าค่ะ”
“เจ้าลุกขึ้นก่อน”
หลินเห่าลุกขึ้น
“ดวงชะตายิ่งดูก็ยิ่งเปราะบาง แม่นางอายุยังน้อย วันหลังอย่าดูเรื่อยเปื่อย” หมิงซินเจินเหรินพูดจบก็ดึงป้ายคำว่า ‘เซียนทายดวง’ ออกก่อนจะเก็บเก้าอี้ตัวเล็กที่หลินเห่าเพิ่งลุกขึ้นเมื่อครู่และเดินจากไป
หลินเห่ามองแผ่นหลังของหมิงซินเจินเหรินพลางลอบถอนหายใจ
เมื่อชาติก่อนมีวาสนาทำให้ได้รู้จักกับอาจารย์โดยบังเอิญ และด้วยตัวตนและสถานการณ์ของอาจารย์ ชาตินี้หากคิดเข้าใกล้คงเป็นเรื่องยาก
โชคดีที่นางไม่ยึดติดเรื่องที่จะต้องเป็นศิษย์ของอาจารย์ต่อ
สามปีนั้นทำให้นางเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายและใช้ชีวิตอย่างสุขสงบในระยะเวลาสั้นๆ แต่ความจริงก็เหมือนดั่งคุก หากนางไม่คิดออกไปย่อมไม่มีผลกระทบใด แต่หากคิดออกไปกลับเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แน่นอน
เมื่อเห็นอาจารย์ตายอนาถกับตาตนเอง นางถึงหนีกลับมาเมืองหลวง ในขณะที่สถานที่แห่งนั้นก็ไล่ตามสังหารนางไม่หยุดหย่อนเช่นกัน
และท้ายที่สุดนางก็หนีไม่พ้น
ตอนนี้คนที่นางใส่ใจต่างเป็นสุขดี นางไม่อยากทำเรื่องเสี่ยงภัยอีกต่อไป จึงไม่มีทางสนิทสนมกับอาจารย์ได้
วันนี้ตามมาหาจนมั่นใจว่าอาจารย์อยู่ที่นี่ จุดประสงค์ที่แท้จริงของนางก็คือขโมย ไม่สิ หยิบจดหมายออกมาสักสองสามฉบับ
เป็นจดหมายที่อาจารย์กับฉินอวิ๋นชวน ราชครูขององค์รัชทายาทตำแหน่งเซ่าซือ[footnoteRef:1]ส่งหากัน [1: เซ่าซือ เป็นชื่อตำแหน่งราชครู ยศต่ำกว่ามหาราชครู จัดเป็นขุนนางขั้นหนึ่งระดับล่าง]
ฮ่องเต้ผิงเล่อปกปิดชื่อแซ่เก็บซ่อนตัว จิตใจนึกถึงแต่เรื่องอยากช่วงชิงบัลลังก์กลับคืนมา อาจารย์เข้าเมืองหลวงมาครั้งนี้ก็เพื่อดึงฉินอวิ๋นชวนเข้าพวก
เดิมทีอาจารย์กับฉินอวิ๋นชวนเป็นสหายกัน หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนครั้งนั้นอาจารย์ก็ปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่นด้วยภาพลักษณ์หมอดูที่กิจการลุ่มๆ ดอนๆ ส่วนฉินอวิ๋นชวนกลับกลายเป็นราชครูขององค์รัชทายาท
ความจริงภายใต้ความพยายามของฝั่งฮ่องเต้ผิงเล่ออย่างลับๆ ในหลายปีมานี้ ไม่ว่าจะเพื่อเงินทอง เพื่ออำนาจ หรือถวิลหาอดีตฮ่องเต้ก็ตาม จึงมีขุนนางบางส่วนที่ใจแปรพักตร์ต่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
ในเมื่อมีความสำเร็จให้เห็นเป็นตัวอย่าง อาจารย์เลยอยากลองโน้มน้าวใจสหายในวันวานให้แปรพักตร์ดู
ความเป็นไปได้นี้ช่างน้อยนิด ดังนั้นอาจารย์จึงเตรียมแผนการสำรองไว้ ถ้าโน้มน้าวไม่ได้ก็หาโอกาสฆ่าทิ้งเสีย
ส่วนอีกฝ่ายเองก็มีความคิดนี้เช่นเดียวกัน แสร้งทำหวั่นไหวส่งจดหมายไปมาหาสู่กับอาจารย์ เพื่อยื้อเวลาตามหาตัวอาจารย์ที่แปลงโฉมปรับรูปลักษณ์
ฉินอวิ๋นชวนเป็นฝ่ายลงมือก่อน ลอบทำร้ายคนที่คอยอารักขาอาจารย์ไปเกินครึ่ง อาจารย์จึงต้องหนีออกจากเมืองหลวงไปพร้อมกับอาการบาดเจ็บ
นางกับอาจารย์จึงบังเอิญเจอกันในเวลานั้น
ความจริงคนของอาจารย์ฆ่าโจรป่าพวกนั้นไม่ใช่เพื่อช่วยนาง แต่กังวลว่าเบาะแสจะรั่วไหล ขณะที่ดาบขององครักษ์ลับจ่อมาที่นาง อาจารย์ถึงเอ่ยปากขอชีวิตนางไว้
นางไม่เคยรู้สาเหตุที่เขายอมช่วยชีวิตนางภายใต้สถานการณ์เช่นนั้นเลย แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดนางก็ถูกอาจารย์ช่วยชีวิตเอาไว้
ฮ่องเต้ไท่อานมีโอรสสองพระองค์คือองค์รัชทายาทและเว่ยอ๋อง
แต่เพราะเว่ยอ๋องมีพระมารดาเป็นนางใน ร่างอ้วนท้วมมาตั้งแต่เด็ก ส่วนองค์รัชทายาทได้รับจุดเด่นหน้าตาของฮ่องเต้ไท่อานและอดีตฮองเฮามาจึงหล่อเหลาเหนือใคร
ในเมื่อมีบุตรชายเพียงสองคน ฮ่องเต้ไท่อานย่อมไม่คิดชิงชังละทิ้งเว่ยอ๋องแน่นอน แต่หากกล่าวว่าเว่ยอ๋องคิดจะเอาชนะคงไม่มีทางเป็นไปไม่ได้
ไม่ว่าจะในแง่ของกฎมณเฑียรบาลหรือความโปรดปรานของฮ่องเต้ก็ตาม
บางทีอาจเพราะตำแหน่งอันมั่นคงจึงค่อยๆ ขาดจิตใจยำเกรง องค์รัชทายาทอายุมากขึ้นก็ยิ่งทำเรื่องโง่เขลา ดังนั้นราชครูฉินจึงเป็นคนห้ามปรามเขาซึ่งคนเช่นนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ
หลินเห่าอยากเอาจดหมายเหล่านั้นมาไว้ในมือ นางต้องชิงเอาจดหมายนี้ไปถวายต่อหน้าฮ่องเต้ไท่อานก่อนที่ฉินอวิ๋นชวนจะตามตัวหมิงซินเจินเหรินเจอ
ฉินอวิ๋นชวนเขียนกับมืออย่างชัดเจนว่ามีใจเอนเอียงไปทางฮ่องเต้ผิงเล่อ ด้วยความขี้ระแวงของฮ่องเต้ไท่อาน หากเห็นจดหมายเหล่านั้นย่อมไม่มีทางปล่อยให้ฉินอวิ๋นชวนอยู่ข้างกายองค์รัชทายาทต่อแน่นอน
ด้วยความสะเพร่าโง่เขลาขององค์รัชทายาท หากไม่มีใครควบคุม ไม่ช้าก็เร็วคงก่อเรื่องเดือดร้อนโกลาหลวุ่นวาย
นี่เป็นแผนการที่หลินเห่าใคร่ครวญมาแล้ว
ระหว่างนางกับองค์รัชทายาทก็เหมือนไข่กับเขาศิลา หากใช้ไม้แข็งตอบโต้คงไร้ความหวัง มีเพียงทำให้อีกฝ่ายปั่นป่วนจนเป็นฝ่ายทำผิดเองจะดีกว่า
นางเชื่อว่าไม่มีเรื่องใดที่จะมั่นคงเสมอไป ตำแหน่งทายาทสืบทอดก็ไม่ต่างกัน องค์รัชทายาททำผิดตั้งมากมาย ไม่ช้าก็เร็วคงสบโอกาสโดยที่นางไม่จำเป็นต้องลงมือเอง
ชิงลงมือจัดการฉินอวิ๋นชวนทิ้งก่อนเพื่อได้เปรียบ แถมช่วยให้อาจารย์รอดพ้นจากอันตรายสักครั้งด้วย
ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว
ถึงแม้วันนี้จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับหมิงซินเจินเหรินไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่หลินเห่ากลับไม่ท้อใจ
จากการคำนวณเวลาดูแล้ว การติดต่อกันระหว่างอาจารย์กับฉินอวิ๋นชวนเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้จดหมายมา
หลินเห่าตื่นจากห้วงความคิด จูงหลินเสี่ยวฮวาไปยังหมอดูที่อยู่อีกฝั่ง
“แม่นางมาดูดวงหรือ”
หลินเห่านั่งลงอย่างช้าๆ พร้อมรอยยิ้ม “ใช่”
จากมุมลับตาคนที่ไม่มีใครสนใจ หมิงซินเจินเหรินเก็บสายตากลับมาก่อนจะค่อยๆ ส่ายหน้า
เขานึกว่าแม่นางคนนั้นต้องมีลับลมคมในบางอย่าง ดูท่าทางเขาจะคิดมากไป พอเขาเดินออกมานางก็ไปดูดวงกับหมอดูคนอื่นต่อ
หลังจากหมิงซินเจินเหรินเดินไปได้สองก้าวก็หันหลังกลับไปมองอีกครั้งพลางออกคำสั่งกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินเข้ามา “ตามแม่นางคนนั้นไป ดูสิว่านางเป็นคนของตระกูลใด”
ชายหนุ่มพยักหน้าโดยไม่ให้ใครทันสังเกตเห็นก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่หลินเห่าอยู่
“เรื่องจะเป็นไปดั่งที่ข้าหวังไว้จริงหรือ ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ” หลินเห่าทำหน้าดีใจพร้อมวางเงินค่าทำนาย จากนั้นก็ขี่หลินเสี่ยวฮวากลับจวน
อาจารย์จะส่งคนสะกดรอยตามนางหรือไม่นะ
ทันใดนั้นหลินเห่าก็หันหน้าไป
ชายหนุ่มที่เดินตามอยู่ด้านหลังซึ่งเดิมทีสันทัดในการสะกดรอยตามก็ยังตั้งรับกับการหันมากะทันหันโดยไร้ต้นสายปลายเหตุเช่นนี้ไม่ทัน
เขารีบหลบหลังคนที่เดินมาข้างๆ พอดีจนเห็นเพียงครึ่งตัว ตกใจจนเหงื่อท่วมร่าง
เกือบโดนเห็นเข้าแล้ว!
มิน่าเจินเหรินถึงให้สะกดรอยตามแม่นางคนนี้มา แม่นางผู้นี้ไม่ปกติ!
หลินเห่าหันหน้ากลับมาพลางรอยยิ้มตรงมุมปาก
คิดไม่ถึงว่าคนที่สะกดรอยตามนางจะเป็นคนคุ้นเคยกันนามว่าตู้ชิง
การรู้จักของพวกเขาไม่ได้สวยงามนัก หลังจากที่ตู้ชิงสังหารโจรป่าจนตายแล้วก็ยกดาบเตรียมสังหารนางต่อ
เป็นคนที่น่าชิงชังคนหนึ่งทีเดียว
ทันใดนั้นหลินเห่าก็หันกลับไปมองอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้ตู้ชิงไม่ทันได้หลบเลยทำได้แค่ฝืนข่มความรู้สึกไว้เดินหน้าต่อไปด้วยสีหน้าราบเรียบ
หลินเห่าตบหลินเสี่ยวฮวาสื่อว่าให้เพิ่มระดับความเร็ว
ไม่ทำให้เขาตกใจแล้วดีกว่า ถ้าตกใจจนคันไม้คันมืออยากฆ่าปิดปากนางตอนนี้จะทำอย่างไร
หลินเห่าไม่กลัวว่าหมิงซินเจินเหรินจะรู้ตัวตนของนาง ขอแค่ตู้ชิงไปสืบถามก็คงรู้ว่าระยะนี้จวนแม่ทัพเจออุปสรรค เช่นนั้นก็สอดคล้องกับเหตุผลที่นางอยากดูดวงเมื่อครู่แล้ว
เมื่อนึกถึงคนที่แอบติดตามอยู่ด้านหลังอย่างลับๆ ล่อๆ หลินเห่าก็อารมณ์ดีไม่น้อย นางฮัมเพลงพลางขี่ลามุ่งหน้าไปทางจวนแม่ทัพอย่างสบายอารมณ์
“แม่นางรองหลิน” เสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมา
หลินเห่าเซไปเล็กน้อย เกือบตกจากหลังของหลินเสี่ยวฮวา
เหตุใดถึงเจอตัวเจ้าหนี้อีกแล้วนะ!