ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 33 หยิ่งทระนง ตอนที่ 33
ตอนที่ 33 หยิ่งทระนง
จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้วขึ้น ชำเลืองมองนางเล็กน้อย
หลังจากพบหญิงสาวก็ใช้เงินไปแล้วถึงสองร้อยหกสิบตำลึง เพื่อแลกกับคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคจากนางเท่านั้น
คำบางคำเร้นลับเกินกว่าจะเข้าใจได้ แต่ในส่วนที่ฟังเข้าใจ เขาจดจำมันไว้อย่างดี
“แม่นางเซี่ย คำพูดของท่านนั้นมีค่าจริงๆ” จ้าวเสวียนจิ่งคล้ายจะยิ้ม แต่ทว่าก็ยังคงมีท่าทีเย็นชา
“ข้าจะพูดถึงเงินแค่ครั้งนี้ คุณชายเต็มใจจะจ่ายหรือไม่” เซี่ยเฉียวมีท่าทางสงบนิ่ง ไม่ได้รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย “รับเงินของท่านมา ถือว่าไม่มากนัก มีผู้ที่สามารถให้ได้มากมายกว่านี้ นอกจากนี้ทุกครั้งที่รับเงินมา ท่านเป็นผู้มอบให้แก่ข้าเอง ข้าไม่ได้เรียกร้องแต่อย่างใด”
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็เห็นด้วย
ทั้งหมดที่เขาจ่ายไป เป็นไปอย่างเต็มใจ
ทั้งยังเป็นครั้งแรกด้วย
ดังนั้นจะกล่าวโทษว่านางอยากได้เงินเขาไม่ได้
“แม่นางเซี่ย หวังว่าเราจะได้พบกันอีกในภายหลัง” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่าจะมัวเสียเวลาอยู่อีกไม่ได้ จึงรีบกล่าวลา
“เจ้าค่ะ ไว้พบกันใหม่” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
“…” จ้าวเสวียนจิ่งหันกลับไปมองนาง แสร้งถามว่า “ได้ยินว่าแม่นางจะเดินทางไปยังเมืองหลวง ข้าเป็นพ่อค้าแต่ไม่เคยไปเมืองหลวงมาก่อน”
เซี่ยเฉียวหัวเราะเบาๆ
“คุณชายพูดเช่นนี้ ไม่ต่างไปจากหญิงสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางบุรุษมากมายแล้วบอกว่าทุกคนล้วนเป็นรักแท้ของนาง ฟังอย่างไรก็เป็นเพียงเรื่องโกหก” เซี่ยเฉียวก้าวเดินไปสองก้าว พูดเสียงเบา “คุณชายไม่ต้องกังวลหรอก แม้ว่าข้าจะพบท่านที่เมืองหลวง ข้าก็จะแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก”
คำพูดของเซี่ยเฉียวตรงไปตรงมา จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
สถานะของเขาค่อนข้างจะเปราะบางทีเดียว หากเรื่องนี้สำเร็จเสร็จสิ้น คงเป็นการยากหากจะบอกผู้อื่นว่าสำเร็จเพราะคำทำนาย
ไม่ใช่ว่าการดูดวงเป็นเรื่องไม่ดี และก็ไม่ได้มีความผิดอะไรด้วย
เหมือนกับว่าหากมีใครบางคนต้องลงมือทำแพแต่กลับเอ่ยขึ้นมาว่าเขาไม่ได้มีหน้าที่นี้ ก็ถือว่าเป็นปัญหาแล้ว
“ต้องขอบคุณแม่นางเซี่ยแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งตอบจริงจัง
นางฉลาดหลักแหลมจนน่าเกรงขาม
“ขอบคุณคุณชายเช่นกัน อย่างไรข้าก็เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวผ่อนคลาย คล้ายกับพึงพอใจไม่น้อย
เป็นหญิงสาวมีตระกูลจะเที่ยวไปเปิดตัวกับทุกคนว่าเป็นนักทำนายได้อย่างไร ยิ่งกับชายต่างถิ่นด้วยแล้ว
ดังนั้นการไม่เปิดเผยตัวตนย่อมดีที่สุด!
ดวงตาของจ้าวเสวียนจิ่งหรี่ลงเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าเซี่ยเฉียวกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยเฉียวเก็บของเสร็จก็เข้าไปในรถม้าที่รออยู่ก่อนแล้ว
เซี่ยเฉียวเดินทางจากไปอย่างสบายใจโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองดูอีก นางไม่สบตากับใคร เพียงมองไปยังไก่ตัวใหญ่ของนาง ใส่ใจมันเกินกว่าจะหันไปมองชายสูงศักดิ์ผู้นั้น
จ้าวเสวียนจิ่งไม่สามารถบอกได้ว่ามีอะไรแปลก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามันแปลกๆ อยู่ดี
“คุณชาย แม่นางเซี่ยดูจะเป็นคนที่หยิ่งทระนงไม่น้อยเลยนะขอรับ” องครักษ์โจวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“เจ้าสังเกตจากสิ่งใดหรือ” ไม่ใช่ว่านางเป็นคนหลงใหลในกลิ่นเงินตราหรอกหรือ
แม้ปากจะบอกว่าไม่ แต่เมื่อมีเงินมากองอยู่ก็ตอบรับในทันที
พลิกกลับรวดเร็วกว่าการพลิกหน้าหนังสือเสียด้วยซ้ำ
“มีคนติดตามท่านมาด้วยมากมาย อย่างไรก็ต้องพอเดาได้ว่าภูมิหลังของท่านไม่ธรรมดาเป็นแน่ แต่แม่นางผู้นี้ไม่แม้แต่จะมองหน้าท่านด้วยซ้ำไป เห็นได้ชัดว่านางหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีมากทีเดียว” องครักษ์โจวกล่าวอย่างจริงจัง
จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้ว “บางทีนางอาจคิดว่ามีคนอัปลักษณ์อยู่รอบตัวข้ามากเกินไป เลยกลัวที่จะมองมาก็ได้”
“…” องครักษ์โจวกะพริบตาปริบๆ
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เขาเพิ่งจะรู้สึกว่าคุณชายดูอ่อนโยนขึ้นมาก คงต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ!
…
เซี่ยเฉียวกำลังนั่งอยู่ในรถม้าที่ได้รับมาจากผู้คนในเมืองสือฝั่ง แต่คนลากรถนั้นเป็นคนของนางเอง นางจึงใช้งานได้อย่างสะดวกใจกว่า
นางจัดการเรื่องนี้ได้ดีพอสมควร หลูซื่อและลูกสาวออกจากเมืองไปได้พักใหญ่แล้ว ใช้เวลาไม่นานนักก็ตามพวกนางทันในที่สุด รถม้าทั้งสองจึงรวมเป็นขบวนเดียวกัน
ในตอนนี้ดวงตาของเผยหว่านเย่ว์บวมเป่งราวกับเมล็ดถั่ว