ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 11

#11ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 11 ทั่วป๋าอิ้น

บนท้องถนนพลันเงียบกริบ

ชายเมาสุราผู้นั้นหน้าแดงก่ำแล้ว เห็นชัดว่าเขาเมาไม่หนักพอ ยังรู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไป๋หลี่ชิงหง ไม่ว่าแพ้ชนะก็ล้วนไม่ได้ก่อเกิดผลดีอันใด

เขาแพ้ ผู้กล้าเผ่ามั่วถึงกับสู้ไอ้หน้าขาวสามีท่านหญิงหลิงชวนไม่ได้ วันหน้าจะมีหน้าพบผู้คนได้อย่างไร

เขาชนะ ยากจะรับรองว่าวันหน้าไอ้หน้าขาวจะใช้อำนาจรังแกกดดันหรือไม่ หรือไปขอให้ท่านหญิงหลิงชวนกับอ๋องหมิงออกหน้าจัดการหรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังได้ยินประวัติของไป๋หลี่ชิงหง เมื่อสิบปีก่อน ไป๋หลี่ชิงหงเป็นขุนพลชื่อก้องแห่งเทียนฉี่

ไป๋หลี่ชิงหงเห็นท่าทางลังเลและอึดอัดของอีกฝ่าย เพียงเอ่ยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ไม่กล้า?”

“ใครบอกไม่กล้า!” สุดท้ายชายเมาสุราผู้นั้นก็สูญสิ้นสติที่จะควบคุมตัวเองต่อสายตาดูแคลนของไป๋หลี่ชิงหง เขาคำรามอย่างโมโหขึ้นเสียงหนึ่ง ชักดาบที่เอวออกมาฟันใส่ไป๋หลี่ชิงหงท่ามกลางความตกใจของทุกคน

ไป๋หลี่ชิงหงกลับไม่ลงมือ เพียงแค่เอี้ยวตัวหลบดาบที่ฟันมาจากด้านหน้า ไหล่ขวาของเขากระแทกขึ้นหน้าเล็กน้อย แขนของชายเมาสุราก็ถูกกระแทกเบนไปอีกด้าน จากนั้นไป๋หลี่ชิงหงก็ยกเท้าเตะคนผู้นั้นกระเด็นออกไปหลายจั้งโดยไม่เปลืองแรงแม้แต่น้อย ร่างชายผู้นั้นกระแทกเข้ากับกำแพงริมถนนก่อนจะม้วนกลิ้งลงมา

ฉู่หลิงก้มหน้าลง สายตายังคงมองไปยังชายเมาสุราที่ตกลงมาไม่ไกลจากตรงหน้านางพอดี

คนผู้นั้นขมวดคิ้ว กระอักเลือดสดออกจากปาก ดาบยาวที่เดิมอยู่ในมือก็ร่วงหล่นลงพื้น

เขายังไม่ทันเงยหน้าขึ้นมา เท้าที่สวมรองเท้าหุ้มแข้งสีเงินเทาคู่หนึ่งก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

ไป๋หลี่ชิงหงก้มลงมองผู้แพ้ด้วยฝีมือเขา “สวะ”

ชายเมาสุราถลึงตาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความโมโห

คนข้างๆ มองดูแล้วก็แตกตื่นตกใจ เห็นสถานการณ์ตอนนี้ก็รีบเข้ามาขออภัย ก่อนจะกล่าววาจาให้ไป๋หลี่ชิงหงคลายโทสะลง สีหน้านอบน้อมกว่าเมื่อครู่มาก

ชาวเผ่ามั่วยกย่องผู้กล้า แม้ว่าเรื่องที่ไป๋หลี่ชิงหงยอมสวามิภักดิ์และสถานะตอนนี้ของเขาทำให้พวกเขาดูแคลน แต่ไป๋หลี่ชิงหงก็แข็งแกร่งกว่าพวกเขาจริงๆ เพียงแค่เรื่องนี้ พวกเขาก็ไม่มีคุณสมบัติพอจะดูแคลนไป๋หลี่ชิงหงแล้ว

หากไป๋หลี่ชิงหงสังหารคนผู้นี้ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้

เห็นชัดว่าไป๋หลี่ชิงหงไม่ได้มาสังหารคน เพียงแต่ส่งสายตามองชายร่างใหญ่พวกนั้นนิ่งเงียบ ก่อนจะหันหลังจากไป เขาเดินไปนั่งที่แผงค้าริมทางไม่ไกลนัก กินอาหารเช้า!

เพราะเรื่องราวเกิดกะทันหัน เดิมท้องถนนที่คึกคักก็เงียบลงไปมาก ไม่ว่าชาวเป่ยจิ้นหรือชาวเทียนฉี่ต่างพากันถอยห่างจากไป๋หลี่ชิงหงไปไกล ไป๋หลี่ชิงหงเห็นชัดว่าไม่สนใจเรื่องนี้ เดินไปนั่งลงรออาหารที่ตนเองสั่งไว้ จากนั้นก็กินเงียบๆ

อย่างไรก็เป็นลูกหลานตระกูลขุนนาง แม้อยู่เป่ยจิ้นมาเกือบสิบปี แต่กิริยาท่าทางของเขาก็ยังคงสง่างามเป็นธรรมชาติอย่างไม่ต้องเสแสร้ง

ฉู่หลิงหวนนึกถึงการเคลื่อนไหวลงมือของไป๋หลี่ชิงหงเมื่อครู่ หากเป็นจิ้งจอกโลหิตคนเดิมในอดีตน่าจะสู้กับไป๋หลี่ชิงหงได้สูสี ถึงขั้นหากต่อสู้กันจริงๆ ขึ้นมา ที่จบชีวิตน่าจะเป็นไป๋หลี่ชิงหง

แต่ตอนนี้...มองดูร่างน้อยบอบบางราวกับถั่วงอกของตนเองอย่างแสนเสียใจ ในใจฉู่หลิงลอบถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้

ฉู่หลิงกำลังจะลุกขึ้นกลับ แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นยืนก็ต้องย่อตัวกลับลงอีกครั้ง

นางเห็นคนผู้หนึ่ง คนที่ในความทรงจำนางกระจ่างชัด แต่ความจริงแต่ไรมานางไม่เคยพบเจอ

ที่หัวถนน ชายหนุ่มในชุดแพรสีเข้มปักไหมทองนำคนเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เทียบกับชาวจงหยวนที่นิยมใส่ชุดทรงกว้างและรัดเข็มขัด ชาวเป่ยจิ้นที่สวมเสื้อหนังสั้นก็ยิ่งทำให้ดูดุดันยิ่งขึ้น

คนผู้นั้นดูแล้วน่าจะราวยี่สิบห้ายี่สิบหกใกล้เคียงกับไป๋หลี่ชิงหงและจวินอู๋ฮวน ผิวเป็นสีน้ำตาลราวข้าวสาลีท่ามกลางแสงแดด หน้าตาเด็ดเดี่ยวหนักแน่น มีความดุร้ายและยโสแบบชาวเป่ยจิ้น

เขามองเห็นไป๋หลี่ชิงหงมาแต่ไกล จึงขมวดคิ้วด้วยความเคยชิน

ไป๋หลี่ชิงหงย่อมเห็นเขา แต่กลับไม่พูดอะไร แม้แต่ท่าทางการกินก็ไม่ได้หยุดชะงัก

คนผู้นั้นเดินผ่านผู้คนมาหยุดตรงหน้าไป๋หลี่ชิงหง เลิกคิ้วกล่าวว่า “บังเอิญจริงนะ ถึงกับได้พบน้องเขยได้”

ดูเหมือนเป็นคำทักทายธรรมดา แต่กลับแฝงความลบหลู่ดูแคลน เห็นชัดว่ามองไป๋หลี่ชิงหงเป็นเครื่องประดับกายของท่านหญิงหลิงชวน

สีหน้าไป๋หลี่ชิงหงยังคงไม่แปรเปลี่ยน เขาเงยหน้ากล่าวเสียงเรียบว่า “คิดไม่ถึง อ๋องเสิ่นก็มาสถานที่เล็กๆ เช่นนี้ด้วย”

ฉู่หลิงแอบสูดลมหายใจลึก ไม่ผิด ชายผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นองค์ชายสี่เป่ยจิ้น อ๋องเสิ่น...ทั่วป๋าอิ้น

ตอนที่บรรดาเชื้อพระวงศ์หญิงถูกจับเป็นเชลยแรกๆ ได้รับการปฏิบัติที่ไม่ได้แย่เหมือนตอนนี้ อย่างน้อยฉู่ฝูอีกับฉู่ชิงอีก็ไม่ได้รับการปฏิบัติที่เลวร้าย อย่างไรพวกนางก็เป็นสายเลือดฮ่องเต้เทียนฉี่ เดิมชาวเป่ยจิ้นวางแผนว่าจะใช้พวกนางไปต่อรองผลประโยชน์กับฮ่องเต้เทียนฉี่ น่าเสียดายที่ชาวเป่ยจิ้นคาดการณ์ผิด เทียนฉี่กับเป่ยจิ้นนั้นต่างกัน ลูกสาวไม่มีราคา แม้จะเป็นถึงองค์หญิงก็ไม่ต่างกัน

นับประสาอะไรกับฮองเฮา ไทเฮายังถูกจับเป็นเชลยด้วย องค์หญิงจะสักเท่าไรกัน

พอชาวเป่ยจิ้นรู้ว่าใช้องค์หญิงทั้งสองแลกผลประโยชน์อันใดไม่ได้ สถานการณ์ของฉู่ฝูอีไม่คิดก็คงรู้ได้

เจ็ดปีก่อน ฉู่ฝูอีถูกส่งไปเป็นอนุภรรยาปรนนิบัติในจวนองค์ชายสี่ น่าจะเมื่อสามสี่ปีก่อน ตอนที่ฉู่ฝูอีได้รับความโปรดปรานที่สุด ปีนั้นฉู่ชิงอีแปดขวบ มีชีวิตลำบากในสำนักซักล้าง ฉู่ฝูอีสงสารน้องสาว ขอร้ององค์ชายสี่ให้พาน้องสาวมาอยู่จวนองค์ชายสี่

ฉู่ฝูอีเก็บซ่อนน้องสาวไว้อย่างดี แม้ว่าฉู่ชิงอีอยู่จวนองค์ชายสี่มาสองปี แต่เคยเห็นองค์ชายสี่นับครั้งได้ สองปีต่อมา ฉู่ฝูอีไม่เป็นที่โปรดปราน ฉู่ชิงอีถูกส่งกลับสำนักซักล้าง

จากนั้นเมื่อครึ่งปีก่อน ฉู่ฝูอีก็ถูกส่งกลับสำนักซักล้าง

ฉู่หลิงไม่ค่อยแน่ใจว่าทั่วป๋าอิ้นจะจำนางได้ไหม อย่างไรโลกนี้ก็มีคนที่ผ่านตาไม่มีลืม แม้ว่าพบเห็นได้น้อย แต่ก็ใช่ว่าไม่มี

ทั่วป๋าอิ้นแค่นฮึเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง สีหน้าแทบจะดำคล้ำ

“ได้ยินว่าน้องเขยจับตัวเซี่ยถิงเจ๋อได้ ยินดีด้วย เสด็จพ่อทราบแล้วย่อมต้องดีพระทัยมาก คิดว่าอ๋องหมิงก็คงดีใจด้วยเช่นกัน” ทั่วป๋าอิ้นเสียดสี

ไป๋หลี่ชิงหงกวาดตามองเขานิ่งเรียบปราดหนึ่ง ไม่กล่าวอันใด

ทั่วป๋าอิ้นหัวเราะเยาะ กล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้มาแย่งความชอบกับเจ้า ความชอบพวกนี้...ข้าไม่เห็นในสายตา”

ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวตอบ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ทราบว่าองค์ชายสี่มาที่นี่ด้วยเหตุใด”

รอยยิ้มบนใบหน้าทั่วป๋าอิ้นเลือนหายไปในทันที เขาจ้องมองไป๋หลี่ชิงหง เอ่ยทีละคำว่า “องค์หญิงหลิงซี ตายแล้ว”

มือของไป๋หลี่ชิงหงที่ยกถ้วยชาอยู่ชะงักเล็กน้อย สีหน้าไร้อารมณ์ กล่าวเพียงว่า “เรื่องนี้...ควรค่าให้องค์ชายสี่มาบอกข้าน้อยในพื้นที่ห่างไกลหลายร้อยลี้นี่หรือ”

ทั่วป๋าอิ้นลอบสังเกตเขาครู่หนึ่ง เอ่ยขึ้น “ดูท่า เจ้าไม่ใส่ใจนางผู้นั้นแม้แต่น้อยเลยจริงๆ”

ไป๋หลี่ชิงหงไม่ตอบ ได้ยินเพียงทั่วป๋าอิ้นกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น ที่ข้ามานี่ก็เพราะ...ฉู่ชิงอีหายตัวไป ข้าไล่สืบเสาะมา นางมาทางใต้”

“ฉู่...ชิงอี?” ไป๋หลี่ชิงหงอึ้งไปเล็กน้อย ราวกับยังนึกไม่ออกว่าคนคนนี้คือผู้ใด

ทั่วป๋าอิ้นกล่าวว่า “ไม่เพียงแต่ฉู่ชิงอีหายตัวไป ยังมีทหารยามตายไปอีกสอง เจ้าว่า มีคนช่วยนางออกไปไหม”

อยู่ๆ สีหน้าของไป๋หลี่ชิงหงก็เคร่งขรึมขึ้นมา “เจ้ากำลังสงสัยข้า องค์ชายสี่ควรรู้ว่าข้าออกจากเมืองเหนือมาได้สองเดือนแล้ว”

ทั่วป๋าอิ้นยิ้ม “ข้าจะสงสัยเจ้าได้อย่างไร อย่างไร...น้องเขยเห็นฉู่ฝูอีตกระกำลำบากก็ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร ก็แค่ฉู่ชิงอี จะไปกระไรนัก แต่ทว่าบังเอิญผ่านมาได้ยินเรื่องนี้ จึงมาแสดงความห่วงใยสักหน่อยเท่านั้น”

“ขอบคุณที่ห่วงใย” ไป๋หลี่ชิงหงกล่าวเสียงเยียบเย็น คนนอกที่อยู่ห่างออกไปยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศฟาดฟันระหว่างชายทั้งสอง

devc-75d0bbbd-32992ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 11