นักรบยอดจารชน: บทที่ 16 เหยียนเฟิงหั่ว ตอนที่ 16
บทที่16 เหยียนเฟิงหั่ว
เหยียนเฟิงหั่วเกิดเมื่อขึ้น 15 ค่ำ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1984 ตามปฏิทินจันทรคติ ประชาชนทั้งประเทศเฉลิมฉลองกันในวันเกิดของเขา
พ่อของเขาชื่อว่า เหยียนอ้ายกั๋ว แม่ชื่อ หลูหมิ่นสยา ทั้งคู่ไม่สามารถมีบุตรได้ เมื่อเหยียนเฟิงหั่วโตมาได้ไม่กี่เดือนก็ถูกพวกเขารับมาเลี้ยง แต่พวกเขาก็ดูแลเหยียนเฟิงหั่วราวกับลูกแท้ๆ ให้ความรักกับเขาอย่างมาก และเหยียนเฟิงหั่วก็เป็นเด็กน่ารัก ตอนเริ่มฝึกพูด คำแรกที่พูดออกมาก็คือ คำว่า แม่ ทำให้หลู่หมิ่นสยาปลื้มใจมาก
แต่เด็กคนนี้เรียกแม่เพราะมีเป้าหมายบางอย่าง หลังจากเรียกแล้วก็จะมองไปที่หน้าอกเพื่อหานมดื่มอย่างดีอกดีใจ หลานสาวและลูกสะใภ้ของเพื่อนบ้านไม่กล้าอุ้มเขา ใครอุ้มเขาก็จะกลายเป็นแม่เขาหมดและต้องให้นมเขากินด้วย ถ้าไม่ให้ก็จะโวยวาย มือเล็กๆ นั้นจะคว้าเอาไว้เป็นหัวขโมยตัวน้อยที่แข็งแกร่ง
แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่ก็ไม่ทำให้ความน่าเอ็นดูของคนจำนวนมากที่มีต่อเขาลดลงได้ เขารู้ความกว่าเด็กทั่วๆ ไปมาก
ตอนอายุสามขวบ คุณยายป่วยหนัก เหยียนเฟิงหั่วทั้งซนทั้งก่อกวนเหมือนจะรู้ว่าท้ายที่สุดแล้วคุณยายของเขาจะทนไม่ไหว ทุกครั้งเวลากินยาเหยียนเฟิงหั่วจะลองชิมก่อนที่จะนำไปให้คุณยายที่เตียง จากนั้นเขาก็จะพูดหลอกล่อคุณยายว่ายานี้หวานมากๆ แล้วก็ใช้ช้อนที่ผู้ใหญ่ใช้ตักยากินอีกรอบ
ไม่มีใครรู้ว่าเขามีความคิดอย่างไร เด็กอายุแค่นั้นจะรู้อะไรบ้าง แต่ท่าทางของเหยียนเฟิงหั่วทำให้คนตื่นตะลึง
คุณยายจากโลกนี้ตอนอายุสี่ขวบ เหยียนเฟิงหั่วไม่ร้องไห้แม้แต่น้อย เขาบอกว่าคุณยายกำลังหลับและบอกให้พ่อกับแม่หยุดร้อง อย่ารบกวนคุณยาย ทุกคนคิดว่าเด็กคนนี้ไม่รู้เรื่องอะไร แต่หลูหมิ่นสยากลับพบว่าทุกเช้าปลอกหมอนของลูกชายจะเปียกชื้น ตอนแรกก็สงสัยว่าลูกชายฉี่รดที่นอนหรือเปล่า แต่พอพลิกหมอนดูก็เห็นว่าข้างในมีรูปของคุณยายอยู่
ที่แท้เด็กคนนี้ก็รู้ว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว เขาแค่อยากปลอบใจพ่อแม่ของตัวเอง หลูหมิ่นสยากอดเหยียนเฟิงหั่วที่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นและร้องไห้ออกมา ร้องไห้จนเหนื่อยแล้วก็หลับไป ตื่นมาอีกทีก็พบว่ามีชามก๋วยเตี๋ยวสีดำวางอยู่ด้านหน้าเตียง ในชามครึ่งหนึ่งเป็นเนื้อหมูที่สุกแล้ว ร่างเล็กๆ ของเหยียนเฟิงหั่วเต็มไปด้วยเลือด นั่งหลับตาอยู่ที่พื้น
ใครจะไปรู้ว่าเหยียนเฟิงหั่วที่อายุสี่ขวบปีนขึ้นไปบนโต๊ะทำกับข้าวได้อย่างไร รู้เพียงแต่ว่าถ้าไม่รีบไปโรงพยาบาลภายในไม่กี่นาทีนี้จะต้องเสียเลือดจนตายแน่
เหยียนอ้ายกั๋วกับหลูหมิ่นสยาขวัญเสียเพราะเหยียนเฟิงหั่ว ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยให้เหยียนเฟิงหั่วเข้าครัวอีกเลย พวกเขารักเหยียนเฟิงหั่วมาก เด็กคนนี้เป็นลูกชายแท้ๆ ของพวกเขา
ในตอนอายุห้าขวบเหยียนเฟิงหั่วถูกส่งเข้าโรงเรียนอนุบาล เขาได้สัมผัสกับโลกใบใหม่ แต่เพิ่งเข้าไปไม่ทันไรก็ก่อเรื่องเสียแล้ว เขาใช้หัวชนเด็กนักเรียนรุ่นพี่ล้มลงไปกับพื้นราวกับหมาป่า แล้วจับศีรษะกระแทก จนเลือดไหลเต็มพื้น เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นเลือดก็ตกใจจนร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“เหยียนเฟิงหั่ว ทำไมเธอป่าเถื่อนโหดร้ายแบบนี้” เมื่อคุณครูทราบเรื่องก็ตำหนิติเตียนเหยียนเฟิงหั่ว แต่พอเห็นสายตาของเหยียนเฟิงหั่วก็อดที่จะหยุดพูดไม่ได้
มีส่วนไหนที่เหมือนกับสายตาของเด็กบ้าง ดูก็รู้ว่านี่เป็นสายตาของหมาป่าชัดๆ ความเป็นหมาป่านั้นแผ่ซ่านออกมา คุณครูทุกคนล้วนมองไม่ผิดแน่ ดวงตาของเหยียนเฟิงหั่วก็คือดวงตาของหมาป่า เหมือนสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในโลกที่โหดร้าย
“ผมปกป้องถังถัง” เหยียนเฟิงหั่วตะโกนบอกคุณครูเสียงดัง มือข้างหนึ่งเช็ดน้ำตาให้เด็กผู้หญิง มืออีกข้างกำหมัดแน่น มองไปที่คุณครูอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อถูกมองเช่นนี้นานเข้า คุณครูก็ยอมแพ้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง
เด็กคนนี้ไม่ได้สนใจคุณครู เขาสนใจแต่เด็กผู้หญิงที่ชื่อถังถังคนนั้น เขาใช้ปากเล็กๆ จุ๊บเธอไปหนึ่งครั้ง
พวกคุณครูรอบๆ ต่างนิ่งเป็นหิน พากันคิดว่าเหยียนเฟิงหั่วคืออันธพาลตัวเล็ก
คุณครูโรงเรียนอนุบาลดูไม่ผิดเลย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเหยียนเฟิงหั่วก็มาเป็นเทพพิทักษ์ให้กับถังถัง แม้แต่เด็ก ม.6 ก็ยังไม่กล้ามีเรื่องด้วย เมื่อไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาท เขาก็ไปเป็นขโมยแทน พอรู้ว่าถังถังชอบปืน เขาก็ไปเอาปืนของเล่นกล่องหนึ่งมาให้ถังถัง จนถึงตอนนี้มันก็ยังคงวางอยู่ใต้เตียงของถังถัง
และในตอนนั้นพ่อแม่โอ๋เขามากๆ เห็นการแสดงออกที่ป่าเถื่อนของเขา แต่ก็ยังคงส่งเสริมเขาต่อไป
ตอนที่อยู่มัธยมต้น หลูหมิ่นสยามีปัญหาเรื่องการทำงาน ในขณะนั้นเหยียนอ้ายกั๋วออกไปคุยธุระไม่อยู่บ้าน เหยียนเฟิงหั่วต้องเกาะติดหลูหมิ่นสยาไปทำงานเป็นเวลาสามวันและตอนนี้เขากำลังลงมือทำบาร์บีคิว
มันยากที่จะจินตนาการถึงผู้ใหญ่สามคนทำงานโดยมีเด็กมัธยมถือบาร์บีคิวเดินตาม สุดท้ายทุกคนก็ถูกเหยียนเฟิงหั่วขัดด้วยการแจกบาร์บีคิวให้คนละไม้
เขานั่งอยู่ด้านข้างมองผู้ใหญ่สามคนร่ำไห้กอดขาที่เปื้อนเลือด เขาเอาบาร์บีคิวที่เหลือมากินจนหมด สุดท้ายจึงต้องให้เขากลับบ้านไปอาบน้ำนอนก่อน
เหยียนเฟิงหั่วร้าย แต่ถังถังที่อยู่กับเขามาตั้งแต้ห้าขวบก็ร้ายไม่แพ้กัน
หนังเรื่อง “มังกรฟัดโลก” เป็นกระแสอย่างมากในประเทศจีน เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ เลียนแบบหนังและเล่นเป็นอันธพาลเหมือนตัวเอกในละคร
ถังถังเติบโตมาหน้าตาสะสวย ฐานะทางครอบครัวก็ดี ตอนนั้นพ่อของเขามีตำแหน่งเป็นหัวหน้าในกองทัพและเขาก็ยังอยู่ในโรงเรียนมัธยมด้วย เพราะแบบนี้ถังถังจึงเป็นที่หมายปองของเด็กหนุ่ม ไม่ว่าจะในโรงเรียนหรือนอกโรงเรียนก็ตาม ผู้ชายพวกนั้นล้วนอยากเป็นเพื่อนกับเธอ
เหยียนเฟิงหั่วอายุสิบห้าสิบหกปีก็สูงถึง 175 แล้ว สูงกว่าเด็กในวัยเดียวกันมาก พอทุกคนรู้ประวัติของเขาก็ไม่มีใครกล้ามองถังถังอีก แต่คนที่ไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันนั้นไม่รู้ว่าเหยียนเฟิงหั่วคือใคร จึงมีครั้งหนึ่งที่เขาถูกพวกอันธพาลจับตัวไว้
“พวกพี่ชายคิดจะทำอะไรกันอยู่เหรอ” เหยียนเฟิงหั่วยืนอยู่ข้างหน้าถังถังด้วยความเป็นห่วง สายตามองไปที่สามสี่คนตรงหน้าซึ่งมีอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี ในมือพวกอันธพาลนั้นถือบุหรี่
พวกอันธพาลไม่รู้ว่าเหยียนเฟิงหั่วเป็นใครเอามีปอกผลไม้ออกมาขู่เขา
“ผมว่าสมองของพวกพี่ชายคงผิดปกติไปแล้ว” ด้านหน้าเขามีนักเลงหลายคนที่อายุมากกว่าเขา เหยียนเฟิงหั่วพูดกับพวกเขาด้วยสีหน้าดูถูก “เล่นมีดเหรอ เพื่อนผมเล่นปืน ถ้าพี่แทงผมแล้วผมไม่ตายพวกพี่จะกลายเป็นคนขี้ขลาดนะ”
เป็นความโหดเหี้ยมที่น่ากลัว กลัวว่าจะไม่มีชีวิตต่อ
ถังถังที่อยู่ข้างหลังเดินขึ้นมาข้างหน้า หยิบของที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะหยิบขึ้นมาชี้ไปที่พวกนักเลง
หลังจากเอาของสิ่งนั้นออกมา ทุกคนพากันตะลึง มันคือปืน 54 มม.!
“ปัง!”
ถังถังยิงปืนขึ้นฟ้า ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น คนที่อยู่บริเวณรอบต่างตกใจ ล่องลอยครู่หนึ่งพอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งหนีออกมา
ปฏิกิริยาตอบสนองของเหยียนเฟิงหั่วรุนแรงตัวสั่นเทา เขาไม่พูดอะไรมาสักพักแล้ว ถังถังนั้นเก็บปืนลงไปในกระเป๋าอย่างชำนาญ ก่อนจะดึงมือเหยียนเฟิงหั่วหนีไปอย่างไร้ร่องรอย
เหยียนเฟิงหั่วจะร้องไห้แล้ว เขารู้ว่าถังถังได้เลือดพ่อมาเยอะถึงได้ชอบปืนมากขนาดนั้น แต่ใครจะคิดว่าเด็กดีอย่างเธอจะขโมยปืนของพ่อออกมาแบบนี้
ถังจิ้งจงพ่อของถังถังเป็นคนดุมาก เขาอาจจะเอาปืนยิงเหยียนเฟิงหั่วให้ตาย เด็กคนนี้กลัวจนไม่กล้าไปโรงเรียนอยู่สองสามวัน สุดท้ายก็เลยต้องย้ายโรงเรียนไป เขาเคยได้ยินถังถังเล่าเรื่องของพ่อเธอให้ฟัง เขาสามารถฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา และตอนนี้ยังมีบาดแผลจากรอยกระสุนฝังอยู่ที่หน้าอก
ถังถังไม่ทำแล้ว เธอประท้วงขอย้ายโรงเรียน พ่อของเธอถูกเธอป่วนจนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงยอมให้เธอย้ายโรงเรียน
หากพูดตามความจริง คนที่ก่อเรื่องไม่ใช่ถังถัง แต่เพราะใบหน้าของเธอไปไหนก็ทำให้ที่นั่นไม่สงบ ถูกเหยียนเฟิงหั่วรู้ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ยังไงก็ตามตอนห้าขวบเขามีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นเพื่อช่วยเธอและเขาต้องรีบฝึกฝนการต่อสู้เพื่อหาประสบการณ์
เมื่อขึ้นมัธยมปลาย เหยียนเฟิงหั่วหลงใหลในนิยายเกี่ยวกับการต่อสู้ โดยเฉพาะอาวุธลับ เขาตัดสินในฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธเพื่อใช้ปกป้องถังถัง ตอนแรกคนอื่นก็คิดว่าเขาจะสนใจแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ถังถังก็หัวเราะและทิ้งให้เขาฝึกฝนกับเหรียญของเขาต่อไป
แต่หลังจากที่เห็นเล็บนิ้วชี้ทั้งสองข้างของเขามีเลือดไหลออก ทุกคนก็รู้ว่าเขาไม่ได้สนใจแค่ช่วงสั้นๆ แต่เป็นการฝึกที่จริงจัง เพราะเหตุนี้หลูหมิ่นสยาจึงเจ็บปวดมาก แต่เหยียนอ้ายกั๋วพ่อของเขาที่เงียบขรึมไม่ค่อยพูดกลับลูบหัวเขาเพื่อแสดงความสนับสนุน ไม่เพียงแค่พูดสนับสนุนเท่านั้น เขายังจ่ายเงินจำนวนไม่น้อยให้เหยียนเฟิงหั่วไปเรียนกับอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้
หลูหมิ่นสยาต่อว่าเหยียนอ้ายกั๋วทั้งน้ำตา “คุณรู้ไหมว่าวันๆ เขาเอาแต่ทะเลาะวิวาท ให้เขาไปเรียนการต่อสู้จะไม่ยิ่งไปกันใหญ่เหรอคะ คุณอยากส่งลูกไปยู่ในคุกหรือไง อ้ายกั๋ว ถ้าเราให้เหยียนเฟิงหั่วเรียนการต่อสู้ ให้เขากลับไปเรียนดีๆ ไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“ลูกชายของผม ผมเข้าใจเขาดี” เหยียนอ้ายกั๋วพูดกับภรรยา “เขาไม่ได้ทะเลาะวิวาทเพราะต้องการมีเรื่องกับใคร เขารู้ความกว่าใครๆ ผมเชื่อในตัวลูกชายของพวกเรา”
“แต่มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ถ้าหากไม่ระวังไปทำคนอื่นตายจนต้องเข้าคุกจะทำยังไงคะ” หลูหมิ่นสยายังคงร้องไห้
“วางใจเถอะ ลูกชายของเราใช่คนที่จะเข้าคุกเข้าตารางหรือไง การเรียนของเขาเป็นที่หนึ่งในเด็กรุ่นเดียวกันมาตลอด รับรองว่าต้องสอบเข้ามหาวิทยาลังชิงหัวได้แน่ ฮ่าๆ” เหยียนอ้ายกั๋วหัวเราะเพื่อปลอบใจหลูหมิ่นสยา
พูดถึงระดับการเรียนของเหยียนเฟิงหั่ว หลูหมิ่นสยาก็หยุดร้อง หากพูดถึงเรื่องที่ลูกชายตนชอบไปต่อยตีกับชาวบ้าน แล้วจะไม่พูดถึงเรื่องผลการเรียนของเขาได้อย่างไร เขาเป็นที่หนึ่งของชั้นปีมาตลอด
เรื่องก็เป็นแบบนี้ เหยียนเฟิงหั่วที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นอกจากเข้าเรียนปกติแล้ว เวลาที่เหลือก็จะซ้อมศิลปะการต่อสู้ ถังถังมักจะเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นเหยียนเฟิงหั่วร้องไห้ ดังนั้นหากที่บ้านมีของดีอะไรเธอก็จะขโมยมาให้เหยียนเฟิงหั่ว
ดังนั้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จึงผ่านมาเช่นนี้ พวกเขาสองคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะที่ถังถังเลือกเรียนทำให้คนอื่นๆ ต่างพากับประหลาดใจ เธอเลือกเรียนในขณะปืนใหญ่และอาวุธจักรกล เพื่อสืบทอดปณิธานของพ่อเธอ
เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ความสูงของเหยียนเฟิงหั่วก็พุ่งสูงถึง 180 เซนติเมตร เนื่องจากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ร่างกายของเขาจึงแข็งแกร่งมาก ใบหน้าของเขาผอมมาก ดวงตาสีดำประกาย เวลาที่เขายิ้มก็ดูเจิดจรัส เป็นผู้ชายหล่อเหลาและสมบูรณ์แบบ
ถังถังโตขึ้นก็ยิ่งสวยขึ้น เพียงแต่ที่ไหนมีเหยียนเฟิงหั่วที่นั่นก็ต้องมีเธออยู่ด้วย เธอชอบหลบเข้าไปอยู่ในบ้านของเหยียนเฟิงหั่ว ทำเหมือนบ้านของเหยียนเฟิงหั่วเป็นบ้านของตัวเอง
แต่เหยียนเฟิงหั่วไม่กล้าไปที่บ้านของถังถัง เวลาที่เห็นพ่อของเธอก็อยากจะหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้พ่อของเธอเป็นอาจารย์แล้ว เขาก็ยังคงหวาดกลัวพ่อของถังถังอยู่ลึกๆ เมื่อก่อนเคยกลัวยังไงตอนนี้ก็ยังคงกลัวแบบนั้น
ถ้าหากว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ คู่รักที่คบกันมาตั้งแต่เด็กคู่นี้ก็จะจบการศึกษาพร้อมกัน จากนั้นพวกเขาก็จะมุ่งมั่นทำธุรกิจไปด้วยกัน แต่วันเปิดเรียนในช่วงฤดูหนาวปีนี้ กลับมีเรื่องเกิดขึ้นกับเหยียนเฟิงหั่ว เรื่องที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่กองทัพ