ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ความผิดขายชาติ
ฉู่หลิงมองสำรวจชายหนุ่มที่อยู่ตรงข้ามอย่างสนใจอยู่บ้าง
นี่ไม่อาจโทษนาง เพราะเจ้าของร่างนี้ทิ้งความทรงจำไว้ให้นางน้อยมากจริงๆ ความรู้หางอึ่งยังไม่พอจะบรรยายความคิดในสมองอันคับแคบตอนนี้ของนาง
ดูจากสีหน้าอวิ๋นอี้ คุณชายอู๋ฮวนท่านนี้สถานะไม่ธรรมดา แต่ทว่าดูจากท่าทางเขาก็พอรู้แล้วว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา
เหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตาสำรวจของฉู่หลิง จวินอู๋ฮวนยิ้ม พยักหน้าให้นางอย่างเป็นมิตร
ฉู่หลิงไม่ได้อายที่ถูกคนจับได้ว่าแอบมองแม้แต่น้อย นางยังมองอวิ๋นอี้ที มองจวินอู๋ฮวนทีอย่างสนใจ มองๆ จวินอู๋ฮวนและก็มองๆ อวิ๋นอี้ จวินอู๋ฮวนนั่งนิ่งมั่นคง แต่อวิ๋นอี้ที่ถูกนางมองจนขนลุกกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นักว่า “เจ้ามองอะไร!”
ฉู่หลิงส่ายหน้าท่าทางไร้เดียงสา ทำเอาอวิ๋นอี้โมโหหน้าแดง พูดอันใดไม่ออก
จวินอู๋ฮวนเหมือนรู้สึกว่าสองคนนี้ท่าทางน่าสนุก จึงหัวเราะเบาๆ เห็นสองคนหันมามองเขาพร้อมกันจึงเอ่ยว่า “ทั้งสองท่านเตรียมจะกลับเทียนฉี่?”
น้ำเสียงอวิ๋นอี้แหลมขึ้นอยู่สักหน่อย “ไม่เกี่ยวอันใดกับคุณชายฉางหลีกระมัง ข้าก็ลืมไปได้ว่าคุณชายจวินหูตากว้างไกล แม้เป็นพื้นที่ชาวเผ่ามั่วก็ทำอะไรตามใจเช่นนี้ได้”
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า มองชายหนุ่มตรงหน้าราวกับมองเด็กน้อยไม่รู้ความ “คุณชายอวิ๋น...”
“จวินอู๋ฮวน เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!” อวิ๋นอี้ราวกับสัตว์ตัวน้อยที่ถูกคนเหยียบหาง กระโดดตัวลอยจากพื้น จ้องมองจวินอู๋ฮวนด้วยสายตาระแวดระวัง
จวินอู๋ฮวนถอนหายใจ “คุณชายอวิ๋นเข้าใจผิดแล้ว ข้าน้อยเป็นเพียงคนที่เคยคบหากับคุณชายรองตระกูลอวิ๋นอยู่บ้าง หากคุณชายไม่ว่าอะไร ไม่สู้ให้ข้าส่งคนพาคุณชายกลับตระกูลอวิ๋น ทางบ้านจะได้ไม่เป็นห่วง”
อวิ๋นอี้ร้อง “ไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง! และเจ้าก็ไม่ใช่สหายพี่ชายข้า แต่เป็นสหายเจ้ากบฏนั่นสินะ!”
จวินอู๋ฮวนเงียบงันไปครู่หนึ่ง ถอนหายใจเบาๆ ไม่กล่าวอันใด
อวิ๋นอี้ไล่แขก “เชิญท่านทั้งสองไปจากที่นี่ตอนนี้ ที่นี่ของข้าไม่ต้อนรับพวกเจ้า!”
จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า กล่าวว่า “ไม่ว่าตอนนี้คุณชายอวิ๋นคิดทำอะไร ข้าขอเตือนท่านว่าอย่าได้ทำอะไรหุนหันพลันแล่น ไป๋หลี่ชิงหง...หากสังหารง่ายเพียงนั้น เขาจะมีชีวิตมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร”
ชายชุดน้ำเงินสบตากับอวิ๋นอี้ที่ไม่คิดเหมือนเขา แม้ว่าไป๋หลี่ชิงหงชื่อเสียงฉาวโฉ่ แต่เขาก็เคยเป็นขุนพลหนุ่มชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของเทียนฉี่ ด้วยความสามารถของอวิ๋นอี้ อย่าว่าแต่ลอบสังหารเลย แม้แต่ไป๋หลี่ชิงหงยืนเฉยๆ ให้เขาฟันก็ไม่แน่ว่าจะสังหารได้
“เจ้าไม่ต้องมายุ่ง!”
จวินอู๋ฮวนถอนหายใจ กล่าวต่อ “คุณชายอวิ๋นไม่ห่วงความปลอดภัยตนเอง หรือว่าไม่คิดเผื่อครอบครัวท่านบ้าง หากท่านเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา...คนที่บ้านจะเป็นห่วงเพียงใด” กล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าจวินอู๋ฮวนก็สลดลงมาก
ฉู่หลิงแอบคิดในใจว่า คุณชายอู๋ฮวนท่านนี้น่าจะเป็นคนที่เครือญาติน้อยนิด จึงได้มีท่าทีสลดและทอดถอนใจเช่นนี้
อวิ๋นอี้สองตาแดงก่ำ จ้องมองจวินอู๋ฮวนไม่ลดละ ย้อนเขาว่า “เจ้าจะรู้อะไร! เจ้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น...ก็เพราะเขา ก็เพราะเขา...ปู่ข้าโมโหจนตาย! แม่ข้า...แม่ข้าก็ไม่อยู่แล้ว”
จวินอู๋ฮวนอึ้งไปทันที “ท่านไป๋...อวิ๋นจากไปแล้ว?”
ดวงหน้าเยาว์วัยของอวิ๋นอี้เผยรอยยิ้มขมขื่น “ตั้งแต่เมื่อเก้าปีก่อน...ปู่ข้าวันๆ ก็เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในบ้านไม่ยอมพบปะผู้คน ครึ่งปีก่อน ข่าวที่เขาช่วยเป่ยจิ้นยึดหรู่หนิงมาถึงแดนใต้ ตอนนั้นปู่ข้าถึงกับกระอักโลหิตจากไปในทันที คืนนั้นแม่ข้า...ก็แขวนคอจบชีวิตตนเอง ชายในบ้านข้าไม่มีใครอยากแต่งมาเป็นภรรยา หญิงที่ออกเรือนไปก็ถูกปฏิเสธ พี่สาวน้องสาวต่างไม่กล้าออกเรือน นั่งอยู่ในห้องรอคอยออกเรือน...ทั้งหมดนี่ ล้วนเป็นเพราะเขา!”
ทั้งสามคนในที่นั้นต่างเงียบงัน ชายร่างใหญ่วัยกลางคนผู้มีสีหน้าดุร้ายก็ชักสีหน้าเหมือนทนไม่ไหว ผู้ใดก็ไม่คิดตำหนิที่อวิ๋นอี้เสียกิริยาในยามนี้ โศกนาฎกรรมที่ชายหนุ่มอายุสิบห้าต้องเผชิญเช่นนี้ นับว่าเขาเข้มแข็งอย่างยิ่งแล้ว
เดิมฉู่หลิงคิดว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่เข้าใจโลก ขาดประสบการณ์ เพียงแค่โกรธแค้นชั่วครั้งคราวก็คิดสังหารไป๋หลี่ชิงหง คิดไม่ถึงว่าเขาถึงกับเป็นน้องชายของไป๋หลี่ชิงหงแห่งเทียนฉี่[footnoteRef:1] เขาต้องแบกรับเรื่องราวหนักอึ้งเช่นนี้ในใจ [1: ไป๋หลี่ชิงหงสวามิภักดิ์เผ่ามั่ว เป็นความอับอายแก่ตระกูลไป๋หลี่ทั้งตระกูล จึงเปลี่ยนไปใช้แซ่อวิ๋น]
ไม่ว่ายุคใดแผ่นดินใด ขายชาติล้วนเป็นความผิดที่ยากจะรับได้
หลังไป๋หลี่ชิงหงสวามิภักดิ์ศัตรู ทิ้งเรื่องราวใหญ่โตเพียงใดให้ตระกูลไป๋หลี่ แค่คิดก็พอนึกภาพออก ที่ตระกูลไป๋หลี่ไม่ถูกทางการกวาดล้างยึดทรัพย์ล้างตระกูล น่าจะเพราะว่าคนตระกูลไป๋หลี่คิดหาหนทางอย่างหนัก และความเมตตาของฮ่องเต้อีกหนึ่งส่วน หากมีข่าวแพร่ออกไปว่าไป๋หลี่ชิงหงช่วยเป่ยจิ้นยึดหรู่หนิง ก็ยิ่งราวกับเติมเชื้อไฟให้สถานะของตระกูลไป๋หลี่จนโหมไหม้เข้าไปอีก
ฉู่หลิงนึกภาพออกว่าคนที่โกรธแค้นและอดกลั้นไม่มีที่ระบายเหล่านั้นจะปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นไร
ไม่รู้เงียบไปนานเท่าไร จึงได้ยินจวินอู๋ฮวนกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “คุณชายอวิ๋น ไม่ว่าท่านโกรธแค้นไป๋หลี่ชิงหงมากเพียงใด แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาลงมือ และท่านก็สังหารเขาไม่ได้ด้วย ตอนนี้ท่านฆ่าเขา ชาวเมืองทั้งเมืองต้องเดือดร้อนไปด้วย อีกประการ ท่านควรรู้ว่าทำไมไป๋หลี่ชิงหงจึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่”
ฉู่หลิงหลุบตาแอบเงี่ยหูฟัง
จวินอู๋ฮวนกล่าวว่า “ได้ยินว่า...มีคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งหนีออกจากเมืองเหนือ ไป๋หลี่ชิงหงรับคำสั่งตามจับ”
อวิ๋นอี้กัดฟันกล่าว “ชาวเผ่ามั่วถึงกับเชื่อถือไป๋หลี่ชิงหงเช่นนี้?”
จวินอู๋ฮวนยิ้มบาง ส่ายหน้าตอบ “นั่นก็ไม่แน่ เพียงแต่...เป่ยจิ้นรู้จักคนผู้นั้นไม่มาก แต่ไป๋หลี่ชิงหงค่อนข้างคุ้นเคยกับเขา”
“เป็นผู้ใด”
จวินอู๋ฮวนมองอวิ๋นอี้พริบตาหนึ่งแล้วเอ่ยตอบ “ขุนพลเฒ่าเซี่ย เซี่ยถิงเจ๋อ เดิมเขารักษาเมืองหรู่หนิง เคยเป็นผู้บังคับบัญชาไป๋หลี่ชิงหง และยังเป็นอาจารย์ของเขาด้วย”
“...” ฉู่หลิงลอบถอนหายใจ
ก็จริง องค์หญิงเทียนฉี่ที่ถูกขังอยู่ในสำนักซักล้างแต่เล็ก ย่อมไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
อวิ๋นอี้ข้างๆ กลับขมวดคิ้วขึ้นมา กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เขามาตามจับแม่ทัพเซี่ยด้วยตนเอง?!”
จวินอู๋ฮวนไม่ตอบ อวิ๋นอี้พลันได้สติ “ทำไมเจ้ามาบอกเรื่องพวกนี้กับข้า! แท้จริงเจ้ามีจุดประสงค์ใด”
ฉู่หลิงแอบกดมุมปากลึกลง เด็กน้อย เจ้าได้สติสักที หากนี่เป็นพวกค้ามนุษย์ ไม่รู้ว่าเจ้าจะถูกขายไปที่ไหนแล้ว
จวินอู๋ฮวนก้มหน้าหัวเราะขึ้นเสียงหนึ่ง กล่าวว่า “ข้าต้องการบอกคุณชายอวิ๋น เพื่อตามจับแม่ทัพเซี่ย อ๋องหมิงแห่งเป่ยจิ้นยังมอบยอดฝีมือข้างกายสองสามคนของตนให้ไป๋หลี่ชิงหงโดยเฉพาะ เจ้าคิดสังหารเขา ไร้ความหวังโดยแท้ หากต้องเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว ไม่สู้คิดดูว่าจะช่วยแม่ทัพเซี่ยให้หนีรอดอย่างไรดีกว่าไหม”
อวิ๋นอี้มองเขาอย่างสงสัย “เจ้าเป็นชาวซีฉิน สนใจเรื่องพวกเราชาวเทียนฉี่ทำไมกัน ไป๋หลี่ชิงหงเป็นโจรขายชาติ เจ้าก็ไม่ได้ดีกว่ากันไปสักเท่าไรหรอก ทำไมข้าต้องเชื่อเจ้าด้วย”
จวินอู๋ฮวนไม่เก็บมาใส่ใจ แต่ลุกขึ้นยืนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หากคุณชายอวิ๋นไม่เชื่อ ก็คิดเสียว่าข้าไม่ได้พูดแล้วกัน ข้าน้อยเพียงแต่...ไม่อยากให้หลานชายท่านอวิ๋นต้องมาทิ้งชีวิตไว้ จึงได้กล่าวมากความหน่อยเท่านั้น รบกวนแล้ว ขออำลา”
กล่าวจบ เขาก็ลุกเดินออกไปอย่างไม่คิดจะอยู่ต่อแม้แต่น้อย ตอนเดินผ่านหน้าฉู่หลิง เขาก็ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย กวาดตามองฉู่หลิงปราดหนึ่ง ฉู่หลิงเงยหน้า กะพริบตาปริบๆ ท่าทางไร้เดียงสา
จวินอู๋ฮวนยิ้มงาม สะบัดแขนเสื้อก้าวจากไปช้าๆ