ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 26 อย่าให้วุ่นวาย ตอนที่ 26
ตอนที่ 26 อย่าให้วุ่นวาย
องครักษ์และคนของเขามองหน้ากัน แต่พวกเขาไม่สามารถเอ่ยนามคุณชายออกมาได้
เมืองสือฝั่งอยู่ไม่ไกลจากเขตปกครองมากนัก และชายคนนั้นก็รีบออกไปพร้อมกับม้าเร็วของเขา ใช้เวลาไปกลับหนึ่งชั่วยาม
ขณะนั้นเซี่ยเฉียวเองก็กลับมาถึง
หลังจากเข้าประตูมา ใบหน้าของเซี่ยเฉียวก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที เมื่อนางเห็นผู้ตรวจการกำลังวุ่นวาย...อยู่กับกระดูกบนพื้น
เม้มปาก จ้องมองไปที่กระดูก อย่างไม่อนุญาตให้ใครมาแตะต้อง
คนที่รู้จักเซี่ยเฉียวไม่กล้าเอ่ยปากทักว่านางกลับมาถึงแล้ว
“พี่หญิง ไยท่านถึงซ่อนกระดูกไว้เช่นนี้ น่ากลัวเสียจริง!” เผยหว่านเย่ว์รีบวิ่งมา ราวกับจะวิ่งเข้าสู่อ้อมแขนของนาง
เมื่อเซี่ยเฉียวแสดงท่าทีหลบเลี่ยงไม่ให้เข้าใกล้ เผยหว่านเย่ว์จึงพุ่งไปในอากาศ
“เราไม่สนิทกัน” เซี่ยเฉียวกระซิบ “เจ้าแตะต้องของของข้าหรือเปล่า”
“พี่หญิง…ข้ากับแม่ไม่ได้ตั้งใจ เพียงแค่คิดว่าอาจเป็นของต้องห้ามบางอย่าง ข้าแค่อยากดูให้แน่ใจเท่านั้น คาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็น…พี่หญิง ข้ารู้ว่านี่เป็นกระดูกที่พี่ขุดขึ้นมาจากข้างทาง แค่อธิบายให้ผู้ตรวจการฟัง ไม่ว่าพี่หญิงจะพูดอะไร ทุกคนจะเชื่อท่านอย่างแน่นอน!” เผยหว่านเย่ว์พูดอย่างรวดเร็ว
เซี่ยเฉียวยิ้มหยัน
“ไม่ว่าของอะไรเจ้าก็อยากจะแตะต้องไปเสียทั้งหมด ต้องชื่นชมความกล้าหาญของเจ้าทีเดียว” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“สิ่งนี้...ทำให้ข้ากลัวจริงๆ…” ดวงตาของเผยหว่านเย่ว์ยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้ เห็นได้ชัดเจนว่านางกลัวจริงๆ
“ท่านเป็นคนซ่อนสิ่งนี้ไว้หรือ โปรดไปยังศาลาว่าการด้วย!” ผู้ตรวจการเอ่ยตรงไปตรงมา
“ข้าเกรงว่าคงไม่ได้” เซี่ยเฉียวเข้าไปในห้องแล้วนั่งลงดื้อๆ
“พี่หญิง!? ไม่ได้จะจับท่านหรอก เพียงแค่ให้ท่านบอกเบาะแสของกระดูกชิ้นนี้ก็เท่านั้น” เผยหว่านเย่ว์กล่าวอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
หลูซื่อขมวดคิ้ว รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
วันนี้ลูกสาวนางทำเกินไป
ในอนาคตเราทั้งหมดล้วนต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน และตอนนี้มันก็วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าใครจะร่ำรวย ใครจะเสียหาย สุดท้ายแล้วชื่อเสียงทุกคนก็ย่อมจะเสียตามไปด้วย
ยังโชคดีที่เซี่ยเฉียวผู้นี้เติบโตมาจากข้างนอก
“เฉียวเอ๋อร์ เจ้าฟังแม่ ไปที่ศาลาว่าการ แค่พูดสิ่งที่เจ้ารู้ไปเท่านั้น” หลูซื่อเอ่ยขึ้นมา
“ให้ข้าพูดหรือ” เซี่ยเฉียวพูดด้วยใบหน้าเย็นชา “หากต้องการตรวจสอบตัวตนของศพ และหาสาเหตุการตาย? ข้าทราบดีอยู่แล้ว ทางการไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีก?”
“ท่านพี่...เมื่อครู่พี่ชายคนหนึ่งเพิ่งบอกว่านี่เป็นศพไร้ชื่อ” เผยหว่านเย่ว์กล่าว
“เมื่อวานเป็นแค่ศพไร้ชื่อ จู่ๆ วันนี้ข้าก็เกิดจำขึ้นมาได้แล้ว” เซี่ยเฉียวพูดอย่างเย็นชา
“เฉียวเอ๋อร์ เจ้าอย่าทำให้เรื่องวุ่นวาย!” หลูซื่อพูดด้วยความโกรธ
เซี่ยเฉียวไม่ต้องการมากความกับผู้ตรวจการ ดังนั้นนางจึงพูดไปตรงๆ ว่า “นามสกุลของเขาคือลู่ ลู่เฉวียนหลิน ปีนี้…อายุย่างสามสิบแปด เมื่อครึ่งปีที่แล้ว เขาออกไปกับเจ้านายของเขา แล้วถูกโจรฆ่าชิงทรัพย์ เขากับภรรยามีลูกชายด้วยกันสามคน และภรรยา พ่อ รวมถึงญาติๆ ของเขาทั้งหมดล้วนอาศัยอยู่ในเมืองหลวง”
“คดีชิงทรัพย์เมื่อครึ่งปีที่แล้วหรือ” ผู้ตรวจการได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว
“ถูกต้องแล้ว มีคนตายจำนวนมากในเหตุการณ์นั้น ท่านเพียงตรวจหาดูว่ายังมีบ่าวรับใช้ที่หายตัวไปอยู่หรือไม่” เซี่ยเฉียวกล่าวอีกครั้ง
ผู้ตรวจการเกือบพยักหน้า
“เรื่องนี้ เหยื่อคือใต้เท้าลู่ ผู้ตรวจการที่กำลังออกลาดตระเวณ” ผู้ตรวจการกล่าวอย่างรวดเร็ว
ในเวลานั้น คดีนี้สร้างความตกใจให้กับคนทั่วทุกสารทิศ และยังจับฆาตกรที่ฆ่าใต้เท้าลู่ไม่ได้เลย
ต่อมา คนที่มาสอบสวนคดีนี้ไม่ใช่เพียงแค่ได้ข่าวจากที่ไหนสักแห่งเท่านั้น ยังจับกุมฆาตกรได้อีกด้วย
ว่ากันว่าบรรดาใต้เท้าเพียงหาแพะรับบาป ให้คดีคลี่คลายลง
แต่พวกเขาเป็นผู้ตรวจการ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่าใต้เท้าลู่ และบ่าวรับใช้ของเขายังคงหายตัวไป
ในเวลานั้นใต้เท้าลู่ออกเดินทางเป็นคณะเล็กๆ ตามคำบอกเล่าของผู้คนที่พบเห็นเขา เขามีคนไปด้วยอีกสามคน องครักษ์คุ้มกันสองคน และบ่าวรับใช้อีกคนหนึ่ง
ในที่เกิดเหตุ พบเพียงใต้เท้าลู่และอีกสองคนเท่านั้น
ยังหายไปอีกหนึ่ง ตามหาตัวมานานแล้วก็ยังไม่พบ