ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 14 ไม่ต้องอาย ตอนที่ 14
ตอนที่ 14 ไม่ต้องอาย
เพียงประโยคเดียวของเซี่ยเฉียว จ้าวเสวียนจิ่งก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก
บังเอิญหรือ
แม้แต่ช่วงเวลาที่ทำนายไว้ยังถูกต้อง เป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้นจริงๆ หรือ
ก่อนจะนึกได้ว่าเมื่อวานเขายังจะส่งตัวนางให้ทางการอยู่เลย ไม่แปลกอะไรที่วันนี้นางจะไม่อยากคุยกับเขา
“แม่นางเซี่ย ท่านช่วยดูให้ได้ไหม ว่ายังมีอันตรายอื่นๆ อยู่อีกหรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งจ้องมองไปยังเซี่ยเฉียว ไม่รู้ทำไมเสียงของเขากลับอ่อนลงเรื่อยๆ
เซี่ยเฉียวหันไปสบตากับเขา
ระหว่างทางยังมีอันตรายอีกหรือไม่งั้นหรือ
คุณชายผู้นี้คงอยากอยู่อย่างสงบ
นางไม่เคยเห็นคนที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผีได้มาก่อนเลย
คนเช่นนี้...
นางควรอยู่ห่างเข้าไว้
“อันตราย...ใช่ ก็ควรระวังไว้ หากต้องทำนายไปเสียทุกอย่าง ผู้ทำนายคงหมดแรงสิ้นใจแล้ว อีกอย่าง...ไม่ควรเผยความลับของโลกมากเกินไป” เซี่ยเฉียวกล่าวเนิบๆ
ปึง
แท่งเงินถูกวางลงบนโต๊ะเล็กๆ ในรถม้า
เมื่อมองดูก็เห็นสิบตำลึงวางอยู่
“จะมีอันตราย” เซี่ยเฉียวหยิบเงินใส่ลงในตะกร้าไม้ไผ่
จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้วและอดยิ้มออกมาไม่ได้ “ไม่เป็นไรแล้วหรือ”
เซี่ยเฉียวไม่ได้พูดอะไรต่อ
จ้าวเสวียนจิ่งเม้มริมฝีปาก อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย เขาหยิบอีกห้าสิบตำลึงออกมาวางบนโต๊ะ “เท่านี้พอจะบอกอะไรสักคำสองคำได้หรือไม่”
“ระวังคมดาบและไฟไหม้” เซี่ยเฉียวเก็บเงินเข้าไป จากนั้นจึงหยิบยันต์สีเหลืองและกระจกโลหะขนาดเล็กออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่ “นี่คือยันต์ป้องกันตัวและกระจกคุ้มภัย พกติดตัวไว้ มีวิธีนี้เท่านั้นที่จะพอช่วยได้”
จ้าวเสวียนจิ่งหยิบของสองชิ้นขึ้นมาดู
กระดาษยันต์พับเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆ มีกลิ่นคล้ายธูปติดอยู่ กลิ่นที่คล้ายกับกลิ่นกายของหญิงผู้นี้
ส่วนกระจกโลหะมีขนาดประมาณฝ่ามือหนึ่งจึงแขวนติดตัวได้
ไม่อาจรู้ได้ว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายหรือไม่ จ่ายเงินไปแล้วอย่างไรก็คงต้องลองดู
จ้าวเสวียนจิ่งกำลังจะเอ่ยขอบคุณ แต่เซี่ยเฉียวพูดขึ้นเสียก่อน “ไม่มีเงินใดสำคัญมากกว่าชีวิตท่าน”
จ้าวเสวียนจิ่งสบตากับเซี่ยเฉียวขณะเก็บของเหล่านี้ไว้ในอกเสื้อ
“แม่นางเซี่ยนับว่าเจ้าอารมณ์ทีเดียว” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยยิ้มๆ
บอบบาง ขี้งก แต่ก็ฉุนเฉียวง่าย
ที่ไม่อยากยุ่งด้วยนักไม่ใช่เพราะรูปโฉมของนาง แต่เป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่า
คล้ายกับแมวป่า ถึงจะดูน่าสงสารและบอบบาง แต่กรงเล็บกลับแหลมคมอย่างมาก
“คุณชายดูไม่ค่อยพอใจข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตามองออกไปนอกรถม้า หยิบพัดขนนกขึ้นมาพัดเบาๆ
หน้าไม่แดง หายใจปกติ ราวกับอาการป่วยหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว
จ้าวเสวียนสังเกตเห็นกระดิ่งทองคำใบเล็กแขวนอยู่บนข้อมือของครึ่งเซียน
แม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้รู้สึกรำคาญ
ข้อมือขาวราวกับหยกแกว่งไปมา น่าหงุดหงิดไม่เบาเลย
เขาจึงเบนสายตาไปมองทางอื่น
เข้าใกล้เมืองสือฝั่งแล้ว
คนของเขาควรพักผ่อนดีๆ ในเมืองบ้าง
เดิมเขาควรไปส่งนางยังโรงเตี๊ยม แต่เซี่ยเฉียวคิดว่าหลูซื่อและลูกสาวคงตกใจเมื่อเห็นชายตัวใหญ่หลายคนอยู่ด้วย ดังนั้นนางจึงขอลงที่ทางเข้าเมือง
“รีบไปขอให้แม่นางเซี่ยชี้แนะเร็วเข้า!” องครักษ์โจวผลักฉินจื้อให้ตามไป
ฉินจื้อตัวแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ ก้าวไปอย่างไม่แน่ใจ “แต่นางเป็นหญิงสาว…ก็แค่เรื่องเพ้อเจ้อเท่านั้น”
องครักษ์โจวมองอย่างเหลืออด “ถ้าไม่จริง คุณชายจะเชิญนางขึ้นรถม้าทำไม ที่ข้าอธิบายมาตลอดทางยังไม่เข้าใจอีกหรือ ศักดิ์ศรีสำคัญก็จริง แต่ชีวิตย่อมสำคัญกว่า อีกอย่างหญิงสาวผู้นี้เพิ่งช่วยชีวิตพวกเราไว้ น่าอายตรงไหนที่จะขอให้นางช่วย”
เจ้าเด็กนี่ช่างหน้าบางเหลือเกิน!