ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 27 ศิษย์เอก ตอนที่ 27
ตอนที่ 27 ศิษย์เอก
ไม่คิดว่าจะมาพบที่นี่ได้?!
“ท่านรู้ตัวตนของเขาได้อย่างไร ทำไมไม่รีบรายงาน” ผู้ตรวจการถามอย่างเคร่งเครียด
เซี่ยเฉียวตอบอย่างใจเย็น “เมื่อครึ่งปีที่แล้ว บังเอิญพบพวกเขาตอนลงมาจากเขา สุขภาพข้าไม่ค่อยดีนัก ต้องขอบคุณที่ได้พวกเขาช่วยไม่ปล่อยให้ข้านอนเป็นลมอยู่ในป่า เวลาต่อมาข้าก็ได้ยินข่าวว่าใต้เท้าลู่สิ้นใจแล้ว ข้ารู้สึกกังวลที่ยังหาศพอีกคนไม่พบด้วย คนลือกันไปว่าเป็นบ่าวที่หลบหนีไป แต่ข้าไม่เชื่อจึงเริ่มออกค้นหาด้วยตัวเอง”
“ครั้งนี้ข้าลงจากเขามา บังเอิญผ่านไปที่นั่น พบว่าดินบริเวณนั้นอ่อนนุ่ม วัชพืชที่อยู่ด้านบนดูอุดมสมบูรณ์กว่าที่อื่น ข้าสงสัยจึงลองขุดดู ไม่คิดว่าจะขุดพบศพเขาจริงๆ” เซี่ยเฉียวอธิบายต่ออย่างไม่รีบร้อน
“เป็นเช่นนี้เอง แล้วพี่หญิงรู้ว่าเป็นศพของบ่าวรับใช้ได้อย่างไรหรือเจ้าคะ” เผยหว่านเย่ว์ถาม
หลายคนก็สงสัย ต่างพยักหน้าตาม
เหลือแค่เพียงกระดูก มองไม่ออกเลยว่าเป็นใคร แล้วจำเขาได้อย่างไรกัน
“เพราะมีของที่บ่งบอกตัวตนเขาอยู่ด้วย ในตอนที่เขาช่วยข้า เพื่อแทนคำขอบคุณข้าจึงได้มอบกระจกทองแดงอันเล็กๆ นี้ให้เขา หวังว่าจะช่วยเขาพ้นจากความโชคร้ายได้บ้าง แต่คาดไม่ถึงว่าพลังของกระจกทองแดงนี้จะน้อยเกินไปไม่อาจช่วยยับยั้งได้” เซี่ยเฉียวตอบ
ขณะที่พูดเช่นนั้น นางก็หยิบกระจกทองแดงออกมาด้วย
กระจกทองแดงนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือ ดูเลอะเทอะสกปรก น่าจะถูกฝังอยู่ในดินมานาน
ของพวกนี้เซี่ยเฉียวมีอยู่มากมาย
เหมาะที่จะใช้มอบเป็นของขวัญในชีวิตประจำวัน
“ท่านพี่บังเอิญขุดเจอได้อย่างไร…” เผยหว่านเย่ว์รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
แม้คำเหล่านี้ฟังดูสมเหตุสมผล แต่จะมีความบังเอิญเช่นนั้นในโลกได้อย่างไร
เซี่ยเฉียวมองนางพลางยิ้มให้
“ข้า...ข้าพูดอะไรผิดหรือ” เผยหว่านเย่ว์มองอย่างระมัดระวัง
“เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ถ้าแม่นางเผยคิดว่าแปลก เจ้าลองไปถามเขาดูไหมว่า ทำไมเขาถึงถูกฝังอยู่ใต้ดินที่ข้าเหยียบและไยข้าถึงขุดพบเขาได้” เซี่ยเฉียวกล่าวแดกดัน
เผยหว่านเย่ว์หน้าชา
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบ นางก็รินน้ำใส่แก้วแล้วดื่มช้าๆ
ก่อนจะยิ้มบางๆ “ลำบากท่านผู้ตรวจการต้องเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว เมื่อท่านกลับไป เพียงบอกแก่ท่านเจ้าเมืองว่าศิษย์โม่หลิงจื่อแห่งวัดสุ่ยเย่ว์เพียงทำในสิ่งที่ต้องทำ ท่านจะเข้าใจ”
“วัดสุ่ยเยว่?” ผู้ตรวจการตกใจเมื่อได้ยินคำนี้
จากนั้นเขาก็มองไปยังเซี่ยเฉียวด้วยความประหลาดใจ “ท่านเป็นศิษย์เอกของโม่หลิงจื่อแห่งวัดสุ่ยเย่ว์ ครึ่งเซียนเซี่ยใช่หรือไม่”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าเบาๆ
“ในเมื่อเป็นครึ่งเซียนเซี่ยก็ย่อมไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เป็นข้าที่บุ่มบ่ามไปล่วงเกินท่านเข้า ข้าไม่รู้...ว่าข้าทำอะไรพลาดไปหรือไม่ขอรับ” ท่าทีของผู้ตรวจการผู้นี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เผยหว่านเย่ว์ก็ตกตะลึง
“ไม่หรอก ผู้ที่ทำผิดข้อห้ามเป็นผู้อื่น ส่วนเรื่องผิดพลาดของท่านก็ไม่นับว่าใหญ่โตอะไร” เซี่ยเฉียวตอบช้าๆ
ฟังจบ ผู้ตรวจการก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยได้ยินเรื่องวัดสุ่ยเย่ว์มาบ้าง!
โม่หลิงจื่อเป็นเจินเหริน[footnoteRef:1] ไม่ว่าเขาจะเอ่ยอะไรออกมาก็ถูกต้องเสมอ และเจินเหรินท่านนี้มีลูกศิษย์อยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น รู้จักกันในนามครึ่งเซียนเซี่ย ซึ่งเป็นผู้มีพรสวรรค์โดยแท้ [1: เจินเหริน ผู้บำเพ็ญพรตประพฤติรักษาพรหมจรรย์ให้มั่นคง]
ตอนที่ท่านเจ้าเมืองเพิ่งเข้ารับราชการได้ไม่นาน เขาเองก็เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆ แม่เฒ่าก็ล้มหมอนนอนเสื่อรักษาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาเมื่อพาไปยังวัดสุ่ยเย่ว์ อาการป่วยของนางก็ทุเลาลง หญิงชราจึงมีชีวิตอยู่ต่อมาได้อีกยี่สิบปี!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วัดสุ่ยเย่ว์ขุดกระดูกขึ้นมา
ก่อนหน้าก็เคยทำเช่นนี้อยู่บ้าง ทั้งยังช่วยออกค้นหาศพให้กับทางการบ่อยครั้ง ทุกครั้งล้วนถูกต้อง
น่าเสียดายที่ทั้งสองอาจารย์และลูกศิษย์คู่นี้ไม่ค่อยลงจากเขา ท่านเจ้าเมืองจึงขึ้นไปพบที่วัดสุ่ยเย่ว์อยู่บ่อยๆ ส่วนพวกเขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงไม่เคยได้พบหน้ามาก่อน
ดูแล้วก็เป็นดังเช่นที่ท่านเจ้าเมืองบอกไว้จริงๆ รัศมีรอบร่างของเทพธิดาช่างเจิดจรัส!