ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 16
ตอนที่ 16 ทำไร้เดียงสาไร้ยางอาย!
จวินอู๋ฮวนพยักหน้า คว้าแผนที่ที่วาดง่ายๆ ออกจากแขนเสื้อกางออกเบื้องหน้าทั้งสามคน นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังเส้นทางบนแผนที่ กล่าวว่า “จากที่นี่กลับเมืองเหนือมีสามเส้นทาง แต่สองเส้นทางในนี้ไม่เพียงแต่เดินทางลำบาก แต่ยังอ้อมด้วย ดังนั้นชาวเป่ยจิ้นย่อมเลือกเส้นทางถนนใหญ่ที่เป็นทางตรงที่สุดและใกล้ที่สุด ตอนนี้ทหารเป่ยจิ้นมีราวสามสี่พันนาย แต่คนเหล่านี้แยกออกเป็นทหารรักษาเมืองและคนของไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้น ทันทีที่ออกไป ทหารรักษาเมืองก็ย่อมต้องอยู่ที่นี่ ส่วนไป๋หลี่ชิงหงกับทั่วป๋าอิ้นแต่ไรมาไม่ถูกกัน และทั่วป๋าอิ้นก็ออกมาตามหาคน หากล่อเขาไปได้ ที่พวกเราต้องรับมือก็มีแค่ไป๋หลี่ชิงหงเท่านั้น”
หวนอวี้กล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “คนเป่ยจิ้นนิสัยยโส ย่อมคิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้ามาโจมตีชิงคนกับทหารเป่ยจิ้นในดินแดนเป่ยจิ้น แต่ทว่า...ไป๋หลี่ชิงหงฝีมือไม่อ่อนด้อย ต้องใช้ยอดฝีมือปะทะกับเขา” กล่าวจบก็ส่งสายตามองจวินอู๋ฮวน สีหน้าเขียนบอกว่า ภารกิจนี้นอกจากเจ้าแล้วจะมีผู้ใด!
จวินอู๋ฮวนพยักหน้าเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจนัก กล่าวต่อว่า “ด้วยนิสัยไป๋หลี่ชิงหง น่าจะไม่ลงทัณฑ์ทรมานแม่ทัพเซี่ย ขอเพียงพวกเราช่วยแม่ทัพเซี่ยออกมา ก็เท่ากับมียอดฝีมือเพิ่มอีกหนึ่ง แม้แม่ทัพเซี่ยบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่อารักขาเขาฝ่าออกมาน่าจะไม่ยาก”
ฉู่หลิงพาดตัวอยู่บนโต๊ะ จ้องมองแผนที่บนนั้น นิ้วมือจวินอู๋ฮวนขาวเรียวยาวน่ามองจริงๆ แต่ทว่ายามนี้ฉู่หลิงไม่มีเวลามาชื่นชม สายตานางจับจ้องแผนที่บนโต๊ะไม่วางตาอยู่นานกว่าจะถามขึ้นว่า “แผนที่นี้...คุณชายจวินวาดเองหรือ”
หวนอวี้กล่าวยิ้มๆ “นอกจากจวินอู๋ฮวนยังจะมีผู้ใด แม่นางน้อยคนงาม คุณชายฉางหลีเราเป็นยอดบัณฑิตเลื่องชื่อเชียวนะ หากเทียบกับบัณฑิตอ่อนแอราชสำนักใต้พวกนั้น นับว่าเหนือกว่าพวกเขามาก”
ฉู่หลิงหัวเราะเล็กน้อย ยอดบัณฑิตกับภาพวาดไม่ได้เกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย ถึงเกี่ยวก็ไม่มาก กระทั่งจิตรกรที่ฝากชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ ก็ไม่แน่ว่าจะวาดแผนที่ออกมาได้ดังแผ่นเบื้องหน้านี้
จวินอู๋ฮวนมองฉู่หลิง ยิ้มบางเอ่ยว่า “แม่นางหลิงคิดว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้องหรือ”
ฉู่หลิงส่ายหน้า “ไม่มี วาดได้...เยี่ยมมาก หากคุณชายอู๋ฮวนนำทหารออกศึก แม่ทัพหนุ่มเทียนฉี่ไม่แน่อาจไม่มีชื่อไป๋หลี่ชิงหงก็ได้”
จวินอู๋ฮวนหลุบตา กล่าวยิ้มๆ ว่า “แม่นางหลิงล้อเล่นแล้ว”
ฉู่หลิงหัวเราะ ไม่ตอบรับคำของเขา แต่ชี้ไปตำแหน่งหนึ่งบนแผนที่ กล่าวว่า “ท่านคิดว่าจะลงมือที่นี่?”
จวินอู๋ฮวนก้มลงมอง เลิกคิ้วขึ้น ท่าทางตกใจ กล่าวว่า “มิผิด แม่นางหลิงสายตาแหลมคม”
ฉู่หลิงตอบ “ที่นี่เป็นที่ที่ดีจริง ห่างจากกำแพงเมืองนี้ไม่น้อย แม้ไป๋หลี่ชิงหงต้องการตามทหารมาช่วยก็คงไม่ทันในทันที ด้านหลังเป็นป่ากว้างไร้ขอบเขต ขอเพียงหลบซ่อนอยู่ในนี้ แม้ชาวเป่ยจิ้นส่งทัพใหญ่แสนนายมาค้นทั่วเขาก็ใช่ว่าจะเจอ ยิ่งไปกว่านั้น...ชาวเป่ยจิ้นไม่ชำนาญการต่อสู้ในป่า”
ได้ยินวาจานี้แล้ว ไม่เพียงจวินอู๋ฮวน แม้แต่หวนอวี้และอวิ๋นอี้ก็มองหน้านางพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย วาจาเช่นนี้ หากออกจากปากของแม่ทัพ หรือบัณฑิตคนใดก็ย่อมไม่แปลก แต่ออกจากปากแม่นางน้อยที่ดูอย่างไรก็เป็นแค่เด็กสาวผู้นี้ กลับทำให้คนรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
หวนอวี้อดลูบแขนตัวเองไม่ได้ กล่าวอย่างตกใจระคนหวาดกลัวว่า “เด็กน้อยสมัยนี้ ล้วนน่ากลัวเช่นนี้ทั้งนั้นใช่ไหม”
ฉู่หลิงยิ้มกว้างให้เขา “บางที แท้จริงข้าอาจไม่ใช่เด็กน้อย”
หวนอวี้กล่าวว่า “เจ้าไม่ใช่เด็กน้อยแล้วอะไร ปีศาจเฒ่า?”
ฉู่หลิงหัวเราะลึกล้ำ “อาจจะใช่ก็ได้นะ”
จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ ดึงบทสนทนาเข้าประเด็นก่อนหน้า “แม่นางหลิงยังมีวาจาที่กล่าวไม่หมด?”
ฉู่หลิงพยักหน้า “แม้ว่าชาวเป่ยจิ้นไม่ถนัดรบในป่า แต่...ไม่ได้หมายความว่าไป๋หลี่ชิงหงไม่ถนัดกระมัง ปัญหาที่พวกเราคิดได้ ไป๋หลี่ชิงหงจะคิดไม่ได้หรือ หากเขาไปซุ่มกองกำลังไว้ที่นี่ก่อน...”
จวินอู๋ฮวนกล่าวว่า “เรื่องนี้...หากเป็นเวลาปกติก็อาจเป็นไปได้จริง แต่ทว่าตอนนี้เกรงว่าไป๋หลี่ชิงหงอาจทำไม่ได้”
“เหตุใด” ฉู่หลิงกับอวิ๋นอี้ถามขึ้นพร้อมกัน
จวินอู๋ฮวนกล่าวว่า “แม้ว่าไป๋หลี่ชิงหงจะได้รับความไว้ใจจากอ๋องหมิงเพราะท่านหญิงหลิงชวน แต่อย่างไรเขาก็เป็นขุนนางสวามิภักดิ์ชาวเทียนฉี่ ยังเป็นถึงขุนพล อย่างไรเทียนฉี่ก็ยังไม่ได้สิ้นแผ่นดินแท้จริง”
ฉู่หลิงหรี่ตาเล็กน้อย “ดังนั้น สำหรับชาวเป่ยจิ้น ไป๋หลี่ชิงหงก็คือต้องทั้งใช้ประโยชน์และกดเอาไว้หรือ”
“กดไว้เสียมากกว่า ไม่เช่นนั้นด้วยความสามารถของไป๋หลี่ชิงหง หลายปีมานี้ย่อมเชิดหน้าแผ่บารมีได้นานแล้ว” จวินอู๋ฮวนกล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่งขึ้น “ขุนพลมีชื่อเป่ยจิ้นมีมากมาย แม้ไป๋หลี่ชิงหงนับว่าโดดเด่นท่ามกลางคนเหล่านั้น แต่คนละเผ่าพันธุ์ย่อมแปลกแยก ทหารผู้กล้าเป่ยจิ้นย่อมยิ่งไม่ยอมให้ชาวเทียนฉี่ที่พวกเขาดูแคลนมาแย่งความดีความชอบ ไม่ว่าไป๋หลี่ชิงหงจะภักดีเพียงใด แม้ว่าอ๋องหมิงกับฮ่องเต้เป่ยจิ้นเชื่อถือเขาเพียงใด แต่เพื่อปลอบขวัญกำลังใจทหาร ก็ย่อมไม่ให้ไป๋หลี่ชิงหงรับภารกิจสำคัญ”
ฉู่หลิงพยักหน้า “ดังนั้น ครั้งนี้ที่ไป๋หลี่ชิงหงนำทหารออกมา...”
จวินอู๋ฮวนกล่าวยิ้มๆ “แม้ว่าภาพภายนอกเป็นไป๋หลี่ชิงหงนำทหาร แต่...ทหารเผ่ามั่วพวกนั้นแท้จริงฟังคำสั่งผู้ใด ยังไม่อาจกล่าวได้”
ฉู่หลิงเหมือนคิดอะไรได้ นางพยักหน้าเล็กน้อย นับว่าได้รับคำอธิบายจากจวินอู๋ฮวนแล้ว กล่าวว่า “เช่นนั้น ปัญหาตอนนี้...คือทั่วป๋าอิ้นสินะ”
จวินอู๋ฮวนพยักหน้า “มิผิด”
ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทั่วป๋าอิ้นก็มอบให้ข้าแล้วกัน”
“น้องอาหลิง ทั่วป๋าอิ้นแม้ว่าเป็นองค์ชายเป่ยจิ้น แต่เขาเป็นหนึ่งในสี่ขุนพลมีชื่อที่เป็นรองเพียงทั่วป๋าซิ่งเยี่ย แม่ทัพใหญ่กองทัพเป่ยจิ้น” หวนอวี้ที่อยู่ข้างๆ อดเตือนไม่ได้
ฉู่หลิงอดยิ้มไม่ได้ “ท่านคงไม่คิดว่าข้าจะไปสู้ตัวต่อตัวกับทั่วป๋าอิ้นกระมัง ข้าไม่ได้บ้านะ” ด้วยร่างกายนางตอนนี้ คิดจะชนะทั่วป๋าอิ้น ช่างฝันเฟื่องกลางวันแสกๆ โดยแท้
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอะไร”
ฉู่หลิงประสานมือบนโต๊ะ กล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่ง “ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าทั่วป๋าอิ้นกล่าวกับไป๋หลี่ชิงหงว่าเขามาหาคน”
“องค์หญิงรองเทียนฉี่?” หวนอวี้ขมวดคิ้วถาม
ฉู่หลิงพยักหน้า “ได้ยินว่าองค์หญิงรองผู้นี้ปีนี้สิบสามพรรษา...”
หวนอวี้กล่าวยิ้มๆ “น้องอาหลิง เจ้าคงไม่ได้คิดปลอมตัวเป็นองค์หญิงรองเทียนฉี่ล่อทั่วป๋าอิ้นไปกระมัง พูดตามตรงนะ...ในสายตาชาวเป่ยจิ้น ไม่แน่เจ้าอาจไม่ถึงสิบขวบ”
กระทั่งในสายตาชาวเทียนฉี่ แม่นางน้อยคนงามเบื้องหน้าผู้นี้ อย่างมากก็ไม่เกินสิบเอ็ด ผอมแห้งจนไหนเลยจะมีความงามอย่างสตรี ที่มองเห็นว่างามเพียงหนึ่งเดียวก็คือใบหน้าน้อยๆ นั่นเท่านั้น
ฉู่หลิงถลึงตามองเขา มีผู้หญิงที่ไหนทนให้ผู้อื่นกล่าวว่านางแบนราบได้!
“ไม่เช่นนั้น เรามาพนันกัน” ฉู่หลิงกล่าว
หวนอวี้เลิกคิ้ว “พนันอะไร”
ฉู่หลิงกล่าวว่า “หากข้าล่อทั่วป๋าอิ้นไปได้สำเร็จ วันหน้าเจ้าต้องเปลี่ยนชื่อเป็นหวนเสี่ยวไป๋”
หวนอวี้กล่าวอย่างไม่พอใจนักว่า “เจ้ายังเอาแต่เสี่ยวไป๋ไม่เลิก คุณชายเช่นข้าทำเจ้าโมโหตรงไหน ไยเจ้าต้องเรียกข้าว่าเสี่ยวไป๋ให้ได้”
ฉู่หลิงยิ้ม กล่าวว่า “เห็นเจ้าสวมชุดขาวรองเท้าขาว ข้าคิดว่าเจ้าชอบสีขาวมากอย่างไร หากเจ้าไม่ชอบเสี่ยวไป๋ เช่นนั้นต้าไป๋ก็แล้วกัน”
“...” หวนอวี้แค่นเสียงฮึในลำคอก่อนหันหน้าหนี ทำไร้เดียงสาไร้ยางอาย!
“อย่างไรล่ะ พนันไหม” ฉู่หลิงถามขึ้น
หวนอวี้กัดฟันกรอด “พนันก็พนันสิ ใครกลัวใครล่ะ ข้ากลัวก็แต่เจ้าจะเอาชีวิตน้อยๆ ไปทิ้ง!”
ฉู่หลิงเผยรอยยิ้มงาม “ขอบคุณที่เป็นห่วง ข้าจะระวังตัว”
จวินอู๋ฮวนเห็นสองคนที่เห็นชัดว่าพบหน้ากันครั้งแรกก็ต่อปากต่อคำกันราวกับคุ้นเคยมาก่อน ก็ส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะจัดการอย่างไร กล่าวว่า “ดูท่านทั้งสองแล้ว พบกันครั้งแรกก็ราวกับได้พบสหายสนิทแล้ว”
“ใครพบกันครั้งแรกก็ราวกับได้พบสหายสนิท” หวนอวี้กล่าวไม่พอใจนัก
“เหอๆ”