ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา

ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 13 ไม่ได้หรือ ตอนที่ 13

#13บทที่ 13 ไม่ได้หรือ

ตอนที่ 13 ไม่ได้หรือ

ใช่ว่าไม่เคยเห็นหญิงงามป่วย แต่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

เมื่อวานนางยังตากน้ำค้างลงมือขุดหลุมหากระดูกอยู่เลย แต่กลับทำท่าเหมือนจะตายในวันนี้

จะไม่เหมือนคนโกหกได้อย่างไร

จ้าวเสวียนจิ่งยังคงนึกสงสัยอยู่บ้าง แต่เพราะว่าคนผู้นี้เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะมีความสามารถจริงๆ หรือเป็นแมวขโมยที่สวมรอยแกล้งทำเป็นพบหนูที่ตายแล้วก็ตาม อย่างไรเสียก็นับเป็นหนี้ที่เขาต้องชดใช้ และเขาควรมาเยี่ยมนางด้วยตนเอง

รวมถึงเอารถม้ามารับ

“การเดินทางค่อนข้างลำบาก หากแม่นางเซี่ยไม่รังเกียจ เชิญขึ้นรถม้ามาด้วยกันดีหรือไม่” แม้จ้าวเสวียนจิ่งจะมีท่าทีเย็นชาแข็งกระด้าง ดูเข้าถึงได้ยาก แต่กลับเอ่ยถามอย่างสุภาพ

เซี่ยเฉียวยืนขึ้น

นางก้าวไปข้างหน้าสองก้าว

ก่อนจะหยุดเท้าลง

“จะส่งตัวข้าให้ทางการอีกหรือไม่” หันไปมองชายสูงศักดิ์แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “สุขภาพข้าไม่ดี ถ้าเข้าคุกก็คงตาย หากอย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี คงจะดีถ้าไม่ได้เหนื่อยจนตาย…”

หนังตาจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกเล็กน้อย

รู้สึกเจ็บคล้ายมีอะไรกระแทกศีรษะ

“แม่นางมีความสามารถ ท่านถือเป็นแขกของข้าแล้ว ในเมื่อคำทำนายของท่านเกิดขึ้นจริง ท่านย่อมไม่ใช่โจรปล้นสุสานอย่างแน่นอน แล้วข้าจะส่งท่านเข้าคุกได้อย่างไร” ดวงตาคมของจ้าวเสวียนจิ่งจมลึก

เซี่ยเฉียวเดินไปอีกเล็กน้อย เสื้อคลุมตัวยาวไหวไปตามการเคลื่อนไหว

“ถ้าอย่างนั้น โปรดส่งข้าที่เมืองที่ใกล้ที่สุดที่ชื่อว่า...เมืองสือฝั่งด้วย” เซี่ยเฉียวยังคงก้มหน้า เอ่ยเสียงแผ่วเบา

ดูไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ง่ายต่อการละเลย

ท่าทางคล้ายเด็กเล็กๆ ที่หวาดกลัว

“ท่านมีญาติอยู่ในเมืองหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งถามขึ้นอีก

“ใช่” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ท่านแม่และน้องสาว”

จ้าวเสวียนจิ่งเม้มปาก แล้วพยักหน้าลง “ย่อมได้ แต่ข้ามีเรื่องจะถามท่านสักสองสามคำ ไม่รู้ว่าแม่นางพอจะให้คำตอบได้หรือไม่”

“ค่อยถามตอนอยู่ในรถม้าเถิด ตอนนี้ข้าเหนื่อยมาก” เซี่ยเฉียวศีรษะตกลงเล็กน้อย

องครักษ์โจวและคนอื่นๆ ที่ติดตามคุณชายมาตลอดย่อมรู้ดีว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ แต่เมื่อเห็นว่าครึ่งเซียนอยู่ในสภาพน่าสงสารเช่นนี้แล้ว ก็รู้สึกผิดจนไม่กล้าแม้แต่จะมองดูนาง กลัวว่าน้ำเสียงของคุณชายจะเย็นชาและรุนแรงเกินไป

จ้าวเสวียนจิ่งมองตามเซี่ยเฉียวไป

ครึ่งเซียนผู้นี้...งดงามทีเดียว

แม้จะพูดจาชักช้าน่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็ไม่อาจโกรธนางได้ ทำได้เพียงรู้สึกสงสารเท่านั้น

เขาไม่ชอบเห็นผู้หญิงร้องไห้คร่ำครวญมากที่สุด เพราะฟังน่ารำคาญคล้ายมียุงบินว่อน ดังนั้นการต้องมาฟังคำพูดของครึ่งเซียนเช่นนี้ จึงรู้สึกราวกับได้ยินเสียง ‘ทู ทู ทู’ เท่านั้น

เซี่ยเฉียวอ่อนล้าเกินกว่าจะนึกอะไรอื่น เพียงอุ้มต้าซยงไว้แล้วขึ้นรถม้าของชายสูงศักดิ์ผู้นี้ไป

“ต้อง... เอามันขึ้นรถด้วยหรือ” ใจของจ้าวเสวียนจิ่งร่วงวูบลงไป

เผลอเอนหลบไปโดยไม่รู้ตัว

เซี่ยเฉียวก้มศีรษะลง เอนไปทางประตูรถเล็กน้อย กอดไก่ตัวใหญ่เอาไว้แน่น นำเท้าข้างหนึ่งแนบอยู่กับตะกร้าไม้ไผ่ของตนเอง

เช่นนั้นจึงคล้ายกับหญิงจากตระกูลที่ดีพบกับอันธพาล

“ไม่ได้หรือ” เสียงสั่นเครือ คิ้วตกลง เอ่ยช้าๆ

จ้าวเสวียนจิ่งใช้ชีวิตสูงส่งมาโดยตลอด เขาย่อมไม่เคยนั่งรถม้าคันเดียวกันกับสัตว์

หากเขาไม่พยักหน้า เขาก็จะกลายเป็นคนไม่หนักแน่น มองไก่ตัวใหญ่อยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ได้”

มุมปากเซี่ยเฉียวยกขึ้นเล็กน้อย ยกมือขึ้นลูบขนไก่ตัวใหญ่จนเรียบ

“แม่นางเซี่ยเรียนมาจากที่ใดหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถามขึ้น ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วจึงเสริมอีกว่า “แล้วอาจารย์เป็นใคร”

“ข้าอยู่ในวัดสุ่ยเย่ว์มาตั้งแต่เด็กแล้ว และป่วยมาตลอด ข้ามองเห็นโชคร้ายได้บ้าง แต่ไม่น่าพูดถึงหรอก หากกล่าวได้ถูกต้อง คงเป็นเรื่องบังเอิญแล้ว” หาได้ยากที่เซี่ยเฉียวจะถ่อมตัวเช่นนี้

devc-40d94239-33140ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 13 ไม่ได้หรือ ตอนที่ 13