ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 19

#19ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 19 เจ้าเป็นใครกันแน่

“เจ้าว่า...เจ้ารู้ที่อยู่องค์หญิงเทียนฉี่” ทั่วป๋าอิ้นนั่งอยู่บนเก้าอี้นอนตัวยาว เห็นชัดว่านั่งอยู่ แต่กลับทำให้คนรู้สึกเหมือนมีกระแสมองข่มจากที่สูง

ชายหนุ่มผู้นั้นอดตัวสั่นไม่ได้ เขาเข่าอ่อนลงคุกเข่ากับพื้นกล่าวด้วยท่าทางหวาดกลัวว่า “ข้าน้อย...ข้าน้อย ไม่รู้เรื่ององค์หญิงเทียนฉี่อะไร”

ทั่วป๋าอิ้นหรี่ตา “อืม กล่าวเช่นนี้...เจ้าล้อข้าเล่น”

ชายหนุ่มตกใจหมอบลงกับพื้นทันที ทั่วป๋าอิ้นมองแล้วก็รำคาญ แค่นเสียงฮึเบาๆ ในลำคอ แววตามีความไม่พอใจ ชาวจงหยวนล้วนเป็นเช่นนี้ อ่อนแอไร้สามารถ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แค่ส่งสายตามองไปเท่านั้นก็ตกใจจนต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต แต่คนเช่นนี้กลับได้ครอบครองแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ในใต้หล้านี้ แล้วยังไม่รู้จักทะนุถนอม

สมน้ำหน้าพวกเขาที่ต้องกลายเป็นนักโทษ ตกเป็นทาสผู้อื่น!

บ่าวข้างๆ ปรี่เข้ามาเตะชายหนุ่มผู้นั้นทีหนึ่ง บอกให้เขารีบพูดเรื่องเป็นการเป็นงาน

คนผู้นั้นรีบกล่าวว่า “ข้าน้อย ข้าน้อยมิกล้า ข้าน้อย...เมื่อคืนวานพอดีได้พบคนสองสามคน ในนั้นมีแม่นางน้อย เหมือน...เหมือนที่นายท่านต้องการหา ดังนั้นจึง ดังนั้นจึง...”

ทั่วป๋าอิ้นพยักหน้า เขาสั่งการลงไปจริงๆ ว่าให้ลอบสืบข่าวค้นหาฉู่ชิงอี คนของเขาล้วนไม่กล้าเล่นสองหน้า อย่างต่อหน้าทำตาม แต่ลับหลังต่อต้าน

“ว่ามา คนพวกนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร แม่นางน้อยผู้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร”

คนผู้นั้นกล่าวว่า “เป็น...เป็นชายร่างใหญ่สวมเสื้อผ้าธรรมดา ยังแอบซุกซ่อนอาวุธ แต่ไม่เหมือนทหารราชสำนัก ในนั้น...ยังมีคนอายุน้อยหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ข้าน้อยได้ยินชายหนุ่มนั่นเรียกแม่นางน้อยว่าคุณหนูรอง ยังบอกว่าอีกสองสามวันก็จะข้ามแม่น้ำกลับเทียนฉี่ แม่นางน้อยนั่น...หน้าตางดงามกระจ่างมาก แม้ว่าใบหน้าจะซูบผอมไปสักหน่อย ดูแล้วเกรงว่าสุขภาพไม่น่าจะดีนัก”

ทั่วป๋าอิ้นเท้าหน้าผากครุ่นคิด พลันกล่าวดุดันว่า “บังอาจ เจ้าถึงกับกล้าหลอกข้า!”

“ท่านอ๋องไว้ชีวิตด้วย! ข้าน้อยถูกปรักปรำ! ข้าน้อยถูกปรักปรำ” ชายหนุ่มผู้นั้นตกใจมาก รีบหมอบลงกับพื้นร้องขอชีวิต

ทั่วป๋าอิ้นยิ้มเย็นกล่าวว่า “เจ้าเป็นชาวนาในเมืองเล็กละแวกนี้หรือ หากมีกลุ่มคนดังเจ้าว่าจริง ไยไม่มีคนรู้ ยังกล้าหาว่าตนเองถูกปรักปรำ!”

ชายหนุ่มกล่าวเสียงสั่นว่า “ข้าน้อยมิกล้า ข้าน้อยมิกล้าหลอกลวงท่านอ๋อง คนกลุ่มนั้น...คนกลุ่มนั้นมากันเมื่อคืนวาน ครอบครัวข้าน้อยทุกคนล้วนเห็น เดิมข้าน้อยก็ไม่ได้คิดมาก เพียงแต่บังเอิญเห็นแม่นางน้อยมีหยกประดับราคาประเมินค่ามิได้ชิ้นหนึ่ง คิดถึง...คิดถึงนายท่านเบื้องบนบอกว่า หากพบเจอแม่นางสูงศักดิ์ชั้นสูงจากเมืองเหนือ จึงได้...”

ทั่วป๋าอิ้นมองไปทางบ่าวรับใช้ด้านข้าง บ่าวผู้นั้นก็ว่องไว รีบเข้าไปกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ท่านอ๋อง คนกลุ่มนั้นไม่ได้เข้าเมือง แต่...เช้านี้มีคนเข้าเมืองมา ซื้อหาเสื้อผ้าเด็กสาวสิบขวบไปหลายชุด จากคำบอกเล่าของเถ้าแก่ร้าน คนที่มาซื้อไปเป็นหนุ่มหน้ามนหล่อเหลามากจริงๆ ซื้อทีเดียวสามชุด ล้วนเป็นเนื้อผ้าชั้นดี เพราะซื้อไปอย่างรีบร้อน ทำให้เขาจำได้แม่นยำ”

ทั่วป๋าอิ้นพยักหน้า เนิ่นนานกว่าจะกล่าวขึ้นว่า “พาเขาออกไป มอบเงินหนึ่งร้อยตำลึงเงินให้เขา”

ชายหนุ่มผู้นั้นถอนหายใจยาว รีบโขกศีรษะขอบคุณท่านอ๋องที่เมตตา ตามบ่าวรับใช้ออกไป

พอบ่าวรับใช้กลับมา เห็นท่านอ๋องที่ก่อนหน้ายังนั่งอยู่บนเก้าอี้นอนอย่างเกียจคร้านตอนนี้แต่งกายเรียบร้อยถือกระบี่กำลังจะออกไป จึงรีบถามขึ้น “ท่านอ๋อง ท่านจะออกไปหรือขอรับ”

ทั่วป๋าอิ้นกล่าวว่า “ส่งคนไปบอกไป๋หลี่ชิงหง ข้ามีธุระ ไม่อาจช่วยเขาคุมตัวเซี่ยถิงเจ๋อกลับเมืองหลวงแล้ว ให้เขาระมัดระวังตนเองให้ดี! หากเกิดเหตุผิดพลาดอะไร...”

“เรื่องนี้ไม่จำเป็นให้อ๋องเสิ่นเป็นห่วง” ทั่วป๋าอิ้นกล่าวไม่ทันขาดคำ ก็เห็นไป๋หลี่ชิงหงเดินเข้ามา

ทั่วป๋าอิ้นเลิกคิ้ว “พอดีไม่ต้องเสียเวลา ข้าขอตัว ท่านเขย...รักษาตัวเองให้ดี”

ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยขึ้น “อ๋องเสิ่นหาที่ซ่อนขององค์หญิงเทียนฉี่พบแล้ว? ข้าขอเตือนท่านอ๋องให้รอบคอบสักหน่อยดีกว่า ตอนนี้อยู่ๆ ก็มีข่าวขององค์หญิง ท่านอ๋องไม่รู้สึกว่าบังเอิญไปสักหน่อยหรือ”

ทั่วป๋าอิ้นแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ทำไม คุณชายไป๋หลี่กลัวหรือ อย่าลืมว่าการคุมตัวเซี่ยถิงเจ๋อเดิมก็เป็นงานของเจ้า แม้ข้าถูกคนหลอกล่อไปแล้วอย่างไร หรือว่าไม่มีข้า ท่านเขยก็ทำงานไม่สำเร็จ?”

ไป๋หลี่ชิงหงหลุบตา “ในเมื่ออ๋องเสิ่นมั่นใจเช่นนี้ ข้าน้อยก็ขออวยพรท่านล่วงหน้า ขอให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ววัน ตามหาองค์หญิงเทียนฉี่กลับไปได้อย่างราบรื่น”

ทั่วป๋าอิ้นแค่นหัวเราะเยาะขึ้นเสียงหนึ่ง เขาไม่สนใจไป๋หลี่ชิงหง หันหลังออกไป

คนติดตามข้างกายเขาอดเอ่ยเตือนไม่ได้ “ท่านอ๋อง แม้ว่า...ไป๋หลี่ชิงหงนั่น เอ่อ...แต่วาจาเขาก็ใช่ว่าไร้เหตุผล ตลอดทางมาของพวกเราไม่ได้ข่าวอันใดแม้แต่น้อย ทำไมอยู่ๆ มาได้ข่าวที่นี่...”

ทั่วป๋าอิ้นชะงักฝีเท้า กล่าวว่า “ข้าย่อมรู้ดี แม้ว่าเป็นการล่อเสือออกจากถ้ำจริงแล้วอย่างไร ข้าก็จะดูว่า...แท้จริงผู้ใดใจกล้าเพียงนี้!”

“เช่นนั้น...เซี่ยถิงเจ๋อทางนี้...”

“เกี่ยวอะไรกับข้า” ทั่วป๋าอิ้นกล่าวอย่างไม่พอใจนัก “ส่งคนไปจับตาดู หากไป๋หลี่ชิงหงคุมเซี่ยถิงเจ๋อไม่อยู่ ก็สังหารทิ้งแทนข้าได้เลย! ตอนนี้เสด็จพ่อเรียนรู้แล้วว่าชาวเทียนฉี่ชอบทำอะไรเสียเวลาไม่ได้เรื่องได้ราว เซี่ยถิงเจ๋อเป็นภัยใหญ่ สังหารทิ้งไปเสียดีกว่าอะไรทั้งนั้น”

“ท่าน...ท่านอ๋อง วาจานี้ไม่อาจกล่าว...” บ่าวรับใช้ตกใจไม่น้อย

ทั่วป๋าอิ้นเหลือบตามองผู้ติดตามตนเอง หันหลังเดินจากไป

“ทั่วป๋าอิ้นออกจากเมืองแล้วจริงหรือ” หวนอวี้นั่งอยู่บนเนินเขา มองไปยังเชิงเขาไกลออกไปที่มีขบวนคนและม้ากลุ่มหนึ่ง ผู้นำขบวนรูปร่างสง่าผ่าเผยดูยโส ท่าทางองอาจ ไม่ใช่ทั่วป๋าอิ้นแล้วจะเป็นใคร

“คิดไม่ถึง ถึงกับง่ายดายเพียงนี้”

ฉู่หลิงนั่งอยู่ข้างกายเขา โต้กลับราวราดด้วยน้ำเย็นใส่อย่างไม่เกรงใจ “ไหนเลยเรียกว่าง่ายดาย วันนี้ตอนบ่ายไป๋หลี่ชิงหงก็ออกเดินทางกลับเมืองเหนือ หากทำให้ทั่วป๋าอิ้นหวนกลับไปกลางทาง พวกเราไม่เพียงแต่ไม่บรรลุเป้าหมาย กลับยังทำให้แผนของจวินอู๋ฮวนผิดพลาด”

หวนอวี้ยักไหล่ กล่าวว่า “วาจาแม้กล่าวเช่นนี้ แต่เจ้ารับรองได้อย่างไรว่าทั่วป๋าอิ้นจะไม่รู้ตัวระหว่างทาง แม้เบื้องหน้าเป็นองค์หญิงเทียนฉี่ตัวจริง ในสายตาทั่วป๋าอิ้น อย่างไรเซี่ยถิงเจ๋อก็สำคัญกว่าหน่อยหนึ่งกระมัง”

ฉู่หลิงไม่คิดเช่นนั้น “เซี่ยถิงเจ๋อพ่ายแก่ไป๋หลี่ชิงหง เป็นไป๋หลี่ชิงหงจับตัวได้ แม้นำกลับไปเมืองหลวงได้อย่างราบรื่น สำหรับทั่วป๋าอิ้นแล้วได้ประโยชน์อะไร ไป๋หลี่ชิงหงเป็นคนของอ๋องหมิง ทั่วป๋าเหลียง[footnoteRef:1] เป็นคนละฝ่ายกับทั่วป๋าอิ้นและทั่วป๋าหลัวพี่ใหญ่ของเขามาตลอด ไป๋หลี่ชิงหงเกิดเหตุผิดพลาดก็จะกระทบกับอ๋องหมิงไปด้วย สำหรับทั่วป๋าอิ้นและทั่วป๋าหลัวนับว่าเป็นเรื่องดี” [1: ทั่วป๋าเหลียง แซ่ทั่วป๋า ชื่อ เหลียง ตำแหน่งบรรดาศักดิ์อ๋อง ได้รับพระราชทานนามบรรดาศักดิ์ว่า หมิง]

หวนอวี้ขมวดคิ้ว “แย่งชิงอำนาจหรือ ชาวเผ่ามั่วแต่ไรมาก็สามัคคีมาตลอด ต่าง…” ต่างจากชาวเทียนฉี่

ฉู่หลิงยิ้มอย่างมีความนัย “ต้าไป๋ ตั้งแต่ชาวเผ่ามั่วเข้าด่านมาครอบครองเมืองเหนือ ใช้เวลาแค่สามเดือน ตั้งแต่เข้าเมืองเหนือมาจนตีดินแดนตอนเหนือได้ครึ่งหนึ่ง ก็ใช้เวลาแค่สามเดือน แต่เพียงแค่เมืองหรู่หนิง พวกเขาก็ใช้เวลาถึงแปดเดือน เปลี่ยนแม่ทัพถึงสองครั้ง เสียขุนพลใหญ่ไปสามนาย สุดท้ายไม่ใช่ไป๋หลี่ชิงหงออกหน้าจัดการยึดมาได้หรือ เจ้าว่าเป็นเพราะอะไร เพราะทั่วป๋าอิ้นสู้เซี่ยถิงเจ๋อไม่ได้ หรือว่าทั่วป๋าซิ่งเยี่ยสู้เซี่ยถิงเจ๋อไม่ได้”

หวนอวี้เงียบไป

ฉู่หลิงกล่าวว่า “ชาวเผ่ามั่วก่อนเข้าด่านมาสามัคคีกันมากก็จริง แต่พอพวกเขาครองแผ่นดินครึ่งหนึ่งของเทียนฉี่ได้ก็ไม่แน่ว่าจะสามัคคีกันดังเดิม อย่างไรการเป็นหัวหน้าเผ่าเล็กๆ กับการเป็นฮ่องเต้ของแผ่นดินใต้หล้าก็ต่างกันอยู่กระมัง”

หวนอวี้มองประเมินฉู่หลิง อดถามขึ้นไม่ได้ว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่”

devc-f78f2e12-33002ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 19