ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 18

#18ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 18 ฟังคำพูดข้า!

ตอนหวนอวี้รู้ว่าตนเองถึงกับถูกจัดให้ไปกับฉู่หลิงก็โมโหไฟลุกทันที เขาวิ่งไปหาจวินอู๋ฮวนด้วยความเดือดดาล จากนั้นไม่นานก็หงอยกลับมา ใบหน้าหนุ่มเจ้าสำอางก็ดำคล้ำขึ้น

`ฉู่หลิงสังเกตมองเขาอย่างครึ้มใจ “ทำไม เจ้าดูแคลนข้าหรือ”

หวนอวี้ยิ้มมุมปาก นาทีถัดมาก็หุบยิ้มทันที ใบหน้าหล่อเหลายับย่นราวกับมะระขม

“จะดูแคลนได้อย่างไร” หวนอวี้ฉีกยิ้มกล่าว

อวิ๋นอี้มองหวนอวี้อย่างสนใจ “พี่หวน หน้าท่านเป็นอะไรไป”

“...” เด็กบ้าอะไรนี่ ไม่รู้จักมองทะลุแต่กล่าวไม่หมดหรือ

ความจริงหวนอวี้โทษอวิ๋นอี้ผิดแล้ว เขาไม่รู้จริงๆ จึงได้ถาม อวิ๋นอี้เป็นเด็กหนุ่มแสนดีจริงๆ

ฉู่หลิงที่ยืนพิงเสาอยู่อีกข้างหัวเราะในลำคอ หวนอวี้อายจนโมโห คว้าฉู่หลิงเดินออกไป ไม่สนใจเสียงตะโกนของอวิ๋นอี้จากด้านหลัง

“คุณชาย แม่นางหลิงตามคุณชายหวนอวี้ไปแล้ว” บนหอเล็กในจวน เหวินหู่ยกชามยาเข้ามาส่งให้จวินอู๋ฮวนพลางรายงาน

จวินอู๋ฮวนรับชามยามา ก้มหน้ามองยาสีน้ำตาล แววตารังเกียจยากบรรยาย แต่เขาไม่ชะงักมือ หรือลังเลแม้แต่น้อย ยกชามยาขึ้นจ่อริมฝีปาก เงยหน้าดื่มพรวดลงไปทันที

เหวินหู่ที่ยืนอยู่ด้านข้างมองแล้วก็รู้สึกบอกไม่ถูกอย่างยิ่ง ตั้งแต่เขาติดตามคุณชายมาก็ไม่เคยเห็นคุณชายหยุดยา และไม่เคยเห็นว่าบนโลกนี้มีใครดื่มยาได้รวดเร็วเช่นคุณชาย แต่เหวินหู่ก็รู้ดีเช่นกันว่าคุณชายมีความรังเกียจยาพวกนี้มากเพียงใด

พอดื่มยาหมด สีหน้าจวินอู๋ฮวนก็ซีดขาวกว่าเดิมไม่น้อย

“คุณชาย สองสามวันนี้ปริมาณยามากขึ้นสักหน่อย ท่านหมอเวินว่า...” เหวินหู่อดกล่าวขึ้นไม่ได้

จวินอู๋ฮวนโบกมือกล่าวว่า “สองสามวันนี้ไม่ต้องห่วง หวนอวี้ไม่ได้โวยวายใช่ไหม”

“ขอคุณชายวางใจ คุณชายหวนอวี้ไม่ใช่คนไม่รู้หนักเบา แต่แม่นางอาหลิงผู้นั้นก็อายุน้อยไปหน่อย คุณชายหวนอวี้ติดตามนางไป...”

จวินอู๋ฮวนคลึงหยกประดับในมือเล่นไปมาอย่างไม่ใส่ใจนัก พอได้ยินวาจาเหวินหู่ก็อดหัวเราะเบาๆ ขึ้นไม่ได้ “แม่นางหลิงผู้นี้...เกรงว่าหวนอวี้คงไม่ใช่คู่ต่อสู้นาง”

ใบหน้าดุร้ายแต่ภักดีของเหวินหู่เขียนคำว่าไม่เชื่อเอาไว้ ฝีมือยุทธ์คุณชายหวนอวี้เทียบกับคุณชายแล้วด้อยกว่าเพียงเล็กน้อย แม่นางอาหลิงผู้นั้นดูแล้วร่างกายเพิ่งจะฝึกยุทธ์ ยังไม่ดีนัก คุณชายหวนอวี้จะไม่ใช่คู่ต่อสู้นางได้อย่างไร

จวินอู๋ฮวนไม่สนใจ กล่าวว่า “ให้คนจับตาดูหน่อย อย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น บอกหวนอวี้ หากเรื่องไม่เป็นดังคาดก็ให้พาแม่นางหลิงถอยออกมาก่อน อย่าได้เสี่ยงอันตราย”

เหวินหู่รับคำ “คุณชายวางใจ กำชับไปแล้ว”

ฉู่หลิงกับหวนอวี้เดินไปบนถนนในเมืองเล็ก ในที่สุดคุณชายหวนอวี้ก็เปลี่ยนชุดขาวขี้โอ่ออกอย่างตัดใจไม่ลงเพราะฉู่หลิงขอร้องแล้วขอร้องอีก เขาเปลี่ยนมาใส่ชุดผ้าธรรมดาสีเขียวเข้มที่ไม่โดดเด่นนัก ในเรื่องนี้ คุณชายหวนอวี้คิดรังเกียจมาก เอาแต่ดึงเสื้อผ้าตนเองไม่หยุด ราวกับเจ้าสิ่งที่สวมบนร่างเขานี้ทำให้ร่างงามสง่าของเขาเปรอะเปื้อน

ผัวะ!

เสียงดังเบาๆ มือหนึ่งตบมือเขาที่กำลังจะดึงเสื้อผ้าอีก หวนอวี้จ้องมองเจ้าถั่วงอกตัวน้อยที่ตัวเตี้ยกว่าเขามากอย่างไม่พอใจ

ฉู่หลิงกล่าวว่า “เจ้าคิดบอกผู้อื่นว่า ตอนนี้คุณชายหวนอวี้ปลอมตัว คิดทำการลับล่อไม่เปิดเผยอย่างนั้นหรือ”

ตอนนี้ฉู่หลิงสวมชุดสีน้ำเงินเทาคุณภาพไม่ต่างจากหวนอวี้เท่าไร เกล้าผมม้วนมวยวงคู่อย่างที่เด็กหญิงนิยมกัน ดูแล้วรู้สึกว่าเป็นพี่น้องกับหวนอวี้จริงๆ

หวนอวี้แค่นเสียงฮึในลำคอ สำรวจฉู่หลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจว่า “ไอ้ที่อยู่บนใบหน้าเจ้ามีประโยชน์อะไร”

วิชาแปลงโฉมของฉู่หลิงแม้ว่าห่างไกลจากจิ้งจอกเขียวมาก แต่ตกแต่งเล็กน้อยก็ไม่มีปัญหา หยิบยกวาจากจิ้งจอกเขียวมากล่าวก็คือ นี่เป็นความสามารถของผู้หญิง หญิงที่แต่งหน้าไม่เป็นจะเรียกว่าผู้หญิงได้อย่างไร

ฉู่หลิงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพียงแต่ใบหน้าเดิมที่งดงามดูหยาบกร้านขึ้นสองส่วน บนใบหน้ามีรอยตกกระอยู่เล็กน้อย ใต้ตาซ้ายยังมีไฝสีแดงเม็ดหนึ่ง

“เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าของเล่นนี่ไม่ว่าเป่ยจิ้นหรือเทียนฉี่ล้วนไม่มงคล” หวนอวี้มองแม่นางน้อยคนงามกระจ่างที่ตอนนี้กลายเป็น...สาวน้อยข้างบ้านอย่างเสียดาย

เหยียบย่ำของดีเสียจริง

ฉู่หลิงท่าทางสงบนิ่ง ลูบไฝแดงที่มุมตาตนเอง พยักหน้ากล่าวว่า “รู้สิ ที่ต้องการก็คืออัปมงคลนี่ละ ไม่เช่นนั้นจะวาดมันทำไม ไปเถอะ”

หวนอวี้กล่าวอย่างไม่พอใจนักว่า “ข้าโตกว่าเจ้า ควรเรียกข้าว่าพี่ ฟังคำพูดข้า”

ฉู่หลิงแย้ง “จวินอู๋ฮวนบอกว่าฟังคำพูดข้า”

หวนอวี้โมโห “ผู้ใดบอกว่าคุณชายอย่างข้าต้องฟังคำพูดจวินอู๋ฮวน เขาเป็นใคร ข้าต้องฟังเขาหรือ”

ฉู่หลิงยักไหล่ ยิ้มกล่าวว่า “อย่างไรก็ได้ เจ้าไปบอกเขาเองแล้วกัน”

“...”

หวนอวี้โต้ฝีปากแพ้อีกครั้ง ได้แต่ฮึดฮัดตามแม่หนูน้อยที่สูงยังไม่ถึงไหล่เขาไป

ในจวนงดงามหรูหราที่สุดกลางเมือง ทั่วป๋าอิ้นนั่งหลับตาพักอยู่บนเก้าอี้นอนกลางลาน ข้างกายมีกระบี่พิงอยู่เล่มหนึ่ง

ทั่วป๋าอิ้นเป็นองค์ชายสี่แห่งเป่ยจิ้น และเป็นขุนพลเลื่องชื่อแห่งเป่ยจิ้น

ที่เป่ยจิ้น คนทั่วไปมักชอบใช้อาวุธพวกดาบ ขวาน ค้อน กระบองเหลี่ยม จำพวกนี้ ที่ชื่นชอบกระบี่เช่นทั่วป๋าอิ้นหาได้น้อย แม้ว่าเขาจะพกดาบยาวที่เอวเหมือนชาวเป่ยจิ้นทั่วไป แต่ทุกคนล้วนรู้ว่าดาบยาวขององค์ชายสี่ออกจากฝักน้อยมาก แม้ยามอยู่บนสนามรบ เขาก็ยังใช้กระบี่เหล็กต่อสู้

ยามนี้แม้ว่าทั่วป๋าอิ้นหลับตา แต่สีหน้ายังคงดำคล้ำ มองแล้วก็รู้สึกได้ถึงลมพายุที่ตั้งเค้า

ดังนั้นบ่าวรับใช้ในลานแต่ละคนจึงไม่กล้าหายใจแรงกันแม้แต่น้อย เกรงว่าจะไม่ทันระวังทำให้นายท่านโมโห

ความจริง ตั้งแต่เดือนก่อนหลังองค์ชายสี่กลับเมืองหลวงแล้วพบว่าองค์หญิงเทียนฉี่ผู้นั้นถูกพระชายาส่งกลับสำนักซักล้าง ตอนไปตามหาก็พบว่าองค์หญิงผู้นั้นตายแล้ว อารมณ์องค์ชายสี่ก็ไม่ดีอีกเลย

คนที่ติดตามข้างกายทั่วป๋าอิ้นต่างไม่เข้าใจ ปกติก็ไม่เห็นองค์ชายสี่ดีต่อองค์หญิงท่านนั้นเท่าไร ทำไมพอตายไปจึงได้ใส่ใจขนาดนี้

หากไม่ใช่ดังที่คิด องค์หญิงเทียนฉี่องค์เดียว แม้หนีไปจริง ไหนเลยต้องให้องค์ชายสี่มาตามหาด้วยตนเอง ไม่ใช่องค์ชายเสียหน่อย องค์หญิงแห่งเทียนฉี่ไร้ค่ายิ่งกว่าพวกเขาชาวเป่ยจิ้นเสียอีก

ด้านนอกมีเสียงวุ่นวายดังขึ้น ทั่วป๋าอิ้นลืมตาขึ้นช้าๆ โครงหน้ารูปงาม สองตากดลึกเย็นเยียบ ไม่มีความง่วงงุนแม้แต่น้อย ราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะฉีกขย้ำศัตรูได้ทันทีตลอดเวลา

“เรื่องอะไร”

บ่าวรับใช้คนหนึ่งเข้ามารายงานอย่างรีบร้อนว่า “เรียน...ท่านอ๋อง มีคนมารายงานว่า...มีข่าวองค์หญิงเทียนฉี่ท่านนั้นแล้ว”

“หืม” ทั่วป๋าอิ้นผุดขึ้นนั่งทันที สายตาดุดัน “ให้เขาเข้ามา”

“ขอรับ” ชายรับใช้ลอบถอนหายใจ รีบหันหลังออกไปตาม

ครู่หนึ่งผ่านไป ชายหนุ่มหน้าตาอย่างชาวเทียนฉี่ก็เดินตามบ่าวรับใช้เข้ามาด้วยท่าทางหวาดกลัวลนลาน

devc-f78f2e12-33002ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 18