ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 12

#12ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 12 อวิ๋นอี้ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!

ในฐานะที่เป็นหัวข้อในการสนทนา ฉู่หลิงรู้สึกตื่นตระหนกอยู่บ้าง

นางไม่แน่ใจว่าตอนนี้ทั่วป๋าอิ้นจะจำนางได้ไหม แต่ไปจากที่นี่ตอนนี้ เห็นชัดว่าไม่ใช่ความคิดที่ดีอันใด ชายสองคนนี้ ล้วนเป็นขุนนางชั้นสูง การขยับตัวอย่างกะทันหันไม่คิดหน้าคิดหลังจะทำให้พวกเขาสังเกตเห็นง่ายยิ่งขึ้น นางจึงพยายามระมัดระวังไม่กล้าขยับตัวอยู่ท่ามกลางผู้คน

ดังนั้นฉู่หลิงจึงไม่หันมองไปทางนั้นอีกเลย แต่ขดตัวอยู่ในมุมหนึ่ง หลับตาทำสมาธิพักผ่อนร่างกาย แม้เป็นเช่นนี้ สองหูก็ไม่กล้าหยุดฟังความเคลื่อนไหวทุกอย่างรอบกายแม้สักวินาที ถึงกับเตรียมการไว้แล้วว่าถ้าหากมีคนมาทางนาง จะเตรียมใช้วิธีการรับมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดโต้ตอบอย่างไร

โชคดีที่แม้ว่าทั่วป๋าอิ้นกับไป๋หลี่ชิงหงจะว่างงานเพียงใด ก็คงไม่ว่างถึงขั้นสังเกตเห็นขอทานน้อยสกปรกมอมแมมข้างทางคนหนึ่ง อย่างไรในยุคสมัยนี้ ก็พบเห็นขอทานริมถนนได้ทุกแห่ง และพวกเขาย่อมไม่นำเอาองค์หญิงไปเชื่อมโยงเข้ากับขอทานน้อยคนหนึ่งแน่

ถูกต้อง องค์หญิงเช่นข้าปะปนอยู่อย่างนี้น่าอนาถไม่น้อย ฉู่หลิงคิดอย่างปวดใจ

ฉู่หลิงเดินกลับพลางคิดเรื่องก่อนหน้าที่ทั่วป๋าอิ้นสนทนากับไป๋หลี่ชิงหง เซี่ยถิงเจ๋อถูกขังอยู่ในจวนนายกองพันที่อยู่กลางเมือง เดิมคนที่ไป๋หลี่ชิงหงพามาด้วยก็ยากรับมือแล้ว ตอนนี้ยังมีทั่วป๋าอิ้นมาอีกคน สถานะองค์ชายอย่างทั่วป๋าอิ้น ไปไหนมาไหนย่อมมีคนติดตามไม่น้อยไปกว่าไป๋หลี่ชิงหง

“แม่นางอาหลิง”

ฉู่หลิงหยุดฝีเท้าลง มองชายร่างใหญ่ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่งเฉย ในแววตาฉายประกายความระแวดระวังและเฉียบคม

ชายร่างใหญ่ผู้นั้นไม่ใช่ใคร ก็คือคนข้างกายคุณชายฉางหลีที่ได้พบเมื่อวันก่อน

ได้ยินเขากล่าวเพียงว่า “คุณชายเราเชิญแม่นางไปสนทนาสักหน่อย”

ฉู่หลิงเหลือบตาขึ้นบน กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ขออภัย ข้าไม่รู้จักคุณชายเจ้า”

ชายร่างใหญ่ไม่รีบร้อน “แม่นางไม่อยากรู้หรือว่าข้าน้อยรู้จักชื่อแม่นางได้อย่างไร”

“อวิ๋น...อี้!” ฉู่หลิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน โลกนี้นอกจากอวิ๋นอี้ ยังมีผู้ใดรู้จักชื่อแซ่นาง

นางก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าอวิ๋นอี้นั่นพึ่งพาไม่ได้!

ฉู่หลิงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นักว่า “ข้ากับอวิ๋นอี้ก็แค่คนผ่านมาพานพบ พวกเจ้าจะจัดการเขาเป็นแปดท่อน หรือหั่นเป็นพันหมื่นชิ้นก็ตามสบาย ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”

เห็นชัดว่าชายร่างใหญ่คิดไม่ถึงว่าแม่นางอายุน้อยเช่นนี้ถึงกับต่อกรยากเพียงนี้ เขาเองก็ไม่ได้เป็นคนชั่วร้าย ต้องมาต่อกรกับแม่นางน้อยที่ตัวเล็กไม่ถึงหน้าอกตนเองเช่นนี้ก็ทำเอาลำบากใจอยู่บ้างเช่นกันจริงๆ

เห็นชายร่างกำยำตรงหน้าสีหน้าลำบากใจ ฉู่หลิงก็รู้สึกว่าตนเองเป็นคนเลวที่รังแกคนซื่ออยู่สักหน่อย จึงยักไหล่อย่างเสียไม่ได้ กล่าวว่า “คุณชายเจ้าว่างมากหรือ มาหาขอทานน้อยอย่างข้าทำไมกัน”

ชายร่างใหญ่กล่าวซื่อๆ ว่า “คุณชาย...ว่า มีเรื่องต้องการหารือกับแม่นาง เพียงแต่ตอนนี้คุณชายไม่สะดวกมาเอง ได้แต่เรียนเชิญแม่นางไปด้วยตนเองสักครั้ง”

ฉู่หลิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง พยักหน้ากล่าวว่า “นำทาง”

ชายร่างใหญ่ผู้นั้นโล่งอกทันที “แม่นาง เชิญ”

ฉู่หลิงเดินตามชายร่างใหญ่ผู้นั้น ยังมีแก่ใจลอบสอบความเขา “พี่ชายชื่อแซ่อันใด”

ชายร่างใหญ่ตอบ “มิบังอาจ ข้าน้อยก็แค่คนรับใช้เท่านั้น คุณชายมอบชื่อให้ว่าเหวินหู่”

ฉู่หลิงพยักหน้า ไม่กล่าวอันใดอีก

จวินอู๋ฮวนพักอยู่ในเรือนสามชั้นที่ไม่ค่อยสะดุดตากลางเมืองหลังหนึ่ง แม้ว่าบ้านไม่ใหญ่แต่ก็ปัดกวาดไม่เลว เทียบกับบ้านรกร้างซอมซ่อในเมืองมากมายพวกนั้นแล้ว เห็นชัดว่ามีคนคอยดูแลปัดกวาดมาตลอด

พอนางเข้าไปก็เห็นอวิ๋นอี้นั่งยองอยู่ในมุมลานบ้านด้านหน้า เหม่อลอยอยู่ใต้ชายคา ฉู่หลิงอดกัดฟันกรอดไม่ได้ “คุณชายอวิ๋น ไม่เจอกันนานนะ!”

อวิ๋นอี้เงยหน้า เห็นดวงตาส่องประกายโมโหคุกรุ่น ก็ก้มหน้าลงอย่างกินปูนร้อนท้อง

ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่เคยเผยชื่อของอาหลิงออกมา นี่เป็นเรื่องจริง แต่กลับถูกจวินอู๋ฮวนหลอกล่อจนเอ่ยออกมา

อีกด้านหนึ่ง จวินอู๋ฮวนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ใต้ชายคา เบาะรองนั่งนิ่มมาก เก้าอี้ตัวใหญ่จนทำให้เขายิ่งดูร่างผอมอ่อนแอ เขาใช้มือหนึ่งค้ำหน้าผากกับพนักเก้าอี้หลับตาพัก สีหน้าซีดขาวไร้สีเลือด ขอบตามีรอยดำหนา เห็นชัดว่าเหน็ดเหนื่อยมาก

ฉู่หลิงเพิ่งมาถึงหน้าประตู จวินอู๋ฮวนก็ตื่นขึ้น แต่ตอนนี้ร่างกายเขาอ่อนแอมากจริงๆ ดังนั้นจึงเคลื่อนไหวช้า ไม่ได้ทักทายฉู่หลิงก่อน

ตอนนี้เขาดีขึ้นหน่อยแล้ว จึงลืมตามองฉู่หลิง ยิ้มบางกล่าวข้น “รบกวนแม่นางอาหลิงมาด้วยตนเองแล้ว”

ฉู่หลิงเอียงหน้าไปลอบสังเกตเขาเล็กน้อย กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “คุณชายเกรงใจไปแล้ว ข้าไม่รู้ว่าขอทานเช่นข้าสำคัญเพียงนี้ ถึงกับทำให้คุณชายไม่ลังเลใช้น้องชายสหายตนเองมาบีบบังคับข้า”

จวินอู๋ฮวนยิ้มตอบ “แม่นางอาหลิงเกรงใจไปแล้ว แม่นางไม่ใช่ขอทานธรรมดา”

ฉู่หลิงมองชายหนุ่มตรงหน้า ไม่กล่าวอันใด จวินอู๋ฮวนเอ่ยต่อ “อาศัยเพียงฝีมือหน้าไม้แม่นางอาหลิงชั้นยอดเช่นนี้ ก็ไม่มีผู้ใดกล้ามองแม่นางเป็นขอทานแล้ว”

“...” อวิ๋นอี้ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!

จวินอู๋ฮวนหัวเราะ มองอวิ๋นอี้ที่นั่งยองอยู่มุมหนึ่ง ไกล่เกลี่ยกล่าวว่า “ขอแม่นางอย่าได้โทษคุณชายน้อยอวิ๋น เขาไม่ได้คิดจะเปิดเผยความลับแม่นาง”

ดังนั้นเจ้าต้องการบอกว่า เป็นเจ้าฉลาดเองจึงได้ค้นพบความลับของข้าเองอย่างนั้นสิ ไม่ใช่พรรคพวกเราไร้สามารถ แต่ศัตรูฉลาดเจ้าเล่ห์เกินไปอย่างนั้นสิ

ฉู่หลิงแค่นเสียงฮึเสียงหนึ่ง ไม่สนใจว่าตนเองสวมเสื้อผ้าขาดซอมซ่อพอๆ กับลานด้านหน้าเรือนหลังนี้ นั่งลงพิงรั้ว กล่าวว่า “คุณชายอู๋ฮวนไม่สู้ลองบอกหน่อยว่าท่านหาตัวข้า แท้จริงคิดจะทำอะไร”

จวินอู๋ฮวนตอบ “ในเมื่อแม่นางยอมลงมือช่วยคนพวกนั้นไว้ ข้าน้อยก็ไม่คิดปิดบังอะไรอีก ข้าน้อยหวังว่าแม่นางจะยอมช่วยเหลือ ช่วยแม่ทัพเซี่ยออกมา”

“หืม” ฉู่หลิงมองจวินอู๋ฮวนอย่างคาดไม่ถึง “ได้ยินว่าความสัมพันธ์ของคุณชายจวินกับราชวงศ์เป่ยจิ้นไม่เลว”

จวินอู๋ฮวนกล่าวว่า “ข้าน้อยเคยคบค้าสมาคมกับแม่ทัพเซี่ยเป็นการส่วนตัวอยู่บ้าง”

“เจ้าไม่คบค้าสมาคมเป็นการส่วนตัวกับใครบ้าง” ก่อนหน้านี้ว่ากันว่าก็เคยคบค้าสมาคมส่วนตัวกับอวิ๋นอี้ ตอนนี้ก็บอกว่าคบค้าสมาคมส่วนตัวกับเซี่ยถิงเจ๋อ

หลายวันนี้ฉู่หลิงสืบข่าวจวินอู๋ฮวนมาได้บ้างแล้ว

นอกจากเป็นนายแห่งร้านค้าหลิงเซียวแล้ว ประวัติคนผู้นี้ธรรมดาสามัญมาก ชาติกำเนิดแค่ตระกูลพ่อค้าธรรมดาแห่งซีฉินเท่านั้น ชาติกำเนิดเช่นนี้ ย่อมไม่อาจเกี่ยวพันอันใดกับตระกูลไป๋หลี่และตระกูลเซี่ยแห่งเทียนฉี่

จวินอู๋ฮวนไม่คิดตอบคำถามนี้ เพียงแต่มองฉู่หลิงแล้วกล่าวว่า “แม่ทัพเซี่ยมุ่งมั่นทุมเทเพื่อแผ่นดิน แม้ว่าพวกข้าไม่มีความสามารถพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน แต่จะทนให้ท่านในวัยชรามีจุดจบเป็นนักโทษได้อย่างไร ไม่ทราบแม่นางคิดเช่นไร”

ฉู่หลิงพิงเสาด้านหลังตน หรี่ตาเล็กน้อย ย้อนถาม “หากข้าไม่รับปากล่ะ”

พอกล่าวออกไป ทั่วทั้งลานก็เงียบกริบทันที

จวินอู๋ฮวนพิงที่เท้าแขน แววตาแฝงรอยยิ้มมองนางราวกับดาบคมปลาบ

เพียงแต่สาวน้อยตรงหน้ายังคงยิ้มละไมพิงเสา แม้แต่นิ้วมือก็ไม่ขยับ แต่จวินอู๋ฮวนกลับมองเห็นแววดุเดือดและกลิ่นอายสังหารบนใบหน้าได้อย่างชัดเจน แต่ไรมาเขาไม่เคยเห็นความมั่นใจและเข้มแข็งของสตรีชาวเทียนฉี่เลย

ภาพและกลิ่นอายที่ขัดแย้งกับร่างกายนี้ ทำให้เด็กคนนี้สะดุดตาที่สุดในทันที

เป็นนานกว่าจวินอู๋ฮวนจะหัวเราะเบาๆ กล่าวว่า “เช่นนี้ข้าน้อยก็ย่อมไม่บังคับ ขอเพียงรบกวนแม่นางอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวัน อย่างน้อย...รอพวกเราประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวก่อน”

devc-75d0bbbd-32992ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 12