นักรบยอดจารชน

นักรบยอดจารชน: บทที่ 18 ผมจะเป็นทหาร ตอนที่ 18

#18บทที่ 18 ผมจะเป็นทหาร

บทที่18 ผมจะเป็นทหาร

ประตูทางเข้าหน่วยติดอาวุธ มีคนมากมายอยู่รอบๆ ทั้งด้านในและด้านนอกของชั้นสาม ตรงกลางคือเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งพกมีดเอาไว้ที่บ่า

“ไม่ว่าจะอย่างไรผมเหยียนเฟิงหั่วก็เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ร่างกายของผมหากเข้าไปในกองทัพต้องเป็นทหารที่ดีแน่นอนครับ ท่านบอกผมหน่อยว่าทำไมไม่ให้ผมเป็นทหาร นโยบายก็แล้วว่าเป็นทหารมีหน้าที่ปกป้องทุกคนในประเทศ ต้องไม่ขัดต่อศีลธรรม ผมก็อยากดูแลประชาชน แล้วทำไม่พวกคุณไม่ให้ผมทำล่ะ”

“ฉันบอกนายแล้วเจ้าหนุ่ม” ผู้นำหน่วยติดอาวุพูดไม่ออก เขาจับเสื้อเหยียนเฟิงหั่วแล้วกล่าวว่า “เอาไว้ถึงเวลาเหมาะสมตามกำหนดนายค่อยมา ตอนนี้การคัดเลือกทหารเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งหมดออกทัพกันไปแล้ว หรือไม่ก็ปีหน้านายค่อยมา ฉันจะให้ใบรับประกันนายเข้าไป”

คนรอบๆ มุงดูกันครึกครื้น ด้วยใบหน้ายิ้ม นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนอยากมาเป็นทหาร

“หึ เจ้าหนุ่ม แสดงฝีมือๆ ไม่แน่เด็กอายุ 18 อย่างนายอาจจะได้มาเป็นทหาร”

“ฮ่าๆๆๆ…”

กลุ่มฝูงชนต่างพากันหัวเราะ มองที่เหยียนเฟิงหั่วซึ่งมีท่าทีกระตือรือร้นอย่างสนใจ

แต่เสียงหัวเราะเยาะของทุกคนคนไม่สามารถทำอะไรเหยียนเฟิงหั่วได้ ตั้งแต่เขาเดินออกจากบ้านมา เขาก็เห็นป้ายรับเกณฑ์ทหาร จึงมานั่งรอที่หน้าประตูของหน่วยติดอาวุธตลอดทั้งคืน ‘เป็นทหาร จะต้องได้เป็นทหาร’

“ปีหน้า?” เหยียนเฟิงหั่วยืดคอพูดเสียงดัง “ไม่ได้ ผมต้องเป็นทหารปีนี้ รอถึงปีหน้าไม่ได้หรอก หัวหน้า ผมบอกท่านแล้วว่าผมจะเป็นทหารที่ดีที่สุดแน่นอน ดีกว่าทหารที่ท่านคัดเลือกมาในปีนี้เสียอีก ถ้าไม่ยอมรับผมพวกท่านก็จะเสียใจ แล้วเดี๋ยวท่านจะได้รู้ว่าทหารที่ดีเป็นยังไง”

เมื่อเห็นกิริยาโอ้อวดตัวเองทุกคนก็พากันหัวเราะอีก หัวหน้าหน่วยติดอาวุธเองก็หัวเราะเช่นกัน แต่มีคนหนึ่งในนั้นที่ไม่หัวเราะ คนๆ นี้ลักษณะหน้าตาธรรมดามาก เขายืนตัวตรง สิ่งที่ดึงดูดความสนใจคนที่สุดคือรอยแผลเป็นสีม่วงคล้ำที่ลำคอ เขาหรี่ตามองเหยียนเฟิงหั่ว พินิจพิเคราะห์ตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ฮ่าๆ” หัวหน้าหน่วยติดอาวุธหัวเราะ แล้วเอ่ยกับเหยียนเฟิงหั่ว “เด็กน้อย เธอบอกว่าเธอเป็นทหารที่ดี ฉันจะคอยดูว่านายเป็นทหารที่ดียังไง”

นี่เป็นเหมือนการหลอกล่อไว้ใช้งาน แต่เหยียนเฟิงหั่วไม่ชอบถูกใครมองว่าเป็นลิง เขาไม่ใช่นักแสดง

“ไม่มีปัญหา” เหยียนเฟิงหั่วพูดพร้อมตบหน้าอกอันล่ำสัน “พวกเรามาตกลงกันก่อน ถ้าหากผมแสดงฝีมือออกมาแล้วท่านจะให้ผมเป็นทหาร เป็นยังไงครับ”

“ยังจะต่อรองอีกนะ ฮ่าๆๆ...” หัวหน้าหัวเราะขึ้นมา ชี้เหยียนเฟิงหั่วแล้วพูดว่า “เจ้าหนุ่ม คำพูดนายทำให้ฉันทึ่งมาก ฉันจะแนะนำนายให้กับกองทัพ ฉันพูดคำไหนคำนั้น”

“ดีครับ” เหยียนเฟิงหั่วรับปาก

คนที่มุงอยู่ด้านข้างเห็นเด็กหนุ่มต้องการแสดงฝีมือ จึงพากันปรบมือ ทำให้กลุ่มวงล้อมขยายใหญ่ขึ้น

เหยียนเฟิงหั่วยืนอยู่ตรงกลางวงล้อมด้วยสายตาเยือกเย็น รังสีดั่งมีดแหลมคมแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ไม่ทันไรเขาก็ปล่อยหมัดตั๊กแตนออกมา ต่อด้วยกระบวนท่าในการต่อสู้จริงอีกหนึ่งชุด

เหยียนเฟิงหั่วที่กำลังร่ายมวยได้เข้าสู่โลกของตัวเองไปแล้ว ไม่ได้ยินอะไรแม้อยู่ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง ร่ายมวยอย่างราบรื่นจนจบ

ไม่รอให้ใครปรบมือให้ สายตาของเขาก็เปลี่ยนไป และเริ่มแสดงมวยไทเก๊ก สีหน้าของเหยียนเฟิงหั่วสงบนิ่งแสดงมวยไทเก๊ก มีการไล่ลำดับกระบวนท่า เคลื่อนไหวราวกับสาวไหม จังหวะการก้าวเท้าเหมือนกับแมว

เมื่อเห็นเหยียนเฟิงหั่วแสดงมวยไทเก๊ก เหล่าคนอายุมากต่างพากันประหลาดใจ พวกเขารู้ดีว่ามวยไทเก๊กของเหยียนเฟิงหั่วนั้นเป็นการแสดงที่งดงาม

ชายที่มีรอยแผลเป็นสีม่วงคล้ำบนลำคอพยักหน้าเบาๆ ในดวงตาสัมผัสถึงเปลวไฟร้อนแรงแผ่ซ่านออกมา

มวยไทเก๊กแสดงจบ ใบหน้าของเหยียนเฟิงหั่วสงบลง เขาพ่นลมหายใจแล้วมองหัวหน้าหน่วยติดอาวุธ

“เป็นยังไงครับ ให้ผมเป็นทหารได้ไหม” เหยียนเฟิงหั่วถามเสียงดัง

หัวหน้าหน่วยติดอาวุธไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ที่เด็กหนุ่มคนนี้แสดงเมื่อสักครู่แน่นอนว่าทำให้เขาตกใจจริงๆ พูดได้ว่าเด็กคนนี้คือเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน หากนำมาขัดเกลาฝึกฝนสักหน่อยจะต้องเป็นทหารดีคนหนึ่งแน่ แต่จากดูบัตรประจำตัวนักเรียนของเขา เขาก็เป็นเด็กมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงจริงๆ

“หึหึ เจ้าหนุ่ม เท่านี้ยังไม่พอหรอกนะ นี่เป็นกองทัพไม่ใช่โรงเรียนสอนการต่อสู้...”

“นี่ก็เพียงพอแล้ว!” เหยียนเฟิงหั่วโมโห เขาหยิบเงินสองสามเหรียญออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยกมือขึ้นขว้างเหรียญไปที่เครื่องหมายของหน่วยติดอาวุธ

“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!” เหรียญทั้งสามเหรียญฝังลึกไปในเครื่องหมาย

มือนี้ทำให้ดวงตาทุกคนต่างตกตะลึง พวกเขาลืมหัวเราะเยาะไปแล้ว กลับมองที่มือของเหยียนเฟิงหั่ว

“ไฟถนนด้านขวาดวงที่หนึ่ง!”

เพล้ง ไฟถนนแตกละเอียด

“ไฟถนนด้านซ้าย!”

เพล้ง ไฟถนนด้านซ้ายแตกละเอียด

เหยียนเฟิงหั่วโมโหเดินไปด้านหน้าของหัวหน้าที่กำลังตะลึงอยู่ เขาหยิบเสื้อของตัวเองมา ก่อนจะแหวกทางฝูงชนเดินออกไป

“อย่าเพิ่งไป ฉันรับเธอแล้ว ไปเป็นทหารกับฉัน” ร้อยโทคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าตะโกนเรียกเขาเสียงดัง แล้วตามเหยียนเฟิงหั่วไป

“พลัก” ข้อมือของร้อยโทถูกผลักออกโดยชายมีแผลเป็นสีม่วงตรงลำคอ “ทหารคนนี้เป็นของฉัน”

“นายเป็นใครเนี่ย ไปทางอื่นเถอะ” ร้อยโทสะบัดมือออกแต่ก็สะบัดไม่หลุด มือของเขาเหมือนถูกคีมหนีบแน่นจนขยับไม่ได้

“นี่พวก ใครเจอทหารดีใจมันก็คันยิบๆ ทั้งนั้นแหละ ไม่อย่างนั้นเราให้เด็กคนนี้เลือกดีเถอะ” ชายมีแผลเป็นสีม่วงที่คอหัวเราะแล้วพูดกับร้อยโท

สายตาของร้อยโทหยุดอยู่ที่รอยแผลเป็นบนคอของเขาและยิ้มมุมปาก เขาพลิกข้อมือของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินไปหาเหยียนเฟิงหั่วด้านหน้าพร้อมกัน

เหยียนเฟิงหั่วชำเลืองมองทั้งสองคน ในดวงตาเผยความดื้อรั้น “ผมไม่เป็นทหารแล้ว ชักแม่น้ำทั้งห้ามาลากผมไปผมก็ไม่ไปแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็สัมผัสได้ถึงความหัวดื้อของเหยียนเฟิงหั่ว ชายมีแผลเป็นที่คอยิ่งสนใจเขาเข้าไปอีก

“เจ้าหนุ่ม” ร้อยโทพูดกับเหยียนเฟิงหั่วเสียงดัง “ไปกับฉัน มีค่าอาหารให้วันละ 35 หยวน สามารถขึ้นรถถังและเรือรบได้ มีเวลาว่างก็ไปตกปลาฉลาม มีอาหารซีฟู้ดให้กิน ไม่ซ้ำแบบแน่นอน อ้อ เรายังมีหน่วยรบสื่อสาร ในนั้นมีแต่ทหารผู้หญิงสวยๆ รับรองว่าไม่เหงาแน่นอน”

เหยียนเฟิงหั่วมองไปที่ร้อยโท ในสายตามีแต่ความดูถูกดูแคลน

“รู้จักหน่วย SEAL ไหม หน่วยรบที่พวกเราทำอยู่ก็คือหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพเรือนั่นแหละ” ร้อยโททุบหน้าอกตัวเองด้วยใบหน้าแสนภูมิใจ “หน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพเรือหน่วยแรกของประเทศ หากนายเข้าไปแล้ว อยากเล่นอะไรก็เล่น กระโดดบันจี้จัมพ์นับนก เล่นกระโดดร่มขีดจำกัดความสูง 1500 เมตร สุดยอดไหมล่ะ? แค่นายไปกับฉัน ปีแรกให้นายเข้าร่วมกองกำลัง ปีที่สองให้นายเป็นหัวหน้ากอง ปีที่สามกส่งนายเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร”

สายตาของเหยียนเฟิงหั่วยิ่งดูถูกเหยียดหยามเพิ่มขึ้นไปอีก ในสายตาคนอื่นเขามีแต่ความเย่อหยิ่ง แต่เป็นความเย่อหยิ่งโดยธรรมชาติ ไม่ได้ทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด

“นายอยากเป็นทหารเพราะมีเรื่องบางอย่าง นายเลยต้องการพื้นที่สำหรับการคิดพิจารณา” ชายที่มีแผลเป็นที่คอปล่อยมือออกจากร้อยโท เขามองเหยียนเฟิงหั่วและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ฉันชอบกลิ่นที่แผ่ออกมาจากตัวนาย ถ้าหากนายไปกับฉัน ที่นั่นจะมีที่ให้นายได้คิด พวกเราไม่มีอาหารราคาสูงๆ และก็ไม่มีสาวสวยด้วย เรียกได้ว่าพวกเราที่นั่นเปล่าเปลี่ยวมากจนทำให้คนเป็นบ้าได้”

สายตาของเขามองที่แผลเป็นบริเวณลำคอ เหยียนเฟิงหั่วไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะสายตาคมกริบของฝ่ายตรงข้าม ราวกับสามารถทะลุเข้าไปในส่วนลึกของก้นบึงหัวใจของเขาได้

“นายเป็นใครกันแน่ จะแย่งทหารคนนี้กับฉันให้ได้ใช่ไหม” ร้อยโทพูดเสียงดังกับชายที่มีแผลเป็นบริเวณลำคอไว้อย่างไม่สบอารมณ์

แต่ชายที่มีรอยแผลเพียงแค่ยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปหาเหยียนเฟิงหั่ว “ฉันให้เวลานาย 10 นาทีในการเลือก”

เมื่อพูดจบ เขาก็ยกนาฬิกาขึ้นมาดู มองดูจังหวะเข็มวินาที

ตอนนี้เขาไม่สนว่าตนจะตกอยู่ในสายตาของเหยียนเฟิงหั่วหรือในสายตาของร้อยโท เขามีแต่ความเย่อหยิ่งและความมั่นใจ ที่จริงเขาไม่อยากจะรอเวลา เพราะอย่างไรก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะอยู่ในการควบคุมของเขา

“ผมไปกับคุณ” เหยียนเฟิงหั่วคิดสองจิตสองใจอยู่ 2-3 นาที ก็ตัดสินใจพูดออกมา

เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่แตกต่างของชายที่มีรอยแผลเป็น ดูเหมือนว่านี่แหละเป็นนิสัยที่ทหารที่แท้จริง เขารู้สึกว่าหากไปกับชายที่มีรอยแผลเป็นแล้วเขาจะได้พื้นที่ที่เขาต้องการ บางทีความรกร้างเปล่าเปลี่ยวคงเหมาะสมตัวเขาเอง

ชายที่มีรอยแผลที่คอพยักหน้า หมุนตัวเดินออกไปนอกฝูงชน

“เฮ้ยๆ” ร้อยโทตะลึงไปนิดหน่อย ตะโกนเสียงดังอย่างไม่พอใจ “เจ้าหัวขโมย ทำไมมาแย่งทหารของฉันไปล่ะ นายเป็นใครกันแน่?”

“จางเจาหยาง” ชายที่มีรอยแผลเป็นตอบโดยไม่หันกลับมา

“จางเจาหยาง” ร้อยโทตกตะลึงอย่างที่สุด มองจางเจาหยางที่กำลังพาเหยียนเฟิงกลัวเดินไปไกลแล้ว ถึงสบถคำด่าออกมา “แม่งเอ๋ย พวกแกมันก็แค่หัวขโมย กองกำลังของพวกแกมันก็เป็นหัวขโมยกันทั้งหมดนั่นแหละ ไอ้พวกโจรกระจอก ฉันจะบอกนายไว้นะ ฉันจะแจ้งไปที่หัวหน้า อย่าหนีนะเว้ย ฉันจะสู้ตัวต่อตัวกับนาย”

ร้อยโทนายนั้นเต้นเร่าๆ ด้วยความโกรธ กระวนกระวาย

devc-a3b5dd88-33025นักรบยอดจารชน: บทที่ 18 ผมจะเป็นทหาร ตอนที่ 18