ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 8

#8ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 8 พูดจากันดีๆ

จวินอู๋ฮวนไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงแค่อวิ๋นอี้ที่มีสีหน้างงงันกับฉู่หลิงที่เหมือนกำลังครุ่นคิด

ผ่านไปนานก็ยังไม่เห็นอวิ๋นอี้ได้สติคืนมา ฉู่หลิงกระแอมไอขึ้นเสียงหนึ่ง ถามว่า “คือว่า...อู่หวน[footnoteRef:1] ห้าห่วง แค่กๆ คุณชายอู๋ฮวนเป็นใครกัน เชื่อถือได้ไหม” [1: อู่หวน แปลว่า ห้าห่วง ตัวอักษรจีนออกเสียงคล้ายกับชื่อ อู๋ฮวน]

อวิ๋นอี้เหลือบมองนางปราดหนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นัก “เขาเป็นนายแห่งร้านค้าหลิงเซียว ทำการค้าขาย ส่งสินค้าใต้ขึ้นเหนือ มีสายสัมพันธ์กับพวกทรงอิทธิพลสูงศักดิ์ในเมืองเหนือดีมาก”

ฉู่หลิงอุทาน มองเขาอย่างตกใจ “เจ้ารู้สถานะเขา ถึงกับกล้าพูดมากกับเขาเช่นนั้น ไม่กลัวเขากลับมาจับเจ้าไปขายหรือ”

อวิ๋นอี้หรี่ตามองนาง กล่าวเสียงแผ่วว่า “คุณธรรมเขาพอใช้ได้”

ฉู่หลิงแอบหัวเราะในใจ คุณธรรมคุณชายอู่หวน หรืออู๋ฮวนท่านนี้ น่าจะไม่ใช่แค่ใช้ได้กระมัง ด้วยสถานะชาวซีฉินกลับทำการค้ากับชาวเผ่ามั่วได้ ซ้ำยังไม่ถูกชาวเผ่ามั่วดูแคลน ไม่ถูกชาวเทียนฉี่โกรธแค้น นี่น่าสนใจโดยแท้

“ตอนนี้เจ้าคิดทำเช่นไร” ฉู่หลิงถาม

อวิ๋นอี้งุนงง “อะไรคือทำเช่นไร”

“ขุนพลเฒ่าเซี่ยท่านนั้นอย่างไร” ฉู่หลิงกล่าวอย่างเสียไม่ได้

อวิ๋นอี้เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ข้าจะตามไป๋หลี่ชิงหงไป เจ้า...เจ้าหาจังหวะไปเองแล้วกัน เพียงแต่...หรือว่าหากมีโอกาส ข้าจะไปขอให้จวินอู๋ฮวนช่วยเจ้ากลับเทียนฉี่”

ฉู่หลิงส่ายหน้า กล่าวว่า “เจ้าดูแลตัวเองให้ดีก่อนเถอะ ข้าไร้ญาติขาดมิตร ไปที่ไหนก็ไม่ต่างกัน”

อวิ๋นอี้คิดไปมา กล่าวว่า “ก็จริง เทียนฉี่...ก็ไม่ใช่ที่ที่ดีอะไรนัก”

ฉู่หลิงเข้าใจในทันที ตอนนั้นตระกูลของอวิ๋นอี้เป็นตระกูลมีชื่อเสียงในเทียนฉี่ หลังไป๋หลี่ชิงหงสวามิภักดิ์ข้าศึก วันเวลาของตระกูลไป๋หลี่เกรงว่าคงไม่ดีนัก ตอนนั้นอวิ๋นอี้ก็แค่เด็กน้อยไม่กี่ขวบ ภาพความทรงจำในเทียนฉี่ แค่คิดก็พอรู้ได้

อีกด้านหนึ่ง ชายชุดน้ำเงินหันกลับไปมองประตูเรือนสุดตรอกเล็กที่ปิดแน่นราวกับคิดอะไรบางอย่าง

ชายร่างใหญ่วัยกลางคนที่ติดตามข้างกายเขารีบเอ่ยถาม “คุณชาย มีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือ”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้ากล่าวว่า “นั่น...แม่นางน้อย...”

“?” ชายร่างใหญ่อึ้งไปครู่หนึ่ง พอได้สติคืนมาก็กล่าวว่า “คุณชายกล่าวถึงเจ้าขอทานน้อยนั่น? คุณชายรู้สึกว่านางไม่ชอบมาพากลอย่างไร” ไหนเลยจะเรียกว่าแม่นางได้ ก็แค่เด็กน้อยเท่านั้น หากคุณชายไม่บอก เกรงว่าเขายังคิดว่าเป็นไอ้หนุ่มน้อยด้วยซ้ำ

จวินอู๋ฮวนก้มหน้าหัวเราะเสียงหนึ่ง กล่าวว่า “แม้แต่เจ้าก็ยังไม่ทันสังเกตนาง หรือว่ายังไม่ชอบมาพากลอีก”

ชายร่างใหญ่อึ้งไปไร้วาจา จริงด้วย คนเช่นพวกเขาเดินทางไปทั่วย่อมมีความระแวดระวังที่สุด แต่นอกจากเขาจะรู้ว่านั่นเป็นขอทานน้อยผอมแห้งแคระแกร็นแล้ว ถึงกับดูอะไรเกี่ยวกับขอทานน้อยนั่นไม่ออกเลย ถึงกับแม้แต่ชายหรือหญิงก็ยังไม่ทันสังเกต

“คุณชาย ขอทานน้อยนั่น...” ชายร่างใหญ่ขมวดคิ้วกล่าวอย่างเป็นกังวล

จวินอู๋ฮวนยกมือหยุดคำพูดเขาไว้ ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เพียงแค่รู้สึกว่าน่าสนใจเท่านั้น เจ้าไปแอบสืบมาก่อน ระยะนี้เมืองเหนือเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง”

“เมืองเหนือ?”

จวินอู๋ฮวนกล่าวว่า “ขอทานน้อยนั้นสำเนียงมีความเป็นชาวเมืองเหนืออยู่มาก เพียงแต่หน้าตาท่าทางเหมือนชาวเทียนฉี่”

ฉู่หลิงไม่มีทางคาดคิดว่า เพียงแค่พบหน้าก็มีคนเดาได้ว่านางมาจากที่ใด แต่ทว่านี่ไม่อาจโทษฉู่หลิง ฉู่ชิงอีอยู่เมืองเหนือแต่เล็ก ใช้ชีวิตในสำนักซักล้างจนเติบใหญ่ วาจายากจะไม่มีสำเนียงแบบชาวเผ่ามั่วอยู่มาก แม้ว่าฉู่หลิงรู้ปัญหานี้ แต่ก็พยายามเก็บซ่อนไว้ได้ไม่นานนัก นางสื่อสารได้คล่องแคล่วก็นับว่าไม่เลวมากแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแปลงสมบูรณ์แบบได้แม้แต่สำเนียง คนทั่วไปไม่ทันสังเกตเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ มีเพียงจวินอู๋ฮวนที่เห็นชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดา

“ขอรับ คุณชาย”

แม้ว่าในสายตาฉู่หลิง อวิ๋นอี้จะเป็นผีน้อยที่ค่อนข้างน่ารำคาญ แต่ข้อดีของเขาก็มีมาก

อวิ๋นอี้มีชาติกำเนิดดี ความรู้กว้างขวาง เห็นโลกมามาก แม้ว่าอายุไม่มาก แต่กลับอ่านตำราแต่เล็ก เข้าใจเรื่องราวใต้หล้าได้ดีกว่าคนธรรมดามาก ดังนั้นตามเขาแล้ว ฉู่หลิงย่อมหาจังหวะหาความรู้ทดแทนที่ขาดหายไปในโลกนี้ได้ แม้ว่านางมักจะถูกอวิ๋นอี้เสียดสีว่าเป็นคนป่าเถื่อนไม่รู้ว่ามาจากไหน นางก็ไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย

แม้ว่าอวิ๋นอี้ปากไวไม่ไว้หน้า แต่ฉู่หลิงขอคำแนะนำจากเขา ขอเพียงเขาบอกได้ก็จะบอกเล่าอย่างละเอียด เวลาสั้นๆ ไม่กี่วันก็ทำให้ฉู่หลิงมีความรู้มากขึ้นไม่น้อย

วันนี้ฉู่หลิงกำลังออกกำลังในลานบ้าน อวิ๋นอี้ก็พุ่งตัวเข้ามาจากข้างนอกอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าผ่านไปหนึ่งเดือนกว่าแล้ว แต่ร่างกายนี้ก็ยังคงบอบบางอ่อนแอเช่นเดิม ไม่นานก่อนหน้านี้ อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยแทบจะคร่าชีวิตนาง ยิ่งทำให้ฉู่หลิงตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพร่างกาย ตอนนี้ไม่มียาที่มีประสิทธิภาพต่างๆ และไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย ไม่แน่ว่าแค่หวัดเล็กน้อยก็ทำให้การข้ามมิติมาของนางต้องจบลงเช่นนี้

ดังนั้นขอเพียงมีโอกาส นางก็จะไขว่คว้าเอามาฝึกฝนร่างกายตนเอง

พออวิ๋นอี้เข้ามา ฉู่หลิงก็จมูกไวได้กลิ่นคาวเลือดทันที นางรีบสาวเท้าเข้าไปปิดประตูให้เขา กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เจ้าบาดเจ็บ!”

อวิ๋นอี้สีหน้าซีดขาว กุมแขนเอาไว้ ชี้ไปยังบาดแผลที่มีเลือดสดไหลซึมอยู่

ฉู่หลิงลากเขาเข้าไปในลานบ้าน จัดการบาดแผลให้เขาอย่างคล่องแคล่วพลางถามขึ้นว่า “นี่คือบาดแผลจากดาบชาวเป่ยจิ้น เจ้าทำอะไรลงไป”

อวิ๋นอี้กัดฟันตอบ “เจ้าวางใจ มันตายแล้ว!”

ฉู่หลิงเบะปาก คนตายแล้วก็ไม่มีปัญหาแล้ว?

“พวกเรารีบไปจากที่นี่ ที่เล็กๆ เช่นนี้มีชาวเผ่ามั่วตายไปคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก” ฉู่หลิงกล่าว

อวิ๋นอี้จ้องมองนาง “เจ้าเป็นใครกันแน่!”

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย ยักไหล่กล่าวว่า “เจ้าบอกเอง คนป่าอย่างไร วางใจเถอะ ข้าไม่เอาเจ้าไปขายหรอก”

“...” อวิ๋นอี้ไร้วาจาจะกล่าว จ้องมองเด็กสาวที่ดูแล้วอายุยังน้อยกว่าตนเองสองสามปีก็รู้สึกสงสัย “เจ้า...คงไม่ใช่คนแคระใช่ไหม”

ฉู่หลิงสีหน้าเปลี่ยน ตบศีรษะอวิ๋นอี้เข้าทีหนึ่ง “เจ้าสิแคระ ข้าเจริญเติบโตได้” ดูแคลนคนไม่ควรเอ่ยปมด้อย เจ้าผีน้อยนี่พูดจาเป็นไหมนะ

อวิ๋นอี้โมโหคลำศีรษะตนเอง ฝืนทนสะกดกลั้นอารมณ์ลง

เขาสู้สาวน้อยผู้นี้ไม่ได้!

ฉู่หลิงพันแผลให้เสร็จ ก็ตบมือลุกขึ้นยืน “ว่ามาสิ เมื่อครู่นี้เจ้าไปทำอะไรมา”

สีหน้าอวิ๋นอี้สลดลง กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ข้าไปสืบข่าว ไป๋หลี่ชิงหงได้ข่าวแม่ทัพเซี่ยแล้ว อีกไม่ช้าก็ตามทันแล้ว พวกเราต้องเร่งไปให้ทันก่อนหน้าเขา นำข่าวไปแจ้ง!”

ฉู่หลิงมองสำรวจเขา “เจ้าไปสืบข่าวมาได้อย่างไร”

อวิ๋นอี้โมโหฟึดฟัด กล่าวว่า “เจ้าไม่ต้องยุ่ง”

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย คิดอยู่เป็นนานก่อนจะกล่าวว่า “เอาละ ในเมื่อเจ้าคิดว่าข่าวนี้ไม่มีปัญหา เช่นนั้นพวกเราก็รีบออกเดินทาง อย่างไรที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว”

ได้ยินดังนี้ อวิ๋นอี้ก็งุนงงอยู่บ้าง “เจ้าเชื่อข้า?”

ฉู่หลิงถอนหายใจตอบ “ทำอย่างไรได้ ผู้ใดให้ข้าซวยต้องมาเจอเจ้าล่ะ”

“...” นังเด็กบ้า พูดจาเป็นไหมนี่!

devc-40ad6192-32979ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 8