ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 18 อับอายขายหน้า ตอนที่ 18
ตอนที่ 18 อับอายขายหน้า
หลูซื่อมองดูอย่างตกตะลึง
คนพวกนี้ไม่พูดอะไรเลย เดินตรงไปหาเซี่ยเฉียว วางข้าวของต่างๆ ไว้แล้วจากไป
อัญมณีสองชิ้นดูโดดเด่นสะดุดตา
นางจำได้ว่าเห็นที่ตลาดตอนเช้า อัญมณีนี้ติดป้ายราคาไว้แปดสิบตำลึง นางยังคิดจะซื้ออยู่เลย แต่พบว่าเงินหายไปแล้วจึงไม่ได้ซื้อ
ตอนนี้กลับเป็นของนังหนูผู้นี้เสียแล้ว?!
หัวใจของหลูซื่อแทบจะหยุดเต้น รู้สึกไม่พอใจมาก
จู่ๆ ก็มีผู้หญิงอายุราวสี่สิบปีและเด็กหญิงอายุราวสิบห้าสิบหกปีคู่หนึ่งเดินเข้ามา
หยุดอยู่ข้างหน้าเซี่ยเฉียว “แม่นางเซี่ย พวกเราจะติดตามท่านไปด้วยเจ้าค่ะ!”
“ดีเลย ฝากเก็บของพวกนี้ เอาไปไว้ในรถม้าให้ทีนะ” เซี่ยเฉียวพยักหน้าแล้วเอ่ยสั่ง
หลูซื่อยิ่งตะลึงขึ้นอีก “เดี๋ยวก่อน”
“ท่านแม่มีอะไรหรือเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวพูดเบาๆ
“ของเหล่านี้ ไยพวกเขาถึงมอบให้เจ้าล่ะ เป็นเพราะตำแหน่งของพ่อเจ้า เจ้าเลยเอาเปรียบผู้คนที่นี่หรือ” หลูซื่อไม่เข้าใจเลย
เพราะอะไรกัน
นางเป็นแค่เด็กสาวอายุสิบหก จะมีคนนับหน้าถือตาและมอบของมากมายพวกนี้ให้ได้อย่างไร
“หึๆ” เซี่ยเฉียวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ
“เมืองหลวงอยู่ห่างจากที่นี่หลายพันลี้ ไกลขนาดนี้เกรงว่าชื่อเสียงของท่านพ่อคงมาไม่ถึงที่นี่ เมื่อเช้าท่านยังถูกขโมยของอยู่เลยไม่ใช่หรือเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวหัวเราะ “ที่ผ่านมาข้าเคยช่วยเหลือพวกเขาเล็กๆ น้อยๆ เมื่อพวกเขาทราบว่าข้ากำลังจะจากไป จึงต้องการมอบของให้แทนคำขอบคุณเท่านั้นเอง”
“พี่หญิง รวมถึงหยกด้วยหรือเจ้าคะ ทั้งสองชิ้นรวมกันราคาหนึ่งร้อยหกสิบตำลึงเชียวนะ ชาวบ้านธรรมดาจะมีปัญญาซื้อได้อย่างไร” เผยหว่านเย่ว์ถามขึ้นบ้าง
“โอ้ นี่น่ะหรือ ไม่ใช่ของที่มอบให้หรอก” เซี่ยเฉียวเหลือบมองอัญมณีนั้น “เถ้าแก่ติดหนี้ข้าอยู่น่ะ คงเห็นว่าข้าจะไปจากที่นี่แล้วเลยเอามาให้แทนเงิน”
“พี่หญิง ยิ่งพูดยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ พี่หญิงปล่อยกู้แล้วคิดดอกเบี้ยเช่นนั้นหรือ การให้ผู้อื่นกู้ยืมเป็นการส่วนตัวจะต้องถูกลงโทษนะเจ้าคะ พี่หญิงคงสับสนแล้ว” เผยหว่านเย่ว์พูดทันที หลังจากพูดจบก็ส่ายหน้าขณะหลูซื่อไปด้วย
ดวงตาของหลูซื่อเต็มไปด้วยความโกรธ
เซี่ยเฉียวถอนหายใจเล็กน้อย
“ข้าคงไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกอย่างให้ฟังกระมัง มันจุกจิกน่ะ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตอนนี้ถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้ว นางย่อมไม่ต้องการขัดแย้งกับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่ผู้นี้
ถึงนางจะอธิบายไปก็คงมีคำถามอื่นๆ ตามมาอีกอยู่ดี
ถามครั้งแล้วครั้งเล่าไม่มีที่สิ้นสุด
“นี่เจ้า เจ้าเคารพแม่บ้างไหม ข้ากำลังเป็นห่วงเจ้าอยู่นะ!” เสียงของหลูซื่อดังขึ้น นางชี้ไปยังอัญมณี “เจ้าอยู่ในวัดมาตั้งแต่เด็ก พ่อเจ้าก็ไม่ได้ใส่ใจเจ้านัก เจ้าจะเอาเงินจากไหนมาให้ผู้อื่นยืมได้?! เจ้าต้องอธิบายให้ข้าฟัง มิฉะนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลับไปเมืองหลวงแล้ว ตระกูลเราไม่ต้อนรับคนเช่นนี้!”
ตะเกียบในมือเซี่ยเฉียวชะงักไป
เกิดความเงียบขึ้นภายในโรงเตี๊ยม
ดวงตาของเผยหว่านเย่ว์เป็นประกาย หากเรื่องราวต่างๆ ระหว่างทางรู้ไปถึงหูของลุงเซี่ยล่ะก็…
“ฮูหยินท่านนี้เป็นแม่เลี้ยงของแม่นางเซี่ยใช่หรือไม่” เถ้าแก่เดินเข้ามา “คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะหากเป็นแม่แท้ๆ มีปัญหาอะไรก็คงไปคุยกันเป็นการส่วนตัว ไม่ส่งเสียงถามเสียงดังเช่นนี้แน่”
หลูซื่อหน้าชาเล็กน้อย กัดฟันตอบ “ข้าทำทุกอย่างเพื่อนาง นางกำลังทำผิดอยู่”
“ฮูหยินไม่จำเป็นต้องให้แม่นางเซี่ยอธิบายหรอก หากนางพูดทุกสิ่ง คำพูดของนางคงไม่ได้มีค่าดั่งทองคำเช่นนี้” เถ้าแก่ขบขัน “ไม่ได้มีเพียงแค่อัญมณีสองชิ้นนี้หรอก? คงเป็นของมาจากร้านขายหยกตระกูลจางให้มา? ลูกชายและแม่ของเขาเกือบตายเมื่อสองสามปีก่อน กระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากวัดสุ่ยเย่ว์ อีกทั้งแม่นางเซี่ยยังนำโสมชั้นดีสองต้นมาใช้รักษาให้ด้วย พวกเขามีเงินไม่พอจ่ายจึงติดหนี้ไว้ ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้ดี”