ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา

ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 3 คุณหนูใหญ่ผู้แปลกประหลาด ตอนที่ 3

#3บทที่ 3 คุณหนูใหญ่ผู้แปลกประหลาด

ตอนที่ 3 คุณหนูใหญ่ผู้แปลกประหลาด

คิดไว้ว่าเซี่ยเฉียวจะต้องดูบ้านๆ ธรรมดาไม่สวยอะไร แต่กลับงดงามโดดเด่นถึงเพียงนี้

โชคดีที่ดูไม่ค่อยรู้ความอะไร บรรดาลูกชายของตระกูลมั่งคั่งในเมืองหลวงย่อมเคยพบเจอหญิงสาวงดงามมานักต่อนักแล้ว

ทว่าในการสู่ขอเป็นภรรยานั้น พวกเขาจะมองเรื่องคุณธรรมของหญิงสาวเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า

ข้าวของของเซี่ยเฉียวมีไม่มาก หลังจากจัดการเรียบร้อย นางก็ติดตามสองแม่ลูกหลูซื่อลงจากเขาไป

หลูซื่อที่นั่งอยู่ในรถม้า มีสีหน้ากังวลไม่น้อย

“ไม่เคยเห็นกุลสตรีคนใดทำเช่นนี้มาก่อน ตระกูลของเราก็ไม่ได้ไร้ซึ่งเงินทอง ใช่ว่าจะไม่มีปัญญาซื้อเนื้อมาเป็นอาหาร แต่นางกลับเอาสัตว์ขึ้นไปบนรถม้าด้วย การเดินทางไปยังเมืองหลวงต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนครึ่ง หากต้องกินและนอนกับสัตว์ ข้างในคงต้องมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วเป็นแน่” หลูซื่อเผลอลูบจมูกราวกับว่าได้กลิ่นนั้นแล้ว

เมื่อเซี่ยเฉียวลงมาจากหุบเขา นางนำตะกร้าไม้ไผ่ติดตัวมาด้วยหนึ่งใบ แต่ไม่อาจรู้ได้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในนั้น

นอกจากตะกร้าไม้ไผ่แล้ว ยังมีไก่ตัวใหญ่อีกตัวหนึ่งด้วย

ขนของไก่ตัวนั้นเป็นประกายราวกับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงเจิดจ้า คอยติดตามเซี่ยเฉียวอยู่ไม่ห่าง

“ท่านแม่ คุณหนูใหญ่ผู้นี้ดูแปลกๆ อยู่นิดหน่อย แต่ข้าบอกท่านไม่ได้ว่าอะไรที่แปลกเจ้าค่ะ” เผยหว่านเย่ว์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “อย่างไรก็ตามนางดูไม่ค่อยแข็งแรงนัก…”

“ใช่ สุขภาพไม่ค่อยดี ลุงเซี่ยของเจ้าบอกว่านางเคยได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เกิด” หลูซื่อพยักหน้า

“บ้านก็มีให้อยู่ดีๆ เหตุใดนางจึงมาอาศัยอยู่ในวัดเล่า ยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงก็ควรจะอยู่บ้านไม่ใช่หรือเจ้าคะ” เผยหว่านเย่ว์พูดขึ้นอีก

หลูซื่อนิ่งไป คิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีคนบอกว่านางต้องไม่พบกับครอบครัวก่อนจะถึงเวลาแต่งงาน มิฉะนั้นจะตายตั้งแต่เยาว์วัย”

เซี่ยหนิวซานเคยพูดถึงเรื่องนี้เพียงครั้งเดียว และไม่เคยพูดอะไรอีกเลยนับจากนั้น

“ไม่รู้ว่าลุงเซี่ยของเจ้าไม่สนใจลูกสาวผู้นี้จริงๆ หรือไม่ แต่เขาไม่เคยพูดถึงนางเลย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแม่ก็ไม่เคยส่งของอะไรไปให้นางเช่นกัน หากจะบอกว่าลืมนางไปแล้วก็ไม่ผิดนัก ทว่าคราวนี้แม่กลับถูกสั่งให้มารับตัวนางกลับ สั่งให้ดูแลนางให้ดี…” หลูซื่อมีท่าทางสับสนอยู่บ้าง

อย่างไรเสียสามีของนางก็เคยเป็นโจรมาก่อน นางจึงจำเป็นต้องเชื่อฟัง

ไม่กล้าคาดเดาอะไรมากมายอีก

“คุณหนูใหญ่ผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม เมื่อไปถึงเมืองหลวงแล้ว ถึงแม้ว่าลุงเซี่ยจะเคยไม่ชอบนางอย่างไร ข้าคิดว่าพอได้พบหน้าเขาก็คงจะใส่ใจนางมากขึ้น” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยเบาๆ น้ำเสียงเจือความเศร้าเล็กน้อย

หลูซื่อรู้สึกตกใจ จากนั้นก็ส่ายหัว “ไม่ต้องกังวลหรอก ถึงนางจะงดงามเพียงใด แต่นอกจากความงามแล้วนางก็ไม่มีอะไรดีอีก ไม่ว่าจะดีดฉิน เล่นหมากรุก เขียนพู่กัน วาดภาพ นางเข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ เพียงแค่มารยาทพื้นฐานนางยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ จะมีใครไปสนใจนางเล่า อีกเดี๋ยวเมื่อไปถึงเมืองหลวงแล้ว เจ้าก็พูดจาดีๆ อย่าเรียกเขาว่าท่านลุงเซี่ย ให้เรียกท่านพ่อ เช่นนั้นจะได้ฟังดูเป็นครอบครัวเดียวกัน”

“เรียกท่านพ่อหรือเจ้าคะ หากเรียกแล้วท่านลุงเซี่ยจะอารมณ์ดีไหม…” อันที่จริงเผยหว่านเย่ว์เตรียมตัวมาพร้อมทีเดียว

ไม่ว่าตระกูลเผยจะมีความดีงามเพียงใด แต่ก็เป็นเพียงตระกูลของพ่อค้าไม่ใช่ขุนนาง

หลังจากพ่อของนางตายไป ตระกูลเผยก็ไม่เหลืออะไรอีก ครั้งนี้นางเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเซี่ย

“ต้องอารมณ์ดีสิ เขายังเคยพูดถึงเจ้าก่อนหน้านี้เลย” หลูซื่อยืนกราน

ช่วยให้อารมณ์ของเผยหว่านเย่ว์สงบลงมาก

ขณะนั้นเซี่ยเฉียวถือถุงหนอนตากแห้งไว้ในมือ จากนั้นเทลงในชามขนาดเล็ก และมองดูไก่ตัวใหญ่ของนางกินอย่างเอร็ดอร่อย

“เฮ้อ” เมื่อเข้าสู่ทางลาดชันอีกครั้ง เซี่ยเฉียวก็ถอนหายใจออกมา

สักพักนางก็หันไปด้านนอก แล้วพูดกับคนด้านนอกว่า “หยุดรถ”

คนขับรถม้าด้านนอกไม่เข้าใจจึงตะโกนถามกลับไป “คุณหนูใหญ่มีเรื่องอะไรหรือขอรับ ฮูหยินบอกไว้ว่าวันนี้ให้รีบเดินทาง อยากให้ถึงเขตเมืองก่อนฟ้าจะมืด”

การเดินทางครั้งนี้ของหลูซื่อมีผู้ติดตามมาด้วยประมาณยี่สิบคน

ทีแรกรถม้าคันนี้เป็นของเผยหว่านเย่ว์ หากครอบครองไว้ได้เพียงครึ่งทางก็ต้องคืนให้เจ้าของ

ถึงจะรู้ดีว่าควรต้องเตรียมสาวใช้ไว้ให้นาง แต่หลูซื่อก็ไม่ได้เตรียมเอาไว้ให้ ดังนั้นนางจึงต้องเอ่ยคำสั่งออกมาด้วยตนเองแบบนี้

devc-a3b5dd88-33025ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 3 คุณหนูใหญ่ผู้แปลกประหลาด ตอนที่ 3